เพลิงรักมายา (ตีพิมพ์กับสนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 4 : คนต่างถิ่น < up 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    10 มิ.ย. 52

                บุรุษในรถซีดานยี่ห้อบีเอ็มดับบิวสีดำปลาบในชุดสูทสีดำสามคน ต่างแสดงท่าทีเคร่งขรึมเพราะงานใหญ่ในมือที่เพิ่งได้รับมอบหมายเป็นงานร้อน เบาะหนังสีครีมสะอาดตาท่ามกลางเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบกลับร้อนเป็นไฟ รอนซึ่งทำหน้าที่สารถีเหลือบสายตาภายใต้แว่นกันแดดสีดำมองกระจกมองหลังสบตาวัชระ
            พี่วัชจะเริ่มจากตรงไหนครับ ที่คอนโดหรือว่า...”
ชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดนั่งพิงเบาะที่ตอนหลัง ส่งแววตาครุ่นคิดเมื่อต้องเดาใจเจ้านายคนรอง เวลาอย่างนี้อชิระอยากไปที่ใด อีกคนที่รอคอยวัชระตัดสินใจ คือ ยิ่งใหญ่ หรือ ใหญ่ บอดี้การ์ดหนุ่มร่างกายใหญ่โตสมชื่อ เจ้าของสีหน้านิ่งขรึมชั่งใจก่อนชี้มือไปเบื้องหน้าซึ่งเป็นทางแยกหลังจากรถติดไฟแดงอึดใจหนึ่ง นั่นเป็นการตัดสินใจของเขา
ทางไปสนามบิน  เป็นที่แรกที่เขาคิดออกในเวลานี้
ไปสนามบิน ไม่ก็สถานีขนส่ง ว่าแต่...เดี๋ยวนี้มันมีกี่ที่วะ?” วัชระออกปากสั่งแล้วก็ฉุกคิดสงสัย เพราะตัวเขาเองก็จากเมืองไทยไปร่วมสามปี หลายอย่างที่นี่เปลี่ยนไป ทั้งตึกรามสูงชันที่ขึ้นแข่งกัน ถนนหนทางตัดใหม่ อีกทั้งเส้นทางคมนาคมใต้ดินและลอยฟ้าที่แข่งกันให้บริการ จุดหมายในมโนนึกตามมาอีกหลายที่ วัชระคิดได้ว่าควรแยกย้ายกันไปตามหามากกว่า หากทำให้บรูคส์รอนานผลที่ตามมาคงไม่น่าอภิรมณ์นัก
นี่รูปคุณชินที่เลขาฯ นายให้มา แบ่งๆ กันไป แล้วมาเจอกันอีกทีที่เดิมหกโมงเย็น อย่าเลทเพราะพวกนายก็รู้ว่าจะเจอกับอะไร
เสียงเรียบๆ ของหัวหน้างานสั่ง ไม่ได้ปอดแต่ขลาดเพราะนัยน์ตาดุๆ ของเจ้านาย บอดี้การ์ดทั้งสองนายพยักหน้ารับคำสั่งแล้วยิ่งใหญ่ก็เป็นคนแรกที่ก้าวลงจากรถไปดักหน้ารถแท๊กซี่ที่จอดติดอยู่ข้างหลัง ออกคำสั่งไปยังที่หมายในใจ สนามบินสุวรรณภูมิ  ตามมาด้วยวัชระ
เขาทำท่าจะลงจากรถตามยิ่งใหญ่ไปอีกคน แต่รอนก็รีบห้ามไว้
ผมส่งพี่ลงฟุตปาธข้างหน้าก็ได้ครับ เดี๋ยวรถบรรทุกก็สอยพี่ไปรับประทานหรอก รอนดักคอกวนๆ รั้งร่างสูงใหญ่เอาไว้ทัน ตอนนี้สัญญาณไฟเปลี่ยน พลันได้ยินเสียง หึ ในลำคอลูกพี่ เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานรอนยังกวนไม่เลือก
เออ ข้างหน้าก็ได้ ฉันจะไปสถานีขนส่งสายเหนือ แกไปสายใต้ก็แล้วกัน โทรบอกไอ้ปราบด้วยตามไปเจอที่เวลล์ วัชระสั่งงานพร้อมนัยน์ตาดุคมกำราบลูกน้องหนุ่มหน้าทะเล้น
ครับพี่ รอนรับคำก่อนขับปราดหน้ารถบรรทุกคันที่จะสอยวัชระไป จากเลนถนนขวาสุดเข้าสู่เลนทางซ้ายโดยไม่กลัวเกรง
ไอ้บ้ารอน รถบรรทุกไม่ทันคาบไปกินหรอก แต่จะโดนเสยอยู่กลางถนนนี่แหละ วัชระสบทพร้อมพาตัวเองลงจากรถไปตั้งหลักที่ริมฟุตปาธ
ถ้ากลับไปพบบรูคส์ไดยไม่มีข่าวคราวคืบหน้าของอชิระ บางทีเลือกโดนรถทับกลางถนนอาจดีกว่า!
 
เวลาสิบเจ็ดนาฬิกา
เวลาใกล้เส้นตาย...เป็นโชคดีไม่ก็พระเจ้าทรงโปรด คนสำคัญที่เหล่าบอดี้การ์ดตามหาตลอดบ่ายนั้นกลับติดต่อมาที่โทรศัพท์มือถือของวัชระ เขารีบตะครุบเจ้าวัตถุสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบนๆ ขึ้นมากำมั่น รีบกรอกเสียงกลับไปในทันที
วัช เสียงห้าวเอ่ยเรียกชื่อวัชระหยั่งเชิง ด้วยไม่มั่นใจว่าพี่ชายของเขาอาจได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มือถือเครื่องนี้แทนเมื่อได้รู้ว่าเขาหายไป
ครับ คุณชินนี่ก็กระไร อยากไปเที่ยวก็ไม่บอกปล่อยพวกผมกระต่ายตื่นตูมค้นหา จะโดนคุณบรูคส์ไล่ออกยกแก๊งอยู่แล้ว
เสียงหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ไม่ได้พบตัวอชิระโอดครวญ คนปลายสายไม่ได้รู้สึกรู้สา
อชิระเบือนใบหน้าคมคายด้วยผิวสีน้ำผึ้งทอดมองไปเบื้องหน้า ผนังทุกทิศที่เป็นกระจกถูกบดบังด้วยม่านทำจากผ้าฝ้ายทอมือ มีบ้างที่ถูกรวบผูกจนแลเห็นทัศนียภาพภายนอกเรือนกระจกที่เริ่มมืดลง ร่างสูงใหญ่เอนกายนอนบนเตียงสานด้วยตอกฝีมือปราณีต บนเตียงปูทับด้วยฟูกหุ้มผ้าฝ้ายสีเดียวกับผ้าม่าน แขนแกร่งข้างหนึ่งถูกพาดเหนือศีรษะในท่าทางผ่อนคลาย น้ำเสียงที่ฟังดูปลอดภัยทำให้วัชระโล่งอกไปเปราะหนึ่ง ว่าแต่เจ้านายหนุ่มไปหมกตัวอยู่ที่ไหนเล่า
บรูคส์ไม่ไล่ใครออกง่ายๆ หรอกน่า นายก็รู้
เอ้อ เรื่องนั้นผมไม่มั่นใจหรอกครับ คุณชินอยู่ที่ไหนพวกผมจะไปรับกลับ วัชระเอ่ยถามเป็นการเป็นงาน หน้าที่ของเขาคืออารักขาบรูคส์กับอชิระซึ่งถือเป็นคนดังในแวดวงธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจเจริญก้าวหน้าเด่นดังมากเท่าใด อันตรายรอบด้านทั้งศัตรูด้านการค้ากับส่วนตัวก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว ชายหนุ่มทั้งสองจึงมีบอดี้การ์ดรายล้อมทุกย่างก้าว อชิระนิ่งเงียบไปไม่ตอบคำ เขายังไม่ต้องการกลับไปอยู่ในที่หรูๆ คอนโดระดับไฮคลาสบนตึกสูงชันซึ่งไม่ต่างเลยกับตอนอยู่อเมริกา
เบื่อหน่าย  ความรู้สึกนั้นตอกย้ำคนที่มีชีวิตแล้งไร้ตั้งแต่โดนนางแบบสาวทิ้งขว้าง อชิระไม่มีวันบอกที่อยู่ในเวลานี้ เขาต้องการความเป็นส่วนตัวในที่ๆ ไม่มีใครรู้จักเขาอย่างที่นี่ ที่ๆ ห่างจากระดับน้ำทะเลและเกือบสูงสุดของประเทศไทย
หายเบื่อแล้วจะกลับ เรื่องบรูคส์ฉันจะจัดการเอง อชิระออกคำสั่งผ่านสัญญาณโทรศัพท์
วัชระจำต้องรับคำ รู้ดีหากอีกฝ่ายไม่ต้องการให้รู้ หน้าที่บอดี้การ์ดของเขาต้องหมดลง ก็ได้แต่หวังว่าบรูคส์จะใจดีเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่มีใครบังคับอชิระได้หากเขาไม่ต้องการ ที่เหลือทำได้แค่รอเวลาที่อชิระจะต้องการเหล่าบอดี้การ์ดอีกครั้ง
วัชระ, ยิ่งใหญ่, รอน และปราบ อาจไม่ต้องตกงานดังคำขู่ของ บรูคส์ เจ้านายผู้เป็นเจ้าชีวิต
 
อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
อุณหภูมิลดต่ำใกล้เจ็ดองศา แต่ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงสง่าที่โผล่พ้นเรือนกระจกออกมากลับมีเพียงเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม ไร้เสื้อกันหนาวหนาๆ สักตัว อากาศเย็นสบายกำลังดีสำหรับคนที่อยู่เมืองหนาวมาตลอดยี่สิบกว่าปีอย่างอชิระ เขาชอบเสียอีกและเกลียดนักกับอากาศในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครที่อุณหภูมิค่อนไปทางร้อนจัด มองไปทางใดก็อึดอัด และหงุดหงิดด้วยการจราจรอืดอาด ยืดยาดนับตั้งแต่วันแรกที่เขาเหยียบถึงสนามบิน
ผลจากการเตร็ดเตร่ฆ่าเวลาในห้างสรรพสินค้ากลางกรุงใกล้ที่พัก ทำให้อชิระได้โบรชัวร์สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง แล้วตรงเข้าไปสอบถามถึงสถานที่ดังกล่าว จะว่าสนใจไม่ก็เซ็งเหลือร้ายกับการหมกตัวอยู่ในคอนโดหรู
ปาย จึงน่าสนใจกว่ามาก แค่ภาพกับคำบรรยายเป็นภาษาไทยและอังกฤษก็ดึงดูดคนซึ่งกำลังเบื่อหน่ายได้เป็นอย่างดี อชิระตัดสินใจได้ไม่ยาก เพียงแต่ไม่ได้ปรึกษาหรือขออนุญาติใครทั้งนั้น ทุกคนโตๆ กันแล้ว เขาคิดแค่นั้น...
นับเป็นครั้งที่สามแล้วที่เขาเดินทางมาเมืองไทยพร้อมกับบรูคส์ ซึ่งส่วนใหญ่เพราะเรื่องงาน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่เขาขัดใจมากที่สุด เพราะโดนจับแยกจากเมย่า คนรักที่เพิ่งระหองระแหงกันเพราะบิดาของหญิงสาว การจะให้ทนอยู่ในที่แคบๆ อย่างคอนโดแห่งนี้จึงบีบคั้นคนที่ร้อนรุ่มเช่นเขาทั้งที่จริงๆ แล้วที่พักสูงเสียดฟ้าแสนจะกว้างขวาง เป็นแบบดูเพล็กซ์ (สองชั้น) ครบครันด้วยเครื่องเรือนราคาแพงกับเครื่องอำนวยความสะดวกระดับไฮเอ็น  ฟาซิลิตี้ด้านความปลอดภัยแน่นหนา ผู้เป็นสมาชิกเท่านั้นที่จะเข้าออกได้ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ
กระนั้นอชิระยังไม่พึงใจการไปๆ มาๆ ระหว่างที่พักอาศัยในย่านคนมีอันจะกินกับบริษัทเวลล์ เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น เวลานี้เขาได้สิทธิ์พิเศษในการพักร้อน เพราะไม่อยู่ในภาวะทำงาน เหตุลผลน่ะหรือ...อกหัก แล้วถ้าเขาจะไปที่ไหนไกลๆ สักที่ก็ไม่แปลก
ชิน นั่นนายอยู่ที่ไหน?” เสียงทุ้มๆ ของบรูคส์ส่งกลับมาทันทีที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือปรากฎชื่ออชิระ
ต่างจังหวัด แต่ชื่ออะไรผมก็จำไม่ได้ด้วยสิ
เฮ้ย ได้ยังไง นี่แกหนีบอดี้การ์ดทั้งโขยงไปได้ยังไงวะชิน เสียงคนเป็นพี่ขุ่นหน่อยๆ ที่อชิระทำตามใจตัวเองจนเขาต้องห่วง และร้อนถึงคนที่คอยตามประกบอย่างบอดี้การ์ดถึงสี่คน
ผมไม่เป็นอะไรหหรอกน่ะ แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ บรูคส์บอกเองไม่ใช่เหรอว่าต้องทำใจ นี่ก็หลบมาหาที่ทำใจไง คนตอบไม่ยี่หระ
เดี๋ยวจะให้วัชตามไป นายอยู่ที่ไหน?”
ผมมาเอง แล้วจะกลับไปเอง รับรองว่าทันที่จะบินกลับอเมริกา ยังไงผมก็ยังอยากกลับไปที่นั่นเพื่อพบเมย่า
อชิระยืนยัน ปลายเสียงนั้นสลดและเบาลงเมื่อเอ่ยถึงอดีตคนรัก บรูคส์รับฟังนิ่งอยู่สักพัก เขาคงเปลี่ยนใจน้องชายได้ยาก อชิระยังหวังจะปรับความเข้าใจและขอคืนความสัมพันธ์กับนางแบบสาว แต่ความหวังนั้นริบหรี่หากเมสันไม่ยินยอมลูกสาวก็เหมือนทรัพย์สินที่บุพการีมีสิทธิ์ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ เมย่าถือเป็นสมบัติที่มีชีวิตของเมสัน แล้วใครรึจะห้ามการกระทำนี้ได้ ขายลูก
ก็ได้ พี่จะรอนายก็แล้วกันครั้งนี้บรูคส์ยินยอมให้อชิระทำตามใจ 

รถกระบะสีน้ำเงินเขรอะกรังไปด้วยฝุ่นขาวตั้งแต่กันชนหน้า บังโคลน และล้อทั้งสี่จอดรอท่า เจ้าของร่างสูงโปร่งค่อนข้างผอมยืนพิงประตูรถรอคอย เมื่อรถโดยสารเชียงใหม่ - ปายแล่นเข้าเทียบท่าชายหนุ่มจึงขยับตัว เขามองหาเธอโดยไม่ต้องชะเง้อด้วยความสูง 185 เซนติเมตร เจ้าของร่างโปร่งบางก้าวลงจากประตูรถโดยสาร พ้นบันไดขั้นสุดท้ายด้วยอาการมึนๆ เล็กน้อย ดีแค่ไหนที่ณัฐมณไม่เมารถอย่างที่คนกว่าครึ่งค่อนเป็นกัน เมื่อเท้าเล็กๆ ภายใต้รองเท้าผ้าใบสีเหลืองอมน้ำตาลยี่ห้อคอนเวอร์สเก่าๆ แตะพื้นเธอก็มองหาคนมารับเช่นกัน
แค่มองปราดเดียวณัฐมณก็จำเขาได้ กรณ์ พี่ชายของเพื่อนรักยังคงเค้าโครงหน้าคล้ายเดิม ผิวขาวสะอาดเพราะเป็นลูกผสมระหว่าง คุณแก้ว บิดาซึ่งเป็นคนกรุงเทพฯ กับ คุณมาลีนี มารดาพื้นเพเป็นคนเหนือแต่กำเนิด เรียวตาเล็กรีรับผมสั้นเรียบแบบสกินเฮดสบนัยน์ตาสวยซึ้ง เขาดูไม่ต่างจากที่หญิงสาวคิดไว้ ใบหน้าขาวสะอาด อบอุ่นและใจดี แม้เวลานี้กรณ์จะมีสีผิวคล้ำขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย อีกอย่างที่เหมือนเดิมคือรอยยิ้มอบอุ่นจรุงใจ
พี่กรณ์ ทางนี้ๆ สวัสดีค่ะ
ณัฐมณโบกมือไหวๆ เรียกคนซึ่งเห็นเธอก่อนด้วยซ้ำ เพราะยากที่กรณ์จะลืมใบหน้าหวานๆ ของเพื่อนน้องสาวไปได้ เธอหอบหิ้วกระเป๋าเพียงใบเดียวเข้ามาหาเขา ประณมมือไหว้บุรุษที่ก้าวเข้ามาช่วยรับกระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ช่างติดตรึง ดูอย่างไรก็สวยหวานโดยเฉพาะนัยน์ตาสวยเศร้าคู่นี้ ร่างโปร่งบางสะพายเป้สีขาวอีกใบ ส่วนเสื้อผ้าน้อยชิ้นภายในสัมภาระใบน้อยนั้นไม่เหมือนมาไกลถึงเหนือสุดของประเทศ เรือนร่างบางอยู่ในชุดกางเกงยีนส์สามส่วนกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก๊อต และมีแค่ผ้าคลุมไหล่สีม่วงอ่อนทอมือกันหนาว
สวัสดีครับ น้องเน็ท กรณ์ทักทายตอบ
ดวงหน้าเล็กประดับดวงตาพริบพราวส่งรอยยิ้มจนข้างแก้มทั้งสองบุ๋ม ณัฐมณมองไปรอบๆ เบื้องหลังของกรณ์เป็นร้านรวงกับบ้านทรงแปลกตาที่คล้ายห้องแถวเรียงราย แล้วก็กลับมาจ้องหน้าพี่ชายของเพื่อนเขม็ง เมื่อเหลือบไปเห็นพาหนะสุดเขรอะของเขา
นั่นรถหรือว่าอะไรเอ่ย พี่กรณ์เลิกล้างรถมากี่ปีแล้วคะ ค่อนแคะยิ้มๆ
โอ้โห! ใครว่าล่ะครับ พี่น่ะซักแห้งเจ้าแก่คันนี้ต่างหาก ปกติก็...เดือนละครั้ง
กรณ์ตอบ พร้อมฉีกยิ้มกว้างจนเรียวตาเล็กหยีแทบเป็นเส้นตรง ณัฐมณหัวเราะคิกกับท่าทียียวนของเขา พี่ชายของเกษราก็เหมือนพี่ชายของเธอ จึงไม่เคยเอะใจเลยว่าพี่ชายจะมองน้องสาวเป็นอย่างอื่น ใบหน้าของชายหนุ่มแดงระเรื่อน้อยๆ ที่ผิวแก้มขาวเพราะไอหนาว แต่ยังคงไว้แค่เสื้อยืดตัว กางเกงตัวราวกับความหนาวทำอะไรเขาไม่ได้ แต่คนที่กล้าใส่เสื้อบางๆ แต่ไม่คุ้นกับอากาศอย่างณัฐมณเริ่มขนลุกเกรียวเมื่อลมหนาวกระทบผิวอ่อนบาง
ไปกันเถอะ หนาวไหมคนเก่ง กรณ์เย้าเมื่อเห็น คนเก่ง ห่อตัวพร้อมกับมีกระไอหมอกขาวๆ พร่างพรูเวลาพูดกับเขา เธอพยักหน้าหงึกๆ ไม่หนาวอย่างไรไหว นี่อุณหภูมิลดลงเกือบห้าองศาแล้วกระมัง
ปาย เมืองเล็กๆ ที่ดูสุขสงบตั้งแต่ก้าวแรกที่ณัฐมณมาถึง ภูมิประเทศห้อมล้อมไปด้วยขุนเขาสูงสลับ ทับทาบด้วยผืนฟ้าสีครามสด และผืนหญ้าขจีราวทุ่งโล่งกว้าง ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศชนบท กลิ่นดิน กระไอหมอกของแท้ ผู้คนอาศัยดูเป็นมิตรและมีวิถีเรียบง่าย ซึ่งค่อยๆ ถูกประยุกต์ให้เข้ากับการพัฒนาไปสู่เมืองท่องเที่ยวทีละน้อย ยังดีที่มิได้พลุกพล่านขนาดเมืองใหญ่ มิฉะนั้นอาจกลบมนต์เสน่ห์น่าพิศวงเสียหมด 

บ้านริมปาย
เกสท์เฮ้าส์แบบกันเองที่เกษราเล่าลือ เป็นบ้านพักหลังเล็กๆ คล้ายกระท่อมมุงหลังคาด้วยจากห้าหลัง ปลูกสร้างบนพื้นที่สีเขียวสดของผืนหญ้ารับกับฉากหลังเป็นภูเขาที่แลเห็นลิบๆ ดวงตากลมโตมีเสน่ห์เบิกโพลงด้วยความตื่นเต้นเพราะภาพเบื้องหน้าสวยจับตา ด้วยความเป็นธรรมชาติของที่พักบนเนินไหล่เขากับต้นไม้แวดล้อม บนเนินสูงอยู่ในระดับที่มองลงไปเห็นแม่น้ำปายไหลเอื่อยๆ ไปยังปลายเส้นน้ำสุดสายตา ร่างโปร่งบางลงจากรถทันทีที่กรณ์จอดสนิท ก้าวเร็วๆ ไปยังเนินสูงสุดเขตซึ่งเป็นแนวรั้วไม้กันตก ทอดสายตามองภาพเบื้องล่าง
ณัฐมณยืนค้ำแนวรั้วไม้ไผ่ สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดแบบที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครก่อนหันมายิ้มให้เจ้าของสถานที่ที่ภูมิใจในผลงานของตัวเองไม่น้อย กรณ์ยิ้มกว้างจนเรียวตาเล็กๆ หยีเช่นกัน
พี่กรณ์ทำได้ยังไงคะเนี่ย รู้ไหมว่าสวยมากเลย กระท่อมนั่นก็น่ารัก แต่เอ...บ้านกระจกนั่นมีคนอยู่หรือยังคะ
แววตาแสนซนอยากรู้อยากเห็น ระดมส่งคำถามไปยังเขาหลายคำถาม ตอนแรกณัฐมณนึกอยากลองพักกระท่อมหลังน้อยแต่พอเห็นเรือนพักซึ่งเป็นกระจกทั้งหลังก็สนใจมากกว่า กรณ์มองตามสายตาสวยซึ้งไป เขาพยักหน้าน้อยๆ
อ๋อ หลังนั้นมีแขกเข้าพักแล้วน่ะ แต่ถ้ากระท่อมทางด้านนั้นยังว่างสามหลัง เน็ทเลือกพักได้ตามใจเลย
อืม น่าเสียดายจัง แต่อยู่กระท่อมก็ได้ค่ะ แล้วแต่พี่กรณ์จะเมตตาน้องคนนี้ก็แล้วกันนะคะ ณัฐมณบอกออดอ้อนพี่ชายของเพื่อน พลางส่งรอยยิ้มสดใสก่อนเดินตามกรณ์ไปยังบ้านหลังแรกที่ใหญ่กว่าเพราะเป็นที่พักของครอบครัวจันทร์มณี ที่มีคุณแก้ว คุณมาลีนีและกรณ์อาศัยอยู่ ลานโล่งที่ต่อยื่นออกมาด้านหน้ามีหลังคาชายคาลาดเอนกันแดดลมทำเป็นบริเวณร้านอาหาร ที่บริการอาหารเช้ากับแขกที่มาพัก
หญิงสาวเดินตามกรณ์ต้อยๆ เข้าไปในบ้านพบบิดามารดาของเขาซึ่งรู้จักมักคุ้นกับเธอดี เพราะผู้ใหญ่ทั้งสองมักไปหาลูกสาวคนเล็กที่เรียนที่อยู่กรุงเทพฯ บ่อยครั้ง เธอประนมมือเล็กไหว้นอบน้อมก่อนถูกคุณมาลินีโอบกอดราวลูกสาวแท้ๆ ตามด้วยคุณแก้วที่ลูบหลังลูบไหล่เธอด้วยความเอ็นดู
เจ้าปิ่นมันใช้ไม่ได้เล้ย เป็นลูกสาวป๋าแท้ๆ กลับไม่ยอมกลับมาหาป๋ากับแม่บ้าง คุณแก้วรับไหว้แล้วเอ่ยปากบ่นถึงเกษรา
แต่เน็ทมาแทนก็ดีแล้วน่าพ่อ มาลูก มาเหนื่อยๆ นั่งก่อน
คุณมาลีนีดักคอสามี พลางพาหญิงสาวรุ่นลูกไปนั่งที่โต๊ะยาวทาสีขาว ข้างๆ มีร่มผ้าฝ้ายกางกั้นแดดอ่อนยามบ่ายคล้อย นางต้องเบรกสามีก่อนที่คุณแก้วจะเริ่มบ่นแกมน้อยใจลูกสาวคนเล็กที่ไม่ค่อยกลับบ้านกลับช่องตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย เกษราไม่เหมือนพี่ชายตรงที่เลือกหางานทำที่กรุงเทพฯ แทนที่จะกลับมาบ้านเกิด
น้องติดสัมภาษณ์งานครับป๋า คิดถึงก็โทรหาสิครับ ลูกชายคนโตบอก
กรณ์เข้าข้างมารดาด้วยการออกรับแทนเกษรา คุณแก้วส่ายหน้าไปมาใส่ทั้งภรรยาและลูกชาย แล้วหันมาหาแขกคนสำคัญดุจญาติมิตรอย่างณัฐมณ ยิ้มอย่างมีเมตตาให้เธอทำท่าหาพวกเมื่อเหลือหัวเดียว
เห็นไหมลูกเน็ท ป๋าไม่มีใครเข้าข้าง จะบ่นจะแตะเจ้าปิ่นพี่กับแม่เขาก็ห้ามไว้ หนูต้องอยู่ข้างป๋านะลูก คุณแก้วขอความเห็นใจ ณัฐมณยิ้มละมุน ดวงตาสวยซึ้งมองคนในครอบครัวของเพื่อนรัก รู้สึกดีที่บรรยากาศอวลไปด้วยความอบอุ่นเป็นกันเอง ราวกับเธอเป็นครอบครัวเดียวกัน
แล้วนี่เพิ่งจะมาถึง เหนื่อยไหมลูก เมารถหรือเปล่า?” คุณแก้วถามไถ่
ณัฐมณยิ้มกว้างส่ายหน้าด้วยความภาคภูมิ เธอได้ผ่านโค้งมหาโหดพันกว่าโค้งพิชิตภูเขาสูงวกวนจนกระทั่งมาถึงเมืองปายได้โดยสวัสดิภาพ ครบสามสิบสองแบบที่ไม่เมารถอีกด้วย  
รายนี้เขาเก่งครับป๋า ทั้งเก่งทั้งอึด มีอย่างที่ไหนขอมารถทัวร์ ไม่ยอมขึ้นเครื่องบิน กรณ์แซวยิ้มๆ ดวงหน้าเล็กๆ แดงระเรื่อเพราะคำเย้าไม่ก็ความเย็นจัดของอุณหภูมิที่ลดลง พร้อมลมหนาวพัดมาเยือนอีกคราจนขนลุกเกรียว คุณมาลีนีเห็นอย่างนั้นจึงบอกให้กรณ์พาณัฐมณไปยังที่พัก แล้วนัดแนะกันตอนมื้อเย็นอีกครั้งซึ่งจะเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ต้อนรับการมาเที่ยวของเธอ
ที่จริงเน็ทพักบ้านใหญ่ด้วยกันก็ได้นะ ห้องยัยปิ่นก็ว่าง กรณ์เสนอ
รู้ทั้งรู้แก่ใจ ว่าไม่มีทางที่ณัฐมณจะเลือกช้อยส์นี้ ขนาดเดินทางเธอยังสมบุกสมบันแล้วจะให้นอนพักแบบธรรมดาๆ ทั้งที่ดั้นด้นมาถึงปาย หญิงสาวหรือจะยอม กระท่อมเล็กๆ ปลายเนินนั่นต่างหากที่ดึงดูดใจ ไม่ก็เรือนกระจกหลังกะทัดรัดที่ถูกจับจองโดยแขกต่างชาติไปแล้ว
เน็ทขอนอนกระท่อมนี่ดีกว่า ขอบคุณนะคะพี่กรณ์
หญิงสาวยืนยันความคิดเดิม แรกเลยเธอตั้งใจจะกางเต้นท์นอนที่ริมน้ำด้วยซ้ำ แต่ที่เกสท์เฮ้าส์ของกรณ์อยู่บนที่สูงจึงดูอันตรายไปหน่อยที่จะปล่อยให้หญิงสาวตัวคนเดียวไปกางเต้นท์ในพื้นที่ซึ่งเป็นรีสอร์ทใกล้ๆ กัน กรณ์ระแวดระวัง และจะดูแลณัฐมณอย่างดีตามที่ได้รับปากคนเป็นน้องเอาไว้
พี่ชายของเพื่อนจากไปหลังจากวางกระเป๋าสัมภาระเพียงใบเดียวของเธอลงบนเตียง ตรวจดูน้ำไฟเรียบร้อยจึงขอตัวจากไป ทิ้งเจ้าของร่างโปร่งเพรียวยืนหมุนตัวกวาดมองไปรอบๆ อย่างสำรวจตรวจตรา เตียงเดี่ยวปูด้วยฟูกหนาสีครีมที่ด้านบนห้อยทิ้งผ้าโปร่งสีขาวซึ่งกางออกเป็นผ้ามุ้งสำหรับกันยุงได้ โต๊ะหัวเตียงเตี้ยๆ วางขวดน้ำดื่มกับดอกไม้เล็กๆ บนผ้าเช็ดตัวครบชุด จัดเตรียมไว้สำหรับแขกที่มาพัก
กลิ่นเทียนหอมลอยละล่องมาเตะจมูก เป็นกลิ่นหอมเย็นๆ จนณัฐมณต้องเปิดหน้าต่างซึ่งเป็นแบบยกขึ้นด้านบนแล้วค้ำด้วยไม้ไผ่ ชะโงกตัวออกไปมอง เรือนกระจกที่เธอใฝ่ฝันจะได้พักอยู่ไม่ไกลจากกระท่อมที่เธอจับจองนัก แต่บ้านทั้งหลังปิดเงียบแถมยังปิดมิดด้วยผืนผ้าม่าน ดวงตาคู่สวยกวาดไปพบคู่สามีภรรยาชาวออสซี่ อายุเกือบหกสิบเดินออกมาแถวๆ เรือนกระจกนั้น ที่นี่ไม่ได้มีแค่เธอที่เป็นแขก จากที่กรณ์เล่ามีผู้คนทั้งไทยและต่างชาติแวะเวียนเข้าพักตลอดทั้งปี เธอถอยตัวกลับเข้ามาทรุดนั่งลงบนที่นอนหนา เอนกายพิงหมอนแล้วพักสายตา ยามที่กลิ่นหอมๆ แตะจมูกยิ่งพาให้สมองผ่อนคลายและเคลิบเคลิ้ม
 
ณัฐมณก้าวเดินไปตามแนวทางเดิน ที่จัดวางแผ่นหินสีน้ำตาลแก่เป็นจังหวะ เส้นทางเดินนั้นนำไปสู่กระท่อมแต่ละหลังพร้อมกับการจัดวางแนวต้นไม้ประดับ เทสในการตกแต่งของผู้เป็นเจ้าของค่อนข้างดีในการเลือกปลูกไม้ดอกไม้ประดับได้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศทำให้ดอกไม้สีสดออกดอกตามฤดูกาล และเบ่งบานอวดช่อสวย ทั้งกล้วยไม้ป่าหลายสายพันธุ์กับกุหลาบพันปี เรียวขาเพรียวยาวก้าวไปหยุดที่หน้าเรือนกระจกหลังนั้น หวังจะทักทายคุณลุงคุณป้าชาวต่างชาติที่ดูท่าทางใจดีคู่นั้น อย่างน้อยก็อาจได้เพื่อนคุยที่นี่เพิ่มอีกสักคนสองคน
'ก๊อกๆ’  เงียบกริบ...
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากคนที่อาจอยู่ด้านในของกรอบกระจกสูง ณัฐมณรอคอยอยู่อึดใจ ก่อนตัดสินใจเอื้อมมือบางไปเคาะที่ผิวกระจกอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่หลังมือของเธอจะสัมผัส ผ้าม่านหนาที่แผงประตูกระจกก็ถูกตวัดขึ้นจากคนที่อยู่ข้างใน ณัฐมณเลิกเรียวคิ้วฉงน เมื่อเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ปรากฎตัวไม่ใช่คนที่เธอต้องการพบ จากคู่สามีภรรยาสูงวัยกลับกลายเป็นชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ผิวสีน้ำผึ้ง ใบหน้าหล่อคมมีเค้าดุดันในแววตา เธอต้องอึ้งเพราะกำลังถูกจ้องมอง แล้วกระแสบางอย่างก็กำลังครอบงำ ดวงตาของเขามีอำนาจที่แผ่รัศมีว่าต้องยำเกรงมาสู่เธอ
เรียวตาคมกริบสีเทาเข้มทอประกายวาว แฝงแววขุ่นข้องคล้ายเธอมาขัดจังหวะ เดาได้ว่าเป็นการนอน ณัฐมณถึงกับหน้าเจื่อนจืดแต่ไม่มีคำพูดสักคำเอ่ยออกมาเพื่อแก้หน้า จะเรียกว่าประหม่าก็ไม่ผิด เพราะคนแปลกหน้าคนนี้มีเสน่ห์นัก
ส่วนอชิระเขาหลิ่วเรียวตาคมจนรีเล็ก กำลังประเมินหญิงสาวตรงหน้าก่อนปรับอารมณ์ขุ่นมัวให้เป็นปรกติเอ่ยถามถึงธุระของเธอ
มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
เขาถามหยั่งเชิงด้วยภาษาอังกฤษชัดแจ๋ว ไม่ใช่คนไทยแต่เค้าหน้าผสมผสานทั้งเอเชียและยุโรบ ณัฐมณกำลังประมวลผลหลังจากที่สมองสั่งการช้าไปหลายวินาที มือหนาทำหน้าที่เลื่อนบานประตูกระจกพ้นสายตาจนมองเห็นคนที่มารบกวนเวลานอนเต็มตัว ร่างโปร่งเพรียวในชุดกางเกงแบบชาวเขาสีดำสนิท กับเสื้อยืดแขนสั้นสีเหลืองนวลทับเสื้อแขนยาวสีขาวอีกตัวหนึ่งเพื่อกันหนาว เธอขยับถอยออกมาตั้งหลักอีกก้าวเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ใส่เสื้อ แผ่นอกด้านบนเปล่าเปลือยแลเห็นผิวสีน้ำผึ้ง ทั้งเนื้อทั้งตัวชายหนุ่มมีเพียงกางเกงนอนผ้ายืดสีเทาแก่  
เอ้อ ขอโทษค่ะฉันคงเข้าใจผิด หญิงสาวเอ่ยตะกุกตะกัก ตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน
ดวงหน้าเล็กยิ้มเจื่อนแบบที่พอจะประทังอาการหน้าแตกของตัวเองไว้ เธอหลุบดวงตาหวานๆ ลงต่ำ อชิระยกมือหนาขึ้นเสยเส้นผมสีเข้มกว่าดวงตาพยักหน้าส่งๆ ว่ารับรู้ในความเข้าใจผิดของเธอ แต่เมื่อพิศมองวงหน้าสวยหวานนั่นอีกทีเขาก็รู้สึกว่าสนใจ ก่อนที่ณัฐมณจะผละออกห่างออกไปหลังจากขอโทษเขาอีกสองสามคำตามมารยาท แววตากร้าวๆ นั่นกลับเป็นประกายยากจะเดา
คุณพักที่นี่เหมือนกันหรือ?”
ค่ะ
ณัฐมณพยักหน้ารับ ค่อยเบาใจเปราะหนึ่งที่เขายอมพูดคุยกับเธอ เพราะถ้าโกรธชายหนุ่มคงจะเมินหน้า กระแทกประตูใส่เธอแล้วกระมัง รอยยิ้มบางจุดบนริมฝีปากหยักบางบนรูปหน้าหล่อเหลา คนๆ นี้เรียกได้ว่าหน้าตาดีจัดขนาดที่เป็นนักแสดงแถวหน้าได้เลย แต่ท่าทีหยิ่งๆ กับแววตากร้าวราวกับโกรธใครอยู่ตลอดเวลานั่นคงไม่เหมาะจะเป็นคนของประชาชน หญิงสาวเผลอวิพากวิจารณ์ถึงรูปลักษณ์ของคนตรงหน้าในใจ ในขณะที่ดวงตาสวยซึ้งของเธอถูกสะกด
ผมอชิระ คุณชื่ออะไรครับ เขาแนะนำตัวเองก่อนอย่างสุภาพ แล้วรอคอยการแนะนำตัวกลับ
ณัฐมณค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก ณัฐมณเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มที่เรียกได้ว่าตรึงใจคนเพิ่งพบกัน แต่อชิระแค่ยิ้มจางๆ ตอบ เวลานี้หัวใจไม่ได้มีไว้มองผู้หญิงคนอื่น หนึ่งเดียวในนั้นคือ เมย่า
การทำความรู้จักฉาบฉวยที่เกิดขึ้นในวันนี้ จุดประกายการเริ่มต้นของโชคชะตาของคนถึงสอง หนึ่งคือหญิงสาวชาวไทยที่บังเอิญผ่านมาทักทาย อีกหนึ่งคือชายหนุ่มต่างชาติที่หนีความเสียใจเรื่องความรักมาไกลจากอเมริกา
บรรจบ ณ ปาย ดินแดนแสนสงบซึ่งก่อฉนวนเค้าลางเรื่องราวในอนาคตอันใกล้...

เข้ามาแก้ไขตัวสะกดที่ผิดค่ะ
ฝากเรื่องใหม่ด้วยจ้า ^ _ ^ 
คิดเห็นอย่างไร เม้นท์ได้นะคะ
                                      ดาลัน   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

731 ความคิดเห็น

  1. #549 kasinee2526 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 12:02

    อ่านกี่ทีก็เม้นน้า

    #549
    0
  2. #326 boubou77 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2552 / 05:16
    เรื่องนี้ก็น่าติดตามค่ะ  

    ดูท่าว่าพระเอกของดาลันจะร้ายนะเนี่ย
    #326
    0
  3. #48 kasinee2526 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 / 16:55
    เม้นให้กำลังใจจ้า อ่านรวดเดียวจบเลย อิอิ เลยเม้นให้ทีหลังไม่ว่ากันน้า สนุกมากค่ะๆๆๆๆๆ  และเป็นกำลังใจให้ค่ะ ตอนจบ รอน้า จะรอค่ะ
    #48
    0
  4. #47 keylynn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2552 / 15:11
    ตามมาอ่านค่ะ..เรื่องน่าสนใจดีค่ะ
    #47
    0