เพลิงรักมายา (ตีพิมพ์กับสนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 3 : หนีรัก..พักใจ < up 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    10 มิ.ย. 52

         “เพิ่งจะจบมาเอง แกไม่อยากพักก่อนเหรอเน็ท ทำไมรีบหางานทำนักล่ะ คำนั้นเกษราเป็นคนถาม
เพื่อนสาวจับจ้องดวงตากลมโตไปยังณัฐมณที่ประกาศโต้งๆ ว่าอยากหางานทำ ทั้งที่ครอบครัวของเธอเองก็มีธุรกิจส่วนตัว ฐานะค่อนข้างดี  กิจการของครอบครัวมีสองอย่าง คือ บริษัทกับโรงงานผลิตสิ่งทอ ทั้งหมดถูกดูแลโดย ณฐิกา บริบูรณ์วัฒน์ พี่สาวคนเดียวของณัฐมณ
นั่นน่ะเป็นตัวเลือกสุดท้ายของณัฐมณเลยจริงๆ อย่างไรพี่สาวกับ บริษัทเอ็นทีเอส เท็กซ์ไทล์ ที่ผลิตเส้นใยสิ่งทอในระบบอุตสากรรมเป็นลำดับต้นๆ ของเมืองไทยก็เป็นทางเลือกที่เธอไม่อยากคิดรวมว่าเป็นโอกาส เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เธอไม่ได้ไขว่คว้ามาด้วยตัวเอง
            ฉันอยากทำที่อื่นก่อนน่ะ ยังไงที่สุดท้ายก็คือที่บ้านอยู่แล้ว พี่แนทไม่หนีไปไหนหรอกณัฐมณตอบพลางจิ้มชิ้นแตงโมเข้าปากได้รูป
เวลานี้เธอนั่งอยู่บนโซฟาทรงกลมสีครีมตัวโปรด เกษรายิ้มน้อยๆ ชักจะเห็นด้วยกับเพื่อนสาวขึ้นมา เธอพยักพเยิดพลางเอนร่างซึ่งหนากว่าหญิงสาวอีกคนเล็กน้อยลงบนที่นอนขนาดคิงไซส์ของเพื่อน แล้วกลิ้งตัวไปมาสบายอารมณ์
ก็จริงนะ ถ้าให้เลือกทำงานกับพี่แนท เป็นฉันก็ขอบายว่ะสวยแต่โหดเสียขนาดนั้น
เกษรากำลังนินทาพี่สาวของเพื่อน ซึ่งณัฐมณไม่ได้ถือสา เพราะเป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมนั่นเลย เกษราจึงรู้จักมักคุ้นกับครอบครัวของเธอมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ กิตติศัพท์สวยแต่โหด เอาแต่ใจสุดฤทธิ์ของณฐิกาการันตีให้เกษราเห็นด้วยอย่างยิ่ง
เออๆ แล้วนี่ ไอ้อั๊ตมันรู้รึยัง ที่เน็ทตัดสินใจทำอะไรต่ออะไรไปแบบนี้
ณัฐมณส่ายหน้าปฏิเสธ นับวันอครายิ่งห่างไกลตัวเธอและชีวิตประจำวันไปทุกที เธอเปิดโอกาสให้เขาได้เลือก ได้กลับตัวในความผิดพลาดหลายครั้งหลายครา แต่อคราไม่รู้สึกและเลือกทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหัวใจของณัฐมณเริ่มชินชา เกษรานึกค่อนอคราในใจที่เขาทำตัวเหินห่างคนรักทั้งที่เพื่อนสาวของเธอไม่เคยนอกลู่นอกทาง อีกนัยหนึ่งณัฐมณเป็นคนจริงจังกับความรัก เมื่อคบหากับอคราก็ไม่ได้มองคนอื่นทั้งที่มีหนุ่มต่างคณะแวะเวียนมาโปรยจีบตลอดช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยไม่ซ้ำหน้า แล้วไอ้คนที่ได้ไปก็ไม่เห็นค่าเท่าที่ควร
ช่างเขาเถอะปิ่น ฉันกำลังชั่งใจอยู่ แม้น้ำเสียงของคนพูดจะฟังดูเรียบๆ แต่แววตาซ่อนความหดหู่ เกษรารู้ดี แถมเธอยังรู้สึกแค้นใจเพราะเธอเองที่เป็นคนยุให้คนทั้งคู่คบกัน
ไม่น่าเล้ย ไอ้ปิ่น  คิดกี่ครั้งก็ไม่วายกร่นด่าตัวเอง พลาด...พลาดอย่างมหาศาล
 
บ้านบริบูรณ์วัฒน์
                เลิกกับไอ้อั๊ต! ล้อเล่นน่าเน็ท นึกว่ามันจะสำนึกนี่ไม่มีเลย ไอ้ตัวดีเอ้ย เกษราสบท อารมณ์กรุ่นๆ ขึ้นหน้า
หญิงสาวเจ้าของร่างอวบผุดลุกจากโซฟานวมรูปตัวแอลเพราะความใจร้อน ณัฐมณพยักหน้ายืนยันพลางยื่นมือบางไปรั้งให้เพื่อนสาวนั่งลงเช่นเดิมเกรงคนในบ้านจะตกใจกับเสียงห้าวๆ ของเกษรา ตอนนี้สองสาวนั่งสนทนากันอยู่ในห้องรับแขกของบ้านซึ่งตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นตามแบบที่พี่สาวของเธอชื่นชอบ ส่วนเด็กรับใช้ก็เดินกันขวักไขว่ทำงานในความรับผิดชอบหลังจากเสิร์ฟน้ำกับของว่างให้เธอและเพื่อน
ฉันจะไปคุยกับมันเองคนพูดฮึดฮัด
แทนที่อคราจะสำนึกเขากลับทำให้เรื่องบานปลายด้วยการขอเลิกกับณัฐมณ ซึ่งเพราะอะไรไม่รู้ที่คนถูกบอกเลิกกลับรู้สึกโล่งพอๆ กับความเสียใจที่ท่วมท้นในช่วงแรกของการอกหัก ราวกับปลงได้กับเรื่องของอครา คนรักคนแรก  ที่ไม่เป็นอย่างใจ
ฉันตกลงกับอั๊ตแล้ว ปิ่นไม่ต้องทำอะไรหรอก พวกเราแค่กลับมาเป็นเพื่อนกันอย่างเดิมเท่านั้น ณัฐมณบอกเสียงชาเฉย
คนที่เพิ่งผ่านอาการอกหักรักร้าว ดูนิ่งและทำใจได้อย่างประหลาด อาจเพราะหัวใจคิดว่าพอแล้วก็ได้ เกษราเสนอไอเดียให้เพื่อนสาวหลบความวุ่นวายของหัวใจไปพักร้อน ก่อนที่จะเริ่มย่ำต๊อกสมัครงานทุกวี่ทุกวันอย่างความตั้งใจแรก
ที่ไหนก็ได้สักที่ ที่จะนำความสบายใจว่าสู่ณัฐมณ
เออ ไอ้เน็ทแกไปเที่ยวปายไหม ที่บ้านฉันเพิ่งทำเป็นเกสท์เฮาส์เล็กๆ แกไปพักได้สบายๆ เลย เดี๋ยวเอาเบอร์พี่กรณ์ไป เกษรายิ้มร่า
น่าคิด...ณัฐมณพยักหน้าหงึกๆ ตั้งแต่จบมาเธอยังไม่ได้พักสมอง การไปพักผ่อนคราวนี้อาจทำให้อะไรๆ ปลอดโปร่งขึ้นบ้าง ถ้าไม่ใช่หัวใจก็บรรยากาศนี่แหละ เกษราบันทึกเบอร์มือถือของพี่ชายลงโทรศัพท์ของณัฐมณทันที นี่ต้องเป็นวิธีที่ดีแน่ ในเมื่อ กรณ์ พี่ชายของเธอเคยสนใจณัฐมณตั้งแต่พบหน้ากันตอนเรียนมหาวิทยาลัย เธอเพิ่งเข้าปีหนึ่งส่วนกรณ์อยู่ปีสี่แล้ว คราวนี้เป็นโอกาสสร้างความสบายใจให้เพื่อนรักไปพร้อมๆ กับพี่ชาย
 
บ้านบริบูรณ์วัฒน์เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นบนพื้นที่กว้างย่านชานเมือง ที่พำนักของคุณนุชนาถ ณฐิกา สูกสาวคนโต และณัฐมณ ลูกสาวคนเล็ก โดยที่คุณบดินทร์ ผู้เป็นบิดาหย่าร้างกับมารดาของเธอตั้งแต่ณัฐมณอายุได้ห้าขวบ จากนั้นไม่นานเขาก็เสียชีวิตไปด้วยโรคหัวใจ บ้านของเธอจึงค่อนข้างมีระเบียบทุกกระเบียดนิ้วตามนิสัยของคุณนุชนาถเจ้าบ้านสาวใหญ่ ณฐิกาเป็นลูกสาวคนโตที่มารดาโปรดเพราะถอดนิสัยมาจากมารดา ในขณะที่ณัฐมณละม้ายคล้ายบิดาทั้งหน้าตาและนิสัยใจคอ
ลูกสาวซึ่งมีนิสัยนอกคอกในสายตามารดาจึงมักถูกเรียกหาทีหลังเสมอ ด้วยคุณนุชนาถมองว่าลูกสาวคนเล็กทั้งดื้อรั้น ดึงดันเหมือนกับบิดาที่จากไปนานแล้วไม่มีผิด ณัฐมณไม่เคยถือโกรธหากมารดาจะรัก เอ็นดูพี่สาวคนโตมากกว่า ด้วยหัวใจของคนเป็นแม่คงไม่ลำเอียงขนาดทำให้เธอลำบากใจ
อืมสิ ไอ้เน็ทจะไปปายจริงๆ พี่กรณ์ น้องบอกไม่เชื่อรึไง
เสียงห้าวๆ ของเกษราค่อนพี่ชาย เธอทำหน้าที่บอกข่าวล่วงหน้าก่อนที่ณัฐมณจะตกลงใจว่าจะเดินทางวันไหนซะอีก รู้แต่ว่าพี่ชายคงจะดีใจที่จะได้พบเพื่อนของเธอ โดยลืมไปว่าเวลาเนิ่นนานอาจทำให้กรณ์เปลี่ยนความสนใจนั้นไปให้ใครคนอื่นไปแล้ว
เชื่อคร๊าบเชื่อแล้ว ทำไมปล่อยเน็ทมาคนเดียวล่ะ ทำไมปิ่นไม่กลับมาซะพร้อมๆ กัน ป๋ากับแม่ก็บ่นคิดถึงเราอยู่ กรณ์ถาม
เกษรายิ้มเผล่เมื่อคิดถึงชายสูงวัยผิวขาว ร่างท้วมพุงพลุ้ยกับมารดาซึ่งเป็นคนเหนือแท้ๆ สวยอ่อนหวาน กริยามารยาทอ่อนช้อยงดงามต่างกับลูกสาวอย่างเธอลิบลับ เกษราเป็นสาวกระโดกกระเดก ห้าวซ่าส์จนพี่ชายอย่างกรณ์ต้องเตือนเสมอเพราะเกรงจะไปมีเรื่องเพราะปากเก่งๆ ของน้องสาว ส่วนเพื่อนสนิทของเกษราต่างกันนิดหน่อย เพราะณัฐมณค่อนข้างนิ่งกว่า แต่บทจะรั้นขึ้นมาก็เอาเรื่องไม่แพ้กัน
ไอ้เน็ทมันอกหัก พี่กรณ์ว่างไหมล่ะ ช่วยดามอกเพื่อนปิ่นให้หน่อยดิ่
คนพูดกลั้วหัวเราะ คนปลายสายส่ายหน้าไปมาระอากับน้องสาว เกษรายังหัวเราะร่วนเมื่อรู้ว่าคนปลายทางที่อยู่ห่างไกลอาจกำลังหน้าแดงยกใหญ่ ประสาดีใจที่จะได้พบหญิงสาวที่เป็นรักแรกสมัยวัยรุ่นอีกครั้ง
จะดามให้ถ้าเขาเล่นด้วยนะ พี่ไม่มัดมือชกใครหรอก ว่าแต่...อกหักเพราะนาย นายอั๊ตเพื่อนเราน่ะรึ คนเป็นพี่เอ่ยถาม ปิดความสนใจไม่มิด เกษราลอบยิ้มพอใจ นี่กรณ์ยังติดตามข่าวของณัฐมณอยู่ และยังรู้ลึกเสียด้วยว่าเพื่อนของเธอคบหากับใครถึงเวลาจะผ่านมาห้าปีแล้วก็ตาม
ณัฐมณคบหากับอคราตั้งแต่เรียนปีสาม ยืดยาวมาจนถึงปีสี่ ในตอนนั้นกรณ์จบการศึกษาจากคณะเกษตรศาสตร์ แล้วกลับไปบ้านเกิดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแล้ว ชายหนุ่มตั้งใจกลับมาดูแลบิดามารดาใกล้ๆ ในขณะที่เกษรายังศึกษาอยู่ที่กรุงเทพฯ ลูกชายคนโตวางแผนปรับเปลี่ยนบ้านพักอาศัยกับที่ดินผืนย่อมบนเนินเขาให้กลายเป็นเกสท์เฮาส์เล็กๆ มีบ้านพักที่เรียกว่ากระท่อมอยู่ห้าหลังเพื่อรองรับแขกทั้งไทยและต่างชาติ ที่ปัจจุบันเริ่มเข้ามาเที่ยวอำเภอปายหนาตาขึ้น
ปาย อำเภอซึ่งอยู่พ้นเขตหุบเขาสูงชัน ลดเลี้ยวนับพันกว่าโค้งจึงปรากฎเมืองเล็กๆ ที่แสนสงบสุขแก่สายตา

ทำไมแกไม่นั่งเครื่องไปให้รู้แล้วรู้รอดเลยอ่ะเน็ท จะนั่งรถทัวร์ตุเรงๆ ให้เมื่อยก้นทำไม?”
เกษราข้องใจเมื่อแผนการเดินทางของณัฐมณ คือ การนั่งรถทัวร์จากสถานีขนส่งสายเหนือไปลงจังหวัดเชียงใหม่ นั่นก็ปาเข้าไปค่อนวันแล้วไปต่อรถที่เชียงใหม่ไปยังอำเภอปายอีก ณัฐมณเผยยิ้มอารมณ์ดีขณะเก็บเสื้อผ้าน้อยชิ้นลงกระเป๋าเดินทาง
ฉันอยากสัมผัสบรรยากาศกับโค้งมหาโหดนั่นนี่นา ไปเครื่องจะทันได้เห็นอะไร หลับปั๊บตื่นมาปุ๊บก็ถึงแล้ว เธอแย้ง
ถ้าจะไปทั้งทีก็ต้องคุ้ม ได้ซึมซับธรรมชาติและความยากลำบากให้ซึ้งเสียหน่อย เกษราพยักหน้าส่งๆ สุดท้ายก็ตามใจณัฐมณ อาจเพราะเธอเกิดที่นั่นการไปๆ มาๆ โดยที่ไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวย่อมไม่สุนทรีกับการนั่งรถจนเมื่อยก้น ขาบวม เกษราจึงเลือกหนทางนี้ไปทางสุดท้าย
 
อิสราทาวเวอร์
เสียงฝีเท้าของคนมากกว่าหนึ่งกำลังรีบเร่ง ชักขบวนไปยังห้องทำงานของผู้บริหาร ผู้ซึ่งกุมอำนาจสูงสุดของธุรกิจในเครือเวลล์ กรุ๊ปทั้งหมด  หนึ่งในนั้น บริษัทเวลล์ เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น  ซึ่งมีสาขาใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศอเมริกา บริษัทยักษ์ใหญ่ผลิตแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติให้กับผู้สัมปทานในอ่าวเม็กซิโก (Gulf of Mexico) ส่วนสาขาที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยนั้น เน้นไปทางดำเนินธุรกิจค้าหุ้นน้ำมัน
ลิฟท์หยุดที่ชั้นสามสิบสอง ชั้นสูงสุดของตัวอาคารที่ตั้งตง่านบนถนนวิทยุ หัวหน้าบอร์ดี้การ์ดร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำทะมึน เคาะประตูนำขออนุญาตก่อนพาร่างสูง บึกบึนด้วยผิวสีแทนก้าวเข้ามาพบ บรูคส์ เวลล์เนอร์ ผู้เป็นนาย
เขานั่งเอนแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินจับกรีบ รีดเรียบกริ๊บพิงเก้าอี้หนังสีดำมะเมื่อมแลนุ่มด้วยวัสดุที่บุจนน่านั่ง ตามมาด้วยเหล่าลูกน้องอีกสองคนที่แต่งกายแบบเดียวกัน ชายหนุ่มกำยำทั้งสามยืนประจันหน้ารอรับคำสั่งจากผู้เป็นนายด้วยท่าทีนิ่งสงบ
บรูคส์ เวลล์เนอร์ ผู้บริหารใหญ่แห่งบริษัทเวลล์ กรุ๊ป เป็นชายหนุ่มวัยสามสิบห้า หากแต่ดูเยาว์ด้วยใบหน้าขาวเผือดค่อนไปทางคมเข้มด้วยเรียวคิ้วสีน้ำตาลอ่อนกับดวงตาสีเหลืองอำพันอย่างเชื้อชาติผสม อเมริกัน เม๊กซิกัน เส้นผมแลนุ่มสีสว่างอมทองรับขลับใบหน้าเรียวยาวที่ประดับด้วยไรเคราบริเวณซีกหน้าช่วงล่างไล้ไปถึงจอน บรูคส์จ้องมองเหล่าบอร์ดี้การ์ดตรงหน้าด้วยแววตาคาดคะเน ทั้งยังนั่งอิงตัวกับพนักเก้าอี้หนาหยั่งเชิง
แค่ชั่วพริบตา สายตานิ่งๆ นั่นก็แปรเปลี่ยนเมื่อคนตรงหน้าดูจะไม่รับรู้ข่าวใดๆ ที่ควรต้องรู้
พวกนายรู้ไหม ว่าคุณอชิระหายไป?”
คำถามเป็นภาษาไทยเปล่งออกมาชัดถ้อยชัดคำราวเจ้าของภาษา นั่นเป็นคำถามที่ยิงไปหา วัชระ หัวหน้าบอดี้การ์ด ก่อนปรายดวงตาน่าหลงใหลปราดมองจนครบทุกคน ส่งให้ชายหนุ่มร่างหนาหน้าโหดหน้าซีด วัชระเป็นคนแรกที่เงยหน้าเจื่อนๆ ขึ้นมองสบนัยน์ตาขุ่นๆ ของบรูคส์
คุณอชิระอยู่ที่คอนโดครับ ผมส่งปราบไปรับแล้ว คงกำลังเดินทางมาที่เวลล์
วัชระแก้หน้าแทนบอดี้การ์ดที่ยืนรายเรียง ส่งให้คนเป็นนายเงยใบหน้าเคร่งขรึมจ้องเขม็งรายตัว
พวกนายมั่นใจ?”
บรูคส์ย้อนถาม แววตานั้นไม่เชื่อถือคนตอบแม้แต่น้อย แถมยังเลิกแถบคิ้วสีน้ำตาลอ่อนขึ้น เขาทำให้วัชระต้องหันไปหาลูกน้องข้างๆ กาย ซึ่งเป็นคนรับคำสั่งจากเขาไปเมื่อเช้า แล้วจะผิดพลาดได้อย่างไรในเมื่อคนถูกคาดคั้นขยิบตาว่าจัดการแล้ว หากมีอะไรแปลกปลอมเขาก็ต้องได้รับรายงานก่อน
ครับ คุณบรูคส์ วัชระฝืนยืนยันออกไปทั้งที่หวาดๆ ร่างสูงเบื้องหน้ายักไหล่กว้างกับคำนั้น ที่บรูคส์ทำ คือ การหยิบพีดีเอรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาติดต่อหาน้องชายต่างสายเลือด อชิระ เวลล์เนอร์ ทันที เขาไม่รอช้าที่จะเปิดสปีกเกอร์โฟนให้เหล่าบอร์ดี้การ์ดได้ยินทุกเสียง ทุกสัญญาณที่ตอบรับนั่นไปพร้อมๆ กัน
ไม่มีสัญญาณ จากหมายเลขที่ท่านเรียก...’
ถ้าคิดว่าฉันหาเรื่องพวกแกล่ะก็ จะลองโทรไปหาไอ้ปราบก็ได้ว่าเจอน้องชายฉันไหม โทรสิ คำสั่งกร้าวท้าทาย
แม้แต่คนสุขุมอย่างวัชระยังสะดุ้งเฮือก ที่เหลือไม่ต้องพูดถึง ทั้ง ยิ่งใหญ่ ทั้ง รอน ถึงกับก้มหน้างุด วัชระเป็นคนที่หลบวูบออกมาลองทำตามที่บรูคส์สั่ง
ให้ตายสิวะ  คำนั้นถูกสบทเมื่อปราบรายงานอะไรที่คล้ายๆ กับข่าวร้ายของบรูคส์ วัชระถึงกับหน้าซีดลงอีกระดับ เจ้านายหนุ่มนั่งรออย่างอดทนเมื่อวัชระได้คำตอบนั้นเอง บรูคส์ก็แสยะยิ้ม แววตาสีอำพันรุกเรือง    
พวกแกไปตามหาคุณอชิระให้พบ ถ้าภายในสามวันไม่เจอก็ไสหัวออกไปจากที่นี่ได้เลย เสียงของบรูคส์ประกาศก้อง
เสียงกร้าวสะเทือนหูชายหนุ่มทั้งสามเบื้องหน้า เจ้าของใบหน้างดงามราวรูปสลักยามโกรธกลับกลายเป็นเสือร้ายที่พร้อมขย้ำ ทำร้ายคนที่ขัดคำสั่งได้ วัชระรู้ดีเขาตั้งสติพร้อมโค้งตัวรับคำสั่งแล้วเดินนำลูกน้องออกไปจากห้องของบรูคส์ จากนั้นบอดี้การ์ดทั้งสามถึงได้ยินเสียงถอนใจของตัวเอง
 
บรูคส์ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเสือหนุ่มแห่งวงการธุรกิจน้ำมันโลก เป็นนักบริหารรุ่นใหม่ที่ฉลาดบริหารงานร่วมกับคนเจนเนอเรชั่นก่อนได้อย่างลงตัว ไม่ใช่ประเภทที่โละคนรุ่นเก่าเพราะทระนงตนในความสด ความหนุ่มกว่า ผู้บริหารรุ่นพ่อจึงถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของธุรกิจหลักหลายพันล้านของเขา ดีเสียอีกที่ผู้ร่วมงานมากทั้งประสบการณ์และผ่านอะไรมาโชกโชน เป็นประโยชน์มากมายที่บรูคส์ตักตวงได้ แทนที่จะจัดเป็นแค่คนชราไร้ความสามารถ
ส่วนคนที่ต้องตามหากันจ้าละหวั่น...
อชิระ เวลล์เนอร์ หรือ ชิน น้องชายบุญธรรม สายเลือดญี่ปุ่น อเมริกันที่มาร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวเวลล์เนอร์ตั้งแต่บรูคส์อายุสิบห้า ขณะนั้นอชิระซึ่งไม่เหลือบิดามารดาหรือญาติคนใด ถูกย้ายมาอยู่ที่คฤหาสน์ในประเทศอเมริกา ความผูกพันของเด็กหนุ่มต่างสายเลือดก่อเกิดและแน่นหนานับตั้งแต่วันที่เด็กชายวัยเจ็ดขวบเหยียบย่างเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง
 
เจ้าของนัยน์ตาสีอำพันพ่นลมหายใจหนักหน่วง ไม่ห่วงน้องชายต่างสายเลือดคงไม่ได้ ถึงวันนี้อชิระจะเติบโตเป็นชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่อาจไม่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดแล้วก็ตาม ด้วยบรูคส์พอจะรู้เหตุที่อชิระหายตัวไปโดยไม่บอก ไม่กล่าวหลังจากบินมาถึงเมืองไทยได้ไม่เกินสัปดาห์ ถ้าไม่ใช่เพราะหญิงสาวคนนั้นก็คงจะดีหรอก...
เขารู้แก่ใจว่าเธอคนนั้นมีอิทธิพลต่ออชิระมาตลอดสี่ปีที่คนทั้งคู่คบหากันในฐานะคู่รัก สนิทสนมลึกซึ้ง แต่เมื่อ เมย่า นางแบบสาวสัญชาติอเมริกันตัดรอนความสัมพันธ์กับอชิระเพราะต้องหมั้นหมายกับนักธุรกิจรุ่นพ่อตามที่ครอบครัวกำหนดเพื่อประคับประคองธุรกิจ และหล่อเลี้ยงอิทธิพลด้านมืดของบิดา คนใจร้อน มุทะลุรั้งยากอย่างอชิระหรือจะยอมตัดใจง่ายๆ เขาบุกไปที่คฤหาสน์ของหญิงสาวในนครชิคาโกเพื่อขอเจรจากับ เมสัน บิดาของเมย่า แต่กลับไม่ได้การต้อนรับและโดนบอดี้การ์ดนับสิบจับเหวี่ยงออกมาราวกับคนข้างถนนก็ไม่ปาน 
                เมื่อบรูคส์ต้องเดินทางมาตรวจงานที่เมืองไทย เขาจึงหนีบอชิระมาด้วย หวังจะกันให้ห่างจากบิดาของเมย่าซึ่งมีอิทธิพลพอตัวในนครชิคาโกในขณะที่อชิระอยากใช้เวลาที่มีในการง้องอนวอนขอคนรักคืนมากกว่า
ชิน นายต้องตัดใจ อย่างไรเมสันพูดแล้วคงไม่คืนคำ
นั่นเป็นคำพูดที่เขาใช้ปลอบใจอชิระ ซึ่งยากเกินไปที่จะสั่งให้ชายหนุ่มตัดใจในเวลาชั่วข้ามคืน บรูคส์รู้ดีว่าไม่เป็นผลที่จะดันทุรัง เพราะอย่างไรตัวเขาและครอบครัวไม่สามารถค้ำจุนอำนาจแบบที่เมสันต้องการได้ ทำให้อชิระโดนเหยียดหยามและต้องสูญเสียเมย่าไป
เฮ้อหากน้องชายไม่เตลิดเปิดเปิงไปไกลมากก็คงดี 

เข้ามาแก้ไขตัวสะกดที่ผิดค่ะ
ส่งตอนที่หนึ่งมาให้ชิมลางอีกหน่อย ^ _ ^ 
พร้อมทำความรู้จักกับ "เน็ท" นางเอกของเรา
ฝากเม้นท์และติดตามนะจ๊ะ
                                                  ดาลัน
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

731 ความคิดเห็น

  1. #730 182503 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มีนาคม 2553 / 11:59

    ใช่ค่ะความรักก็เหมือนใยบัว ยากที่จะตัดขาดยากที่จะลืมเลือนhttp://writer.dek-d.com/182503/writer/view.php?id=586804" target="_blank" title="นิยายรักแห่งบ้านสวน">นิยายรักแห่งบ้านสวนฝากแวะอ่านด้วยนะคะ ยินดีน้อมรับคำวิจารณ์ค่ะ

    #730
    0
  2. #548 kasinee2526 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 11:58

    อ่านกี่ทีก็เม้น

    #548
    0
  3. #494 maysarin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 / 01:54
    หวังว่าชินคงจะไม่ได้ไปปายด้วยหรอกนะ
    #494
    0
  4. #46 kasinee2526 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 / 16:55
    เม้นให้กำลังใจจ้า อ่านรวดเดียวจบเลย อิอิ เลยเม้นให้ทีหลังไม่ว่ากันน้า สนุกมากค่ะๆๆๆๆๆ  และเป็นกำลังใจให้ค่ะ ตอนจบ รอน้า จะรอค่ะ
    #46
    0
  5. #45 noonnut (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2552 / 12:25

    ยาวขนาดนี้น่าจะทำหลายๆตอนนะ

    #45
    0
  6. #44 minkkiez (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2552 / 11:48
    น่าสนใจดีค่า
    #44
    0