เพลิงรักมายา (ตีพิมพ์กับสนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 26 : ร้ายเท่าไหร่ / รักเท่านั้น < up 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,831
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    29 มิ.ย. 52


                แววตาหมางเมินจากเรียวตาสีเทาเข้มปรายกลับมาจดจ้องเขม็ง ณัฐมณกำมือเล็กๆ จนอุ้งมือเย็นเฉียบชื้นเหงื่อ 
            เขาเห็น...แต่ก็ช่างปะไร
ดวงตาเศร้าซึ้งขึงขังขึ้น ข่มความอ่อนไหวที่กำลังเข้าครอบครองจิตใจยามที่เห็นสายตาตัดพ้อต่อว่า ไม่มีทางยอมอ่อนข้อให้กับเจ้าของคำพูดที่เปล่งประโยคส่อเสียดซึ่งแฝงมาด้วยความโกรธกรุ่นของชายหนุ่ม อชิระมองตอบหญิงสาวด้วยอารมณ์ลุ่มๆ ดอนๆ อย่างคนที่กำลังสับสนร้อนรนไปกับภาพที่เห็น จะให้ทนเฉยได้อย่างไรเมื่อเขาเห็นกรณ์เข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของณัฐมณตำตา สุดท้ายไหล่บอบบางไหวน้อยๆ แทรกสีหน้าเฉยชาราวกับไม่ยี่หระ นี่ใช่ตัวตนของผู้หญิงที่เขารู้จักจริงๆ หรือ...
                ผมพูดอะไรผิดไปหรือไง น่าแปลกที่ผมไม่เคยเห็นด้านนี้ของคุณมาก่อน ถ้อยทีเย้ยเยาะพรั่งพรูจนร่างบางที่ฝืนทำตนว่าเย่อหยิ่งต้องสั่นไหวกับคำปรามาสของเขา อชิระกำลังเข้าใจผิด ผิดหวังต่อการกระทำของเธองั้นน่ะหรือแทนที่จะเป็นการสบท สมเพชตามวิสัยของชายหนุ่ม
ฉันจะเป็นอย่างไรก็ช่างเถอะค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว ถ้าไม่มีอะไรฉันขอตัว
ณัฐมณคิดว่าควรยุติการสนทนาในเวลาไม่ควรไว้เพียงเท่านี้ ใครจะคาดเดาได้ว่าอชิระจะไม่ลุกขึ้นมาทำตัวป่าเถื่อนใส่เธออีก ฝีเท้าเล็กๆ จึงเร่งก้าวให้เร็วขึ้นเพื่อหนีห่างจากกายสูงใหญ่หวังจะให้ถึงที่พักให้เร็วที่สุด แต่ชินไม่ยินยอมชายหนุ่มคว้าข้อมือเล็กๆ เอาไว้ออกแรงกระตุกเบาๆ จนร่างบางเซมาใกล้ ดวงหน้าอ่อนใสร้อนวาบในความมืดเมื่อแหงนเงยขึ้นพบว่าอยู่ใกล้ปลายคางที่สากด้วยไรเคราสั้นๆ ของอชิระ
ทำไมไม่ถามสักคำว่าผมมาทำอะไรที่นี่ คุณไม่รู้บ้างหรือ...ว่ามันเกี่ยวกับคุณทั้งหมด อชิระเค้นน้ำเสียงห้าวๆ ถามเบา แทบจะเป็นกระซิบกระซาบที่ข้างหู พาให้ดวงตากลมโตตระหนกเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวกับกายอุ่นๆ ของเขา ณัฐมณดิ้นขลุกขลัก ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอโปร่งระหงเมื่อตกอยู่ในอ้อมกอดแน่นหนา
ที่คิดว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปมันไม่ใช่! ความบ้า ป่าเถื่อน เอาแต่ใจยังมีอยู่เต็ม หญิงสาววัดมันจากการกระทำปัจจุบันที่ชินกำลังทำอยู่แท้จริงแล้วเป็นเพราะ 
          ทุกอย่างอยู่เหนือเหตุผล มีเพียงความรู้สึกล้วนๆ ที่นำพาอชิระมายังจุดนี้
อาการดิ้นอักอัก ต่อต้านแรงแขนมหาศาลรุนแรงขึ้นทุกวินาที ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นแค้นเคือง อชิระไม่ยอมปลดปล่อยร่างโปร่งบางให้เป็นอิสระง่ายๆ แต่ยังผลให้ลมเย็นหนาวยะเยือกที่พัดผ่านไม่อาจทำอะไรร่างผอมๆ ที่เกือบจะปลิวลมได้ เพราะยามนี้มันช่างอบอุ่น ร่างกายหนากลายเป็นที่กำบังพาให้คนทั้งคู่จมดิ่งสู่ความเงียบงัน ได้ยินแค่เสียงหัวใจตึกตักของเขากับเธอ
ฉะฉันไม่สนใจหรอกว่าคุณจะทำไปเพื่ออะไร เพราะปกติแล้วคุณไม่มีเหตุผล มีแต่อารมณ์เท่านั้น
น้ำเสียงหวานๆ เอ่ยประชดประชัน พร้อมช้อนแพขนตางอนงามสะบัดหนีไปอีกทาง เมื่อใบหน้าคมคร้ามพร้อมลมหายใจเป่าเคลื่อนต่ำลงมาใกล้ ราวกับเข็ดขยาด ไม่ก็หวาดกลัวเขาเต็มประดา อชิระหงุดหงิดขึ้นเป็นเท่าทวี
พูดเก่ง! เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนจริงๆ นะเน็ท แล้วคุณคิดไหมว่าคนๆ หนึ่งพยายามที่จะขอแก้ตัว ไม่ใช่ว่าเราอยากจะผิดซ้ำๆ นี่ ทำไมคุณถึงไม่ให้โอกาสผมบ้าง ผมมาที่นี่ก็เพื่อคุณเท่านั้น อชิระอ้อนวอน น้ำเสียงห้าวๆ ที่ปกติแข็งกระด้างอ่อนยวบลง เมื่อต้องการวอนขอความห็นใจ ริมฝีปากสีอ่อนซีดสนิทเม้มเข้าหากันแน่น แววตาวูบไหวสับสน แต่แล้วดวงหน้าเล็กกลับคลอนไปมาจะไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดกับภาพลวงตาที่อชิระสร้างขึ้น  
อย่ามาหลอกกันเลยค่ะ คุณไม่มีทางทำเพื่อใครได้นอกจากตัวคุณเอง หรือถ้าคุณทำมันก็เพราะคุณคงจะมีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ฉันไม่ใช่ผลประโยชน์ของใคร เรื่องเก่าๆ พวกนั้นไม่มีใครอยากจดจำหรอกเพราะมันเลวร้าย กรุณาอย่าทำลายชีวิตของฉันที่นี่ ณัฐมณเอื้อนเอ่ยดุดัน ถ้อยคำนั้นทำร้ายทั้งตัวเองและเขาจนเจ็บสะบักสะบอม พูดจบลมหายใจร้อนๆ ที่อัดอั้นก็ปล่อยโล่ง แต่กลับไปเกาะแน่นตรงหัวใจแทน
มันเจ็บนักหนาที่พูดอะไรที่ตรงข้ามกับหัวใจ เพราะณัฐมณไม่ได้มีชีวิตใหม่อย่างที่กล่าวอ้าง เธอยังจมอยู่กับความคิดคำนึง คิดถึงโหยหาทั้งที่โดนอชิระทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ภาพของเขาก็ยังไม่เลือนไปจากใจ แล้วยังจะตามมาหลอกหลอนให้ความหวาดหวั่น อ่อนไหวเกิดขึ้นอีกครั้งเพื่ออะไร
คุณคิดแค่นั้น ใจร้ายเกินไปไหม?” คำตัดพ้อระคายหู อ้อมกอดหนาแกร่งคลายออกแม้ว่าคนในอาณัติจะหยุดดิ้นรน ขัดขืน แล้วหันมาทิ่มแทงเขาด้วยแววตากร้าว กับคำพูดไม่ยี่หระถึงเรื่องอดีตที่เขาเป็นผู้ก่อ คนฟังสะบัดใบหน้าไปอีกทาง ระคนเย้ยหยัน
เธอนะหรือใจร้าย!’
คุณใจร้ายมากที่มองเหมือนผมเป็นคนอื่น คุณไม่มองตา ไม่ยอมรับฟังเหตุผลที่ผมมาที่นี่สักนิดเดียว ทั้งที่ผม... ความอัดอั้นที่ฝังลึกในอกค่อยๆ ปลดปล่อยจากพันธนาการในจิตใจแม้จะไม่ทั้งหมด เจ้าของร่างสูงใหญ่ที่หลงเหลือพื้นที่หัวใจเพียงน้อยนิดกายสั่นเทิ้ม กับแรงอารมณ์ที่ถูกเก็บกด พาให้ต้องกล้ำกลืนน้ำตาลูกผู้ชายเอาไว้ ณัฐมณนิ่งงันกับคำพูดของผู้ชายที่เคยลงมือทำร้ายเธออย่างเลือดเย็น ต้องสนใจหรือ...
ในเมื่อเบื้องหลังของเธอ คือ อชิระผู้มีหัวใจไว้เพียงเพื่อรักผู้หญิงคนอื่น ไม่ใช่เธอ
ถ้าฉันใจร้าย คนที่ร้ายกว่าอย่างคุณก็เรียกว่า คนเลว ใช่ไหม ขอร้องเถอะค่ะอย่าพูดเรื่องนี้อีก ฉันตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายนั่นแล้วได้โปรดอย่าฉุดรั้งให้ฉันต้องอยู่กับมัน ฝันร้ายทุกคืนอีก รอยน้ำตาที่เอ่อคลอขอบนัยน์ตาบอบช้ำไม่ได้ไหลมาอาบใบหน้างาม ดวงตาดำขลับที่ปกติแลอ่อนหวานกลับกร้าวขึ้นทันตา ณัฐมณปฏิเสธเยื่อใยที่มี ไม่ยอมรับการขอโอกาสจากอชิระ ร่างอ้อนแอ้นเป็นอิสระทั้งตัว ถอยกรูดมายืนเสียห่าง ดวงหน้าร้อนฉ่าเพราะกลั้นหยาดน้ำตาเต็มที่เมินหลบ ไม่เปิดโอกาสใดๆ ให้แก่เขา ร่างสูงใหญ่กายสั่นเทิ้ม คำพูดของบรูคส์หรือใครๆ มิได้ไหลเข้ามาสู่สมองเพื่อเตือนสติทำให้ชายหนุ่มขบกรามแน่นด้วยความโกรธระคนผิดหวัง
เขา คือ ฝันร้ายในใจของเธอเท่านั้น
เงาไหวๆ ของชายหญิงคู่หนึ่งในความมืดท่ามกลางสายลมหนาวพัดกรู ผละออกจากกันในวินาทีนั้น แล้วเดินจากกันไปคนละทาง แม้รอยน้ำตาจะไหลอาบเป็นทางยาวเต็มใบหน้านวลเนียน แต่ณัฐมณเลือกที่จะตัดขาดจากผู้ชายที่ปราศจากหัวใจรัก มีแต่ความคั่งแค้นในใจอย่างอชิระ แม้ต้องพยายามอย่างที่สุดที่จะเข้มแข็งไม่เหลียวแลเขาอีก ไม่ว่าชายหนุ่มจะมีฐานะผูกพันลึกซึ้งกับเธอมากแค่ไหนก็ตาม
ค่ำคืนหนาวเหน็บเวิ้งว้าง เปล่าไร้จากไออุ่นแห่งรัก แม้จะเจ็บนักหนาที่เลือกกรีดเฉือนหัวใจตัวเองออกส่วนหนึ่งจนปวดปร่าเกินทน แต่เธอก็ตัดสินใจเช่นนั้น แม้ว่าวันพรุ่งนี้หญิงสาวจะตื่นมาพบกับวันใหม่ด้วยร่างกายที่ไร้หัวใจก็ตามที
 
คนที่ควรจะตื่นแต่เช้าตรู่ไปช่วยคุณมาลีนีเตรียมอาหารเช้ากลับนอนนิ่ง ณัฐมณยังซุกตัวหาไออุ่นใต้ผ้านวมหนาจนเลยเวลาตื่นนอนประจำ อาจเพราะเธอเข้านอนดึกกว่าทุกคืน แล้วยังไม่อาจข่มตาให้หลับลงจนเกือบสองนาฬิกา ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งที่ร่างกายแข็งแรงกว่ามากตื่นเป็นปกติเพียงแต่ทรุดลงนั่งค้างเติ่งที่ปลายเตียงอยู่อย่างนั้นจนเวลาล่วงเลย อาการหมดอาลัยตายอยากเกิดแก่คนทั้งคู่ในเวลาเดียวกัน คล้ายหัวใจสองดวงนั้นเชื่อมถึงกันโดยมิได้นัดหมาย
ก๊อก ก๊อก
เน็ทลูก เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?” เสียงคุณมาลีนีมาเคาะถามที่หน้าประตูด้วยความห่วงใยในตัวหญิงสาว
นางต้องแปลกใจที่ณัฐมณผิดเวลาไปมากด้วยอาจจะไม่สบาย คุณมาลีนีจึงมาตามหญิงสาวด้วยตัวเอง ร่างแบบบางงัวเงียลุกขึ้นมาเปิดประตูตามเสียงเรียกของผู้อาวุโส ดวงหน้าเล็กแดงก่ำ และดูสะลืมสะลือจนผู้สูงวัยกว่าเข้าไปประคองแล้วแตะที่หน้าผากบาง แววตาเป็นห่วงเป็นใย
เน็ทนอนดึกไปหน่อยน่ะค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะแม่ ขอเวลาอาบน้ำแป๊บเดียวจะตามไปนะคะ น้ำเสียงคนตอบแหบหน่อยๆ เพราะผลจากการตากหยาดน้ำค้างเมื่อคืน พร้อมส่งยิ้มหวานให้มารดาของเพื่อนสนิทเบาใจ
ก็ได้จ๊ะ คุณมาลีนีรับรู้ แล้วทิ้งเวลาให้ณัฐมณได้จัดการกับธุระส่วนตัว ส่วนนางเดินกลับไปยังบ้านหลังใหญ่
ณัฐมณพ่นลมหายใจเบาบางยามที่ความกดดันจากเรื่องเมื่อคืนซาลงบ้างแต่ก็ยังวนเวียนรบกวนจิตใจที่เปราะบาง แต่เวลานี้เธอต้องเข้มแข็งปัดไล่เรื่อง (ไร้สาระ) เหล่านี้ออกไปก่อน เรื่องของคุณมาลีนีมาจ่อให้หญิงสาวต้องสะท้อนใจ มารดาของเธอแท้ๆ ยังไม่เคยเอ่ยปากดูดำดูดี สนใจเธอมากเท่ามารดาของเพื่อน วัดได้จากคุณนุชนาถไม่เคยโทรศัพท์ถึงลูกสาวคนเล็กนับตั้งแต่วันที่ณัฐมณออกจากบ้านบริบูรณ์วัฒน์ เพราะขัดแย้งกับณฐิกาลูกสาวคนโต แต่กับคุณมาลีนีซึ่งมีฐานะเป็นคนอื่นคนไกลกลับมาดูแลใกล้ชิดราวลูกหลาน ส่งให้หญิงสาวซาบซึ้งใจ
ซู่ๆ
เสียงน้ำเย็นเฉียบราดรดผ่านร่างบางสองสามขัน ก่อนที่เจ้าของร่างเบาที่สั่นหงึกหงักจะพันตัวด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ออกมาผลัดเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง เพียงแค่ไม่เกินยี่สิบนาทีร่างโปร่งบางก็เดินจ้ำมาถึงเรือนหลังใหญ่ ด้วยรีบร้อนไม่อยากให้ผู้ใหญ่ต้องรอนาน
หญิงสาวกรีดเรียวตาสวยซึ้งมองไปรอบๆ จึงสะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ดวงตาของเธอคุ้นเคย อชิระนั่งหันหลังให้อยู่ที่โต๊ะอาหารก่อนที่เธอจะเดินเลี่ยงเข้าไปช่วยคุณมาลีนีหยิบจับอาหารที่ใกล้จะเสร็จแล้วบนเคาน์เตอร์ปูน ที่นั่นณัฐมณพบว่าอชิระนั่งสนทนาไป จิบกาแฟไปกับคุณแก้วและแขกของเกสท์เฮ้าส์อีกคนอยู่อย่างออกรส อารมณ์ตัดพ้อที่เธอเห็นเมื่อคืนไม่ได้ปรากฏออกมาทางแววตา 
                อาจเพราะความที่ไม่เหลือญาติสนิทคนใดเลยนอก
จากพี่ชายกับน้องสาวบุญธรรม หรือกระทั่งบิดามารดา ทำให้ชายหนุ่มชอบความอบอุ่นแบบที่เป็นอยู่จนหาเวลามาใกล้ชิดคุณแก้วตั้งแต่วันแรกที่มาถึง
ภายใต้การสนทนาค่อนข้างเป็นกันเองของสามหนุ่ม (ที่อีกหนึ่งไม่หนุ่มนัก) อชิระยังคงไว้ซึ่งความหมางเมินต่อณัฐมณ มิได้สบตาแม้หญิงสาวจะนำอาหารเช้ามาเสิร์ฟบนโต๊ะเพิ่มเติม อดีตเจ้านายหนุ่มกับเลขานุการสาวยังปกปิดแนบเนียน ทำเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ทั้งที่ที่จริงแล้วต่างคนต่างเจ็บเหลือคณา
 
นั่นอะไรกันคะแม่ ป๋ากับพวกเขาดื่มอะไรกัน?”
คำถามนั้นถูกโพล่งออกจากริมฝีปากระเรื่อสีกุหลาบ เมื่อผู้จัดการสาวเหลือบไปเห็นสามหนุ่มล้อมวงกันที่โต๊ะสนามนอกชายคาของบริเวณที่รับประทานอาหารมื้อเช้า ซึ่งแทนที่ชายต่างวัยทั้งสามคนจะเลือกรับประทานอาหารเที่ยงเพื่อสุขภาพซึ่งเธอกับคุณมาลีนีกำลังตระเตรียม พวกเขากลับนั่งห้อมล้อมโหลแก้วใสแจ๋วบรรจุของเหลวสีเข้มกลิ่นฉุนอยู่ภายใน คุณมาลีนียิ้มบางแต่ก็ส่ายศีรษะไปด้วยกับภาพนั้น
คนงานเก่าในไร่ลงจากเขามาเยี่ยมป๋ากับกรณ์ เลยหอบเอาเหล้าต้มข้าวโพดมาฝาก ดูสิเลยนั่งก๊งกันแต่หัววันเลย นี่ถ้ากรณ์อยู่คงช่วยกันปรามป๋าได้บ้าง นางบ่นผสมโรงกันไป แต่ดูเหมือนจะเข้าใจพวกผู้ชายเป็นอย่างดี นานๆ ทีจึงยอมให้สามีดื่มเหล้าบ้าง
คุณมาลีนียังคงกุลีกุจอ จัดการส่วนผสมที่เตรียมไว้บนเคาน์เตอร์ แต่เปลี่ยนเมนูเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับวงสุรา ณัฐมณรับฟังแล้วหันไปมองพวกเขาตาปริบๆ ยิ่งเห็นท่าทางดื่มน้ำเมารสแปร่งๆ ราวน้ำเปล่าของอชิระก็เริ่มใจไม่ดี เพราะเธอรู้ดีว่าชายหนุ่มมีอาการเช่นไรเวลาดื่มมันเข้าไปมากๆ ดีไม่ดีวงสุรานี้อาจแตกก่อนพลบค่ำด้วยซ้ำ เสียงหัวเราะครึกครื้นของสิงห์สุราดังเป็นระยะสลับกับการพูดคุยประสาผู้ชาย ณัฐมณผละไปนั่งอยู่ห่างๆ หากแต่ดวงตาดำขลับคู่นั้นกลับไม่อาจละสายตาไปจากชายหนุ่มได้ เธอกำลังห่วงใย กังวลไปกับคนที่ไม่ได้รักตัวเองแม้แต่น้อย
ใบหน้าสีน้ำผึ้งจัดขึ้นตามดีกรีของของมึนเมาที่ร่างกายรับเข้าไปอย่างต่อเนื่อง เรียวตาคมกริบสีหม่นมิได้รู้สึกรู้สาว่าถูกจับตา คิดเอาเองว่าตัวเขาไม่เป็นที่ต้องการ และณัฐมณคงไม่อยากกระทั่งมองหรือเสวนาด้วย ดูจากเมื่อคืนเขายังถูกหมางเมินจนแทบทนไม่ได้ มาวันนี้ชายหนุ่มเลือกที่จึงไม่มองไปที่เธอให้รู้สึกเจ็บในอก นัยน์ตาคมเข้มปรือลงนิดๆ อาการดื่มรวดเดียวหมดแก้วค่อยๆ ช้าลงจนกระทั่งแก้วใบนั้นวางคาอยู่บนพื้นโต๊ะก่อนกลิ้งโค่โร่ลงสู่พื้นดิน หมดฤทธิ์ในเวลาต่อมา แค่นั้นร่างโปร่งบางก็ผุดลุกขึ้นโดยอัตโนมัติ
เคร้ง!’
โธ่พ่อคุณ! เมากันหมดแล้วทั้งป๋า ทั้งคุณอชิระ เสียงคุณมาลีนีอุทานเบาๆ ไม่ต่างไปจากณัฐมณเมื่อเห็นคนเมาหลับพับไปตามๆ กัน
นางออกจะเอือมระอาคุณสามีที่ไม่เพียงพาตัวเองเมามาย ยังพ่วงแขกของบ้านริมปายไปด้วยถึงสองคน แม้ว่าจะเหลือคนที่มีสติสตังค์ขาดเกินไม่ถึงครึ่งอยู่บ้างคนหนึ่ง หญิงสาวต่างวัยสบนัยน์ตากันแฝงแววครุ่นคิดปนระอา จะเอาอย่างไรต่อดี?
ร่างต่างขนาดอยู่ในอาการไม่ต่างกัน คือ ยืดตัวตรง กอดอกมองสภาพของคุณแก้วกับอชิระที่เรียกได้ว่า เมาหัวทิ่ม  
เฮ้อ สงสัยจะไม่มีใครสนใจมื้อเย็นของเราแล้วล่ะลูกเน็ท มันน่าปล่อยให้นอนตากยุงทั้งคืนโดยเฉพาะป๋าตากรณ์
มารดาของเกษราบ่นงึมงำ เรียวตาที่ยังคงความหวานมาตั้งแต่สมัยสาวๆ ค้อนใส่สามีวงใหญ่ ณัฐมณพยักหน้าพลางหันไปมองสภาพของสิงห์สุราที่โอ้อวดว่าเก่งกาจเมื่อตอนกลางวัน พบว่าตอนนี้ต่างฟุบหน้าสลบเหมือดคาโต๊ะไปแล้ว เหลือลูกค้าอีกรายที่ฝืนโงนเงนลุกขึ้นทรงตัวไหว เพราะประมาณตนจึงไม่ถูกเหล้าป่าทำร้ายเอา
เดี๋ยวแม่จะเรียกป๋าเข้าบ้าน พ่อคุณช่วยหน่อยเถอะพาคุณอชิระไปส่งที่เรือนกระจกหน่อย หนูเน็ทคนเดียวคงไม่ไหว
คุณมาลีนีเข้าไปขอความช่วยเหลือจากคนที่ยังพอมีสติ ถึงแม้เขาจะเป็นชายหนุ่มร่างผอมบางกว่าอชิระมาก คำพูดของหญิงสูงวัยส่งให้คนฟังอ้าปากค้าง เธอไม่ปรารถนาไปส่งอชิระยังที่พักสักนิดเดียวแต่คงไม่ใช่วิสัยที่จะเปิดปากอิดเอื้อนให้เป็นที่สงสัย ร่างโปร่งบางจึงทำแค่รับรู้แล้วเข้าไปช่วยประคองคนขาดสติที่นั่งสัปหงก ในใจคิดต่อว่าที่ชินทำตัวเป็นภาระให้คนที่นี่ ทั้งเธอ และแขกคนอื่นไม่หยุดหย่อน
คุณชินลุกไหวไหมคะ เสียงหวานเอ่ยขึ้นที่ปลายหู คนถูกสะกิดยังนอนนิ่งแค่ส่งเสียงอืออา อชิระซบใบหน้าลงกับพื้นโต๊ะโดยมีท่อนแขนแข็งแรงรองรับ หญิงสาวสูดลมหายใจสร้างแรงฮึดให้ตัวเองอีกครั้งในยามต้องใกล้
เรียวแขนหนักๆ ส่งมาพาดทับบนบ่าบอบบางจนเธอจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ใบหน้านวลเหยเกเพราะคนตัวหนาทิ้งน้ำหนักแสนจะหนักอึ้งลงมายังร่างผอมปลิวลมของเธอ แขนเรียวบางสอดเข้าโอบรับแผ่นหลังกว้างเจ้าของผิวอุ่นๆ ด้วยหัวใจสั่นไหว
เฝ้าคิดว่าเมื่อไหร่ภารกิจตะขิดตะขวงใจนี้จะจบลงเสียที ทั้งที่มันเพิ่งเริ่มเท่านั้น...
คนที่ถูก หิ้วปีก ไม่ได้ช่วยเหลือตัวเองนัก พาให้คนโอบประคองเดินโย้ไปเย้มาราวปูเสฉวน ด้านขวามือเป็นณัฐมณ ส่วนด้านซ้ายเป็นเพื่อนร่วมวงสุราที่ช่วยกันพาร่างกายสูงใหญ่ราวนกปีกหักออกเดินลากขากลับไปยังที่พัก ใบหน้าเล็กไม่วายเห่อแดงด้วยการโอบประคองใกล้ชิดจนกลิ่นหอมอ่อนๆ คุ้นเคยลอยมาติดจมูก คนที่ยังหลงตกในภวังค์จึงปรือเรียวตาคมกริบขึ้นมองแวบเดียว สัมผัสได้เพียงกลุ่มผมนุ่มสลวย แล้วหรี่ลงปิดสนิทอีกครั้งอย่างไม่อาจทนฝืน มีอยู่อย่างที่เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว คือ การกดน้ำหนักลงที่ไหล่บางของคนข้างกายอย่างหาความอบอุ่น
ทางนี้ค่ะ วางคุณอชิระตรงนี้ หญิงสาวบอกบุคคลที่ตกที่นั่งเดียวกันกับเธอ หลังบานประตูกระจกเลื่อนออก
ภายในเรือนกระจกปิดไฟมืดจึงต้องอาศัยแสงรำไรจากโคมไม้ไผ่ที่ส่องลอดเข้ามาจากด้านนอก ความที่ผู้จัดการสาวคุ้นเคยกับที่ทางในบ้านพักทุกหลังเธอจึงคลำทางถูกว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนตั้งอยู่ตรงจุดใดบ้าง เตียงไม้อยู่ห่างไปไม่กี่ก้าวแล้วมันถูกจัดวางอยู่กลางห้อง คนพยุงผ่านช่วงเวลาทุลักทุเลมาได้หลังจากปล่อยวางร่างของอชิระบนฟูกหนาที่คลุมทับด้วยผ้าคลุมสีอ่อน ผิวที่นอนยวบลงตามน้ำหนักของผู้นอน เรียบร้อยแล้ว!
เขากับเธอปัดมือไปมา แล้วพ่นลมหายใจแทบจะพร้อมๆ กัน ณัฐมณฝืนยิ้มบางให้ชายหนุ่มเอ่ยขอบคุณในน้ำใจ เมื่อฝ่ายหนึ่งขอตัวไปพักผ่อน จึงเหลือก็แต่ผู้จัดการสาวที่ต้องตรวจดูความเรียบร้อยและเปิดไฟจนสว่างตรงหัวเตียงทิ้งไว้ ในยามที่ไม่ต้องสบตากันให้กระอักกระอ่วนใจ หญิงสาวจึงกล้ามองร่างสูงเต็มตา ใบหน้าคมเข้มหลับตาพริ้มไร้พิษภัย และแล้วก็หมดเวลาของเธอเช่นกัน
ตุ้บ!
ร่างบางคล้อยหลังไปเพียงเสี้ยววินาที เสียงวัตถุบางอย่างตกกระทบพื้นที่เบื้องหลัง เสียงนั้นเรียกรั้งให้หญิงสาวหันกลับไปมอง ร่างกายหยุดนิ่งในความมืดสลัวนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ วางใจเมื่อร่างหนายังคงนอนสงบบนเตียง ตรงแผ่นอกทิ้งลมหายใจสะท้อนสม่ำเสมอจนไม่น่าหวาดกลัวเท่าไร ดวงตาสวยซึ้งเพ่งมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ที่เห็นในความมืด คือ แสงวับแวมจากวัสดุเคลือบหน้ากากโทรศัพท์มือถือที่หล่นจากโต๊ะหัวเตียง
ว่าแต่...มันมานอนแอ้งแม้งที่พื้นล่างได้อย่างไรไม่รู้?
ฝีเท้าเล็กๆ ก้าวเบาเท้าแทบจะเป็นย่องเงียบเข้าไปใกล้ ด้วยเกรงคนหลับลึกจะรู้สึกตัว แล้วค่อยๆ ทรุดลงนั่งยองๆ ที่ข้างเตียงก้มลงหยิบมันขึ้นมาหมายจะวางลงที่เดิม จังหวะที่เงยตัวจะลุกขึ้นกลับต้องกรี๊ดลั่นเมื่อเกิดสิ่งไม่คาดคิด! 
                ร่างอ้อนแอ้นลอยหวือขึ้นไปตามแรงของมือของใครคนหนึ่ง แรงมหาศาลที่พาให้เธอปลิวไปตกบนพื้นที่เดียวกันกับเขานั่นก็คือ บนเตียง
          “โอ๊ย!”
                เสียงกรีดร้องเลือนหาย แทนที่ด้วยการร้องโอดโอยเพราะอาการจุกกับการหล่นตุ้บไปบนพื้นราบ แล้วก็ต้องกดกลืนน้ำลายผ่านลำคอระหงแบบฝืดๆ เมื่อใบหน้าสีน้ำผึ้งคมคร้าม เข้มกว่าปกติด้วยฤทธิ์เหล้าป่าลอยอยู่เหนือใบหน้านวลเนียนของเธอ ปลายจมูกโด่งสวยรินรดลมหายใจอ่อนๆ ชิดผิวแก้มนวลราวกับจงใจ เปลือกตาอ่อนบางปรือเรียวตาคมกล้าขึ้นนิดๆ ส่งให้แสงวับวาวลอดมาในทิศทางที่มีเสียงระคายเคืองประสาทหู
ณัฐมณเบือนใบหน้าร้อนผ่าวราวไฟลนหนีภาพความจริง เมื่อพลาดพลั้งตกอยู่ใต้ร่างแกร่ง ภายใต้พันธนาการแข็งแรงราวเหล็กกล้าของชายหนุ่ม คนที่เธอคิดว่าเมาชนิดช่วยเหลือตัวเองไม่ได้กลับหยัดกายที่ทาบทับออกห่างเท่าช่วงแขนกำลังจ้องตาเก็บทุกรายละเอียดของคนตรงหน้า นัยน์ตาสีเทาเข้มทอดทอประกายบางอย่าง ระยับพราวด้วยความอ่อนหวานจนหัวใจที่ปิดตายปฏิเสธเขาหลงวกวนหาทางออกไม่เจอ ริมฝีปากบอบบางขบเม้มเข้าหากันสั่นน้อยๆ หัวใจกริ่งเกรงสะท้อนขึ้นลงผ่านอกนุ่ม จะทำอย่างไรหากเขาคิดไม่ซื่อกับเธอ!
ถอยออกไปนะ หญิงสาวตวาดห้วนใส่หน้า ปกปิดอาการเขินอายที่แจงออกมาเป็นสีแดงก่ำลามไปทั่ว
เสียงสะท้อนในหัวโต้กลับไปกลับมาราวเป็นกระจกสะท้อน ระหว่างอบอุ่นนักหนาที่ได้สัมผัสอ่อนโยนอวลหวานในหัวใจ หรือรังเกียจชิงชังราวศัตรูร้ายของชีวิต ยากเหลือเกินที่จะปัดป้อง ปฏิเสธความจริงทั้งที่อยากพาตัวเองออกห่างจากชายหนุ่ม แต่หัวใจกลับรั้งร่างกายเข้าไปใกล้ราวแม่เหล็กต่างขั้วดึงดูด แล้วร่างกายก็ตัดสินมิใช่หัวใจ ให้มือเรียวบางยกขึ้นกั้นผิวเนื้อสากๆ หนั่นแน่นด้วยมัดกล้ามของชายหนุ่มระหว่างร่างกายนุ่มหยุ่นของเธอ ผลักเขาออกห่างจนอชิระรู้สึกตัว ผงะหลุดจากภวังค์ที่เขาคิดว่าเป็นแค่ความฝัน...
ฝันที่มีคนให้กกกอดนอนอุ่น เมื่อรู้ว่าไม่ใช่! แต่กลับเป็นความจริงที่มีเนื้อนุ่มนิ่มทรงอิทธิพลมากกว่ามากอยู่ใต้อ้อมกอดจริงๆ จะให้ปล่อยมือคงยาก เพราะกว่าเขาจะเข้าใกล้ณัฐมณได้ขนาดนี้ อาจโดนประทุษร้ายจากเจ้าของเรือนกายหอมกรุ่นนี้จนน่วมไปแล้ว
เน็ทครับ
ปล่อยฉันนะคุณชิน ปล่อยแล้วก็ถอยออกไปอยู่ห่างๆ เลยคนฉวยโอกาส เสียงหวานแหวใส่ กำลังคิดว่าอชิระแกล้งเมา ชายหนุ่มทำให้เธอลำบากแล้วยังจะมาหาเศษหาเลยจากเธออีก ดวงตาคมสวยมองเขาชิงชัง
รอยตาเศร้าซึ้งโกรธขึ้งชนิดที่อชิระไม่คุ้นกำลังส่งรังสีกร้าวมายังเขาเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ทำตามสักข้อ ไม่ได้ปล่อยมือ หรือถอยออกห่างจากเธอสักนิ้วเดียว นอกจากนั้นยังถือโอกาสกอดกระชับเอวคอดเล็ก แนบกายหนาประชิดร่างแบบบางราวกับโหยหา ชินไม่สนใจคำประท้วงของเธอสักนิดต้องใส่ใจหรือ...
เน็ท...
ปลายเสียงแหบแห้ง พึมพำชื่อของร่างโปร่งบางที่กำลังต่อต้านสุดกำลัง ราวกับเพิ่งพบเห็นกันชัดๆ อาจเป็นเรื่องผิดมหันต์แล้วกระมังที่เธอทำให้อชิระมีสติขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะไม่ถึงครึ่งค่อนก็ตาม เพราะเมื่อเขาสะบัดใบหน้าแรงๆ ปัดไล่อาการหนักอึ้งที่ท้ายทอยได้ ก็มาจ้องมองดวงหน้าบึ้งตึงที่ยังระเรื่อของเธอราวกับจะจองจำกันไว้ด้วยสายตาร้อนแรง เรียวตาทรงอำนาจดูดดึงแรงกาย แรงใจไปจากเธอจนแทบหมด นักโทษในสายตาของอชิระไม่ยอมสิ้นโอกาสหญิงสาวเปิดปากขู่เข็น แววตาลุกเรืองราวลูกแมวตัวน้อยๆ ที่พร้อมข่วนใส่หน้าหล่อๆ ของเขา
ปล่อยเน็ทนะคุณชิน ไม่อย่างนั้นจะร้องให้บ้านแตกเลย
ฮื่อ บ้านแตก เอาเลยครับอยากได้ยิน รอยยิ้มกระตุกที่ตรงมุมปากหยักสวย ผลของสุราที่แรงติดอันดับสำหรับคนไม่เคยลิ้มลองของป่าดูจะพาให้อชิระไม่ยี่หระ ชายหนุ่มมิได้สนใจร่างบางที่ดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดหนา ไม่สนใจดวงหน้าที่คอยแต่เบือนหนี รอยตาหมางเมิน ซ้ำยังแสดงรอยยิ้มยั่วยวน นัยน์ตาหยาดเยิ้มหวานใส่จนสยองพองขน ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนเปลี่ยนเป็นนักรักที่โปรยเสน่ห์ด้วยรอยยิ้มในตาจนขนอ่อนๆ ของหญิงสาวลุกเกรียว
หึ คุณไม่กล้าหรอก เจ้าของเสียงห้าวเอ่ยเยาะๆ ปรายนัยน์ตาสีสนิทสอดประสานดวงตาวิบไหวของณัฐมณสื่อความนัย  
คุณชินปล่อย ปล่อยเน็ทนะ เน็ทเกลียดคุณได้ยินไหม เกลียด
คำพูดตัดพ้อเอ่ยซ้ำๆ ตะโกนใส่หน้าเมื่ออชิระก้มลงมาหมายจะเชยชมเรียวบางงาม คำปรามาสกระจายทั่วพื้นที่หัวใจ ทั้งที่ชายหนุ่มยังไม่ได้ทำอะไรให้เธอต้องเจ็บช้ำมากกว่ากอดไว้อย่างทะนุถนอม อชิระชะงักงัน! แม้จะมึนงงแค่ไหนก็ตาม คำพูดของคนที่ยังแคร์ก็ยังจี้จุดตรงแผลเก่าให้หัวใจกระตุกวูบ เขาอยากจะทำว่าไม่ได้ยิน ไม่สนใจเรื่องราวภายนอก หรือแม้แต่เสียงหวานๆ ที่คอยทำลายหัวใจ ชายหนุ่มจึงปิดเปลือกตาลงไม่รับรู้หากแต่ริมฝีปากนั้นพร่ำบอก
เกลียดหรือ...คุณเกลียดแต่ผมรัก!! 

คุณชินจะพอมีสิทธิ์ไหมคะ ในเมื่อพ่อคุณทำไปแต่ละอย่าง
ไม่น่าชื่นชมเล้ย แต่ก็นะ...อย่าเพิ่งเอาใจออกห่างเลยน้า
คนร้ายๆ ก็อยากเป็นคนดีกับเขาบ้าง แต่ก็ดีได้ในแบบ
พ่อคนเอาแต่ใจล่ะค่ะ หายหน้าหายตาไปสองวันเลยรีบมาส่ง
อย่าลืมฝากกำลังใจกันน้า ใกล้จบแล้วคนเขียนมึนนิดๆ ไปก่อนค่ะ
                                                ดาลัน    
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

731 ความคิดเห็น

  1. #573 กระปุกออม (@kasinee2526) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 13:17
    นาย ชินสู้ๆๆๆๆๆๆ
    #573
    0
  2. #526 jinsung (@sungjin) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2552 / 22:30
    แค่ชื่อตอนก็โดนแล้ว
    หุหุ หนุกมากมาย
    #526
    0
  3. #433 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2552 / 07:11
    คุณชินสู้ๆ ค่ะ มิ้งเป็นกำลังใจให้เสมอ
    ส่วนหนูเน็ทอย่าทิ้งโอกาสของหัวใจตัวเองนะ
    #433
    0
  4. #432 ฟ้าหม่นเดียวดาย (@jeab51) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2552 / 02:56
    รัก..แล้วไงล่ะ แค่พูดคำว่ารักก็ลบล้างความผิดแล้วเหรอ
    #432
    0
  5. #431 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2552 / 02:07

    รักแล้วไง ในเมื่อมันไม่มีค่าพอสำหรับเนทอีกแล้ว ย้ำมันเข้าไปว่าเกลียด เพื่อที่จะให้มันเบช้ำเจียนตาย

    ปล. บ้านริมปายที่ว่านี่ ใช่บ้านริมปายรีสอร์ท หรือบ้านริมปายคอลเลจคะ เห็นมีสองที่สวยเหมือนกัน อยากไปเที่ยวปายบ้าง

    #431
    0
  6. #429 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 23:26
    แบบนี้คุณชินสุดที่รักค่อยน่ารักหน่อยทำให้คนอ่านได้ชื่นใจแทนน้องเน็ทขึ้นอีกนิด มันต้องแมนๆ แบบนี้สิคะบอกน้องเค้าไปเลย แต่ขอเป็นเวอร์ชั่นคนสำนึกผิดนะคะไม่ใช่ชินเวอร์ชั่นเดิม น้องเน็ทเค้าจะได้เชื่อว่าคำที่พูดน่ะมันมาจากใจของชินจริงๆ ช่วงนี้คุณชินต้องอดทนนะคะเพื่อที่หนูเน็ทเค้าจะได้ให้อภัยเร็วๆ ทำเค้าไว้เยอะให้น้องเค้าเอาคืนซะมั่ง ถึงจะรักชินมากแค่ไหนก็ยังอดสมน้ำหน้ามิได้ อิๆๆ
    #429
    0
  7. #427 baiboo (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 21:43
    ถูกใจคนอ่านอย่างจังงงงงง....แหมๆๆบทจะหวานก็หวานได้นี่น่า
    #427
    0
  8. #426 a-mi (@keylynn) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 20:50
    กรี๊ด~
    ชอบประโยคจบจังค่ะ...ขอกรีดร้องดังๆให้ 1 ที 55+
    #426
    0
  9. #425 สาวลูก2 (@sangrawee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 19:27
    เชื่อได้ไม้เนี่ย
    #425
    0
  10. #424 พี่แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 18:24
    กว่าจะหลุดคำว่า '' รัก'' ออกมาได้ลุ้นเหมือนกัน  รอลุ้นต่อคะว่า เน็ทจะทำยังไงต่อในเมื่อคุณชินบอกว่ารักแล้ว
    #424
    0
  11. #423 annita_1110 (@annita_1110) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 17:07

    แหม๋ กว่าจะพูด ว่ารัก ออกมา  ต้องอาสัยเหล้า เลย หรือเนี่ย
    ตาชิน นี่ กลัวดอกพิกุล จะหล่นจากปากหรือไง   ชิ ชิ

    #423
    0
  12. #422 โอเล่รสส้ม (@prarotna) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 17:01
    ชินถือคติ ด้านได้ อายอด
    แต่เน็ทอย่าพึ่งให้อภัยง่าย ๆ นะ
    #422
    0
  13. #421 เมเปื้ล (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 16:28
    สู้ๆนุฃะชิน ยังไงก็เชียร์ ง้อเข้าไว้
    #421
    0
  14. #420 เคมี (@mickeyeiei) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 16:19

    เฮ้อ  ยอมบอกเค้าซะทีว่ารัก

    #420
    0
  15. #419 คนที่เฝ้ารอ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 14:22
    จะมีรัยเกิดขึ้นหรือป่าวนา
    #419
    0
  16. #418 นางมารร้าย (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 10:46
    เข้ามารอ 50% ที่เหลือค่ะ
    #418
    0
  17. #417 โอเล่รสส้ม (@prarotna) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 10:35
    หนอยยยยยยย
    มาว่าเน็ทของเราว่าใจร้าย ตัวเองล่ะทำอะไรไว้ไม่เคยจำ
    ชิ....ผู้ชาย
    #417
    0
  18. #416 เคมี (@mickeyeiei) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2552 / 02:34
    โอ้ว...

    อ่านรวดเดียวเลย ปวดตาไปหมด อ่านถึงตรงนี้ชักสงสารชินแล้วสิ
    #416
    0
  19. #415 yuechan (@yuechan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2552 / 12:22
    หึ ใจร้ายงั้นหรือ คนที่ไม่ยอมให้อภัยง่ายๆเพราะกลัวความเจ็บปวดจะตามมาซ้ำรอย กับคนที่ทำให้คนอื่นเขาเจ็บด้วยความตั้งใจแล้วมาขอโอกาสแก้ตัวแต่กลับโดนปฏิเสธแค่นี้ก็ถึงกับต่อว่าเขา

    ถามจริง ใครกันแน่ที่ใจร้าย

    แล้วอีกอย่าง นายคิดว่าเขาจะให้อภัยนายง่ายๆงั้นหรือ ในเมื่อตอนที่นายทำนายยังไม่คิดจะอภัยให้เขาเลยไม่ใช่หรือกับเขาที่เขาจะต้องแต่งกับนายเพราะนายทำตัวนายเอง ถ้าแค่นี้ยังอดทนไม่ได้ก็กลับไปซะแล้วอย่ามาเจอกันอีกเลย เพราะสิ่งที่นายทำมันยิ่งกว่าการฆ่าเขาทั้งเป็น

    อย่าลืมคิดสสิว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนที่เสียหายและเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่นาย แต่เป็นเขา
    #415
    0
  20. #414 a-mi (@keylynn) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2552 / 22:45
    เฮ้อ..เศร้าเนาะคู่นี้...
    #414
    0
  21. #413 นางมารร้าย (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2552 / 21:30
    บังอาจมาก มาว่า เน็ท ใจร้าย แล้วตัวเองละ สมน้ำหน้าโดนด่า ว่า คนเลว



    สงสารเน็ท การกระทำขัดแย้งกับหัวใจ แต่ก็นะ คิดว่าใจเขารักคนอื่นอยู่นี่นา เลยต้องสร้างกำแพงทิฐิขึ้น เพราะกลัวจะเจ็บยิ่งกว่าเก่า



    เริ่มสงสารชิน แต่ยังไงขอให้เน็ท เอาคืนอีกสักนิดเถอะ เพื่อให้ชินได้สำนึกเยอะๆ ต่อไปจะได้ระวังไม่ทำผิดกับหัวใจเน็ท รวมทั้งใจตัวเองอีก



    #413
    0
  22. #412 พี่แป๊ด (@naowarat_epp) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2552 / 21:27
    แต่ในความรู้สึกนะคะ คุณชินร้ายกับเน็ทมาตลอดเลย ร้ายมากๆ จะเข้ามาขอคืนดีง่ายๆก็คงไม่ใช่แล้วคะ
    เน็ทก็ไม่เคยไปทำอะไรให้คุณชินต้องเจ็บช้ำน้ำใจเลยมีแต่คุณชินเท่านั้นที่อกหักมาแล้วมาประชดตัวเองกับประชดเมย่าด้วยการลากเน็ทเข้าไปเกี่ยวด้วย เน็ทถึงจะรักคุณชินแล้วก็ตาม ก็ต้องหวาดระแวงว่าเขาจะมาแบบไหนอีก
    #412
    0
  23. #410 นุช (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2552 / 06:49
    เน็ทใจร้าย เฮียชินเค๊าเสียใจมากนะ
    #410
    0
  24. #409 Yama-Maki (@anata1it) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2552 / 23:48
    จอร์จ ดิ่มกับคนที่จะมาแย่งลูกสะใภ้ หุๆๆๆ
    เกิดอะไรขึ้นนั้น เมาหัวทิ่มเลย
    ห้าสิบเปอร์แรก ยังไม่ถึงกับสะใจค่ะ เน็ทแรงอีกเลย
    เอาให้สาสม
    #409
    0
  25. #408 **~Mink~** (@minkkiez) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2552 / 23:44
    ถ้าสมมุติว่าจะมีใครสักคนต้องตายจากกันในวันนี้
    จะรู้สึกดีกว่าที่เป็นอยู่นี้ไหม ลองถามใจตัวเองดู
    เผื่อว่าจะรู้คำตอบที่ไม่ได้ไกลเกินกว่าหัวใจตัวเองเลย
    ทิฐิ..ช่วยเยียวยาความรักได้จริงหรือ
    อย่ารอจนสายเกินกว่าจะแก้ไขเลยนะ
    #408
    0