เพลิงรักมายา (ตีพิมพ์กับสนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 15 : ความรับผิดชอบ < up 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    2 มิ.ย. 52

            สำนักงานใหญ่ ตึกเวลล์ กรุ๊ป 
                วันแรกของการทำงาน ณัฐมณนั่งจับเจ่าอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้างขวางของรองผู้บริหารหากแต่ไร้เงาของอชิระ เมื่อเดินทางมาถึงเขาและเธอก็แยกย้ายเข้าที่พักทำให้เลขานุการสาวยังไม่ได้พบเจ้านายของเธอนับตั้งแต่นั้น ความเงียบเหงาย่างกรายเมื่อทราบจากวัชระซึ่งตามไปอารักขาชินที่คอนโดว่าเขาจะไม่มาทำงานในวันนี้ ส่วนศรันยาถูกบรูคส์เรียกไปพบที่ห้องทำงานเวลานี้จึงเหลือแค่เธอกับเขา ปราบ

บอร์ดี้การ์ดหนุ่มที่สงบปากสงบคำตลอดการเดินทาง เมื่อถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่สารถีรับส่งณัฐมณกับศรันยาจากคฤหาสน์สีขาวมายังสำนักงานใหญ่ของเวลล์ กรุ๊ป ชายหนุ่มไม่ได้ก่อกวนอารมณ์อย่างเมื่อแรกพบอีกแล้ว
                เป็นอะไรหรือเปล่า สีหน้าคุณไม่ค่อยดี คนถามส่งสีหน้ากับน้ำเสียงเรียบๆ ถามไถ่ แม้จะยืนอยู่ห่างแต่กลับรับรู้ทุกอาการของเธอราวกับจับตาอยู่ก่อนแล้ว น้ำเสียงทุ้มๆ ของเขากลับน่าฟัง ยามเรียกณัฐมณออกจากอาการเหม่อลอยกลับมาตอบคำถามนั้น
                เปล่าค่ะไม่ได้เป็นอะไร อาจเพราะอากาศ ฉันไม่ชอบอากาศหนาวมากเกินไปน่ะค่ะ
ณัฐมณตอบพลางก้มดวงหน้าที่ร้อนผ่าวลง ก็เพราะอากาศอีกนั่นแหละที่ทำให้เธอหนาวๆ ร้อนๆ โดยเฉพาะตรงขอบนัยน์ตา มือเรียวบางกุมทับกันหวังจะหาความอบอุ่นให้ตัวเอง ขณะนี้อุณหภูมิข้างนอกติดลบแม้ภายในตัวอาคารจะอุ่นกว่าแต่ก็ไม่มากนัก ความหนาวเยือกส่งให้บรรยากาศรอบตัวหงอยเหงาอีกทั้งยังมีหิมะโปรยปรายไม่ขาดสาย ไม่เหมือนเมื่อครั้งที่ไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ปายอากาศหนาวก็จริงแต่กลับไม่แห้งแล้งซึมเซาเท่านี้ ปราบมองหญิงสาวตรงหน้า เขาเรียกอาการนี้ว่า โฮมซิก ใครมาคราแรกก็ต้องเป็นทั้งนั้น
ปราบเหลือบมองดวงหน้าอ่อนบางที่มีรอยแดงระเรื่อตรงผิวแก้ม ริมฝีปากแดงฉ่ำคล้ายคนไม่สบายจนอยากแตะต้องว่าเจ้าหล่อนเป็นอะไรมากไหม ใจคิดแถมมือหนายังยื่นออกไปอย่างเผลอตัว
อากาศที่นี่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ผมว่าคุณคงจะเป็นไข้แล้วล่ะ ตัวร้อนไหม ปราบเอ่ยขึ้น
มือหนาเอื้อมมาใกล้ถือวิสาสะอังที่หน้าผากบอบบางจนอีกฝ่ายเกิดความร้อนผ่าวพลุ่งพล่าน แววตาของปราบไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกินคนมองรู้สึกได้ว่าเขาจริงใจในการกระทำนั้น แต่แล้วคนจริงใจก็รู้สึกตัว ปราบชักมือกลับใบหน้าคมคร้ามร้อนฉ่าขัดเขินขึ้นมาแทนที่
ท่าทางคุณจะมีไข้นะ รอที่นี่เดี๋ยวผมจะไปเอายามาให้
ร่างสูงใหญ่ของบอร์ดี้การ์ดหนุ่มผละจากไปแล้วกลับเข้ามาในเวลาอันรวดเร็ว มือหนาแบออกยื่นยาแก้ไข้ให้เธอพร้อมรอยยิ้มอาทร หญิงสาวมองเขานิ่งนาน หรือว่าถึงเวลาต้องหยุดมองปราบเสียใหม่แล้วครั้งหนึ่งณัฐมณเคยชั่งใจว่าปราบเป็นคนเช่นไร มิตรหรือว่าศัตรูสำหรับเธอกันแน่ มาในวันนี้ความสลัวนั้นจางหาย บางทีคำว่า เพื่อนใหม่ อาจเหมาะสมกับหนุ่มบอร์ดี้การ์ดที่แสนภักดีต่อเจ้านายคนนี้ก็เป็นได้
 
ปราบไปส่งณัฐมณที่คฤหาสน์สีขาว ในเมื่อไม่มีเจ้านายหนุ่มให้รับใช้ทั้งยังครั่นเนื้อครั่นตัวจะเป็นไข้เพราะอากาศเปลี่ยน บรูคส์จึงอนุญาตให้หญิงสาวกลับไปพักผ่อน ครั้งนี้ชายหนุ่มไม่แปลกใจนักเพราะนี่เป็นครั้งที่สองที่ณัฐมณพาตัวเองมานั่งเคียงข้างเขาที่เบาะด้านหน้า ไม่ได้ทำตัวเสมอเหมือนเจ้านายอย่างบางคนทั้งที่ก็เป็นแค่ลูกจ้างเหมือนกัน สิ่งนี้เป็นความประทับใจหนึ่งที่เขามีต่อเธอ
ระหว่างการเดินทางกลับที่พักแท้จริงไม่ไกลนัก แต่ปราบอยากให้มันยืดยาวไม่มีที่สิ้นสุดเพราะเป็นโอกาสเดียวที่จะได้อยู่ตามลำพังกับสาวไทยคนนี้ ไม่เช่นนั้นรอบตัวณัฐมณก็จะมีศรันยา และอีกคนที่ดูจะมองเขาขวางๆ อย่างไม่มีเหตุผลนั่นก็คืออชิระจึงยากที่จะหาโอกาสใกล้ชิด เสียงเครื่องยนต์ครางเบาๆ จนกระทั่งดับสนิทเมื่อที่หมายอยู่เบื้องหน้า เสียแต่ว่าคนถูกมาส่งกลับหลับใหลไม่รู้เรื่องราวตั้งแต่สิบนาทีแรกที่รถออกตัว
คุณเน็ท คุณเน็ท มือหนาเอื้อมไปเขย่ามือเรียวบางของอีกฝ่ายเบาๆ
เสียงห้าวปลุกเรียกหญิงสาวข้างกายแผ่วเบาเพราะเกรงใจณัฐมณที่กำลังพักผ่อนเพราะฤทธิ์ยาแก้ไข้ ดวงตากลมโตปรือขึ้นมองคนเรียกทั้งที่ยังสลึมสลือ แลเห็นก็แต่ใบหน้าหล่อคมลอยเด่นอยู่ห่างไปแค่คืบ เรียวตาของเขาหรี่มองอาการง่วงงุนกับผิวหน้าที่แดงก่ำกว่าเมื่อชั่วโมงก่อนของเธอ คาดเดาว่าณัฐมณคงจะไข้ขึ้นจริงๆ แล้ว
อีกฝ่ายกะพริบตาถี่ๆ กว่าจะลืมตาเต็มตื่นได้ก็ใช้เวลา ปราบค่อยๆ ผละออกห่างอย่างรักษามารยาทเพราะเมื่อใกล้อย่างเมื่อครู่นั้นเขาก็ได้เห็นแพขนตางอนงามสีดำขลับ กับเรียวปากอิ่มหยักสวย ยิ่งอยู่ใกล้ชิดมากเท่าใหร่หัวใจห้าวห่ามของเขาเป็นเต้นแรงไร้จังหวะทุกที หากเป็นอาการป่วยไข้ก็ถือเป็นโรคฉับพลันที่เกิดขึ้นยามใกล้ชิดหญิงไทยเจ้าเสน่ห์คนนี้
ถึงแล้ว เขาบอกราวกระซิบ เห็นณัฐมณทำท่ารับรู้
ชายหนุ่มซึ่งณัฐมณยอมรับว่าเป็นเพื่อนใหม่เปิดยิ้มกว้าง ดวงตาสวยหวานกะพริบถี่ๆ มองผ่านกรอบกระจกหน้ารถออกไปเบื้องหน้าก็พบคฤหาสน์สีขาวโพลนเต็มกรอบสายตา ถึงที่หมายแล้วเขาคงจะเสียเวลาเพราะเธอ ร่างโปร่งบางขยับตัวเล็กน้อยพลางเหลือบหากระเป๋าถือใบเล็กซึ่งก็อยู่ในมือของปราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาก้าวลงจากรถแล้ววกมาเปิดประตูให้เธออย่างสุภาพไม่เหลือคราบบอร์ดี้การ์ดปากเสียอย่างวันก่อนให้เห็น
ไหวไหมครับ?”
ณัฐมณตั้งสติที่ยังเบลอพร้อมส่งอาการพยักหน้าออกไป เตรียมจะก้าวลงจากรถแล้วก็รู้สึกวูบๆ ไหวๆ หน้ามืดจนไม่สามารถทรงตัวอย่างที่ตั้งใจในตอนแรก แทนที่จะก้าวลงจากรถกลายเป็นถอยกลับแล้วเอนกายบางไปพิงเบาะอีกครั้ง เปลือกตาอ่อนๆ ร้อนฉ่าไม่อาจฝืนมองสบกับปราบนานนัก เพราะบัดนี้หนังตาหนักอึ้ง ชายหนุ่มจึงโน้มกายหนาเข้าไปช่วยพยุงร่างบางด้วยท่อนแขนแข็งแรง
ฮึ่ม..มม
ภาพนั้นกระทบเข้ากับโสตประสาท นัยน์ตาสีเทาเข้มขุ่นข้องทันทีที่เห็นบอร์ดี้การ์ดหน้าหยกกุลีกุจอเข้าไปรับร่างของหญิงสาวไว้ในอ้อมกอด อชิระขบกรามแน่นจนใบหน้าหล่อเหลาบูดบึ้ง นี่มันหนังรักโรแมนติกเรื่องไหนหลุดออกมานอกจอหรือยังไง?
ที่สำคัญมันขัดหูขัดตาเขาชะมัด!โดยไม่รู้แน่ว่าเป็นเพราะห่วง หวงหรือกำลังพาล
เสียงกระแอมกระไอราวกับมีก้อนเขื่องขวางอยู่กลางลำคอลอดดัง ดังพอที่จะส่งให้ปราบซึ่งกำลังก้าวช้าๆ มาพร้อมการประคับประคองร่างโปร่งบางต้องหยุดชะงักแล้วเงยหน้ามองคนที่ขวางทางอยู่ อชิระยืนจังก้าอยู่ตรงทางเข้าคฤหาสน์ในท่ากอดอกนิ่ง ร่างสูงใหญ่ยืนสง่าผ่าเผย นัยน์ตาดุดันกำลังประเมินภาพที่เห็นก่อนแปรเปลี่ยนเป็นหมิ่นแคลนชายหนุ่มหญิงสาว แถบคิ้วสีเข้มเป็นปื้นข้างหนึ่งเลิกขึ้นมองคนทั้งสองที่กำลังกอดกันกลม  
เกิดอะไรขึ้น! ทำไมถึงขนาดต้องหิ้วปีกกลับมาแบบนี้
กระแสเสียงกร้าวเอ่ยถามคนซึ่งยังมีสติครบถ้วนอย่างปราบ เพราะอชิระเห็นชัดแล้วว่าร่างแบบบางที่ปราบกอดอยู่นั้นอ่อนแรงขนาดที่ถ้าปล่อยมือคงทรงตัวเองอยู่ไม่ได้ แววตาเกรี้ยวกราดกวาดมองหญิงสาวขึ้นๆ ลงๆ หมิ่นๆ กับการยอมโอนอ่อนผ่อนตามให้ไอ้บอร์ดี้การ์ดกอดเอาไว้   
เอ้อ คุณเน็ทเธอไม่สบายครับคุณชิน ปราบตอบกลับแล้วหลุบเรียวตาลงต่ำเพราะไม่อาจทานทนต่อแสงกร้าวในนัยน์ตาของผู้เป็นนายได้
ฮึ! จริงหรือหลอกเดี๋ยวจะได้รู้กัน ไม่สบายหรือว่าสำออยเรียกคะแนนสงสารจากไอ้ปราบกันแน่
ณัฐมณไม่ได้นำพาต่อบทสนทนาของเจ้านายกับลูกน้อง ยามนี้นัยน์ตาของเธอพร่าลาย สมองมึนตึ้บจนไร้การควบคุม อชิระปรายสายตามองมาหยันๆ ยิ่งปราบทำท่าจะขอตัวพาณัฐมณเข้าไปข้างในซึ่งอุ่นและโดนลมโบกพัดน้อยกว่า เจ้านายหนุ่มก็ก้าวเข้ามาขวางไว้ เรียวแขนแกร่งตวัดรั้งร่างโปร่งบางในอ้อมกอดของปราบมาไว้กับตัวอย่างถือสิทธิ์
พฤติกรรมดังกล่าวคล้ายกับเด็กที่มาแย่งของเล่นคืนเสียมากกว่าจะห่วงว่าของเล่นของตนนั้นจะชำรุดเสียหายจากการกระชากรุนแรงหรือไม่ เขากระทำเช่นนั้นกับคนอื่นด้วยหัวใจเย็นชา ไม่ห่วง ไม่แคร์และไม่ใส่ใจณัฐมณ เวลานี้ที่ชินต้องการคือทำอย่างไรก็ได้ให้เลขานุการส่วนตัวของเขาออกมาห่างจากปราบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
คุณชิน!” ปราบอุทานแผ่วเบา
ฉันจะดูแลเขาเอง นายกลับไปที่บริษัทได้แล้ว อชิระสั่งโดยไม่แยแสต่อสีหน้าที่เจื่อนจืดของปราบ ว่าต้องผิดหวังและเป็นห่วงณัฐมณเท่าใดเมื่อหญิงสาวตกไปอยู่ในมือของเจ้านายหนุ่ม
ไปสิ เสียงนั้นคำรามชัดในลำคอ ขัดใจนักที่ปราบยังยืนละล้าละลังมองณัฐมณอยู่ได้ บอร์ดี้การ์ดหนุ่มซึ่งไม่เคยขัดคำสั่งเขาสักครั้งกำลังทำเรื่องที่ไม่เคยทำเพราะผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว อชิระสะบัดใบหน้าคมคายแรงๆ ให้พ้นต่อสายตาอาลัยอาวรณ์ของปราบ แล้วร่างสูงใหญ่ก็โน้มลงไปอุ้มร่างบอบบางพาก้าวอาดๆ ห่างออกไป
ร่างโปร่งบางในอ้อมแขนของอชิระเบาหวิว ยิ่งได้กอดแน่นแนบแผ่นอกทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายผอมบางเท่าไหร่ เขากระชับเรียวแขนทั้งสองโดยไม่รู้ตัว ส่งรอยกอดอบอุ่นไปยังร่างบางที่กำลังสั่นน้อยๆ แม้จะสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ ถึงสองชั้นก็ตาม อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงห้องพักของณัฐมณ ชินไม่เกรงใจที่จะผลักบานประตูไม้เนื้อหนาให้เปิดออกแล้วก้าวอาดๆ เข้าไปพร้อมร่างที่ไร้สติสัมปชัญญะของเลขานุการคนสวย
อย่าเข้ามากวน ฉันต้องการอยู่ตามลำพังกับคุณเน็ท
รอยตาคนสั่งเยียบเย็น หันมามองแค่ปรายตาจนเด็กรับใช้ในชุดฟอร์มสีขาวสองสามคนที่รีๆ รอๆ อยู่เบื้องหลังต้องหลบนัยน์ตาวูบ แล้วหลบฉากจากไปอย่างรวดเร็ว เวลานี้อชิระไม่ปรารถนาให้ใครมายุ่งวุ่นวาย กร้ำกรายเข้ามาภายในห้องนี้แม้แต่คนเดียว 

อึดใจเดียวที่ร่างกายสูงใหญ่แทรกตัวผ่านบานประตูไม้ขัดเงา ขอบด้านบนเข้าโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลมกรุด้วยกระจกสีขาวขุ่น ผู้ซึ่งผ่านพ้นเข้าไปด้านในใช้แผ่นหลังหนาๆ ดันประตูบานนั้นให้ปิดลงท่ามกลางเสียงถอนหายใจเฮือกคนละทีสองที กับสายตาพะวักพะวงของบรรดาสาวรับใช้ ที่จู่ๆ เจ้านายคนรองซึ่งเป็นทายาทของตระกูลเวลล์เนอร์เอ่ยปากว่าต้องการความเป็นส่วนตัวกับหญิงสาว ที่เพิ่งเดินทางมาจากประเทศไทยทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกันลึกซึ้ง หนึ่งในสาวรับใช้อาวุโสสุดตรงไปยังโทรศัพท์สีทองเหลืองตั้งโต๊ะแบบหมุน ติดต่อไปยังปลายทางที่ควรต้องรู้เรื่องนี้ทันที จึงไม่พ้นเป็นวัชระซึ่งเป็นคนสนิทและบอร์ดี้การ์ดข้างกายของบรูคส์ ที่เป็นคนรับเรื่องนี้ไว้
อืม...อย่างนั้นหรือ แล้วผมจะเรียนคุณบรูคส์ให้
น้ำเสียงตอบรับยังเรียบ ไม่ได้ตื่นตูมแม้เรื่องที่กระทบประสาทหูจะสร้างความประหลาดและร้อนใจให้เขาพอดู
เรื่องราวของเจ้านายคนรองกับเลขานุการส่วนตัว
วัชระค่อนข้างตกใจในคราแรก แต่เพื่อความรอบคอบหัวหน้าบอร์ดี้การ์ดหนุ่มจึงโทรศัพท์หาปราบซึ่งถูกมอบหมายให้ดูแลณัฐมณกับศรันยาอย่างใกล้ชิด ได้ความว่าลูกน้องของเขาโดนอชิระไล่ตะเพิดออกมาจากคฤหาสน์สีขาวเป็นที่เรียบร้อย ข้อความที่สาวใช้คนนั้นบอกอาจจะมีมูลอยู่บ้างแต่มันขัดกันนักกับความจริงที่ว่าอชิระไม่ลืมเลือนหญิงสาวผู้เป็นที่รักเพียงหนึ่งเดียว เขาหยุดความคิดไว้เท่านั้นรีบสาวเท้าหนักๆ ที่หุ้มด้วยรองเท้าหนังสีดำเงาปลาบไปยังห้องทำงานของผู้เป็นนาย รายงานทุกเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นที่นั่น
คุณบรูคส์ครับ ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ...” วัชระเอ่ยขัดยามที่เจ้านายบ่ายหน้าไปอีกทางซึ่งเป็นวิวของแม่น้ำชิคาโก  
ชายหนุ่มเจ้าของร่างแกร่งกำยำภายใต้สูทสีเทาเข้มนั่งเอนกายหนาในท่าสบาย หากแต่เมื่อจบคำของวัชระเขากลับปรับมานั่งตัวตรงจ้องมองตอบดวงตาของร่างสูงใหญ่ในคราบบอร์ดี้การ์ดตรงหน้า รู้ว่าวัชระคงไม่ได้นำความเท็จมาบอกแต่ก็ยากจะเชื่อ สิ่งที่วัชระรู้ไม่ต่างไปจากที่คนเป็นพี่รู้ว่าน้องชายของเขายังหลงโง่งมกับรักครั้งก่อนอย่างไม่ลืมหูลืมตา ส่วนการกระทำที่เกิดขึ้นนี้หมายถึงอะไร แค่สนุกไปวันๆ หรือว่ามีจุดมุ่งหมายอื่น บรูคส์ไม่อาจเดาได้
เอาอย่างไรดีครับ คุณบรูคส์
ผู้เป็นลูกน้องรอคอยคำสั่งจากปากผู้เป็นนายอย่างเคร่งครัด อีกฝ่ายนิ่งไปชั่วครู่ใช้เวลาตริตรองหลายนาทีถึงเหตุและผลก่อนใบหน้าคมคร้ามจะส่ายไปมาช้าๆ กับความคิดของตัวเอง เรียวตาสีอ่อนทอดประกายไปเบื้องหน้าแล้วกลับมาสบเข้ากับคนสนิทอย่างชั่งใจ ชายหนุ่มหญิงสาวหายเข้าไปในห้องสองต่อสอง แต่อชิระซึ่งลุ่มหลงทุ่มเทความรักให้เมย่าหรือจะคิดเป็นอื่น จึงไม่มีทางที่น้องชายของเขาจะกระทำเรื่องเกินเลยกับสาวไทยคนนี้แน่ บรูคส์เชื่อมั่นในความเป็นสุภาพบุรุษของอชิระว่ามีพอ
วัช นายโทรหาชินซิ คำสั่งเข้มๆ ลอดจากริมฝีปากได้รูป บรูคส์รอคอยการต่อสายถึงน้องชายนานสองนาน วัชระก็ยังทำไม่สำเร็จ ใบหน้าหล่อคมด้วยผิวสีอ่อนรับดวงตาสีอำพันฉายแววชัดว่าหนักใจ เพราะณัฐมณเป็นหญิงสาวคนไทยซึ่งเดินทางจากบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่ที่นี่ประเทศอเมริกาเพราะเรื่องงาน หากหญิงสาวไม่ปลอดภัยเขาเองในนามผู้บริหารแห่งเวลล์ กรุ๊ปก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งดูเหมือนน้องชายตัวดีจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้แม้แต่น้อยเพราะชายหนุ่มกำลังจะทำให้ณัฐมณเสื่อมเสีย เมื่อวัชระส่ายหน้าอีกครั้งเป็นอันเข้าใจว่าติดต่อไม่ได้ 
          “นายบอกให้ปราบมารับคุณศรันยากลับไปดูแลคุณเน็ท ส่วนไอ้เรื่องที่กลัวๆ กันน่ะ อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ แม่พวกนั้นก็กระต่ายตื่นตูมกันไป บรูคส์เอ่ยเสียงเรียบเมื่อตัดสินทุกอย่างในใจ เลือกที่จะเชื่ออชิระ วัชระผงกศีรษะน้อยๆ รับคำสั่งแล้วก้าวออกไปโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
ครับ คุณบรูคส์ นายว่าอย่างไร เขาว่าตามนั้น
 
แต่ความเข้าใจของชายหนุ่มทั้งคู่ ช่างแตกต่างจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนัก!
ชายหนุ่มเอียงใบหน้าคมคาย ปรายเรียวตาสีเทาเข้มมองหญิงสาวที่กำลังนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์ อาจเพราะเสื้อผ้ารัดรึงกับสวมทับด้วยโอเวอร์โค้ทหนาเตอะอีกตัวหนึ่งส่งให้เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มดวงหน้าของณัฐมณ ซ้ำยังเกิดรอยแดงก่ำไปทั่วเพราะพิษไข้ ยาแก้ไข้ที่รับประทานไปเมื่อครู่ขับเหงื่อกับความร้อนออกมาอย่างต่อเนื่องจนเรือนผมยาวสยายกับหน้าผากกลมมนชุ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ
ร่างสูงใหญ่ที่ยืนพิงบานหน้าต่างทรงสูงสีขาวที่ประดับด้วยเหล็กดัดร้อยเป็นลายดอกกุหลาบได้งดงามอ่อนช้อยยังใจเย็น เพราะกำลังชั่งใจว่าจะทำอะไรต่อดีหลังจากพรากณัฐมณมาจากปราบได้แล้ว อชิระวางของเล่นของเขาลงบนเตียงแล้วก้าวมาหยุดยืนมองห่างๆ ก่อนละสายตาไปมองรอบๆ
ห้องรับรองขนาดใหญ่ห้องนี้ทาไว้ด้วยสีครีมแลสบายตา ตกแต่งด้วยม่านเนื้อหนาสีแดงเข้มราวเลือดนกจับจังหวะระย้าทิ้งตัวลงมาปิดทาบทุกบานหน้าต่างจนไร้แสงสาดส่อง ตามแนวเสากลมเข้ามุมติดตั้งเชิงเทียนแบบโบราณแทนโคมไฟไว้ระดับเหนือศีรษะ กลางห้องกว้างเป็นที่ตั้งของเตียงขนาดใหญ่มีสี่เสายื่นขึ้นรับแนวผ้าโปร่งที่ทอดระย้าลงมาเป็นริ้วๆ บรรดาเฟอร์นิเจอร์ที่เรียงรายตามหลืบมุมมีรูปทรงคลาสสิคแสดงถึงความเก่าแต่มีรสนิยมเหมาะกับสถาปัตยกรรมของตัวคฤหาสน์
ณัฐมณไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าอากัปกริยาของเธอถูกจับจ้องโดยเรียวตามีเสน่ห์คู่นั้น ไม่เช่นนั้นอาจอายม้วนถึงขั้นหลบตาเพราะขัดเขิน เรียวตาของเขามีประจุไฟฟ้าดีๆ กำลังส่งผ่านกระแสแปลกปร่าไปยังผู้ที่หลับไหลโดยไม่ต้องเอ่ยคำ อชิระใช้เรียวนิ้วยาวเกลี่ยริมฝีปากหยักสวยราวกับครุ่นคิดแวบหนึ่งที่เข้ามาในสมองของเขาก็คือสายตาอาลัยอาวรณ์ของปราบ กับสีหน้าหวานอมขมกลืนของเจ้าหนุ่มที่มาส่งณัฐมณที่สนามบิน ไม่รวมไปถึงพี่ชายของเขาเองที่ยังตีค่าความสัมพันธ์ไม่ออก ต้องแปลกใจที่ณัฐมณดึงดูดใจชายหนุ่มมากมายรอบตัวทั้งที่อยู่ใกล้เขาแค่คืบ แต่อชิระกลับไม่นึกสนใจใบหน้าจืดๆ ไร้ความเปรี้ยวโฉบฉาย ร่างกายทื่อๆ ไม่สะโอดสะองอย่างหญิงสาวที่เขาพบเจอ เรียกว่าต่างจากเมย่าลิบลับ
อชิระจึงจ้องมองราวกับจะทะลุทะลวงค้นหาประกายแวววาวของเพชรเม็ดนี้ที่เขามองข้าม แต่คนอื่นชื่นชมออกหน้าหน้า สิ่งนั้นคืออะไร?
เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้คนซึ่งนอนจมพิษไข้ ไร้สติสัมปชัญญะจะรับรู้ ความปรารถนาหนึ่งคืออยากประกาศให้ทุกคนรู้ว่าณัฐมณเป็นคนของเขา และห้ามหวงชายหนุ่มคนใดเข้าใกล้ จนหลงลืมไปว่าเคยลั่นปากเรื่องเมย่าไว้อย่างไร
อื้อ...” หญิงสาวดูจะทุรนทุรายเพราะอาการหนาวๆ ร้อนๆ จนต้องพลิกดวงหน้าไปมาหนีความอึดอัด
ชู่ว์ คุณไม่เป็นอะไรแล้ว เสียงอ่อนๆ ราวกับการปลอบโยนแว่วมาเบาๆ
อชิระก้มใบหน้าคมเข้มลงไปใกล้จนรับรู้ได้ถึงไอร้อนที่แผ่ซ่านผ่านลมหายใจร้อนผ่าวของหญิงสาว เขาถือวิสาสะใช้นิ้วเรียวยาวเกลี่ยไล่หยดเหงื่อที่พราวดวงหน้าอ่อนใสเบามือ ไล่จากหน้าผากขาวนวล ใต้เปลือกตาบางและปลายจมูก ชายหนุ่มเผลออ่อนโยนและเพ่งพิศดวงหน้าของคนป่วย พิศวงนักหนาว่าทำไมยามนี้จึงน่ามองนัก
เฮ้! เน็ทนี่ผมเอง ชินไง อยู่นิ่งๆ สิ อย่าดื้อ
คำปลุกปลอบแกมสั่งไม่ได้เข้าหูหญิงสาว เจ้าของความงดงามส่ายหน้าไปมาพร้อมดิ้นขลุกขลักใต้ผ้าห่มไปซุกที่ข้างหมอนสวมปลอกลูกไม้สีขาวสะอาดจนผมเผ้ายุ่งเหยิง เธอยังคงขยับไปคนละทิศละทางจนอยู่จนหมิ่นเตียง ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมานัยน์ตาขัดใจ ชินก้มลงช้อนร่างแบบบางขึ้นอุ้มหมายจะวางลงกลางเตียงกว้างแต่เพราะอาการดันทุรังไม่ยอมตกอยู่อ้อมกอดแข็งๆ ของใครทำให้คนอุ้มสะดุดตัวเองล้มลงนอนราบแทน ร่างหนาทาบทับเรือนกายบอบบางโดยไม่ได้ตั้งใจ ลมหายใจทอดยาวราวกับเหนื่อยใจนักหนา
เฮ้อ...”
เห็นไหมเล่า ดิ้นจนได้เรื่อง  รอยตาของอชิระตำหนิณัฐมณในใจ
เสียงพ่นลมหายใจยาวเหยียดหยุดลงตรงเบื้องหน้า ยามที่อชิระเบือนใบหน้าคมเข้มกลับมาชนกับดวงหน้านวลเนียนตรงผิวแก้มเปล่งปลั่ง  นัยน์ตาสีเข้มขุ่นคลายลงเป็นซึ้งซาบแลหวานโดยไม่รู้ตัว เปลือกตาอ่อนบางที่ยังร้อนระอุดูบอบบาง น่ามองแม้มิได้ตื่นเพื่อสบนัยน์ตากับเขา เรียวจมูกโด่งเล็กรับริมฝีปากรูปกระจับ จิ้มลิ้มจนอดไม่ได้ที่จะจรดใบหน้าคมคร้ามลงไปใกล้ อชิระหยุดนิ่งไปชั่ววินาทีราวกับลืมลมหายใจของตัวเอง ก่อนเผลอไผลตามใจตัวด้วยการแนบริมฝีปากเย็นชืดลงนาบเรียวปากอิ่มอุ่นร้อน อารมณ์ชืดชาแปรเปลี่ยนเป็นวาบหวามในหัวใจอย่างที่ไม่คิดว่าจะเกิดเพราะหญิงสาวคนอื่น ณัฐมณทำให้ชายหนุ่มปิดเปลือกตาลงดื่มด่ำความหวานจากเธอ แน่นอนว่าสัมผัสนั้นจะยืดยาวกว่านี้หรือเลยเถิดไปไหนต่อไหนหากไม่มีเสียงเคาะประตูปลุกเรียกอารมณ์ที่กระเจิดกนะเจิงในห้วงลึกให้กลับมา
ก๊อกๆ 
            ปังๆ
เสียงจากภายนอกทั้งเคาะทั้งทุบบานไม้รัว และทันทีที่ประตูบานใหญ่เปิดผางศรันยาก็รีบร้อนเข้ามาดูเพื่อนสาวร่วมชะตากรรมที่นอนหลับพริ้มไม่ได้รู้สึกรู้สา ส่วนบรูคส์เป็นคนที่รั้งร่างหนาใหญ่ของอชิระกึ่งจูงกึ่งลากออกไปจากห้องนอนส่วนตัวของณัฐมณ ปราบกับวัชระเร่งก้าวตามผู้เป็นเจ้านายไปติดๆ หวังอารักขา คนหนึ่งหน้าเสีย อีกคนหนึ่งเคร่งขรึม
ส่วนคนเป็นน้องสะบัดมือซึ่งถูกพี่ชายเกาะกุมด้วยอาการขัดใจ เมื่อต่างคนต่างแยกไปทรุดลงนั่งที่โซฟากลางห้องโถงใหญ่ ส่วนวัชระกับปราบถอยไปยืนเบื้องหลังตรงมุมหนึ่งของห้อง
พวกนายออกไปก่อน เสียงดุคำรามเหี้ยมเกรียมเอ่ยสั่งวัชระกับปราบ
หลังเสียงตบเท้าออกไปของบอร์ดี้การ์ดหนุ่มทั้งสอง บรูคส์จึงหันมาจ้องมองใบหน้าไร้ความวิตกใดๆ ของอชิระนิ่งนาน นึกหมั่นไส้นี่น้องชายของเขาใจเย็นได้ขนาดนี้ทั้งที่เพิ่งจะเกิดเรื่องงามหน้าขึ้นในคฤหาสน์สีขาว ฝ่ายชายไม่ยี่หระแต่ฝ่ายผู้หญิงเล่า...
มันเรื่องอะไร ที่นายเข้าไปอยู่ในห้องนอนของคุณเน็ท
ก็เขาไม่สบาย มีใครคาบข่าวไปบอกพี่หรือไง อชิระหันมาเหวี่ยงสายตาขัดใจใส่จนอีกฝ่ายอ่อนอกอ่อนใจ  
ก็แล้วมันจริงไหมล่ะ นายเข้าไปอยู่ในห้องนั้นทั้งที่เจ้าของห้องเขาหมดสติ แล้วมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?” คนเป็นพี่เอ่ยถามตรงๆ จับสายตาคมๆ ที่เป็นประกายวาบไปยังชินอย่างจับสังเกต แม้เนื้อตัวของอชิระจะดูเป็นปกติ เสื้อผ้าไม่ได้ยับย่นแบบที่บ่งบอกว่าผ่านกิจกรรมใดๆ มา แต่ก็น่ากังวลไม่ใช่หรือ บรูคส์จึงจำเป็นต้องมานั่งคาดคั้นอชิระอยู่เช่นนี้  
ก็ไม่มีอะไรนี่ ผมก็แค่เข้าไปดูแลเลขาฯ ส่วนตัวใกล้ๆ เขาไม่ใช่ปลาทองนะแค่อยู่ใกล้จ้องตาแล้วจะท้อง มันเสียหายตรงไหนไม่ทราบ ทุกคนคิดมากไปหรือเปล่า อชิระถามยอกย้อนอดเยาะหยันไม่ได้ ทำไมบรูคส์ต้องเป็นเดือดเป็นร้อนแทนหญิงสาวคนนี้นัก
ชิน นายต้องคิดให้มากๆ หน่อย วัฒนธรรมของเขาต่างจากเรามาก แค่นี้ผู้หญิงก็เสียหายมากแล้ว แล้วที่จริงมันก็ไม่ควรเกิดขึ้นที่นี่
เสียงของบรูคส์ดังขึ้นขณะอธิบาย เรื่องนั้นอชิระไม่เคยเก็บมาใส่ใจแม้ชายหนุ่มจะมีสายเลือดเอเชียอยู่ครึ่งค่อนแต่การเติบโตมากับครอบครัวชาวอเมริกันทำให้เขาไม่คิดมาก หรือเรียกง่ายๆ ว่าไม่ได้คิดเลยกับเรื่องความสัมพันธ์ทางกาย ชายหนุ่มใช้ชีวิตมาอย่างโชกโชนมีเรื่องราวรักๆ ใคร่ๆ กับหญิงคนรักโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเสียหายหรือเป็นขี้ปากใคร มาวันนี้บรูคส์กลับพูดอะไรที่มันขัดทำให้เห็นว่าพี่ชายของเขาใส่ใจณัฐมณซะเหลือเกิน
บรูคส์ เรื่องนี้มันไร้สาระไปหน่อยไหม อย่าบอกว่าแค่นี้ต้องรับผิดชอบถึงกับต้องพาไปแต่งงานหรือจดทะเบียน ที่ได้มาก็แค่จูบครึ่งๆ กลางๆ เขาไม่ได้สึกหรออะไรนี่ คำพูดไม่ยี่หระพร้อมอาการยักไหล่หนาส่งให้ดวงตาคนฟังเบิกกว้าง กับ จูบครึ่งๆ กลางๆ ของอชิระ
นั่นเรียกว่าไร้สาระหรือ นี่น้องชายของเขาหัวใจกระด้างหรืออย่างไรจึงไม่คิดถึงหน้าหรือหัวใจผู้อื่น
อะไรนะ! นายว่านายจูบ...”
โธ่! บรูคส์ จะตกใจอะไรกันนักกันหนา กับไอ้แค่จูบ หึๆ รอยตาเยาะหยัน เรียวปากได้รูปเหยียดยิ้มตีค่าจูบกระท่อนกระแท่นกับคนป่วยว่าไม่มีความหมาย คนเป็นพี่ส่ายหน้าไปมาอดระอาและผิดหวังไม่ได้ อชิระเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เย็นชาปราศจากหัวใจรัก หัวใจที่โดนทำลายลงเพราะเมย่า
ชิน ฉันไม่เคยสอนให้นายไร้ความรับผิดชอบ ขาดศักดิ์ศรีของความเป็นลูกผู้ชายสักนิดเดียว เรื่องนี้แกต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น ป่านนี้ทุกคนคงพูดกันหนาหูเรื่องนายกับเลขาฯ ที่หายเข้าไปขลุกอยู่ด้วยกัน ถึงมันจะไม่มีอะไรก็เถอะแล้วใครจะรู้เล่าว่าไม่มี มีแต่หัวใจนายเท่านั้น บรูคส์เอ่ยเตือนสติ
รับผิดชอบ! พูดเป็นเล่น อย่างกับผมไปทำใครท้องอย่างนั้นแหละ น้ำเสียงนั้นไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเขาต้องทำถึงขั้นนั้น ก็ตัวเขายังไม่ทันได้แตะต้องณัฐมณกระทั่งปลายเล็บ นอกจากจูบอุ่นร้อนนั่นเท่านั้นเอง แล้วจะมาเรียกร้องหาความยุติธรรมเรื่องใดเล่า  
ถึงจะไม่ใช่ แต่ก็ต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษสิ นี่เป็นคำสั่งของฉัน นายจะต้องหมั้นกับคุณเน็ท
ไม่ ไม่มีทาง อชิระส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เชื่อหู  
คำว่า หมั้น  ส่งให้หูตาคนฟังอื้ออึง ราวกับบรรยากาศโดยรอบมืดฟ้ามัวดิน นี่บรูคส์เป็นบ้าไปแล้วใช่ไหมจึงจะบังคับให้เขาหมั้นกับณัฐมณทั้งที่ไม่ได้รัก ไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มสักเสี้ยวหนึ่งของความรักที่มีให้เมย่า เขารู้แต่ว่าไม่ได้ชอบพอหญิงสาวหน้าตาจืดๆ คนนี้และจะไม่ยอมเกี่ยวดองทั้งชั่วคราวและถาวรกับเธอแน่ๆ ความอดทนสิ้นสุดเมื่ออชิระผุดลุกขึ้นอย่างฉุนเฉียว
ให้ตายเถอะ! วันนี้มันวันวิปโยคหรืออย่างไรจึงได้ยินเสียงฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาพร้อมๆ กับคำสั่งหมั้นแบบสายฟ้าแลบ

มีคนแอบทำตาเขียวปั้ดใส่นายชินซะแล้ว ^ _ ^
แค่แอบร้าย ยังไม่ได้ร้ายมากนะคะ เอ..คนอ่านเห็นด้วยไหมก็ไม่รู้ 
ช่วงนี้อาจมาช้าไปบ้าง ขออภัยจริงๆ งานเข้าอ่ะค่ะ คืนนี้กู๊ดไนท์ค่ะ
                                                              ดาลัน   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

731 ความคิดเห็น

  1. #560 kasinee2526 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 12:36

    ม่รู้ว่าชิน ออกฤทธิ์ รึเปล่า

    #560
    0
  2. #258 naowarat_epp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2552 / 16:29
    สงสารเน็ทอย่างแรงเลย ทำไมคุณชินใจร้ายเยี่ยงนี้
    #258
    0
  3. #229 mypuy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2552 / 15:17
     แหมๆสรุปนี่ก็คือ ชินเราเริ่มจะชอบนางเอก

    ขึ้นมาบ้างแล้วหล่ะ ลุ้นให้ชินรักนางเอกเร็วๆจัง

    นางเอกจะได้แก้เผ็ดชินสักทีนึง อิอิ
    #229
    0
  4. #138 kasinee2526 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2552 / 21:13

    แหมนายชิน ไม่สงสาร นู๋เน็ทเลยน่ะ

    #138
    0
  5. #131 minkkiez (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2552 / 07:31
    จี๊ดอย่างแรงเลยค่าตอนที่อ่านประโยคนี้
    "อชิระวางของเล่นของเขาลงบนเตียง..."
    เห็นหนูเน็ทเป็นแค่ของเล่นเหรอค้าา..โอ๊ยยยย เนี่ยนะแอบร้าย
    ไม่แอบล่ะค้าร้ายเลยทีเดียวแหละ
    แต่ก็ยังอยากให้เป็นพระเอกอยู่ดี โฮะๆๆๆ
    เอาไว้ให้หลงรักหนูเน็ทจนโงหัวไม่ขึ้นเมื่อไหร่ล่ะก็
    มิ้งจะหัวเราะซะให้เข็ดเลย

    แต่ตอนนี้ ฮือๆๆๆๆ สงสารหนูเน็ทไปพลางๆก่อนค่า
    #131
    0
  6. #130 deuanpeng (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2552 / 04:31

    ชอบจังเลยค่า พระเอกเลวๆ เนี่ย ถูกใจมากๆ พระเอกร้าย นางเอกน่ารัก บอบบาง น่าสางสาร
    อัพต่อเร็วๆ นะคะ กำลังสนุกมากๆ ค่ะ

    #130
    0
  7. #129 keylynn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2552 / 01:55
    ตอนนี้เลทติ้งนายชินตกฮวบค่ะ..55
    ถึงจะแอบสะใจกับคำสั่งหมั้นสายฟ้าแลบ แต่ก็สงสารสาวเจ้าที่ต้องมารับกรรมหมั้นกะอีตาคนเนี้ยจริงๆ...
    #129
    0
  8. #128 prarotna (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 23:21
    พี่บรูคส์พูดดีมาก ถ้านายชินไม่เชื่อก็ตบหัวซักที สองที เผื่อจะมีความเป็นสุภาพบุรุษขึ้มาบ้าง
    #128
    0
  9. #127 annita_1110 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 22:29
    ชิน แรงได้อีก นะ

    ไว้ถึงคราวเน็ท บ้างละกัน   ชิๆๆๆๆๆ
    #127
    0
  10. #126 sangrawee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 / 21:55
    เกลียดชิน
    เห็นแก่ตัวมาก
    #126
    0
  11. #125 prarotna (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2552 / 00:10
    นี่แค่แอบร้ายเหรอเนี่ยนายชิน
    ถ้าไม่แอบเน็ทไม่แย่กว่านี้เหรอ
    ตอนนี้แอบเชียร์นายปราบแล้ว เพราะจริงใจกว่าเยอะ
    #125
    0
  12. #123 focheur (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2552 / 00:33
    หนอย นายชิน กล้าโขกสับปราบของเราเหรอ
    เค้าเป็นลูกจ้างนายนะ เป็นมนุษย์ มีหัวใจ มีความรู้สึก ไม่ใช่ทาส
    ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่าอยู่เรื่อยเลย หัดทำเรื่องดีๆซะมั่งเซ่!!!

    ตอนนี้แอบเทใจให้โคลหน่อยๆด้วยค่ะ อยากให้โคลได้กับเมย่า
    2 คนนี้อยู่ด้วยกันแล้วดุเด็ดเผ็ดมันดี
    คงมีแต่โคลคนเดียวที่กำหราบเมย่าได้
    #123
    0
  13. #122 deuanpeng (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2552 / 18:12
    อ่านแล้วสนุกมากค่ะ จิ้นภาพตามแล้วยิ่งสนุก
    รีบกลับมาอัพต่อเร็วๆ นะคะ
    #122
    0
  14. #121 minkkiez (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2552 / 10:51
    ตายแว้วคุณดาลันขา
    นี่แค่แอบร้ายเหรอคะเนี่ย
    แล้วจะร้ายไปได้แค่ไหนล่ะเนี่ย
    ตายๆๆๆๆๆๆ มิ้งละหวั่นแทนหนูเน็ท
    อยากจะไปสลับตัวแทนให้จริงจริ๊ง เลยทีเดียวเชียวคร่า อิอ
    #121
    0
  15. #120 dreaming (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2552 / 08:10
    นายชินๆๆๆๆ หวงก้าง
    #120
    0
  16. #119 sangrawee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2552 / 07:10
    เอ้ะ  นายชินจะเอาไงแน่หา
    สงสารปราบแล้วน้ะ
    #119
    0
  17. #118 annita_1110 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2552 / 01:51
    อย่าให้ถึง ที ของเน็ท บ้าง นะ นายชิน  เชอะๆๆ
    #118
    0
  18. #117 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 / 19:06
    หนุกมากแวะเข้ามาอ่านรวดเดียวมาอัพอีกนะค๊ะ สงสารนางเอก อย่าให้ชิน(พระเอกใช่ปะ)อย่าร้ายนัก
    #117
    0