เพลิงรักมายา (ตีพิมพ์กับสนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 13 : หลอกให้รัก < up 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,866
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    26 พ.ค. 52

                เจ้านายหนุ่มกับลูกน้องสาวผ่านพ้นค่ำคืนที่ส่งให้หัวใจเต้นระรัว โดยเฉพาะณัฐมณที่โดนปลุกปั่นจนหัวใจหญิงสาวไหวสั่นอีกครั้งนับตั้งแต่เลิกราจากอครา ทั้งที่ไม่ควรรู้สึกใดๆ กับอชิระ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่อาจกำหนด บทจะหวั่นไหวหัวใจก็ไหวอ่อนผิดแผกจากที่เคยอย่างที่ณัฐมณไม่เข้าใจตัวเองถ่องแท้ แต่มิใช่แค่เพราะสัมผัสเมื่อคืนเป็นแน่ หญิงสาวตระหนักว่าลึกๆ แล้วเธอรู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่พบกันครั้งแรกที่ปาย เพราะอชิระแสดงท่าว่าเป็นสุภาพบุรุษมิใช่กึ่งซาตานที่ไล่หลอกตักตวงความรักจากเธอเช่นนี้
                ณัฐมณเหลือบมองอชิระแล้วครุ่นคิดจนใจลอย กำลังจับต้นชนปลายความรู้สึกของเธอเองจนไม่พูดไม่จาตั้งแต่เจ้านายหนุ่มขับรถออกจากโรงแรมในตอนสาย ความสับสนประดังประเดเข้ามาพร้อมกับคำว่า ไม่ควร เพราะเขาเป็เนจ้านาย ส่วนเธอเป็นลูกน้อง แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็เรียกว่า ไม่เหมาะ คนที่หงุดหงิดกลายเป็นเขาเพราะทนเห็นณัฐมณนั่งแข็งเป็นท่อนไม้จนอดรำคาญไม่ได้
                เน็ท คุณจะมองผมอีกนานไหม
น้ำเสียงห้าวเอ่ยถามขึ้นลอยๆ เลิกแถบคิ้วหนาสีเข้มขึ้นขณะสายตาจดจ่อกับการบังคับรถให้พุ่งทะยานไปข้างหน้า อีกฝ่ายไม่พูดเอาแต่มองจึงอดที่จะถามไม่ได้ เวลาถูกคนละเลยอชิระไม่ชอบใจ เรียวตาคมสีเทาเข้มชำเรืองมองณัฐมณที่ปลายตา เสียงทักถามทำให้คนในภวังค์ตื่นรีบหลุบสายตาไปอีกทางด้วยความอาย
หึ อชิระส่งเสียงเยาะในลำคอ อะไรก็ตามที่เขาลงทุนลงแรงเล่นบทอ่อนหวานแถมด้วย จูบ เมื่อคืนส่งผลของมันแล้ว แถมยังน่าพอใจจนเจ้าของความวาบหวามอดแสยะยิ้มเยือกเย็นไม่ได้ เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบเขาจึงพูดเรื่องอื่น
พอกลับไปถึงกรุงเทพฯ ผมมีเวลาไม่มากให้คุณเตรียมตัว เพราะผมจะกลับอเมริกาวันมะรืน เขาไม่ได้ถามเพื่อให้เธอตอบ แต่ออกคำสั่งให้เธอรับรู้และทำตามเท่านั้น
อชิระปล่อยให้หญิงสาวเคลิบเคลิ้มกับเรื่องหวามไหวไม่นานก็ดึงเธอออกมาเพื่อรับรู้แผนการณ์เดินทางกลับประเทศอเมริกาของเขา ชายหนุ่มดึงเวลาอยู่เมืองไทยได้ไม่นานเพราะคำสั่งของบรูคส์ ต้องกลับไปสะสางงานต่อที่สาขาใหญ่และเขาจะพาณัฐมณไปด้วย เลขานุการสาวหน้าเจื่อนเคยรู้มาบ้างว่าอาจต้องไปทำงานต่างสาขาแต่ไม่คิดว่าเร็วเพียงนี้ เธอจะบอกมารดากับพี่สาวว่าอย่างไร แล้วมีหรือที่พวกเขาจะเข้าใจง่ายดาย เมื่อเห็นหญิงสาวเงียบไปอชิระก็ปรายนัยน์ตาคมมองเธออีกครั้ง ณัฐมณไม่ค่อยช่างพูดเอาซะเลยทำให้บางครั้งก็อ่านยากและเขาไม่ชอบที่ถูกปิดบัง คนเผด็จการไม่ชอบให้ใครอ่านใจแต่ชอบเข้าไปนั่งในหัวใจเพื่อรื้อค้นความรู้สึกของคนอื่น ไม่ต่างไปจากคนเห็นแก่ตัวนัก
มีอะไรรึ หรือว่าต้องขออนุญาตใครก่อนอย่างเช่น...แฟน เขาถามลองเชิง ไม่แปลกถ้าณัฐมณจะมีเพื่อนชายแต่อาจมีผลกระทบกับเขา อชิระจึงจดจ่อกับคำตอบนี้ ดูสิว่าจะยอมเปิดปากบอกเขาได้หรือยัง
ไม่ใช่ค่ะ แต่เป็นครอบครัว เธอตอบเสียงดังฟังชัด ไม่มีภาพของอคราในหัวมานานแล้ว แต่กลับมีภาพของคนข้างๆ ชัดขึ้นทุกขณะ
แล้วเมื่อก่อนล่ะมีไหม
เขายังคงถามซอกแซกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ คล้ายชวนสนทนาทั่วไป หญิงสาวไม่ได้ตอบแต่เบือนหน้าออกไปอีกทาง รอยตาหม่นมัวลงชั่วแวบความเจ็บช้ำผ่านเข้ามาแทรกความสดใสแล้วหายวับไป แทนที่อชิระจะปล่อยไปง่ายๆ เขากลับยื่นมือไปเหนี่ยวรั้งมือบางที่วางทิ้งไว้บนตักขึ้นมากุมจนณัฐมณตกใจ
คุณชิน!”
มีหรือไม่มี ตอบมาสิเน็ท คุณกำลังขัดใจผมที่ไม่ตอบคำถามนะ
เสียงเรียบๆ เมื่อครู่แข็งขึ้น โดยที่ยังขับเคลื่อนพาหนะไปด้วยมือเดียว ณัฐมณถึงกับตัวร้อนวาบเมื่อโดนอุ้งมือหนาใหญ่กุมแน่น เจ้านายจอมเผด็จการต้องการคำตอบแบบเคลียร์ๆ เพื่อความสบายใจ ทั้งที่ไม่เห็นจำเป็นเลยสักนิดซีกหนึ่งของหัวใจบอกอย่างนั้นแต่อชิระไม่ฟัง เขาต้องรู้ว่าเธอเคยมีใครในหัวใจมาก่อนหรือเปล่า นอกจาก กรณ์ ไอ้หนุ่มชาวไร่คนนั้น แล้วยังมีใครหน้าไหนอีกไหม
เหตุผลนะหรือ...อชิระไม่มี ถึงเขาจะไม่ได้ตั้งใจคบหากับณัฐมณลึกซึ้งจริงจังแต่ผู้หญิงที่เขาจะเกี่ยวพันด้วยก็ต้องโปร่งใส นั่นเป็นเงื่อนไขที่ถูกตั้งในใจฝ่ายเดียว  
ดวงหน้าเล็กนวลเนียนยังหันเข้าหากรอบกระจกสีชาข้างตัวไม่ยอมเอื้อนเอ่ยอะไรอีก การพูดถึงอดีตเก่าๆ ไม่มีอะไรดี มีก็แต่ตอกย้ำแผลลึกที่แห้งไม่สนิทดีให้ปริแยก แล้วส่งให้อาการช้ำเลือดช้ำหนองย้อนมาทำร้ายแล้วจะเอ่ยถึงอีกทำไมกัน
ที่ไม่พูดถึงเนี่ยเพราะคุณลืมได้หมดใจ หรือว่ามันเจ็บจนพูดไม่ออกล่ะ อชิระเยาะหยัน เววตาขุ่นสนิทวับวาวยามทอดมองณัฐมณ
รู้สึกขัดใจไม่น้อยเลยที่อีกฝ่ายปิดปากเงียบ แต่แล้วคำพูดนั้นก็ย้อนมาให้ทิ่มแทงตัวเขาเอง เรียววูบไหว นั่นเขากำลังถามคำถามตัวใช่ไหมว่ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องของเมย่า ลืมเธอไปได้จนหมดใจ หรือว่า...เจ็บจนพูดไม่ออก
ทุกอย่างรอบตัวอชิระหยุดเคลื่อนไหวในอึดใจนั้น หยุดถูกความคิดและลมหายใจขัดข้อง ปลายเท้าหนักๆ ภายใต้รองเท้าหนังสีดำเงาปลาบเหยียบเบรกจนมิดส่งให้รถทั้งคันกระตุกวูบ ก่อนแถเข้าข้างทางที่รกร้างไปด้วยผืนนากับต้นไม้ใหญ่ไม่กี่ต้นที่ตั้งเด่นหยอกล้มสายตาและแดดจ้า ร่างบอบบางถูกแรงเหวี่ยงถลันไปเบื้องหน้ากะทันหันจนหน้าเหวอ ดวงตาพราวตระหนกเธอใช้มือเล็กยันคอนโซลเอาไว้โดยสัญชาตญาณ แต่กระนั้นก็ยังเลี่ยงอาการบาดเจ็บไม่พ้น เสียงร้องโอดโอยลอดจากริมฝีปากอวบอิ่มที่ห่อเข้าหากันทั้งที่ยังหลับตาปี๋ 
                เจ็บ...
เสียงร้องเบาๆ ของณัฐมณไม่ได้เข้าหูร่างหนาของคนข้างๆ สารถีหนุ่มที่ขับรถไม่เป็นสับปะรดนั่งกุมพวงมาลัยแน่นจนชื้นเหงื่อทั้งที่มันจอดสนิท กำกดจนมือขาวๆ เกิดรอยแดงเป็นปื้น เรียวตาสีหม่นวาวขึ้นเมื่อรอยโกรธเข้าครอบงำ ขบกรามจนเกิดรอยบนใบหน้าคมสัน เขาปรายนัยน์ตาดุดันมองหญิงสาวราวกร้าวโกรธทั้งที่เธอไม่ใช่...คนในความคิดคำนึงของเขา
อชิระกระชากร่างเล็กเข้ามากอดแนบแน่น ปรารถนาให้คนเบื้องหน้าเป็นผู้หญิงที่เขารักไม่ใช่แค่ตัวแทน
เมย่า... เขาครางชื่อนั้นในลำคอ ด้วยรักและคั่งแค้น คนถูกกอดหวั่นไหวกับชื่อของผู้หญิงอีกคน นัยน์ตาคู่สวยสั่นน้อยๆ
คุณชิน คุณเองก็มีคนๆ นั้นใช่ไหมคะ
ณัฐมณเอ่ยถามเสียงแผ่ว เมื่อเขาปล่อยเธอจากอ้อมกอดแข็งๆ นั่น แม้ว่าสัมผัสของชายหนุ่มจะกร้าวแต่ทว่าอ่อนโยนยามที่เขานึกถึงคนรัก  เรียวตาเย็นชาราวน้ำแข็งกะพริบถี่เมื่อเสียงหวานๆ ย้ำเตือนว่าเธอไม่ใช่ เมย่า ของเขา มือหนาปล่อยลงข้างตัวช้าๆ ราวคนใจลอย คนทั้งคู่นิ่งเงียบปล่อยบรรยากาศให้อึดอัดกระทั่งหายใจเข้าออก ณัฐมณกลืนน้ำลายลงคอยากเย็น เธอรู้แก่ใจแล้วว่าอชิระกำลังมองเธอเป็นแค่เงาซ้อนของผู้หญิงอีกคน แต่ทำไมกายหนากลับอุ่นนัก
 
นครชิคาโก
            เสียงเอะอะฟังไม่เป็นภาษาจากร่างใหญ่กำยำของชายหนุ่มทั้งสาม ภายใต้การนำของ โคล บอร์ดี้การ์ดชาวอเมริกัน กำลังเข้าหยุดยั้งการประท้วงจากร่างผอมเพรียวที่กำลังดิ้นเร่าลงจากเตียง ทั้งกอดรัดลากถูร่างบางพัลวันเมื่อเธอขัดขืนไม่ยอมเตรียมตัวสำหรับงานหมั้นในวันนี้ หญิงสาวสะบัดเรียวแขนไร้เนื้อหยุ่นกระแทกกระทั้นอย่างไม่กลัวเจ็บแต่กลับถูกจับกุมด้วยปลอกเหล็กหุ้มเนื้อของโคล เมย่าดึงทึ้งเส้นผมสีน้ำตาลแก่ของเอ็ดเต็มแรง ความชุลมุนเกิดขึ้นภายในห้องนอนของนายสาวที่เกิดจะประท้วงไม่ยอมเข้าร่วมพิธีหมั้นกับคาโอล นักธุรกิจรุ่นพ่อในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
                หยุดออกฤทธิ์ได้แล้ว คุณเมย่า เสียงโคลตวาดกร้าว
คนตัวโตหลายคนสู้แรงนายสาวได้แต่ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงมากไปกว่ายึดเรียวแขนทั้งสองตรึงไว้ ต่างจากโคลชายหนุ่มขบกรามแน่นส่ายหน้าไปมากับการอาละวาดหนักของนางแบบสาวเขามีหน้าที่ต้องกำราบเธอเพราะเวลาไม่คอยท่าหากไม่เป็นไปตามตารางเวลา เมสันคงเล่นงานเขา
            กรี๊ด..ดด ปล่อยฉันนะไอ้พวกบ้า ปล่อย เมย่ากรีดร้อง สบทไล่พร้อมคลานหนีลงจากเตียงทุลักทุเล
                อย่าดิ้นสิคุณเมย่า เฮ้ย! มัวมองเป็นไก่ตาแตกอยู่นั่นแหละจับไว้สิวะเอ็ด ไอ้โง่เอ้ย!” เสียงสบทแหบห้วนสั่งการลูกน้องร่างยักษ์ที่ยืนเงะๆ งะๆ เมื่อเมย่าดิ้นหลุดจากพันธนาการราวกับพวกเขาไร้น้ำยา ผู้หญิงคนเดียวกลับจับไม่อยู่ โคลย่างสามขุมเข้าไปหาเมย่าที่ปัดป้องทุบรัวลงบนอกแกร่งของเขาด้วยแรงเท่ามด หากเทียบความสูงนางแบบสาวร่างโปร่งเพรียวที่จัดว่าค่อนข้างสูง กลับแลดูต่ำเตี้ยไปถนัดใจในเมื่อบอร์ดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนบังเธอมิด โคลมองหญิงสาวเบื้องหน้าอย่างไม่ปรานีนัก
          ตุ้บตั้บ พลั่ก!
ออกไปไกลๆ เลยนะโคล ไป้
ร้องไล่หลังจากทำร้ายเขาจนเหนื่อยแต่อีกฝ่ายไม่ฟังเสียง ชายหนุ่มรวบมือทั้งสองด้วยอารมณ์ขัดใจ ต่อให้ออกแรงมากกว่านี้จนหมดตัวโคลก็ไม่สะดุ้งสะเทือน มือหนามือเดียวรวบข้อมือผอมบางทั้งสองของเมย่ากดแรงจนอีกฝ่ายหน้าตาเหยเก อีกมือหนึ่งทำหน้าที่ราวคีมเหล็กล็อคเข้าที่เอวบางรวบไว้ข้างตัวอุ้มกึ่งลากหญิงสาวเข้าไปในห้องน้ำ บอร์ดี้การ์ดผิวสีที่เหลือมองตากันเลิ่กลั่กก่อนถอยฉากออกไป ฤทธิ์มากขนาดนี้มีคนเดียวที่จัดการได้ก็คือ โคล            
            กรี๊ด..ดด ไอ้บ้า ไอ้หมาหมู่ปล่อยเซ่ ปล่อยไอโคลบ้า เมย่ากรีดร้องลั่นกว่าเดิม บางเสียงเล็ดลอดออกไปสู่เบื้องนอกที่มีคนรับใช้คอยท่าเข้ามาสวมหน้าที่ทั้งแต่งหน้า ทำผมให้หญิงสาวต่างสะดุ้งไปตามๆ กันว่าข้างในห้องนั้นเกิดอะไรร้ายแรงขึ้น โคลจ้องมองนายสาวดุเดือดอยากบอกว่าเอือมระอาเจ้าหล่อนเหลือเกินเช่นกัน
อย่าลูกเล่นมากเลยคุณเมย่า คุณก็รู้ว่ายังไงก็หนีไม่พ้น ว่าง่ายๆ เชื่อผมเถอะแล้วคุณจะไม่เจ็บตัว
โคลขู่เสียงเยียบก่อนผลักเธอจนชนเข้าไปผนังสีครีมในห้องน้ำส่วนตัวภายในห้องนอนกว้าง อีกฝ่ายแทบเสียหลักล้มเพราะพื้นลื่นๆ ดีที่เขายึดเธอเอาไว้ด้วยปลอกเหล็กแข็งๆ ข้างเดิม เมื่อดึงรั้งร่างอ้อนอรชรกลับมาเมย่าก็ประจันหน้ากับเขา ประกายตาของหญิงสาวแค้นเคืองเศษสวะลูกน้องของบิดาที่กล้าดีถึงขนาดข่มขู่ลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างเธอ เมย่าอยากจะฆ่าเขาให้ตายนัก โคลถอนใจหนักหนาเซ็งเต็มแก่กับคุณหนูจอมเรื่องมาก
หมดเวลาเล่นสนุกแล้วคุณเมย่า ผมขอเตือนหากคุณตุกติกผมจะเข้ามาอาบน้ำแต่งตัวให้คุณเอง จำเอาไว้ โคลข่มขู่แสยะยิ้มดุดันก่อนปล่อยมือหนากระแทกกระทั้นจนร่างโปร่งบางทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นกระเบื้องเคลือบลายตาราง  
ใบหน้าเรียวสวยอาบไปด้วยรอยน้ำตาแห่งความแค้นใจ นี่เธอจะหลบเลี่ยงงานหมั้นบ้าๆ ครั้งนี้ไม่ได้จริงๆ หรือ...
หัวใจพร่ำเพรียกหาอชิระคนรักที่เธอจำต้องทิ้งขว้างเพราะถูกบังคับของบิดา ตอนแรกคิดว่าจะทำใจได้เมื่อต้องหมั้น ตามด้วยแต่งงานกับคนแก่แต่ร่ำรวยตามที่เมสันเฝ้าเกลี้ยกล่อม แต่เมื่อได้พบอชิระอีกครั้งที่เมืองไทยความรู้สึกก็ท่วมท้น เธอไม่ต้องการ รับไม่ได้กับสภาพเมียเก็บของคาโอลหากต้องตบแต่งไปกับเขาจริงๆ การขัดขืนครั้งนี้จึงเกิดขึ้น แต่โชคไม่ได้เข้าข้างเมย่ารู้ว่าฝืนอย่างไรก็ไม่เป็นผลเพราะโคลลูกน้องตัวร้ายของบิดาคงไม่ปล่อยเธอไว้แน่ น้ำตาที่อัดอั้นเอ่อไหล เรียกร้องหาอชิระแทบขาดใจ
ชิน ช่วยเมด้วย...” แต่เขาคงไม่ได้ตอบรับ เมย่ารู้ดีแก่ใจที่แห้งผากว่าไม่มีทางที่อชิระจะมาปรากฎตัวช่วยเหลือเธอได้ 

บ้านบริบูรณ์วัฒน์
คุณนุชนาถกับณฐิกานั่งรอการกลับมาของณัฐมณ หมายมั่นว่าวันนี้จะต้องคาดคั้นให้ผู้เป็นน้องสาวลาออกจากบริษัทเวลล์ เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่นแล้วมาทำงานกับเธอให้ได้ ร่างโปร่งบางที่ก้าวเข้ามาก้าวแรกชะงักนึกอยากยอบกายหนีหายไปต่อหน้าต่อตาหญิงสองวัย ดวงหน้าเล็กเจื่อนไปเนื่องด้วยพอจะเดาออกรางๆ ว่าคงมีเรื่องสำคัญอะไรสักอย่างคนทั้งสองจึงมานั่งรอทั้งที่ใกล้เวลาเที่ยงคืน ณัฐมณสาวเท้ามาใกล้หยุดทักทายพร้อมทำทีว่าง่วงด้วยอาการหาววอดๆ น้ำหูน้ำตาพาลจะไหล
นั่งก่อนสิเน็ท ไปไหนมาน่ะกลับเสียดึกๆ ดื่นๆ คนเป็นพี่ทักถาม แววตาไม่ค่อยพอใจนัก ณัฐมณหน้าแห้งจำต้องพาตัวเองไปนั่งลงยังโซฟาตรงข้ามมารดาทั้งที่เหนื่อยอ่อนจากการเดินทางเต็มที
เน็ทไปต่างจังหวัดเรื่องงานน่ะค่ะ คุณแม่กับพี่แนทมีอะไรกับเน็ทหรือเปล่าคะถ้าไม่มี...เน็ทเหนื่อยจังอยากพัก
ณัฐมณคอยแต่จะหลบเลี่ยงที่จะโดนซักไซ้แต่ณฐิกาไม่ยินยอม ลูกสาวคนโตหันไปมองคุณนุชนาถขอร้องให้มารดาเป็นผู้เอ่ยปากอย่างน้อยลูกสาวคนเล็กก็ต้องเกรงใจ บรรยากาศแปร่งๆ เพราะต่างรู้ดีว่าเรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ แบบที่ต่างฝ่ายต่างพอใจ
เน็ท งานที่เราทำมันน่าเสียดายมากมายหรือ ถ้าแม่จะขอร้องล่ะมาช่วยพี่เขาบริหารงานจะทำได้ไหม คุณนุชนาถหันมาทางณัฐมณชั่งใจ เสียงเนิบๆ ของมารดากลับเสียดแทงความรู้สึกเมื่อนางกำลังกลับคำที่ให้ไว้กับณัฐมณ ลูกสาวคนเล็กกำลังจะคัดค้าน ณฐิกาก็สมทบมาด้วยน้ำเสียงกระด้าง ภาพของผู้บริหารหนุ่มนัยน์ตาสีอำพันผุดขึ้นมาให้ขุ่นใจอีกครั้ง แต่ความไม่พอใจทั้งมวลกลับมาลงที่ณัฐมณซึ่งอยู่ ณ ที่นี้
ทั้งคน ทั้งบริษัทใช่ว่าจะดีนักหนา ทำไมต้องไปรับใช้ไอ้พวกฝรั่งขาดคุณสมบัติผู้ดีพวกนั้นด้วย ยัยเน็ทแกรู้ไหมว่าเขาทำกับพี่ยังไงตอนที่ไปขอเจรจาด้วยดีๆ เสียงแหลมเล็กแทรกเข้าหูจนณัฐมณหน้าเบ้ อยากอุดหูเสียให้ได้
เน็ทไม่ทราบหรอกค่ะ แล้วก็ไม่รู้จริงๆ ว่าพี่แนทไปพูดกับเขาดีๆ หรือเปล่า น้ำเสียงเย็นๆ ของน้องสาวทำให้ณฐิกาเต้นเร่า เธอชี้หน้าณัฐมณด้วยอาการเกรี้ยวกราด ผู้เป็นมารดาส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายกับความไม่ลงรอยของสองพี่น้องแต่ก็ยังเห็นใจลูกสาวคนโตอย่างเคย
นี่แกเข้าข้างคนอื่นทั้งที่ฉันเป็นพี่ ที่ฉันทำทั้งหมดก็เพื่อกิจการของบ้านเรา แต่แกกลับไปยินดีให้คนอื่นจิกหัวใช้ ปล่อยให้ฉันลำบากงั้นเหรอ
เน็ทไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นค่ะ เน็ทแค่ใช้สิทธิ์ที่คุณแม่ให้ ถ้าพี่แนทขาดคนลองลงรับสมัครสิคะ ณัฐมณขัด ไม่ยอมลดราวาศอก 
          “พอแล้วเน็ท ถ้าคิดจะเอาคำพูดที่แม่อนุญาตว่าให้ทำงานนอกบ้านได้มาอ้างล่ะก็ แม่ขอยกเลิกก็แล้วกัน เราต้องกลับมาทำงานกับพี่เขา คุณนุชนาถออกคำสั่ง สุดท้ายนางก็เลือกคนอื่นที่ไม่ใช่ณัฐมณ หญิงสาวกลืนก้อนแข็งๆ ที่ไหลมารวมกันจนจุกที่อกให้เคลื่อนผ่านเมื่อมารดากลืนคำพูดของตัวเองเพราะณฐิกา คนถูกบีบคั้นผุดลุกขึ้นเผชิญหน้ากับคนเป็นพี่ แววตาสวยซึ้งเย็นชา
เน็ทไม่คิดว่าคุณแม่จะลืมคำพูดง่ายๆ เลย อะไรก็ตามที่คุณแม่สัญญากับเน็ทมันไม่มีความหมายเลยเหรอคะ คนเป็นลูกสะอื้นในอก คุณนุชนาถหน้าชาดิก นางผลุบลุกขึ้นเงื้อมมือเล็กตกกระทบผิวแก้มอ่อนบางของลูกสาว
เพี๊ยะ!
หยุดเห็นแก่ตัวซะทีเถอะยัยเน็ท ทำตัวเหมือนพ่อของแกไม่มีผิดรู้ไหมว่าฉันเอือมกับแกแค่ไหน ถ้าครั้งนี้ไม่ทำตามที่ขอก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่อีก คุณนุชนาถตวาดใส่ ณัฐมณตัวชาวาบ
คุณแม่!” หยดน้ำตาที่กล้ำกลืนไว้ร่วงเผาะอาบผิวแก้มขาวนวล รอยแดงเถือกปรากฎเป็นริ้วแนวขึ้นทันตา ณัฐมณขบเม้มริมฝีปากนุ่มสะกดกลั้นเสียงสะอื้นที่กำลังครางครวญในใจ มือเล็กยกขึ้นปาดเช็ดรอยน้ำตาของความน้อยใจบดบังไว้ด้วยแววตาชาเฉย ทั้งมารดาและพี่สาวทำให้ณัฐมณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเรื่องที่ต้องติดตามอชิระไปอเมริกา    
 
คำสั่งจากทางไกลที่ส่งตรงมาจากประเทศอเมริกาได้รับการตอบรับจากเลขานุการสาวหน้าสวย ศรันยารับคำเมื่อบรูคส์สั่งให้เธอเดินทางมาอเมริกาพร้อมกับอชิระและเลขานุการส่วนตัวของเขา โดยไม่ได้เปิดเผยว่ากลัวทั้งสองคนใกล้ชิดกันเกินควรจนเป็นข่าวไม่งาม อย่างไรอชิระก็ได้ชื่อว่าเป็นทายาทของตระกูลเวลล์คนหนึ่ง ชื่อเสียงเรื่องผู้หญิงอาจเสื่อมเสียจนขาดความเชื่อถือจากคนรอบข้าง คนคิดการณ์ไกลจึงต้องจัดการเสียต้นลมนอกเสียจากอชิระคิดจะสละเมย่าแล้วหันมาคบหากับณัฐมณจริงจัง
ค่ะคุณบรูคส์
ขอบใจ นี่ถ้าไม่มีคุณศรันยา ผมคงแย่ ปลายเสียงของเจ้านายหนุ่มกลั้วยิ้มยามพูดเอาใจเลขาฯ ข้ามประเทศ อีกฝ่ายไม่ได้ขวยเขินเพราะรู้ดีเจ้านายของเธอปากหวานราวน้ำตาลเชื่อมกับผู้หญิงที่อยู่ใกล้ชิดจึงมิควรหลงความเสน่หาเหล่านี้
ขอบคุณค่ะที่นึกถึงดิฉัน เธอตอบคำแบบประมาณตนไม่รู้เลยว่าบรูคส์ไม่ใช่จะพูดเล่นพร่ำเพรื่อกับพนักงานสาวคนไหนเท่าศรันยา
มาถึงแล้วให้พาคุณเน็ทไปพักที่คฤหาสน์สีขาว คุณพักกับเธอที่นั่นฝากดูแลคุณเน็ทด้วย บรูคส์สั่งความ ศรันยารับรู้ได้ว่าผู้เป็นนายดูห่วงใยใส่ใจหญิงสาวซึ่งเป็นเลขานุการส่วนตัวของน้องชายมาก หรือว่าบรูคส์จะชอบพอณัฐมณเข้าแล้ว ที่จริงก็ไม่แปลกเลยชายหนุ่มอย่างบรูคส์อายุอานามไม่ใช่น้อยๆ แล้วที่ผ่านมาก็มีเพียงผู้หญิงโฉบๆ เฉี่ยวๆ คบหาเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ แบบคนที่เลือกได้ หากบรูคส์จะตกลงปลงใจกับผู้หญิงสักคนเธอก็คงจะไม่เกี่ยว ไม่มีสิทธิ์หวงห้าม ศรันยายังคงคิดเรื่อยเปื่อยถึงแม้เขาจะเป็นแบบที่เธอเคยใฝ่ฝัน เป็นบุรุษในจินตนาการแต่ก็ไม่อาจละเมอเพ้อพกกับฝันที่ไม่มีวันเป็นรูปเป็นร่างของความจริง
 
การตัดสินใจหุนหันเพราะอารมณ์ ผสมผเสกับความน้อยเนื้อต่ำใจในความลำเอียงของมารดาทำให้ณัฐมณมาอยู่ ณ ที่นี่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเตรียมตัวเดินทางไปประเทศอเมริกาโดยมีหน้าที่การงานเป็นเหตุผล คนพูดน้อยเป็นทุนเงียบกว่าทุกครั้ง อยู่ในชุดสุภาพเป็นชุดกระโปรงสีม่วงวาวขลับสีผิวขาวนวลคาดทับด้วยเข็มขัดเส้นใหญ่สีดำ ณัฐมณนั่งเงียบๆ รอคอยเวลา ในขณะที่ปราบกับศรันยานั่งข้างๆ กันสนทนากันเป็นช่วงๆ เรียวตาสีเทาเข้มจับจ้องดวงหน้าหม่นเศร้ากับรอยตาคล้ำๆ ของคนอดนอนสังเกต แต่ยังไม่มีโอกาสถามไถ่เพราะนั่งอยู่คนละฟากฝั่งของแถวแก้วอี้
คุณชินจะดื่มอะไรไหมคะ ดิฉันไปจะซื้อให้ ศรันยาเอ่ยขึ้น
ขอกาแฟดำ เน็ทคุณล่ะ อชิระปรายตาไปถาม
ไม่ค่ะขอบคุณ ณัฐมณเอ่ยพร้อมคลี่ยิ้มอ่อนๆ อชิระพยักหน้ารับรู้ ปล่อยให้ปราบกับศรันยาลุกไป เมื่ออยู่กันตามลำพังเขาก็ย้ายมานั่งข้างหญิงสาว มือหนาเอื้อมไปแตะมือบางเรียกสายตาหวานซึ้งให้เบือนกลับมาหาเขา
เป็นอะไรไป คุณไม่อยากไปเหรอ
น้ำเสียงนั้นอาทรจนคนที่กำลังอ่อนแอน้ำตาแทบไหล ณัฐมณส่ายหน้าช้าๆ กลั้นหยดน้ำตาอย่างอดทนจะมาอ่อนแอต่อหน้าผู้เป็นเจ้านายไม่ได้ ขนาดมารดาหรือพี่สาวสายเลือดเดียวกันยังมองข้ามความรู้สึกนึกคิดของเธอไปเลย ส่วนเขาเป็นคนอื่นแล้วเธอจะคาดหวังอะไรได้
เปล่าค่ะเน็ทไม่ได้เป็นอะไร แค่เพลียๆ เท่านั้น บอกเบา อชิระไม่ได้เชื่อถือคำพูดนั้นเลยเพราะเรียวตาคู่สวยชุ่มไปด้วยหยาดน้ำที่เจ้าตัวพยายามไม่ให้เอ่อไหล แต่ก็นั่นแหละหากเจ้าตัวไม่พูดเขาก็คาดคั้นเอาความจากณัฐมณไม่ได้
ถ้าอยากบอกก็บอกล่ะ ผมยินดีจะฟังทุกเมื่อ อชิระเอ่ยก่อนกุมกระชับมือเรียวบางคล้ายกำลังถ่ายทอดกำลังใจไปถึง
เพื่อนสนิทสองสามคนตามมาส่งณัฐมณที่สนามบินแทนที่จะเป็นมารดาของเธอ ประกอบด้วยเกษรา อภิชาติและพ่วงท้ายมาด้วยคนร้ายๆ ที่กลับตัวกลับใจอย่างอครา รอยน้ำตารื้นชื้นจำต้องเหือดแห้งเมื่อพบหน้าเกษราเพื่อนรักซึ่งประหลาดใจไม่น้อยที่ณัฐมณต้องเดินทางไปทำงานกะทันหัน ใจจริงทั้งเธอและกรณ์ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่แต่เมื่อเป็นเรื่องงานก็ทำความเข้าใจได้ อีกทั้งเพื่อนรักยังมีความไม่สบายใจเรื่องครอบครัวอีก การหนีปัญหาจึงไม่ใช่ทางแก้แต่ณัฐมณก็ยืนยันว่าเป็นเพราะหน้าที่ที่ต้องตามไปดูแลเจ้านายของเธอ สองสาวกอดกันกลมโดยมีอภิชาติยืนมองยิ้มๆ
ขอบใจที่มาส่งนะปิ่น อ้น เอ่อ อั๊ตด้วยล่ะ
ฮื่อ ต้องมาสิ เน็ทไปตั้งหลายเดือน คิดถึงแย่ ยัยปิ่น เหลือบมองส่วนเกินอย่างอคราที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่เบื้องหลัง ณัฐมณเผยยิ้มบางให้เขาในขณะที่สีหน้ารอยตาซึ้งๆ ของอคราทำให้อชิระจับจ้องอย่างสนใจ ชายหนุ่มคนนี้เป็นอะไรกับเลขานุการส่วนตัวของเขา
คุณอชิระคะนี่เพื่อนๆ ของเน็ทค่ะชื่อเกษรา อภิชาติและก็อครา หญิงสาวแนะนำบุคคลทั้งสามอย่างเป็นทางการไล่เรียงจนครบและตบท้ายด้วยอดีตแฟนหนุ่ม อชิระพยักหน้ารับยังคงมองนิ่งไปยังร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มที่ชื่อ อครา
กลุ่มเพื่อนของณัฐมณยกมือไหว้อชิระในฐานะเจ้านายของเพื่อน ชินปราดมองก่อนยิ้มบางโต้ตอบ แต่ถ้าอครายังมองณัฐมณด้วยสายตาละห้อยเช่นนี้เขารู้สึกขัดอกขัดใจจนยากจะข่ม พอดีกับปราบและศรันยามาสมทบอชิระจึงหันเหไปสนใจเครื่องดื่มร้อนๆ ที่ตนเองสั่งแต่ก็ยังไม่วายปรายเรียวตาเข้มขุ่นมองณัฐมณที่ปลีกตัวไปร่ำลากับอคราห่างออกไป
รอยตาขุ่นมัวของอชิระส่งให้ศรันยามองตามสงสัย ไม่ต่างไปจากปราบที่เผลอเมื่อใดก็มักจะลอบมองเลขานุการสาวของอชิระอยู่ตลอด คนซึ่งมองอยู่วงนอกจึงเห็นท่าที ความรู้สึกของคนวงในกระจ่างชัด ไอ้อย่างนี้มันเรียก รักหลายเส้า แล้วมันจะจบลงอย่างไรกันเล่า
 
นครชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
สำนักงานใหญ่ของบริษัทเวลล์ กรุ๊ป ตั้งอยู่กลางนครชิคาโกซึ่งใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา เมืองแห่งศูนย์กลางของความเจริญ ล้ำสมัยของของธุรกิจและแหล่งอุตสาหกรรม ตึกสูงระฟ้าอวดโฉมความนำสมัยของสถาปัตยกรรมตง่านกลางกรุง โดยตึกหนึ่งในนั้นคืออาคารสำนักงานของเวลล์ กรุ๊ป ซึ่งตั้งอยู่เลียบแม่น้ำสายสำคัญอย่างแม่น้ำชิคาโก
บริษัทในเครือเวลล์ กรุ๊ป ถือเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งผลิตแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติให้กับผู้สัมปทานในอ่าวเม็กซิโก (Gulf of Mexico) ห้องทำงานของบรูคส์ เวลล์เนอร์ ผู้บริหารซึ่งนั่งแท่นใหญ่สุดของบริษัทซึ่งมีชื่อติดอันดับของประเทศอยู่สูงเสียดล้อมด้วยกระจกรอบด้านจนแลเห็นวิวของแม่น้ำชิคาโกตลอดแนว ผู้บริหารหนุ่มใหญ่เหลือบมองบอร์ดี้การ์ดคู่ใจมีรอยยิ้มบางๆ พอใจเมื่อศรันยาโทรศัพท์มารายงานว่าตอนนี้ทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องเดินทางมาถึงสนามบินแล้ว เหลือก็แค่รอรถลิมูซีนที่ขับไปรับโดยยิ่งใหญ่ซึ่งยังไปไม่ถึง 
          “เจ้านายของพวกนายมาถึงแล้ว รอรับมือให้ดีๆ ล่ะอีกหน้าที่หนึ่งก็คือดูแล อำนวยความสะดวกให้คุณศรันยากับคุณเน็ทด้วย บรูคส์เอ่ยขึ้น ร่างสูงใหญ่ไซส์ฝรั่งของเจ้านายหนุ่มเอนกายพิงเก้าอี้นวมสีดำ นัยน์ตาสีอำพันมองไปยังวัชระ อีกฝ่ายรับคำด้วยการค้อมตัวลงน้อยๆ แม้จะแปลกใจที่หญิงสาวทั้งสองติดสอยห้อยตามเจ้านายคนรองมาด้วย ฝ่ายณัฐมณติดตามมาดูแลอชิระ ส่วนศรันยามาเพราะคำสั่งของบรูคส์  
รอน นายไปเตรียมเปิดคฤหาสน์สีขาวรับรองเลขาฯ ทั้งสองคน ส่วนนายชินจะพักที่ไหนก็ตามใจเขา แต่มารายงานฉันด้วย
ครับนาย รอนรับคำแล้วก้าวออกไปพร้อมๆ กับวัชระ ซึ่งเรียกว่าจ้ำพรวดๆ จนไปถึงรถแทบจะพร้อมๆ กันก็ว่าได้
 
คฤหาสน์สีขาว ถูกเปิดเพื่อรับรองหญิงสาวชาวไทยทั้งสอง ทั้งที่ถูกปิดเป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัวเวลล์เนอร์ หากจะรับรองแขกสำคัญจะใช้วิลล่าอีกหลังซึ่งอยู่ใกล้ตัวเมืองมากกว่า ส่วนอชิระชายหนุ่มมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นห้องชุดสุดหรู อาศัยอยู่ตามลำพังที่นั่นเคยมีเมย่าไปมาหาสู่จนแทบจะเป็นบ้านหลังที่สองของเธอ กับคฤหาสน์อีกแห่งซึ่งอยู่ในประเทศเม๊กซิโกซึ่งเป็นที่ๆ ชายหนุ่มโปรดปราน
ขอบคุณค่ะคุณวัชระ
ศรันยาซึ่งคุ้นเคยกับหัวหน้าบอร์ดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยขึ้น เมื่อรถลิมูซีนขับเคลื่อนเข้ามาจอดในบริเวณพื้นที่หลายร้อยไร่ ซึ่งเป็นทุ่งกว้างเขียวขจีราวเขตปศุสัตว์แต่กลับมีคฤหาสน์สีขาวโพลนตั้งเด่นตง่าน ยิ่งใหญ่เป็นคนขับรถไปรับศรันยา ณัฐมณและปราบมาส่งที่นี่ จึงได้พบวัชระกับรอนที่มารอท่าอยู่ก่อนแล้ว
เราต้องอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอคะคุณศรันยา ณัฐมณกระซิบเบากวาดดวงตาสวยซึ้งไปรอบๆ อีกฝ่ายยิ้มสวยพร้อมพยักพเยิด
ค่ะเจ้านายของพวกเรารวยมาก ใจดีขนาดเปิดคฤหาสน์ให้คุณเน็ทกับดิฉันอยู่ เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะคุณเน็ท เลขานุการสาวรุ่นพี่เอ่ยบอกพลางจูงมือเรียวบางของณัฐมณให้ตามวัชระกับรอนเข้าไปภายในสิ่งก่อสร้างใหญ่โตราวปราสาทราชวัง ภายนอกเป็นสถาปัตนกรรมในยุคเก่าภายในยิ่งตระการตามากกว่าหลายเท่านัก
ผมเปิดห้องให้คุณทั้งสองคนแล้ว เชิญพักผ่อนตามสบายนะครับ วัชระเอ่ยบอกแล้วผายมือนำไปยังโถงยาวเบื้องหน้า
ณัฐมณตื่นตากับที่อยู่อาศัยโออ่าของมหาเศรษฐีอย่างตระกูลเวลล์เนอร์ ความแปลกตาอลังการของคฤหาสน์สีขาวดึงณัฐมณออกจากอารมณ์หม่นมัวได้บ้าง ตั้งแต่เครื่องบินร่อนลงจอดเธอต้องสลัดทิ้งซึ่งความเศร้าสร้อยไปกับความร้อนระอุแห้งแล้งของเมืองไทยแล้วเตรียมรับมือกับสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตของวันพรุ่งนี้ ความหนาวเยือกกับอุณหภูมิที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือส่งให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน หญิงสาวรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ
เวลานี้ที่นี่เหลือเพียงวัชระ รอนกับปราบซึ่งมาคอยอำนวยความสะดวกตามคำสั่งของบรูคส์ ส่วนอชิระถูกไปส่งยังห้องชุดของเขาเรียบร้อย

กลับมาหาคนอ่านก่อนเวลา 1 วันนะคะ ^ _ ^
ที่จริงต้องพบกันพรุ่งนี้ แต่มาเซอร์ไพรส์ก่อนค่ะ
ใครเดาใจถูกบ้างหนอ ขอบคุณการติดตามและรอคอย
แบบมาราธอน หุหุ เตรียมพบกันตอนหน้าค่ะ
ความร้ายกาจของนายชินมาเยือนแล้ว อะโหย                                   
                                                      ดาลัน   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

731 ความคิดเห็น

  1. #558 กระปุกออม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 12:30
    เม้นให้อีก
    #558
    0
  2. #467 p@d@w@n (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2552 / 03:28
    พระเอกของดาลัน ร้ายๆๆ
    #467
    0
  3. #256 พี่แป๊ด (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2552 / 16:19
    พระเอกนิสัยร้ายเอาการเลย  เน็ทก็เก็บกดเหมือนกันเลยโดนทั้งแม่ทั้งพี่แต่ก็หวังดีละนะ
    #256
    0
  4. #115 **~Mink~** (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2552 / 10:48
    อย่างนี้เมย่าก็น่าสงสารเหมือนกันนะคะ
    แต่ว่าคุณชินอ่ะไม่น่าสงสารเลย
    ถ้าแน่จริงก็ไปต่อกรกับพ่อเมย่าตรงๆ เลยสิ
    จะไปดึงคนไม่เกี่ยวเข้ามาเจ็บเพื่อตัวเองทำไม
    ไม่แฟร์เลยง่ะ
    #115
    0
  5. #114 โอเล่รสส้ม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 / 13:57
    เหนื่อยใจแทนน้องเน็ท
    #114
    0
  6. #113 vodka ka (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 / 08:39
    สู้ๆๆ เค้านะ
    #113
    0
  7. #112 vodka ka (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2552 / 08:44
    ขอให้ชินเจ็บอีกรอบนะ สงสารเน็ทจัง

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #112
    0
  8. #111 โอเล่รสส้ม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 23:57
    เมย่าก็น่าสงสารเหมือนกันนะ
    แต่เน็ทน่าสงสารมากกว่า
    #111
    0
  9. #110 กระปุกออม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 20:09
    เม้นให้กำลังใจจ้า
    #110
    0
  10. #109 a-mi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 19:36
    อืมม์....ยัยคุณหนูเมย่านี่ก็น่าสงสารเหมือนกันนะ..(แอบลุ้นให้คู่กะโคล..55+)
    #109
    0
  11. #108 tan+ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2552 / 18:47
    หนุกมากๆๆๆๆ .
    #108
    0