[SF/OS] #รังกระต่ายของป๋อ [ป๋อจ้าน,อี้จ้าน]

ตอนที่ 1 : [SF] My Rabbit [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    17 ส.ค. 62




My Rabbit

 

[1]

 

 

 

 

 

          นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

 

 

            หวังอี้ป๋อได้แต่งงกับตัวเอง ดวงตาคมเฉี่ยวภายใต้หมวกกันน็อคสีดำสนิทเหลือบมองถุงอาหารและเครื่องดื่มที่ห้อยอยู่บนแฮนด์มอเตอร์ไซค์คันเก่งของตน ในมือก็ถือกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีทั้งชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของถุงอาหารเหล่านั้น

 

 

            ใช่แล้ว สิ่งของเหล่านี้ไม่มีของหวังอี้ป๋อเลยสักชิ้น หากจะถามว่ามันมาอยู่กับเขาได้ยังไง ก็คงต้องย้อนกลับไปเมื่อ 10นาทีที่แล้ว

           

 

            หวังอี้ป๋อที่เพิ่งเสร็จสิ้นจากฤดูการแข่งขันจึงได้เวลาพักที่นานๆ ทีจะมีกับใครเขาบ้าง จึงตัดสินใจขับรถเล่นฆ่าเวลาเพราะช่วงเย็นเขามีนัดกับกลุ่มเพื่อนที่ลานสเก็ตบอร์ด แต่ระหว่างทางเกิดหิวขึ้นมาและเห็นว่าข้างหน้ามีร้านคาเฟ่เล็กๆ กะว่าหาอะไรรองท้องและพักไปในตัว แต่ใครจะคิด ยังไม่ทันได้ดับเครื่องเจ้ามอเตอร์ไซค์ลูกรัก ก็มีผู้ชายคนหนึ่งในชุดผ้ากันเปื้อนพุ่งออกมาจากร้านพร้อมกับถุงในมืออีกมากมาย วิ่งหน้าตื่นมาทางเขา ยังไม่ทันที่นักแข่งหนุ่มจะได้กล่าวอะไร

 

 

“ทำไมช้านักล่ะพี่ ผมฝากด้วยนะ ลูกค้ารอแล้ว” แล้วถุงเหล่านั้นก็ถูกยัดใส่มือพร้อมกระดาษที่อยู่และเศษเงินที่เจ้าตัวบอกว่าเอาไว้ทอน ยิ้มจนตาแทบปิดแล้วหลังจากนั้นก็วิ่งเข้าไปในร้านทันที

 

 

            นี่จึงเป็นที่มาของการที่อยู่ๆ จากนักแข่งรถก็กลายมาเป็นเด็กส่งอาหารของหวังอี้ป๋อ

 

 

 

 

 

 

 

            ส่วนร้านคาเฟ่ในตอนนี้ คนต้นเหตุกำลังคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าหุ้นส่วนร้านที่เป็นเพื่อนสนิทและรุ่นน้องอีกคนที่กำลังบ่นให้ยกใหญ่ ใบหน้าติดหวานที่ตอนนี้มีแว่นทรงกลมประดับก้มหน้าสลดกับสิ่งที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้

 

 

            “ทั้งขนม ทั้งน้ำ ไหนจะเงินทอนอีก เอาให้เขาไปหมด นอกจากจะกินอิ่มแล้วยังมีเงินให้ใช้อีก ดีจริงๆ” วังจั๋วเฉิงเมื่อกลับมาถึงพอรู้ว่าพี่ชายอีกคนของตนให้ใครก็ไม่รู้เอาของที่ร้านไปส่งให้ลูกค้าแถมยังฝากเงินทอนไปด้วยก็บ่นยาวจนป่านนี้ยังไม่หยุด ให้คนก่อนเหตุหน้าม่อยคอตก

 

 

            “เค้าขอโทษ...” เสียงอ่อยๆ ดังมาจากคนที่คุกเข่า ก็ใครจะไปคิดว่ามันจะเกิดเรื่องขึ้นเล่า เกิดมาตั้ง 27ปี ไม่เคยมีปัญหากับเรื่องสายตาสั้น แต่ดันมาเป็นวันนี้ที่ต้องอยู่เฝ้าร้านคนเดียวเพราะจั๋วเฉิงกับอวี๋ปินต้องออกไปทำธุระและซื้อของเข้าร้าน

 

 

            “ไม่ต้องมาคงมาเค้า” จั๋วเฉิงถลึงตาใส่คนอายุมากกว่า โตกว่าเขาตั้ง 5ปี แต่ชอบทำตัวเป็นเด็กเล็กๆ เล่นซนให้ปวดหัวอยู่เรื่อย และวันนี้ก็ก่อเรื่องจนได้

 

 

คาเฟ่เล็กๆ แห่งนี้เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขาสามคนที่ร่วมทุนกัน จั๋วเฉิงดูแลเรื่องเครื่องดื่ม เซียวจ้านดูแลเรื่องเมนูง่ายๆ รับลูกค้าและคิดเงิน ส่วนอวี๋ปินดูแลเมนูของหวานและเป็นคนส่งของให้ลูกค้า แต่วันนี้ทั้งสองคนมีธุระต้องออกไปข้างนอกจึงให้เซียวจ้านดูแลร้านคนเดียวไปสักพัก หากมีลูกค้าสั่งให้ไปส่งที่บ้านก็จะใช้บริการจากวินมอเตอร์ไซค์ที่รู้จักไปส่งให้

 

 

และสาเหตุที่เซียวจ้านต้องมานั่งคุกเข่าอยู่ตอนนี้ ก็เพราะตอนที่เขาถอดแว่นออกมาเช็ดเนื่องจากมีฝ้าเกาะแล้วหูดันได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์พอดี เลยนึกว่าเป็นรถรับจ้างที่ตัวเองสั่งให้มารับของไปส่งถึงได้รีบออกไปทั้งที่ยังไม่ได้สวมแว่น และเพราะว่าสายตาสั้นมากบวกกับรีบมากเพราะยังมีลูกค้ารอในร้าน เซียวจ้านจึงรีบหยิบของไปส่งด้วยความเคยชิน แต่หลังจากนั้นไม่นานก็รู้ว่าความซวยมาเยือนแล้ว เมื่อพี่วินที่รับหน้าที่ส่งของวิ่งหอบเข้ามาในร้านบอกว่าช้าเพราะเข้าห้องน้ำอยู่ แล้วคนที่เขาฝากของไปส่งก่อนหน้านี้เป็นใครกันล่ะ?

 

 

            ก็นั่นแหละ ใครจะไปคิดว่าสายตาสั้นจะนำความหายนะมาให้กันเล่า ฮือออ

 

 

            “เอาน่าอาเฉิง ลูกค้ายังไม่โทรมาแจ้งหรือคอมเพลนอะไร เขาอาจจะไปส่งให้จริงๆ ก็ได้” อวี๋ปินเอ่ยปลอบน้องคนสนิทที่ตอนนี้ยังถลึงตาแทบจะกินเลือดกินเนื้อเพื่อนตนแล้ว

 

 

            “พี่ก็แบบนี้ เข้าข้างกันตลอด” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่จั๋วเฉิงก็ยังยอมลงให้ เดินไปนั่งรอที่เก้าอี้ประจำอย่างฮึดฮัด

 

 

            เซียวจ้านลุกขึ้นก่อนจะเดินคอตกกลับไปที่นั่งตัวเอง ได้แต่ถอนหายใจออกมากับความประมาทของตัวเอง แต่ก็ว่าเถอะนะ คนที่เขาฝากของไปส่งนี้ ถ้ารู้ว่าถูกเข้าใจผิดแล้วทำไมไม่รีบมาบอกกันล่ะ นี่รับของเสร็จก็ขับรถออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือจะเป็นขโมยอย่างที่จั๋วเฉิงบอกจริงๆ

 

 

            แต่คิดแบบนั้นได้ไม่นาน เสียงเครื่องยนต์หนักๆ ก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าร้านก่อนจะดับลง หลังจากนั้นไม่นานคนบนรถก็ก้าวเข้ามาร้าน เป็นชายหนุ่มตัวสูงที่สวมเสื้อหนังสีดำสนิททับเสื้อยืดสีขาว เขาสวมกางเกงยีนสีเข้มที่มีรอยขาดตามสมัยนิยม แถมยังไม่ถอดแว่นกันแดดออกด้วยทั้งที่เข้ามาในร้านแล้ว ทั้งสามกล่าวต้อนรับเพราะนึกว่าเป็นลูกค้า แต่นอกจากจะไม่ได้รับการตอบกลับอะไรแล้ว ผู้มาใหม่ยังเดินตรงไปยังเซียวจ้านทันที คนคนนั้นล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหนังแล้วหยิบเอาของบางอย่างออกมา

 

 

            “ของนาย” น้ำเสียงของเขาทุ้มและติดจะแหบเล็กน้อยเอ่ยบอกแค่นั้น สร้างความงุนงงให้เจ้าของร้านทั้งสามไม่น้อย โดยเฉพาะเซียวจ้านที่มั่นใจแน่ๆ ว่าในบรรดาคนรู้จักของเขาไม่มีลักษณะคล้ายแบบนี้เลยสักคน

 

 

            “อะไรครับ?” แค่เดินเข้ามาหาแล้วพูดอะไรที่ไม่เข้าใจก็ทำให้เซียวจ้านต้องระวังตัวอยู่แล้ว นี่ยังยื่นอะไรมาให้ก็ไม่รู้ เจ้าของร้านหนุ่มแทบจะลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปหลบหลังจั๋วเฉิงให้รู้แล้วรู้รอด

 

 

            “ค่าอาหาร ที่ให้ไปส่ง” สั้นๆ สองประโยคแล้วก็วางถุงเล็กๆ ที่คิดว่าข้างในน่าจะเป็นเงินเอาไว้ตรงหน้าเซียวจ้านแล้วไม่พูดอะไรอีก

 

 

            พูดน้อยดีแท้

 

 

            “งั้นคุณคือคนที่เอาของไปส่งให้ผมเมื่อสักครู่สินะ?” คำตอบที่ได้มีเพียงการพยักหน้าเท่านั้น แต่ก็เป็นอันเข้าใจว่าผู้ชายตัวสูงลักษณะเหมือนอันธพาลคนนี้ คือคนที่เซียวจ้านเข้าใจผิดว่าเป็นวินมอเตอร์ไซค์ที่ช่วยรับส่งของนั่นเอง

 

 

            “อ่า...ขอโทษด้วยนะครับ พอดีว่าผมเข้าใจผิดคิดว่าคุณเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่รู้จักมารับของไปส่งให้” เซียวจ้านพูดอย่างสำนึกผิด น้ำเสียงใสติดจะหงอยเล็กน้อยเพราะเมื่อสักครู่ก็คิดไปไกลแล้วว่าอีกฝ่ายเป็นขโมย

 

 

            “ไม่เป็นไร” ตอบแค่นั้นก่อนจะถอดแว่นกันแดดออก เซียวจ้านต้องยอมรับว่าคนตรงหน้านั้นหล่อเหลาเอามากๆ ทั้งรูปร่างและเครื่องหน้าที่ชัดเจน ไหนจะผิวขาวจัดที่เนียนละเอียด ถ้าบอกว่าเป็นดาราเขาก็เชื่อ

 

 

            จั๋วเฉิงแทบอยากจะวิ่งเข้าไปบีบคอพี่ชายสุดที่รัก(?)เมื่อได้เห็นหน้าเด็กส่งของคนใหม่แบบชัดๆ นี่มันหวังอี้ป๋อไม่ใช่เหรอ หวังอี้ป๋อที่เป็นนักแข่งมอเตอร์ไซค์ทางเรียบที่กำลังโด่งดังอยู่ในตอนนี้เพราะรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาระดับดาราเบอร์ต้นๆ ของจีน ไม่ใช่แค่เพราะหน้าตาเท่านั้นแต่ฝีมือการขับรถของเขาก็ดีมากด้วย เข้าวงการมืออาชีพตั้งแต่อายุ20 เวลาเพียงหนึ่งปีก็สามารถขยับอันดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนเบียดรุ่นพี่คนอื่นไปได้หลายคนแล้ว และเพราะความเฟอร์เฟคนี้จึงเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั้งหลาย ถ้าถามว่าจั๋วเฉิงรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ เพราะว่าเขาเองก็ชอบความเร็วแบบที่ผู้ชายทั่วๆ ไปชอบเหมือนกันนั่นแหละ ถึงแม้จะไม่มีความสามารถไปขับเองก็ตามเถอะ

 

 

            แต่ว่าก็ว่าเถอะ จ้านเกอถึงขั้นไปใช้งานเทพบุตรนักบิดที่ขึ้นชื่อเรื่องความพูดน้อยต่อยหนักคนนี้เข้าจะไม่เป็นอะไรเหรอ

 

 

            “อ่า...ขอบคุณมากๆ แล้วก็ขอโทษอีกครั้งนะครับ” เซียวจ้านรับถุงเงินมาและกล่าวขอบคุณพร้อมกับขอโทษอีกรอบ ส่วนคนที่ถูกเข้าใจผิดก็แค่พยักหน้ารับเบาๆ

 

 

            “งั้นให้ผมเลี้ยงนะครับ ถือว่าตอบแทนที่คุณช่วยไว้” เจ้าของร้านหนุ่มถามอย่างกระตือรือร้น อยากตอบแทนที่อีกฝ่ายได้ช่วยเหลือตัวเองไว้

 

 

            “อืม” ตอบรับเพียงเท่านั้นก็เป็นอันเข้าใจว่าอีกคนตกลงแล้ว เซียวจ้านยิ้มจนแก้มกลมทำให้ดันแว่นที่ใส่อยู่ขึ้นไปด้วย ไม่นานหลังจากนั้นอเมริกาโน่เย็นและสลัดอกไก่ที่สั่งก็ถูกนำมาเสิร์ฟตรงหน้า

 

 

            หวังอี้ป๋อมองอาหารและเครื่องดื่มตรงหน้า เข้ายกกาแฟเย็นขึ้นจิบเล็กน้อยคาเฟอีนช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับวันที่ร้อนๆ แบบนี้ได้ดีเลย ส่วนสลัดอกไก่ อกไก่ถูกย่างมาสุกกำลังดีและไม่แข็งจนเกินไป หันเป็นชิ้นพอดีคำวางบนผักสลัดรวม น้ำสลัดเป็นซีอิ้วญี่ปุ่นปรุงรสให้มีความเปรี้ยวและหวานนิดๆ โรยงาคั่วเพิ่มความหอม ไม่ใช่สลัดครีมที่หวานจนเลี่ยน

 

 

            ดวงตาคมเฉี่ยวที่ติดจะดุของนักแข่งหนุ่มเงยขึ้นเมื่อรู้สึกว่าถูกจ้อง เขามองใบหน้าน่ารักที่ดูเหมือนจะลุ้นเหลือเกินว่าเมนูของร้านจะถูกปากตนหรือไม่ เซียวจ้านที่ถูกมองก็รู้ตัวว่าเสียมารยาทเข้าให้แล้ว ส่งยิ้มแห้งให้ก่อนจะทำหน้าหงอยขยับตัวออกมา ปล่อยให้คนพูดน้อยจัดการอาหารตรงหน้าไป

 

 

 

 

 

            หวังอี้ป๋อกลับไปแล้ว หลังจากที่จัดการกับกาแฟและสลัดตรงหน้าเสร็จเจ้าตัวก็พูดสั้นๆ ว่ามีธุระต่อและออกไปทันที หลังจากที่นักแข่งหนุ่มออกไปเซียวจ้านก็ถูกทั้งจั๋วเฉิงและอวี๋ปินซักฟอกทันที พอเล่าว่าเข้าใจผิดเพราะดันถอดแว่นก็โดนสวดยับว่าถึงมองไม่ชัดแต่หูยังได้ยิน แล้วนี่เสียงเครื่องบิ๊กไบค์กระหึ่มขนาดนั้น ไปคิดว่าเหมือนเสียงของรถธรรมดาได้ยังไง พอตอบอ้อมแอ้มไปว่าเพราะรีบเลยถูกคนน้องถลึงตาใส่อีกรอบ

 

 

            อย่าดุมาก สำนึกผิดไม่ทันแล้วเนี้ย

 

 

            “แล้วพี่รู้มั้ยว่าหวังอี้ป๋อเป็นใคร?” ถามอีกครั้ง ถึงจั๋วเฉิงจะมั่นใจว่าพี่ชายของตนไม่รู้เรื่องแน่ๆ เพราะวันๆ นอกจากงานที่ร้านก็คงจะมีแต่การวาดรูปเท่านั้นแหละที่เซียวจ้านสนใจ

 

 

            พอได้รับการส่ายหัวปฏิเสธมาจั๋วเฉิงก็ถอนหายใจแล้วเล่าเรื่องเด็กส่งของกิตมศักดิ์ให้ฟัง ทั้งชื่อ อายุ เรื่องส่วนตัวและนิสัยคร่าวๆ ของเจ้าตัวที่หาอ่านได้ตามอินเตอร์เน็ต พร้อมกับวีกรรมเด็ดๆ หลายอย่าง ไม่ว่าจะความปากร้ายพูดตรงๆ ไม่มีอ้อม หรือความเจ้าคิดเจ้าแค้น อย่างตอนที่เจ้าตัวเพิ่งเข้าวงการมาใหม่ๆ หวังอี้ป๋อถูกรุ่นพี่คนหนึ่งสบประมาทว่าทั้งที่ไม่ได้เก่งอะไรมากแต่ดังได้เพราะหน้าตา เจ้าตัวเลยซ้อมหนักและลงแข่งสนามเดียวกับรุ่นพี่คนนั้นตลอดและก็เอาชนะมาได้ทุกสนามจนไม่มีใครกล้าเอาเรื่องหน้าตาของเขามาพูดอีก

 

 

            “นี่เขาจะไม่เอาร้านเราไปพูดจนแฟนคลับมาถล่มที่บังอาจไปใช้งานพ่อเทพบุตรของเขารึเปล่าเนี้ย?” พอได้ฟังน้องพูดถึงประวัติคร่าวๆ ของหวังอี้ป๋อ อวี๋ปินก็ถามขึ้นมา ทำเอาคนที่ไปใช้งานเขาอย่างเซียวจ้านหน้าซีด

 

 

            “มะ...ไม่หรอกมั้ง ก็มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด แล้วก็ขอโทษไปแล้วนี่ ขอโทษไปแล้ว...” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่เหมือนเซียวจ้านจะสติหลุดไปแล้ว เอาแต่พร่ำคำว่าขอโทษไปแล้วอยู่หลายรอบ ก่อนจะเดินตัวลอยเข้าหลังร้านไป

 

 

 

 

 

            หลังจากเหตุการณ์เข้าใจผิดในวันนั้นก็ผ่านไปแล้วเกือบหนึ่งเดือน ทุกอย่างยังคงดำเนินไปอย่างปกติ หวังอี้ป๋อไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรและแฟนคลับของเขาก็ไม่ได้มาถล่มร้านอย่างที่เคยคิด จากที่กังวลจนตอนนี้เลิกไปแล้ว เซียวจ้านที่ได้เวลาพักเพราะเป็นวันหยุดของร้านจึงเดินลากรถจักรยานสีขาวคาดแดงที่เพิ่งจะถอยมาได้ไม่นาน เพื่อเอาไว้หัดขี่

 

 

            ใช่แล้ว เซียวจ้านเป็นชายหนุ่มวัย27 ที่ขับรถจำพวกสองล้อไม่เป็นเลย

 

 

            เซียวจ้านจูงจักรยานคันใหม่เอี่ยมมาแถวหลังสวนสาธารณะใกล้บ้าน เพราะแถวนี้คนจะผ่านมาน้อย จะให้มาซ้อมขี่จักรยานให้คนดูเยอะๆ ด้วยวัยแบบนี้แล้วก็น่าอายพอดู อีกทั้งที่นั่นยังเป็นสนามหญ้าซะส่วนใหญ่ ตอนหัดขับเกิดล้มขึ้นมาจะได้ไม่เจ็บมาก อันที่จริงเมื่อตอนเด็กๆ เขาก็ขี่จักรยานได้เหมือนเด็กทั่วไป เพียงแต่ตอนอายุประมาณ 8ขวบ เขาถูกหมาของคนแถวบ้านวิ่งไล่เลยพยายามปั่นจักรยานหนี แต่คงด้วยความเป็นเด็กที่ร่างกายยังเล็กความแข็งแรงก็น้อยบวกกับความตกใจทำให้จักรยานล้มและถูกหมาตัวนั้นกัดเข้า ถึงหมาจะกัดเพียงแค่ถากๆ และรถล้มก็ไม่เป็นอะไรมาก แต่มันก็ฝังใจมาตั้งแต่นั้น ทำให้เขาทั้งกลัวหมาและไม่กล้าขี่จักรยานหรือพวกรถสองล้ออีกเลย

 

 

            ถ้าถามว่าทำไมตอนนี้ถึงได้ลุกขึ้นมาหัดขี่จักรยาน มันก็เป็นเพราะเวลาจะออกไปไหนมาไหนแถวๆ หมู่บ้าน ถึงแม้จะบอกว่าไม่ไกลมากแต่ให้เดินไปกลับก็เหนื่อยเอาการ แถมจะไหว้วานอวี๋ปินหรือจั๋วเฉิงตลอดก็คงไม่ได้ จะให้เอารถยนต์ไปก็กะไรอยู่เพราะแค่ไม่กี่ร้อยเมตร และเขายังไม่ใจกล้าพอจะขับรถมอเตอร์ไซค์ทันที หวยเลยมาตกที่รถจักรยานนี่แหละ ล้มไปก็คงไม่เจ็บมากละมั้งนะ

 

 

            พอจูงมาถึงจุดหมายเซียวจ้านก็หันมองรอบๆ ก่อนจะพบว่าที่นี่ไม่มีคนเลย ทางสะดวกกับการฝึกหัดครั้งนี้มาก จมูกโด่งสวยสูดหายใจเข้าลึกๆ เป็นการเรียกขวัญก่อนจะตวัดขาขึ้นนั่งบนเบาะ เท้าขวาวางไว้ที่บันไดจักรยานเท้าซ้ายยันพื้นไว้เพื่อไม่ให้ล้ม สูดหายใจเข้าลึกๆ อีกรอบก่อนจะออกแรงที่บันไดปั่นทำให้ล้อเริ่มหมุนไปข้างหน้า แต่ถีบไปได้ไม่ถึงสองรอบดีมือที่บังคับรถก็สั่นจนแทบจะบังคับไม่อยู่ จักรยานก็เซไปมาแทบจะล้มจนต้องหยุดปั่นแล้วเอาเท้าทั้งสองดันพื้นเพื่อทรงตัว

 

 

            “ยากจังแฮะ” บ่นกับความยากของการบังคับรถให้ตรง ทั้งมือและขาก็สั่นเป็นเจ้าเข้า

 

 

            เซียวจ้านตัดสินใจเริ่มใหม่อีกครั้ง วางเท้าบนบันไดจักรยานอีกครั้ง ใบหน้าน่ารักมองไปข้างหน้าก่อนจะออกแรงปั่นอีกครั้ง เขาพบว่าการโฟกัสกับเส้นทางที่จะปั่นไปแทนที่จะเป็นตัวเองหรือตัวจักรยานทำให้การปั่นเป็นได้ดีกว่าเพราะไม่ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลัง แต่ถึงอย่างนั้นเพราะเป็นมือใหม่หัดขับแขนและขายังสั่นอยู่เลยทำให้การเคลื่อนไวของตัวรถยังเป๋ไปมา จังหวะหนึ่งที่ล้อรถเกิดไปเหยียบกับหินก้อนเล็กๆ กับคนอื่นคงไม่มีปัญหา แต่คนที่เพิ่งหัดใหม่อย่างเซียวจ้านทำเอาเขาทรงตัวไม่อยู่และตกใจจนลืมที่จะยั้งรถให้หยุด จักรยานของเขาจึงเอียงไถลและกำลังจะพาคนล้มลงไปด้วย

 

 

“เหวอ” ดวงตากลมหลับแน่นเตรียมล้มลงไปกับสนามหญ้า แต่ยังไม่ทันจะได้สัมผัสกับความเจ็บปวด เซียวจ้านก็รู้สึกถึงแรงกระชากที่ข้อมือยื้อไม่ให้เขาล้มลงไป เมื่อหันไปมองก็พบว่าคือคนที่ตัวเองเคยใช้ให้ไปส่งขอเพราะความเข้าใจผิด

 

 

            “หวังอี้ป๋อ?” เซียวจ้านถามเสียงเบาเหมือนถามตัวเองเสียมากกว่า เขามองนักแข่งหนุ่มที่มือหนึ่งยึดข้อมือเขาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็จับจักรยานไม่ให้ล้มไปด้วยกัน นึกในใจว่าอีกคนโผล่มาที่นี่ได้อย่างไร

 

 

            หวังอี้ป๋อถอนหายใจ ก่อนจะพูดสั้นๆ “ซื่อบื้อ” ที่จริงเขาเห็นตั้งแต่ที่อีกคนเริ่มหัดแต่แรกแล้ว หน้าตาตื่นๆ กับแขนขาที่สั่นไปมาจนรถเซเหมือนกระต่ายที่กำลังตื่นกลัวแล้วไม่รู้จะวิ่งไปหลบที่ไหนดี

 

 

            ซึ่งมันทั้งตลก และก็น่ารักด้วย

 

 

            คิ้วสวยขมวดแน่นเมื่อโดนหาว่าซื่อบื้อ เจ้าเด็กนี่มีสิทธิ์อะไรมาหาว่าเขาซื่อบื้อ สนิทหรือก็ไม่ อายุก็น้อยกว่าเขาตั้งเยอะ ถึงแม้เรื่องตอนนั้นมันจะเกิดขึ้นเพราะความเข้าใจผิดก็ตามเถอะ

 

 

            หวังอี้ป๋อมองคนที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนกระต่ายตาแดงที่กำลังโกรธด้วยความเอ็นดู มุมปากยกขึ้นอย่างหาได้ยาก ก่อนจะคิดว่าตัวเองคงเผลอปากไวไปอีกแล้วจึงเลื่อนมือไปจับที่เบาะหลังของจักรยานและเอ่ยบอกสั้นๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ “ปั่นสิ”

 

 

            “หา?” เซียวจ้านแทบปรับอารมณ์ไม่ทัน เมื่อกี้ยังปากเสียให้เขาหงุดหงิด แต่ตอนนี้กลับจะช่วยเขาซะงั้น

 

 

            “ปั่นไป ไม่ต้องห่วง จะจับไว้ให้” นี่คงเป็นประโยคที่ยาวที่สุดตั้งแต่ที่พวกเขาสองคนคุยกันมา เซียวจ้านเลิกสนใจแล้วหันไปมองแต่ทางข้างหน้าอีกครั้งตามที่คนข้างหลังบอก

 

 

            สองเท้าเหยียบบันไดปั่นก่อนจะออกแรงถีบให้รถเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ตอนนี้เซียวจ้านเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นเพราะคนข้างหลังทำตามที่บอกจริงๆ เจ้าเด็กนั่นจับรถของเขาไว้ไม่ยอมปล่อย ทั้งยังออกแรงรั้งไม่ให้จักรยานเอียงเพื่อให้ขี่ได้ง่ายอีกด้วย

 

 

            หวังอี้ป๋อมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงเมื่อเริ่มบังคับรถได้ดีขึ้น ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะต้องมาจับจักรยานให้ใครหัดขับ ซ้ำยังเป็นคนที่อายุมากกว่าเขาหลายปีอีกด้วย นึกดีใจที่อีกฝ่ายเลือกที่ซ้อมได้ปลอดคนแบบนี้ ไม่อย่างนั้นคงได้เป็นข่าวแน่ๆ

 

 

            อันที่จริงหวังอี้ป๋อแอบตามดูอีกคนมาได้เกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว ไม่อย่างนั้นตอนที่รถกำลังจะล้มเขาคงเข้ามาช่วยไม่ได้ทันทีแบบนี้หรอก มันเริ่มมาตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องเข้าใจผิดนั้น พอออกจากร้านหวังอี้ป๋อก็ขับรถไปหากลุ่มเพื่อนเล่นสเก็ตบอร์ดที่นัดกันไว้ ทุกคนดูจะสงสัยที่เขาอารมณ์ดีเพราะไม่ว่าเพื่อนๆ จะทำผิดพลาดอะไรเขาก็ไม่ว่า ไม่ขมวดคิ้วหรือทำหน้าดุใส่ พอถูกถามมากๆ เข้าถึงได้เล่าให้ฟังว่าไปเป็นเด็กส่งของมา ทุกคนต่างตกใจ เพราะไม่มีทางที่หวังอี้ป๋อจะยอมทำอะไรแบบนี้ อย่าว่าแต่จะขอร้องเลย แค่เดินเข้ามาใกล้ยังถูกมองแรงแล้ว แล้วนี่อะไร ถึงขั้นยอมไปส่งของให้ทั้งยังกลับมาคืนเงินอีก แปลกเกินไปแล้ว

 

 

            หวังอี้ป๋อคิดตามที่เพื่อนบอกแต่ก็ยังคงไม่เข้าใจมากเท่าไหร่นัก แต่ตอนนั้นที่เห็นกระต่ายตาแดงวิ่งพรวดเข้ามาทำหน้าขอร้องนักหนาก็รู้สึกปฏิเสธไม่ลง ทั้งยังรอยยิ้มที่ส่งให้ก่อนจะวิ่งเข้าร้านไปนั้นมันทำให้หวังอี้ป๋อตาค้าง

 

 

            คนอะไรจะยิ้มได้สดใสขนาดนั้น

 

 

            ดังนั้นเขาจึงลองห่างจากอีกฝ่ายไปสักพัก ไปทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ และเข้าสนามไปฝึกซ้อมบ้าง แต่ก็แปลกที่ทำยังไงก็ลืมรอยยิ้มนั้นไม่ได้ จนสุดท้ายทนไม่ไหวตามมาแอบดูจนถึงตอนนี้

 

 

            “พอก่อน เหนื่อยแล้ว” ขับๆ หยุดๆ มาได้เป็นชั่วโมงก็เหงื่อโชกเต็มตัวแล้ว ริมฝีปากบางหอบอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็ว นานแล้วที่ไม่ได้ออกกำลังกายหนักขนาดนี้ อีกทั้งยังเกร็งไปทั้งร่างตอนบังคับรถ ตอนนี้แรงแทบไม่มีเหลือแล้ว

 

 

            หวังอี้ป๋อมองคนที่ลงจากจักรยานทั้งขาที่สั่นแล้วฟุบลงนอนหงายกับพื้นหญ้าอย่างหมดสภาพ รู้สึกเอ็นดูมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นคนอายุมากกว่าทำหน้างอแง ตามดูมาเกือบอาทิตย์เขาก็พบว่ากระต่ายตัวนี้สดใสมาก ไม่ว่าเจอใครก็จะส่งยิ้มให้ตลอด เวลาโดนแซวก็ทำหน้าเขินอายหลบตาอย่างน่ารัก เป็นพลังบวกให้แก่คนรอบข้างโดยแท้จริง

 

 

            “กลับมั้ย? จะไปส่ง” หวังอี้ป๋อถามเสียงเรียบ ใบหน้านิ่งๆ แต่ในใจกำลังลุ้นมากว่าจะได้ไปส่งกระต่ายตัวนี้ที่รังหรือไม่

 

 

            “อื้ม” เซียวจ้านตอบรับสั้นๆ เพราะตอนนี้แทบจะไม่เหลือแรงแล้ว จะให้เดินกลับบ้านตอนนี้บอกเลยว่าไม่ไหว อันที่จริงเขากะจะค่อยๆ หัดขี่ไปทีละนิด แต่พอมีคนจับให้ก็เหมือนเป็นการบังคับให้ปั่นไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็แทบยกขาไม่ขึ้นแล้ว

 

 

            คนอายุน้อยกว่าฉุดแขนคนพี่ให้ขึ้นมานั่งที่เบาะหลังจักรยานแล้วค่อยๆ พาปั่นกลับทางเดิมอย่างรู้ทาง ถ้าถามว่ารู้ได้ยังไง ก็แอบตามเขามาเกือบอาทิตย์แล้วนี่นา

 

 

            เซียวจ้านที่เหนื่อยจนแทบจะหลับจนตัวเอนไปมาบนเบาะหลังทำเอาหวังอี้ป๋อที่หันมามองต้องรีบหยุดรถแล้วจับมืออีกคนมาเกาะเสื้อตนไว้

 

 

            “จับไว้ จะได้ไม่ตก”

 

 

            “อื้ม” เซียวจ้านใช้มือกุมเสื้ออีกฝ่ายไว้ พอมั่นใจว่าจะไม่เผลอตกลงไปอีก หวังอี้ป๋อจึงเริ่มออกตัวปั่นจักรยานอีกครั้ง

 

 

            ถึงแม้จะยังไม่มั่นใจนัก แต่หวังอี้ป๋อก็รู้ว่าคนข้างหลังตนนั้นพิเศษกว่าคนอื่นๆ แน่นอน เขาไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อน ทั้งความเอ็นดู ความอยากแกล้ง ทั้งความหวงไม่อยากให้ใครเห็นความน่ารักของกระต่ายตัวนี้ พอมาคิดๆ ดูมันก็พิเศษมากจริงๆ นั่นแหละ

 

 

            พิเศษมากพอจะทิ้งเจ้าบิ๊กไบค์ลูกรักไว้ แล้วไปส่งกระต่ายตาแดงที่รังก่อนล่ะนะ

 

 

            นักแข่งหนุ่มปั่นจักรยานช้าๆ เพื่อจะได้เพิ่มระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันให้มากขึ้น ในหัวก็คิดมากมายเกี่ยวกับคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง อยากจะเลี้ยงดูกระต่าย ก็ต้องเริ่มศึกษานิสัยใจคอของกระต่ายตัวนี้ให้ดีๆ ซะก่อน ค่อยๆ วางกับดักไปทีละนิดจนในที่สุดดิ้นหนีไปไม่พ้น อย่างแรกเลยก็คงต้องโผล่หน้าไปให้เห็นบ่อยๆ ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปทีละนิด

 

 

            และแผนล่อกระต่ายตาแดงออกจากรังมาเลี้ยงดูของหวังอี้ป๋อก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

 

 

 

My Rabbit [1]

 

 

คุณชายเขาวางแผนจะกิน เอ๊ย! เลี้ยงกระต่ายแล้ว ฝากแม่ๆ เป็นหูเป็นตาด้วยนะฮะ 55555

 

อาจจะยังเขียนได้ไม่ดีมาก มีอะไรก็ติชมได้นะฮะ

ทักทายกันได้ที่แทก #รังกระต่ายของป๋อ นะฮะ

ขอบคุณมากฮะ ^^

 

 

Twitter : @Min_TANK









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #23 MomoLoveKk (@momolovekk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 19:02
    แหน่ะ ป๋อ อิอิ
    #23
    1
    • #23-1 momintank (@momintank) (จากตอนที่ 1)
      5 ตุลาคม 2562 / 17:38
      ไม่มีอะไรเลยฮะ แค่หลงกระต่ายเท่านั้นเอง อิอิ
      #23-1
  2. #22 oohsunisa (@1104199812041994) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 20:50
    น่ารักมาเลย แผนจับกระต่าย
    #22
    1
    • #22-1 momintank (@momintank) (จากตอนที่ 1)
      5 ตุลาคม 2562 / 17:37
      ขอบคุณมากฮะ เค้าหลงกระต่ายมากจนต้องจับมาไว้ข้างตัวเลยฮะ 5555
      #22-1
  3. #21 Dan_neua (@JSwang) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 11:48
    ศึกษาใจคอก็พอว่า แต่วางกับดักนี่คือไร. แผนสูงนะเรา
    #21
    1
    • #21-1 momintank (@momintank) (จากตอนที่ 1)
      5 ตุลาคม 2562 / 17:36
      ตกหลุมกระต่ายตั้งแต่แรกเจอ เลยต้องวางกับดักฮะ ไม่ยอมยกให้ใครทั้งนั้น 555555
      #21-1
  4. #16 แม่น้องป๋อ (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 06:55
    งุ้ยยย น่ารักไปหมดดด แผนสูงนะเราน่ะ ล่อมาให้ได้นะลูก//หาซื้อบ้านกระต่าย
    #16
    1
    • #16-1 momintank (@momintank) (จากตอนที่ 1)
      14 กันยายน 2562 / 14:09
      ตกหลุมกระต่ายตั้งแต่แรกเจอเลยต้องมีแผนหน่อยฮะ 5555
      #16-1
  5. #12 JP___ (@SAIiPAN) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 21:53
    ดีงามบรรยายได้ดีมาก น่าอ่านน่าติดตามมากๆเลย 😍😳😳
    #12
    1
    • #12-1 momintank (@momintank) (จากตอนที่ 1)
      14 กันยายน 2562 / 14:07
      ขอบคุณมากฮะ ฝากติดตามด้วยนะฮะ
      #12-1
  6. #10 25222524 (@25222524) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 19:48
    มีแอบตามด้วย...จะเอากลับไปเลี้ยงเลยเหรอทั่น
    #10
    1
    • #10-1 momintank (@momintank) (จากตอนที่ 1)
      14 กันยายน 2562 / 14:06
      หลงกระต่ายตั้งแต่แรกเจอ อยากเอากลับบ้านด้วยใจจะขาดแล้วฮะ 55555
      #10-1
  7. #6 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 19:51

    แผนสูง​ มาเป็นขั้นตอน​ จะกินของอร่อยต้องใจเย็นสินะ

    #6
    1
    • #6-1 momintank (@momintank) (จากตอนที่ 1)
      29 สิงหาคม 2562 / 18:31
      อยากเลี้ยงกระต่ายต้องวางแผนให้ดีฮะ อิอิ
      #6-1
  8. #2 khulala2 (@Khulala) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 17:02

    ดีงามมากกกก พิจ้านน่ารัก ป๋อก็น่ารักก 555 รอพัฒนาการของทั้งคู่นร้าาา

    #2
    1
    • #2-1 momintank (@momintank) (จากตอนที่ 1)
      21 สิงหาคม 2562 / 21:30
      ขอบคุณมากๆฮะ ฝากติดตามด้วยนะฮะ ^^
      #2-1
  9. วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 15:59
    แงงงง น่ารักกกกก
    #1
    1
    • #1-1 momintank (@momintank) (จากตอนที่ 1)
      21 สิงหาคม 2562 / 21:30
      ขอบคุณมากๆฮะ ^^
      #1-1