โคมเคราะห์รัก

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 หนี้แค้น (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    7 ธ.ค. 63



บทที่ 1 หนี้แค้น

 

“คืนนั้นเจ้าเผาจวนสกุลจาง สังหารสตรีตัวเล็กๆ ที่วิ่งเข้าไปในกองเพลิงอย่างโหดเหี้ยม วันนี้ข้าจึงอยากตอบแทนสิ่งที่เจ้าทำอย่างสาสม” น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมไม่เทียบเท่าแววตาอำมหิตที่สะท้อนความชิงชังอย่างชัดเจน เพียงระลึกถึงความเจ็บปวดที่สตรีอันเป็นที่รัก พระพักตร์ที่เคยเย็นชาก็รวดร้าวอย่างชัดเจน

“นางเป็นเพียงบุตรสาวจากตระกูลขุนนางอาลักษณ์เล็กๆ เป็นชายารองที่มิอาจเทียบเคียงบารมีหรือศักดิ์ศรีของเจ้าได้ ทว่า… ข้ารักนาง” น้ำเสียงยามเอ่ยถึง ‘สตรีอันเป็นที่รัก’ อ่อนโยน และเทิดทูนอย่างชัดเจน แววตาที่เคยกร้าวกระด้างก็อ่อนลงตามไปด้วย โดยเฉพาะคำว่า… รัก ที่ฮองเฮาไม่มีวันสัมผัสถึง

สวีฮองเฮาเม้มริมฝีปาก ใบหน้าที่ก้มต่ำเงยขึ้น ดวงตารีเรียวจ้องมองอย่างตัดพ้อ หากก็ไม่อาจผ่านเข้าไปในหัวใจของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ฝ่าบาท ฮึก ฝ่าบาทเมตตาด้วยเพคะ

“วอนขอชีวิตหรือ” ฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ยกยิ้มมุมพระโอษฐ์ซ้าย ความเยือกเย็นในดวงตาหนาวเหน็บสาดความเกลียดชังออกมาอย่างไม่คิดปิดบังอีกต่อไป

“ขอฝ่าบาททรงทบทวนด้วย หม่อมฉันซื่อสัตย์ มิเคยคิดคดทรยศต่อพระองค์ อีกทั้งเหตุการณ์ในคืนนั้นหม่อมฉันก็มิได้มีส่วนเกี่ยวข้อง!

“หุบปาก!” เสียงตวาดกร้าวดังขึ้นทันทีที่คำแก้ตัวเอ่ยออกมายังไม่ทันจบประโยค ความเกรี้ยวกราดอัดแน่นในดวงตา และแผ่รังสีออกมาจนข้าราชบริพารที่ยืนไกลออกไปยังหนาวสั่น

ตอนนั้นข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว วอนขอเจ้าด้วยซ้ำ ว่าอย่าแต่งให้ข้า แววตาเยือกเย็นติดกระด้างชำเรืองมองอย่างเหยียดยาม ก่อนเอ่ยต่อ ทว่าเจ้าไม่ฟัง!”

ถ้าตอนนั้นนางไม่แต่งให้เขา ตอนนี้เขาคงมีความสุขกับซือซือของเขา ท่องเที่ยวไปทั่วหล้าด้วยกันตลอดไป!

ฝ่าบาทหม่อมรักพระองค์ หม่อมฉันไม่เคยทำร้ายพระองค์ สิ่งเดียวที่หม่อมฉันผิดคือดึงดันให้ท่านพ่อทูนขอพระราชทานสมรส ฝ่าบาททรงวินิจฉันด้วย ฮือ

สวีฮองเฮาสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ ร่ำร้องขอความเมตตา ทว่าไม่มีวันไปถึงหัวใจดุจน้ำแข็งดวงนั้น

“ข้าสั่งให้เจ้าพูดหรือ บุตรีแม่ทัพใหญ่สวีข่าย”

มิใช่สวีฮ่องเฮาอีกแล้ว หากเป็นศักดิ์ของนางก่อนได้รับสมรสพระราชทาน สวีฮองเฮาหลับตาลง ปล่อยน้ำตาให้รินไหลลงสองแก้ม หัวใจที่เจ็บปวดกับทุกสิ่งที่ผ่านมาเจ็บซ้ำลงไปจนแทบขาดรอน

“ฝ่าบาท”

ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด หญิงตระกูลจางผู้นั้นจากไปนานแค่ไหน พระทัยของผู้เป็นสวามีก็ไม่เคยเป็นของนาง ไม่เคย… และไม่มีวัน

“เจ้าลงแรงไปมาก” น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันเอ่ยขึ้น ร่างสูงสง่าในชุดมังกรห้าเล็บเยื้องย่างเข้ามาใกล้ ก้มหน้าลงมองเพียงวูบเดียวก็เงยดวงหน้าเจ็บแค้นขึ้นพระสรวลอย่างสาสมใจ

“เรารับรู้ความอุส่าหะของเจ้าดี” แววตายามตรัสว่า ‘รู้’ วาบผ่านความเคียดแค้นชิงชังอย่างชัดเจน ก่อนใบหน้าเย็นชาเป็นนิจจะเผยรอยยิ้มมุมปากอีกครั้ง

“เราจึงสั่งคนเผาจวนแม่ทัพไร้พ่าย กักขังคนตระกูลสวีเอาไว้ข้างในให้มอดไหม้ตายตกไปอย่างทุกข์ทรมานทุกคน ไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว” น้ำเสียงช่วงท้ายขาดหายไป เมื่อร่างสูงสง่าโน้มกายลงมาแล้วกระซิบต่อ

“เช่นที่ซือซือของเราต้องเจอ!”

รอยยิ้มยาวเอ่ยประโยคหลังเหี้ยมเกรียมยิ่ง เมื่อผละกายสูงสง่าขึ้นอีกครั้ง แววตามาดร้ายวาบผ่านนานชั่วครู่ ก่อนรอยยิ้มบนมุมปากจะยกสูงขึ้นกว่าเดิม

“ส่วนเจ้าเห็นแก่ที่เป็นถึงฮองเฮาสุดที่รักของเรา”

มือหนาเอื้อมไปรับถ้วยชาจากซุนกงกงมาถือเอาไว้ ใช้ปากเป่ากรุ่นควันที่ลอยเอื่อยอยู่ข้างบนออกเล็กน้อย ร่างสง่างามจึงยอบกายลง

“เราให้อู๋ฮวนคำนวณ… อย่างดี จำนวนของมันเมื่ออยู่ในน้ำชานั้นเจือจางลงมากพอ…” แววตาตรงช่วงนี้กร้าวกระด้างขึ้นอีกเท่าตัว ยามพระพักตร์แย้มยิ้มเอ่ยต่อ

“ให้เจ้าทุรนทุรายนานห้าเค่อจึงสิ้นใจอย่างทุกข์ทรมาน”

รอยยิ้มตรงมุมพระโอษฐ์กว้างขึ้น แววตาเคียดแค้นสว่างวาบยามหยิบยื่นถ้วยชาในพระหัตถ์ส่งมาให้พร้อมเสียงหัวเราะก้องกังวานที่บาดหัวใจคนฟัง

“เจ้าจะตายอย่างทุกข์ทรมาน… เช่นซือซือของเรา!”

แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงงองุ้มลงเล็กน้อย ยามหยัดร่างขึ้นยืนอีกครั้ง ดวงตาอำมหิตกวาดมองร่างที่คุกเข่าค่อยๆ ถอยร่นห่างออกไปด้วยรอยยิ้มน่าสะพรึงกลัว ถ้วยชาในพระหัตถ์ถูกยื่นส่งให้คนข้างกาย

ซุนกงกง ร่างสูงของซุนกงกงค้อมกายคารวะอย่างสำรวม ก่อนส่งสัญญาณให้ขันทีน้อยสองคนข้างหลังเข้าไป ประคอง ฮองเฮาขึ้น สวีฮองเฮาดิ้นรนขัดขืน ตะโกนร้องอย่างหวาดกลัว ปากพร่ำวอนขอชีวิตตนจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เรือนผมที่เกล้าไว้อย่างงดงามกระเซอะกระเซิงจนไม่หลงเหลือความเย่อหยิ่งดุจพญาหงส์ในอดีตอีกต่อไป

ซุนกงกงสาวเท้าเข้าหาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แววตายามทอดมองสตรีที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของแผ่นดินไร้ซึ่งความรู้สึก ไม่มีความเมตตาหรือเคารพยกย่องหลงเหลือในแววตาคู่นี้อีกต่อไป มือหนาข้างหนึ่งบีบปลายคางมนให้ริมฝีปากอวบอิ่มสีชาดเผยอขึ้น แล้วกรอกน้ำชาผสมยาพิษชนิดพิเศษลงไปอย่างไร้ความปรานี 

ร่างของสวีฮองเฮาถูกปล่อยให้นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น พิษชนิดพิเศษที่ได้รับส่งผลให้ร่างกายร้อนราวกับถูกไฟเผา หัวใจบีบแน่นเจ็บปวดราวกับมีเข็มนับล้านเล่มทิ่มแทงลงมาพร้อมกัน ทุกข์ทรมานราวกับแดดิ้นท่ามกลางกองไฟที่คุโชน อยากจะตาย ทว่าไม่อาจตายได้อย่างที่ใจปรารถนา

ฝะ ฝ่าบาท

แม้เฮือกสุดท้ายของลมหายใจจะขาดห้วง คามหวงหาที่มีต่อคู่ชีวิตก็ยังหลงเหลือ ต่อให้ผู้ชายตรงหน้าพระราชทานยาพิษให้ หัวใจก็ยังคงรัก

รักอย่างไม่อาจหักห้าม รักจนกระทั่งทำทุกอย่างให้ได้เขามาครอบครอง

ทว่าสุดท้ายไม่ว่าจะเป็นกายหรือหัวใจก็ไม่เคยเป็นของตน

แววตาปวดร้าวทอดมองร่างสูงสง่าที่เดินห่างออกไป แผ่นหลังเหยียดตรงแลดูโดดเดี่ยว และเย็นชาราวกับว่าหลี่เฉิงคนนี้คือฮ่องเต้จ้งคัง แต่ไม่ใช่องค์ชายสี่ที่นางรู้จัก ไม่ใช่ท่านหนิงอ๋องผู้อบอุ่นอ่อนโยนเช่นในวันวานอีกแล้ว

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะคงเป็นวันนั้น วันที่สตรีน่าชิงชังตายจากไป

กี่สิบปีผ่านมาทุกอย่างก็ยังคงไม่แตกต่างจากเดิม ไม่ว่าจางซือซือจะตายไปแล้วหรือยังมีลมหายใจ หัวใจของผู้ชายคนนั้นก็ยังเป็นของนางไม่มีวันผันเปลี่ยน

สวีฮองเฮาหยุดดิ้นรนไปแล้ว ใบหน้าอาบน้ำตายังคงลืมตาจ้องมองชายผู้เป็นที่รักซึ่งห่างออกไปราวกับจะไม่มีวันเอื้อมถึงอีกต่อไป

ฝะ ฝ่าบาท เสียงแหบแห้งพร่ำเรียกหาผู้เป็นสวามีอย่างสิ้นหวัง เมื่อแผ่นหลังที่ห่างออกไปไม่หยุดนิ่งสักเสี้ยวนาที สวีฮองเฮาสะอื้นสุดเสียง ยามตะเกียกตะกายไขว่คว้าหาผู้เป็นที่รัก ทว่าเอื้อมอย่างไรก็ไม่มีวันถึง

ข้าไม่มีวันรักเจ้า ดังนั้นจงอย่าทำให้ข้าเกลียดเจ้าจะดีกว่า

ทว่า ความรักบดบังดวงตา กระทั่งไม่ฟังคำทัดท้านของเขา ชายผู้มีหัวใจดวงเดียวเพื่อสตรีอื่นหลี่เฉิง

ดวงตาบวมช้ำค่อยๆ ปิดลง เล็บยาวสวยที่จิกลงบนพื้นจนหลุดค่อยๆ นิ่งงัน พร้อมร่างทุรนทุรายสะท้านไหวครั้งสุดท้าย เมื่อลมหายใจสิ้นลง

ซุนกงกงทอดสายตามองร่างของฮองเฮาผู้เป็นใหญ่ในตำหนักใน สตรีที่ทำทุกอย่างเพื่อยื่นอยู่บนที่สูงสุด เข่นฆ่า ทำร้าย ทำลายทุกคนทุกสิ่ง กระทั่งถึงวันที่ยืนอยู่บนนั้นแล้ว ช่วงเวลากลับสั้นนัก เพียง 2 ปีเท่านั้น ก็พังทลาย

ไม่ใช่เพียงนาง แต่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของนางทั้งสิ้น

ขันทีหนุ่มแค่นยิ้ม มุมปากข้างหนึ่งยกสูงขึ้น ยามสะบัดชายแขนเสื้อเดินตามแผ่นหลังผู้เป็นนายออกไป

เหลือทิ้งไว้เพียงรอยเลือดสีแดงสดที่ทะลักไหลจากริมฝีปากอิ่มเอิบที่มักพร่ำดูแคลนผู้อื่นเสมอ ร่างระหงที่เคยย่ำเหยียบผู้ที่อ่อนแอกว่า บัดนี้นางตายไปแล้ว

สวีฮัวฮัวสิ้นใจตายไปแล้วด้วยสองมือของขันทีคนหนึ่ง!

 

ฮ่องเต้จ้งคังเสด็จกลับตำหนักยงโซวด้วยสีพระพักตร์เรียบนิ่ง เมื่อประทับนั่งที่เตียงก็โบกมือไล่นางกำนัลและขันทีทั้งหลายออกไป

เสียงบานประตูปิดลงแล้ว พระวรกายสูงส่งจึงขยับลุกขึ้น เดินไปยังชั้นลับข้างหัวเตียง กดตรงตำแหน่งหนึ่งจึงเปิดช่องลับได้ กล่องแพรสีดำสนิทด้านในถูกดึงออกมากอดเอาไว้ในอ้อมอก จึงสาวพระบาทกลับมาเพื่อประทับนั่งบนพระขนงอีกครั้ง

ร่างสูงสง่าในชุดมังกรห้าเล็บสีทองอร่ามค่อยๆ ทรุดกายลงประทับ เปิดฝากล่องแพรสีดำสนิทออก ทอดพระเนตรห่อผ้าสีทองด้านในนิ่ง เนิ่นนานจึงคลี่พระโอษฐ์เป็นรอยยิ้มขมขื่นในที่สุด

พระหัตถ์หนาตะกองกอดห่อผ้าสีขาวแนบอก พระพักตร์เรียบนิ่งเป็นนิจปวดร้าวจนต้องเม้มพระโอษฐ์แน่น พระเนตรดุดันเอ่อคลอพระอัสสุชล ความทุกข์ทรมานจากการคะนึงหาท้วมท้นจนไม่อาจกักเก็บทุกอย่างเอาไว้ได้อีกแล้ว

ความรู้สึกข้างในมิใช่ฮ่องเต้แห่งต้าหลี่อีกแล้ว แต่เป็นเพียงบุรุษคนหนึ่งที่คะนึงถึงสตรีเพียงหนึ่งเดียวในพระหทัย

“นานแล้ว” น้ำเสียงแหบพร่ายามเอ่ยกับห่อผ้าในมือ สองพระพาหาแกร่งสั่นระริก ยามมือพระหัตถ์คลี่ห่อผ้าออกอย่างทะนุถนอม

“นานเหลือเกิน”

นานแค่ไหนพระองค์เท่านั้นที่รับรู้ถึงมัน ในวันที่ไร้ซึ่งอำนาจ พระองค์มีนางเคียงข้างพระวรกายอย่างมีความสุข

ทว่า… ในวันที่ไขว่คว้าทุกอย่างมาไว้ในมือได้ตามที่พระหทัยปรารถนา นางกลับไม่ได้ยืนเคียงกระวรกายอีกต่อไป

“ซือซือ ฮึก” พระโอษฐ์สีเข้มเอ่ยเรียกชื่อของสตรีเพียงหนึ่งเดียวในพระหทัยด้วยความคิดถึง คลี่ห่อผ้าในพระหัตถ์ที่กอดเอาไว้แนบพระอุระออก

ชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อนเรียบง่ายมองแล้วให้ความรู้สึกสบายพระเนตรพร้อมใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของเจ้าของทอวาบเข้ามาในพระหทัย พระพักตร์หม่นทุกข์คลี่ยิ้มอ่อนโยนพลางลูบไล้เนื้อผ้านุ่มละเอียดที่พระองค์จดจำได้ว่าเป็นผู้สั่งตัดเย็บให้นางในวันเกิดอายุครบ 15 ปีด้วยพระองค์เอง หากเมื่อคลี่ชุดออกดีแล้วกลับปรากฏรอยเลือดแห้งกังเป็นวงกว้างตรงบริเวณอกข้างซ้าย และคราบเลือดแห้งกังมากมายเปรอะเลอะจนสีเหลืองอ่อนแทบกลายเป็นสีแดงฉาน กลางห่อชุดมีลูกธนูขนนกยูงที่หักเป็นสองท่อนวางแนบเอาไว้  ธนูดอกที่พรากลมหายใจของนางไปตลอดกาล


ถ้ามีติดขัดยังไง ขออภัยด้วยนะคะ

ยังใหม่มาก ใหม่จริงๆ หาข้อมูลไปด้วย เขียนไปด้วย

มีสับสนบ้าง ไม่ค่อยเข้าใจบ้าง

มีจุดผิดพลาดตรงไหนรบกวนช่วยเอริณเกลาหน่อยนะคะ 

นิยายจีนเรื่องแรกค่ะ มีติดขัดต้องขออภัยมากๆ เลยค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 graybie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 06:23
    เริ่มต้นได้ดีมากเลยค่ะไรท์ รอตอนต่อไปนะคะ
    #6
    0
  2. #5 KyBwrite (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 20:12
    หน่วงมาก;+;
    #5
    0
  3. #3 aranyaorchid (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 04:03
    รอต่อค่ะ
    #3
    0
  4. #2 AijaSolothurn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 01:11
    หน่วงๆมาแล้ววววว
    #2
    0