วิวาห์ตัวแทน

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 เงื่อนไขในการหย่า (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,037
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 381 ครั้ง
    25 ก.ค. 62

บทที่ 3 เงื่อนไขในการหย่า

 

ผมจะแต่งงานแทนพี่เอง

เขารู้ดีว่ามารดารักหน้าตาทางสังคม และศักดิ์ศรีของตนเองเพียงใด ความจริงเรื่องเจ้าบ่าวหนีงานแต่งจะต้องไม่เกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นมารดาของเขาจะต้องอับอายมากไปกว่านี้แน่ แม้ชื่อเสียงจะเสียหายจากการแต่งงานผิดตัว ทว่าคงเบาบางมากกว่าข่าวการหายตัวไปของมาวินอย่างแน่นอน

คุณหญิงวารีเงยหน้าจ้องมองดวงตาสีเทาเข้ม ก่อนโผกายเข้ากอดร่างสูงใหญ่แน่น

วาจะแต่งงานแทนพี่จริงๆ ใช่ไหมลูก ฮึกน้ำเสียงแหบพร่าขาดห้วงยามเอ่ย เขารับรู้ได้ว่ามารดากำลังรู้สึกเช่นไร

มือหนาเอื้อมไปลูบไล้แผ่นหลังบอบบาง ขบกรามแน่นยามได้ยินเสียงสะอื้นของคนในอ้อมกอด

ครับ ผมจะเป็นเจ้าบ่าวแทนพี่วินเอง

แม้จะรู้ดีว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ อาจต้องแลกกับความสุขชั่วชีวิตก็ตาม

 

อะไรนะคะคุณแม่ พี่วินหายไปเลยจะให้หนูแต่งงานกับนายวาคินหรือคะ

แค่ได้ยินชื่อ สีหน้าของกวินตราก็เขียวคล้ำ คุณหนูผู้ยกตนสูงส่งเบ้ปาก จ้องมองใบหน้าของมารดาด้วยความไม่พอใจ

ต่อให้วินนี่ต้องตาย วินนี่ก็ไม่แต่งงานกับลูกนอกสมรส!”

ความเป็นไปของวาคินเป็นที่ทราบกันดีในวงใน แม้วาคินจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรบุญธรรมของครอบครัวเลิศวรานนท์ แต่ในสายตาของหญิงสาวผู้ชายคนนั้นก็ยังคงเป็นลูกนอกสมรส เป็นคนที่ต่ำต้อยมากกว่าหล่อนหลายเท่านัก

ดังนั้นถ้าชีวิตทั้งชีวิตที่สมบูรณ์พร้อมมาตลอดต้องมีตำหนิซึ่งเกิดจากผู้ชายคนนั้น กวินตราคิดว่าตัวเองคงไม่อาจทนได้

ถ้าคุณแม่จะให้วินนี่แต่งกับนายวา คุณแม่ต้องแต่งเองหรือไม่…” ใบหน้าที่บูดบึ้งแดงสลับเขียวยามเค้นเสียงเอ่ย ให้ลูกนอกสมรสอย่างนังกลอยแต่งแทน!”

เพราะคำพูดโพล่งที่เกิดจากอารมณ์คุกรุ่น หากกลับส่งผลให้คนฟังตาโต

ตายแล้ว ทำไมพูดแบบนั้นละลูก ยังไงวาคินก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกบุญธรรมของคุณธนาธนนะลูก ทรัพย์สมบัติก็คงมีตกมาถึงมือไม่มากก็น้อย จะให้ยัยกลอยไปแต่งแทน มันจะดีหรือ

แม้จะพูดออกไปแบบนั้น แต่ท้ายประโยคก็เบาเสียงลงด้วยคิดตามสิ่งที่ลูกสาวเอ่ย

คุณหญิงรจเรศเองก็ไม่มีวันยินยอมให้ลูกสาวคนเดียวอันเป็นทายาทของวรโชติพงศ์ต้องแต่งงานกับลูกนอกสมรสอย่างนายวาคินเช่นกัน แม้จะอยู่ในสถานะบุตรบุญธรรม แต่ก็ยังไม่มากพอจะเทียบเคียงกับบุตรสาวของตนได้

วินนี่ไม่แต่งนะคะคุณแม่ ให้ตายก็ไม่แต่ง!”

ใบหน้าสะสวยที่แต่งแต้มมาอย่างดีบิดเบ้ ร่างสะโอดสะองสะบัดกายไปนั่งกอดอกที่ปลายเตียงด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด

เมื่อเห็นว่าบุตรสาวรู้สึกเช่นไร คุณหญิงรจเรศจึงถอนหายใจ

แม่เข้าใจแล้วค่ะ งั้นรอเดี๋ยว แม่จะจัดการให้เอง

เรื่องอับอายอะไรเทือกนั้นคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ไม่ใคร่ใส่ใจ เพราะอำนาจเงินของครอบครัว แค่กระดิกนิ้วสำนักข่าวทุกสำนักก็เงียบกริบราวกับปิดสวิทต์ได้ แต่ที่น่าหนักใจก็คงเป็น เจ้าสาวในวันนี้

ปุ้ม!” เสียงร้องเรียกหาสาวใช้คนสนิท ก่อนร่างท้วมจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาค้อมกายตรงหน้า

มาแล้วค่ะคุณหญิง

คุณหญิงรจเรศถอนหายใจซ้ำอีกครั้ง เพ่งมองใบหน้าสาวใช้ ก่อนกลั้นใจเอ่ย ไปตามยัยกลอยขึ้นมาพบฉันด่วน!”

ปุ้มพยักหน้ารัวเร็ว ก่อนวิ่งกระหืดกระหอบออกจากห้องไปทันที

เนื้อความที่สองแม่ลูกสนทนากันอยู่ในหัวตลอดเวลา แม้จะเป็นวิธีการที่เห็นแก่ตัว ทว่าในสายตาของสาวใช้เช่นเธอกลับมองเห็นเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงก์ของกลอยใจ

กลอยอยากไปค่ะ ถ้ามีโอกาส ขอแค่เล็กน้อย กลอยก็จะคว้าไว้

ชีวิตของกลอยใจน่าสงสารนัก ทั้งๆ ที่เกิดจากภรรยาคนแรกแต่ก็ไม่อาจได้เป็นลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่สำคัญมารดายังมาตรอมใจตายเพราะบิดาต้องไปแต่งงานกับคนอื่น เรียนจบกำลังจะติดปีกโบยบินก็ถูกเชือกรั้งเกี่ยวเหนี่ยวแน่นให้ไปไหนไม่ได้ ปุ้มนึกสังเวชในใจ สงสารปนเวทนาเด็กดีที่ไม่มีทางเดินของตนเอง ทว่าเมื่อฟ้าลิขิตเส้นทางที่อาจปลดปล่อยกลอยใจจากวรโชติพงศ์ได้ ปุ้มก็ยินดี

คุณกลอย ในที่สุดก็มีทางที่จะออกไปจากบ้านหลังนี้ได้แล้ว

ทว่าปุ้มไม่อาจรู้ได้เลยว่าเส้นทางเส้นนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของกลอยใจมากกว่าที่คาดเดา


แกต้องแต่งงานแทนลูกวินนี่!”

ประกาศิตที่ได้ยินสร้างความตกใจให้กลอยใจจนต้องเบิกตากว้าง ริมฝีปากสีอ่อนเผยออ้า จ้องมองสองแม่ลูกด้วยความไม่เข้าใจ

ฉันรู้ว่าแกอยากออกไปจากบ้านหลังนี้

คำพูดต่อมาที่ได้ยินยิ่งสร้างความไม่เข้าใจระคนตกใจให้คนฟังมากขึ้นไปอีก

สีหน้า แววตา ของคุณหญิงรจเรศมีทั้งความไม่พอใจ และความจำใจปะปนอยู่ในนั้น

ฉันจะให้แกไป

ไปตามทางที่ต้องการ

ไปตามทางของแก อย่างที่แกต้องการ นับจากวันที่แกแต่งงานกับคนบ้านเลิศวรานนท์ แกจะไม่ใช่คนของวรโชติพงศ์อีกต่อไป

คุณหญิงรจเรศถอนหายใจแรงๆ จ้องมองเด็กที่ท่านอุปการะด้วยความจำใจอย่างเวทนาระคนเกลียดชัง ทั้งรักทั้งเกลียดในตัวของกลอยใจจนไม่อาจอธิบายความรู้สึกได้ ถ้าหากเด็กสาวที่ท่านเลี้ยงดูมาหน้าตาละหม้ายคล้ายบิดามากกว่ามารดา ท่านก็คงเอ็นดูลูกนอกสมรสของสามีได้บ้าง ด้วยรู้ดีว่ากลอยใจนิสัยใจคอเป็นอย่างไร ทว่าเด็กสาวที่ท่านเฝ้ามองการเติบโตอย่างหลากหลายความรู้สึกกกลับหน้าตาแทบจะพิมพ์เดียวกับมารดาซึ่งมันเป็นเหมือนหนามทิ่มหัวใจของภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเช่นท่าน เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าสามีรักเพียงมารดาของกลอยใจเท่านั้น ไม่เคยมีหัวใจไว้รักใครอีกเลย

ไปใช้นามสกุลของแม่แก อยากที่แกต้องการได้เลย บุญคุณที่ผ่านมาระหว่างเราถือว่าสิ้นสุดลง ส่วนเรื่องพ่อของแก ฉันรับรองว่าลูกวินนี่กับฉันจะดูแลอย่างดี อย่างไรนั่นก็พ่อของลูก ฉันไม่ฆ่าไม่แกง ไม่ทิ้งไม่ขว้างให้แกต้องห่วงหน้าพะวงหลังหรอกนะ

ที่ผ่านมาคุณกิตติก็ไม่ได้ทำหน้าที่พ่ออย่างที่ควรจะทำ ไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูกลอยใจด้วยซ้ำ เงินค่าเทอม ค่าใช้จ่ายทั้งหลายล้วนมาจากท่าน และตัวกลอยใจเองทั้งนั้น หากจะมีบุญคุณที่ต้องทดแทนก็แค่ค่าความเป็นผู้ให้กำเนิดเท่านั้น ซึ่งท่านคิดว่ากลอยใจได้ทำหน้าที่นั้นมากเกินพอแล้ว

ห้าปีที่ผ่านมา นับว่ามากเกินไปด้วยซ้ำกับการทำหน้าที่ลูกของแก ไปเถอะ

ท้ายประโยคกระแสเสียงพร่าสั่นเล็กน้อย ด้วยรู้สึกใจหาย อย่างไรก็เห็นกันมาตั้งแต่ยังแบเบาะ

วรโชติพงศ์จะปล่อยแกไป…”

 

ถ้าหากจะหาใครสักคนที่ตรอมตรมสุดหัวใจ คนคนนั้นขอให้เป็นเขาเท่านั้นได้หรือไม่

วาคินมองแผ่นหลังของมารดาด้วยหัวใจที่เต็มแน่นไปด้วยความเจ็บแค้นแต่แสนรัก ท่านมีรอยยิ้มเบิกบานบนใบหน้าราวกับร่างกายสั่งการหัวใจได้ดั่งหวัง ส่วนเขาก้มมองชุดเจ้าบ่าวของตนเอง ขณะเดินไปพร้อมเสียงโห่ร้องของผู้คนที่กำลังขนาบข้าง มีทัศนัยช่วยสนับสนุน ค่อยกระซิบเรียกยามคนนั้นคนนี้เข้ามาทักทาย แม้ร่างกายจะทำหน้าที่ตามความต้องการของมารดา ทว่าหัวใจกลับแตกออกเป็นเสี่ยงทุกครั้งที่เขาก้าวเดิน

มารดาจะรู้หรือไม่ว่าเขา เจ็บปวดเพียงใดกับการตัดสินใจในครั้งนี้

คำตอบก็คือไม่!

ท่านไม่เหลียวมองเขาอีกเลยเมื่อเดินทางออกจากบ้าน ใบหน้าที่เคยเปรอะเปื้อนน้ำตาได้รับการแต่งแต้มใหม่อย่างดีอีกครั้ง รอยยิ้มประดับเต็มดวงหน้าพร้อมตอบคำถามของเครือญาติราวกับคบคิดทุกอย่างมาอย่างดี

คุณวาครับ ทัศนัยสะกิดเรียกเมื่อเขาเหม่อลอยออกไปไกลแสนไกล ก่อนถูกดึงกลับมาพร้อมใบหน้าเจื่อนสี

วาคินหยิบซองสีชมพูในมือส่งให้เด็กสาวผู้ทำหน้าที่กั้นประตูเงินประตูทองไปเรื่อยๆ หัวใจไม่อยู่กับตัวจึงไม่ทันสังเกตุสีหน้าของใครต่อใคร และเสียงซุบซิบนินทาที่เริ่มเซ็งแซ่ขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเข้ามาถึงตัวบ้าน ภายในคฤหาสน์ของวรโชติพงศ์เต็มไปด้วยดอกไม้ประดับประดางดงามราวเทพนิยายสมดั่งกับที่บุตรสาวคนเดียวของบ้านต้องออกเรือน ทว่าเมื่อสายคนกล้าเรียบนิ่งที่ถูกดึงกลับมาสบมองป้ายชื่อของเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต้องขมวดคิ้วแน่น

กลอยใจ

ชื่อของเด็กสาวหน้าตาไร้ความรู้สึกปรากฏผ่านเข้ามาในความรู้สึกทันที

วาคินจดจำได้ว่าเด็กคนนี้ชมชอบในตัวพี่ชายของเขาอยู่เงียบๆ แววตายามกลอยใจทอดมองพี่ชายของเขามันเต็มไปด้วยความรัก และอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมากมาย

อ่าว ผมนึกว่าเจ้าสาวของคุณวาชื่อกวินตราเสียอีก ทัศนัยเดินเข้ามากระซิบถาม ส่งผลให้เจ้าบ่าวที่ทำหน้าที่ราวหุ่นยนต์ต้องถอนหายใจแรงๆ

ผู้หญิงคนนั้นคงไม่อยากแต่งงานกับลูกนอกสมรสอย่างฉันหรอก

กวินตราเป็นเช่นไรเขาย่อมมองออก ใบหน้าหยิ่งผยองกับคอแข็งตรงที่มักมองมาที่เขามันสะท้อนนิสัยใจคอและตัวตนของผู้หญิงคนนั้น สำหรับกวินตราคนคนเดียวที่คู่ควรกับหล่อนคือมาวิน ส่วนเขาก็เป็นเพียงเศษละอองฝุ่นที่มองไม่เคยเห็น หากเขาไม่ใช่คนที่พี่ชายสนิทสนมด้วยมีหรือที่คุณหนูไฮโซจะลดตัวลงมาเสวนาด้วย

ต่อให้สถานะของฉันจะได้ชื่อว่าลูกบุญธรรมแต่ในความเป็นจริงเราไม่อาจหนี

ความเป็นมาของเขาเป็นที่รับรู้กันในวงใน ดังนั้นวาคินจึงไม่แปลกใจกับการตัดสินใจของกวินตราและคุณหญิงรจเรศรวมถึงชื่อของเจ้าสาวที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 381 ครั้ง

396 ความคิดเห็น

  1. #12 lovely_day2 (@s5520114055) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 05:44
    อยาก​ให้​อัพเยอะๆ
    #12
    0
  2. #11 kanrak18 (@kanrak18) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 00:39

    แงงงงงงงงงงง สงสารทั้งสอง
    #11
    0