วิวาห์ตัวแทน

ตอนที่ 6 : บทที่ 2 วิวาห์ตัวแทน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 303 ครั้ง
    19 ก.ค. 62


(ต่อ)


เข้าข้างในไหมคะคุณพ่อ เสียงของหล่อนเบาหวิว เมื่อเห็นน้ำตาจากหางตาของผู้ให้กำเนิด นึกอยากปลอบโยนคนถูกทอดทิ้ง หากก็ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาเอื้อนเอ่ย เพราะท่าน ก็ถูกทอดทิ้งจริงๆ

คุณกลอยคะ เสียงกระหืดกระหอบของคนที่วิ่งตึงตังเข้ามาทำให้กลอยใจหันไปมอง

ว่าไงคะพี่ปุ้ม

สาวใช้ประจำตัวของคุณหญิงรจเรศ คลานเข่าเข้ามาใกล้ ด้วยมองเห็นนายท่านนั่งมองตาปริบๆ อยู่ไม่ไกล สาวผิวแทนป้องปาก ชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบเสียงแผ่วเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคน

คุณหญิงเรียกหาค่ะ

ดวงตาเรียบนิ่งเบิกกว้าง หันมองบิดา ก่อนหันกลับมากระซิบถาม เรียกกลอยเหรอคะ

ใช่ค่ะ รีบไปเถอะคุณกลอย เดี๋ยวจะโดนเอ็ดเอา พี่ดูแลคุณท่านให้เองค่ะ

เพราะรู้ว่ากลอยใจเป็นเด็กดี มีสัมมาคารวะ จะให้เกลียดชังดั่งคำบอกเล่าของเจ้านาย ปุ้มก็ทำไม่ได้ สุดท้ายก็แอบทำดีลับหลัง แถมยังคอยปกป้องหญิงสาวห่างๆ อีกด้วย

ไปเถอะ พี่ดูแลคุณท่านเอง ไม่ต้องห่วง

กลอยใจลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ปฏิบัติตามคำสั่งของคุณหญิง หญิงสาวเดินหลบเลี่ยงแขกเหรื่อมากมายมายังห้องครัว ก่อนเลยเข้าไปยังตัวบ้าน มองเห็นพี่นุ่น คนรับใช้อีกคนกวักมือเรียกก็เร่งฝีเท้า

ไปค่ะ คุณหญิงกับคุณหนูวินนี่รออยู่ที่ห้องค่ะ

ข้อมือเล็กถูกจับจูงให้เดินตามไปอย่างว่าง่าย กลอยใจเดินเงียบๆ ตามหลังนุ่นมาจนถึงห้องนอนแขกขนชั้นสองของบ้าน ซึ่งถูกจัดให้เป็นห้องแต่งตัวสำหรับเจ้าสาวในวันนี้

แอ๊ด

คุณกลอยมาแล้วค่ะคุณหญิง

คุณหญิงรจเรศหันขวับกลับมามอง ดวงตาเฉี่ยวคมคู่เดิมวาวโรจน์และมีความหวั่นวิตกเต็มแน่นอยู่ในนั้น ตรงหน้าคือร่างระหงในเครื่องแต่งงานแบบไทยประยุกต์งดงาม เครื่องทองครบครัวส่องประกายให้ร่างสะโอดสะองยิ่งดึงดูดสายตา ใบหน้างดงามเป็นทุนเดิมถูกแต่งแต้มให้โดดเดนขึ้นอีก คิ้วโก่ง จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่มสีชมพูอ่อนถูกแต่งแต้มอย่างงดงาม ทว่ากลับปราศจากรอยยิ้มอย่างที่ควรจะเป็น

กลอยใจเดินก้มหน้าเข้ามาใกล้ ได้ยินเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของคุณหญิงรจเรศ และเสียงบ่นงึมงำของกวินตรา หากก็ฟังไม่ถนัดนัก กระทั่งเสียงปิดประตูบอกการจากไปของนุ่น คนที่กำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดขัดกับชุดแสนสวยที่สวมใส่จึงได้เอ่ยขึ้น ทว่าประกาศิตที่เอ่ยไม่ใช่คำร้องขอ หากเป็นคำสั่งอย่างชัดเจน!

แกต้องแต่งงานแทนลูกวินนี่!”

 

ขอโทษ…”

ข้อความสั้นๆ บนกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่วางอยู่ข้างชุดเจ้าบ่าวสร้างความรู้สึกให้คนอ่านมากมายเหลือคณา คุณหญิงวารีทรุดกายลงปล่อยโฮด้วยหัวใจที่แตกสลาย ปวดร้าวเข้าไปในอก เจ็บแสบและจุกแน่นจนไม่อาจหักห้ามเสียงร่ำไห้ได้

นี่มันหมายความว่ายังไงกัน คุณเตชิน บิดาของมาวินขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธระคนผิดหวัง ดวงตาคมกล้าเหมือนบุตรชายตวัดมองร่างสะอื้นไห้บนพื้น ก่อนเค้นเสียงถาม

นี่คุณบังคับลูกแต่งงานเหรอ ท่านเข้าใจมาตลอดว่ามาวินรักชอบอยู่กับกวินตรา เพราะเห็นบุตรชายไปมาหาสู่คนบ้านนั้นเสมอ จึงวางใจ ไม่ได้ถามไถ่ให้ชัดเจน ทั้งๆ ที่เมื่อวาน ก่อนวันแต่งงาน ลูกชายมาขอพบ ก้มลงกราบ ใบหน้าหมองหม่นหากยังมีรอยยิ้มประดับอยู่เช่นเคย

ผมมาลา

ท่านควรเอะใจ หรือนึกสงสัยในการกระทำอันผิดแปลกของลูก ทว่าเพราะความหมางเมินไม่สนใจส่งผลให้เกิดเรื่องมากมายขนาดนี้!

ผมคิดว่าลูกรักกับหนูวินนี่ ถึงได้ไม่คัดค้านการแต่งงาน แต่นี่…” ท่านฮึมฮัมในลำคอด้วยความไม่พอใจ คุณหญิงวารีไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากวันวานเลยสักนิดเดียว ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ได้บทเรียนอย่างไรก็ไม่เคยจดจำ!

คุณไม่เปลี่ยนไปเลยรี จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมคิดไม่ผิดที่เลิกกับคุณ!”

วารีที่แสนสดใสในความทรงจำของคุณเตชินตายจากไปแล้วตั้งแต่เมื่อสามสิบปีก่อน เมื่อแต่งงานกันคุณหญิงวารีก็เปลี่ยนไป ขี้หึง ขี้หวง เจ้าอารมณ์ และเอาแต่ใจตนเอง ท่านอดทน แบกรับความกดดันจากการเป็นลูกเขยตระกูลเลิศวรานนท์จนในที่สุด ความอดทนก็แตกพ่าย ใบหย่าถูกส่งผ่านทนาย ไม่มีการพูดคุย ไม่มีการไกล่เกลี่ยใดๆ หลังจากฟางเส้นสุดท้ายขาด

ให้ลูกชายของแก ใช้นามสกุลของฉัน

คุณธนาธรเป็นเช่นไร ลูกสาวก็เป็นเช่นนั้น เขาตัดสินใจจากมาแต่ตัว ทิ้งทุกอย่างที่เลิศวรานนท์เคยมอบให้ไว้เบื้องหลัง รวมทั้งลูกชายเพียงคนเดียว มาวินเป็นเสมือนความภาคภูมิใจของเลิศวรานนท์ ในขณะที่วาคินเป็นได้แค่ตำหนิ ทั้งๆ ที่ตำหนินั้นกลับเป็นคนชุบชีวิตแอลเอ็นกรุ๊ปให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง หลังจากเกือบล้มละลายเพราะขาดเขา

คุณผูกมันขึ้นมา ก็แก้มันเอง!”

ร่างสูงก้าวออกจากห้องส่วนตัวของลูกชายเพียงคนเดียวโดยไม่เหลียวกลับมามองอดีตภรรยาที่นั่งร้องไห้ปริ่มขาดใจอยู่บนพื้น ความเจ็บปวดเจียนตายที่คุณหญิงวารีได้รับเทียบไม่ได้กลับการสูญเสียตัวตนของมาวินสักนิดเดียว

ผู้หญิงคนนั้น คนที่ท่านเคยรักหมดหัวใจ ทำร้ายทุกคน แม้กระทั่งตัวเอง

ตั้งแต่เลิกรากันไป อดีตภรรยาก็ทำใจไม่ได้ หลบลี้หนีหายไปจากวงสังคม ก่อนจะโผล่กลับมาอีกครั้ง พร้อมการปรากฏตัวของวาคินในฐานะบุตรบุญธรรมของครอบครัวเลิศวรานนท์ ทว่าคุณเตชินทราบดี เด็กหนุ่มลูกครึ่งนัยน์ตาสีเทาเข้มคนนั้น เป็นทายาทอีกคนของคุณหญิงวารี ทว่าคนที่ถือยศ ศักดิ์ และห่วงหน้าตาทางสังคมมากกว่าสิ่งใดก็ไม่ใส่ใจจะทำหน้าที่แม่อย่างที่ควร วาคินเติบโตมาในฐานะน้องชายบุญธรรมของมารดาตนเอง ท่านเฝ้ามอง บางครั้งแอบถามไถ่ยามบุตรชายไปเยี่ยมหา เพราะนึกเวทนา หากไม่มีวาคิน มาวินเองก็คงไม่เหลืออะไร ที่ท่านยังไปมาหาสู่บ้านเลิศวรานนท์อยู่จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะบุตรชาย เมื่อทายาทคนเดียวของท่านจากไปแล้ว ก็คงไม่มีเหตุอันใดให้ท่านต้องมาอีก

ลาก่อน วารีที่รัก นับจากนี้ไปผมกับคุณจะเป็นเส้นขนานอย่างแท้จริง

ความผิดหวังเสียใจที่อดีตภรรยาทำร้ายหัวใจของบุตรชายมันมากมายกว่าตอนที่ต้องตัดสินใจหย่าร้างด้วยซ้ำ คุณหญิงวารีไม่ได้ทำร้ายร่างกายของลูก หากสิ่งที่คนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแม่ทำคือการทำร้ายหัวใจดวงน้อยจนแหลกสลายคามือ

 

คุณวาครับ วาคินเงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ มองใบหน้าชื้นเหงื่อ และสีหน้าซีดเผือดของเลขาคนสนิทแล้วขมวดคิ้วแน่น

มีอะไรเหรอคุณทัศ

ทัศนัยเม้มปาก สีหน้าที่ซีดอยู่แล้วเผือดสีจนแทบกลายเป็นกระดาษ คุณวินหายตัวไปครับ

รายงานของลูกน้องทำให้หัวคิ้วขอชายหนุ่มขมวดแน่น ดวงตาสีเทาเข้มแสนเย็นชามีความไม่เข้าใจอกแน่นอยู่ในนั้น

พี่วินน่ะหรือหายไป

ทัศนัยพยักรัวเร็ว หอบหายใจถี่รัว ยามเอ่ยต่อ คุณหญิงเสียใจจนเป็นล้มไปแล้วครับ

เพียงได้ยินว่า มารดาเสียใจ ยังไม่ต้องถึงประโยคที่บอกว่าท่านเป็นลมด้วยซ้ำ ร่างสูงใหญ่ก็ผละกายลุกขึ้น เดินพรวดพราดออกจากห้องทำงานภายในห้องนอนไปทันที

 

ฮึกฮือ ลูกวิน ลูกอยู่ไหน ฮือ เสียงร่ำไห้ของคุณหญิงวารีดังลอดออกมาถึงหน้าประตูห้องนอนของพี่ชาย วาคินชะงักเท้า มือที่กำลังยกขึ้นเคาะประตูผ่อนปรนลง ถอนหายใจแรงๆ สักครั้งจึงยกขึ้นเคาะเบาๆ สองสามครั้ง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

แอ๊ด

บานประตูเปิดแง้มออกพร้อมร่างหญิงสูงวัยผู้เป็นคนสนิทข้างกายของมารดา วาคินยังไม่ต้องเอ่ยถาม อีกฝ่ายก็น้ำตาคลอหน่วย โผกายเข้าสวมกอดร่างสูงใหญ่แน่น

คุณวินไปแล้วคุณวา ฮือ ไปแล้ว ฮือ

วาคินผละร่างนมแม้นออกเล็กน้อย มือสองข้างลูบต้นแขนผอมบางเบาๆ พร้อมพยักหน้ารับรู้

นมแม้นพยักหน้าตอบรับ ยกมือเหี่ยวย่นสั่นเทายกขึ้นปาดน้ำตา ก่อนขยับกายให้ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามา

ลูกวิน ฮือออ

ร่างผอมบางสะอึกสะอื้นพลางกอดหมอนใบโปรดของพี่ชายเอาไว้แน่น ดวงหน้าที่เคยงดงามซีดเซียว ดวงตาคู่หวานแดงช้ำจนคนมองใจหาย ชายหนุ่มเดินเงียบๆ เข้าไปนั่งลงไม่ไกลจากร่างของมารดา มองใบหน้าทุกข์ตรมของผู้ให้กำเนิดด้วยหัวใจร้าวราน แม้จะบอกตนเองให้ หยุดรัก มารดา ทว่าเพียงเห็นท่านทุกข์ใจ เขาก็ไม่อาจหักห้ามการกระทำของตัวเอง

นี่ค่ะคุณวา จดหมายของคุณวิน

นมแม้นยื่นกระดาษสีขาวใบเล็กๆ ที่ถูกฉีกออกมาจากสมุดบันทึกเล่มโปรดของพี่ชาย ดวงตาสีเทาเข้มกวาดมอง อ่านทวนคำสั้นๆ ที่พี่ชายเขียนด้วยลายมืองดงามซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่เข้าใจ

ขอบใจนะ

นั่นเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนร่างสูงโปร่งจะกลับออกจากห้องทำงานของเขาในวันนั้น วันที่พี่ชายเข้ามาหาด้วยสีหน้าอ่านยาก แววตายังอบอุ่น หากซุกซ่อนความเศร้าหมองเอาไว้ วาคินถอนหายใจหนักๆ เม้มริมฝีปาก ขณะดวงตาเริ่มร้อนผ่าว ที่ผ่านมาพี่ชายเข้าหาเขาตลอด แบกสีหน้าปั้นยากไปนั่งมองเขานิ่งๆ หน้าโต๊ะทำงาน อันเป็นที่ประจำของอีกฝ่ายเสมอ ทว่าเป็นเขาเองที่ไม่เคยใส่ใจหรือสังเกตเห็นสิ่งผิดแปลกนั้น

ที่ผ่านมามาวินต้องแบกรับการเป็น โลก ของมารดาหนักหนาแค่ไหนกันนะ

เขาอยากถาม หากเวลานี้คงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว

มีอะไรบอกพี่ได้นะ พี่เข้าใจว่าการแบกรับอะไรไว้มากเกินไปมันรู้สึกยังไงบ้าง

เขาควรต้องรู้สึกอะไรกับคำพูดนี้ ทว่าทิฐิที่มีมากเกินไปจนปิดกั้นสายตาของความเป็นจริงไปเสียหมด

วาคินหันกับมามองใบหน้าเหม่อลอยของมารดา ความเงียบกับเสียงขับกล่อมเพลงเด็กอ่อนอันเป็นเพลงโปรดของมาวินบาดหัวใจคนฟังเหลือคณา ชายหนุ่มถอนหายใจทิ้ง มองสีหน้าของมารดาสลับดับกระดาษในมือ ก่อนหันไปมองนมแม้นที่สะอึกสะอื้นไม่ไกลนัก แล้วหันกลับมาจ้องมองรูปถ่ายของพี่ชายอย่างอาวรณ์

แม่ครับ เสียงเอ่ยเรียกผู้ให้กำเนิดแผ่วเบา ใบหน้าละหม้ายบิดากับดวงตาสีเทาเข้มอ่อนแสงลงยามสบสานสาบตากับดวงตาเหม่อลอย วาคินถอนสะอื้น ปวดร้าวในอกราวมีดกรีดแทงหัวใจ

ผมจะแต่งงานแทนพี่เอง



เนื้อหาในนิยายดิบมาก เป็นต้นฉบับที่ยังไม่มีการขัดเกลาใดใดทั้งสิ้น

มีคำผิด มีคำตกหล่น ต้องขออภัยไว้ด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 303 ครั้ง

410 ความคิดเห็น

  1. #311 This is ME (@fabra) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 00:20

    แค่จะแนะนำค่ะ ตอนแรกคือปัจจุบันนั้นเข้าใจค่ะ แต่ตอนต่อมาคือการย้อนอดีต แต่ย้อนแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้ผู้อ่านงง น่าจะเกริ่นบอกหน่อยว่า “5 ปีที่แล้ว” แล้วการย้ายฉากจากล้านโน้นมาบ้านนี้ ก็ควรมีการบอกก่อนนะคะ ไม่งั้นงงค่ะ คนอ่านงง ต้องเดาเอาเอง

    #311
    0
  2. #155 ผ่องจ้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 14:18

    ไม่รู้เป็นไร ดิฉันอ่านแล้ว งง งง งง มากกกกกก งงกับความเป็นมาของวาคิน งง กะแม่วาคิน เขียนวนไปวนมารึป่าว งงกะความสัมพันธ์ของบ้านนี้ เดินหน้าแล้ว อย่าถอยกลับมากล่าวถึงอดีคอีกเลย สงสัยดิฉันคงเป็นคนเข้าใจยาก เลย งงๆ

    #155
    0
  3. #10 Timasai (@Timasai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 22:08
    ร้องไห้
    #10
    0
  4. #9 annsp2 (@annsp) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 07:51
    จะร้องไห้แล้ววว
    #9
    0