วิวาห์ตัวแทน

ตอนที่ 21 : บทที่ 10 แตกหัก (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 329 ครั้ง
    25 ก.ย. 62


บทที่ 10 แตกหัก

เปลือกตาหนาหนักกะพริบปริบๆ ต้องหยีตาเมื่อแสงแดดยามสายส่องผ่านช่องว่างเล็กๆ ตรงม่านริมระเบียงเข้ามาแยงตา กลอยใจพยุงกายลุกขึ้น อาการร้าวระบมและเจ็บเสียดตรงจุดอ่อนไหวส่งผลให้ต้องนิ่วหน้า ถอนหายใจแรงๆ ก่อนลุกนั่งตัวตรง ดวงตากลมโศกเหลือบมองความว่างเปล่าข้างกาย รอยยับย่นกับหมอนใบเดิมของเขาเย็นจัดบ่งบอกว่าเจ้าของที่ตรงนั้นคงลุกไปนานแล้ว

หญิงสาวถอนหายใจซ้ำอีกครั้ง เหม่อมองแสงแดดยามสายที่สาดส่องเข้ามาอย่างน้อยใจ

เขาไปไปแล้วอย่างนั้นหรือ

การตื่นมาหลังจากค่ำคืนแสนวาบหวามร่วมกันโดยไร้เขามันเปล่าเปลี่ยวและเงียบเหงาจนน่าใจหาย หล่อนไม่แน่ใจว่าอาการที่เป็นอยู่เรียกว่าอะไร แต่ทุกสัมผัสที่เขามอบให้ยังติดตรึงในใจอยู่ทุกนาที อาจเพราะสัมผัสเหล่านั้นยังเจือจางในห้วงคำนึง พอตื่นลืมตาขึ้นมาไม่พบใบหน้าเจ้าของจุมพิตร้อนแรงหัวใจจึงโหยหา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังติดๆ กันก่อนบานประตูจะแง้มเปิด ใบหน้าจิ้มลิ้มโผล่หัวเข้ามาก่อนยิ้มเผล่ ส่งผลให้ความคิดฟุ้งซ่านแตกกระจาย

ตื่นแล้วเหรอคะ

กลอยใจเลิกคิ้ว มองพลอยฝันอย่างแตกตื่น ก่อนก้มมองตัวเองแล้วกระชับผ้าห่มขึ้นคลุมกายแน่นขึ้น

เอ่อ

ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหู เมื่อคนที่โผล่มาแค่หัวก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มกริ่ม

ไม่ต้องเขินหรอก หนูเข้ามาสามรอบแล้ว คุณวารอทานมื้อเช้าตั้งนานแหนะ บอกไม่ให้ปลุกคุณกลอยแต่ถ้าคุณกลอยตื่นแล้วค่อยให้ลงทานข้าวด้วย แต่ว่าเมื่อครู่คุณวาต้องออกไปธุระด่วนกับคุณทัศ

สาวน้อยเจื้อยแจ้วไปตามเรื่องตามราว รายงานหนายาวแทบเป็นปึกที่เด็กสาวตั้งใจบอกเล่าให้นายหญิงของบ้านเข้าใจเจ้านายหนุ่ม ก่อนชะงักเท้าที่กำลังจะเดินไปเตรียมเสื้อผ้าให้คนที่นั่งบนเตียง เมื่อไร้เสียงตอบรับ

พลอยฝันหันกลับมา เอียงหน้ามองคนที่นั่งหน้าแดงไม่ยอมขยับไปไหนพร้อมเลิกคิ้ว

คุณกลอยไม่อาบน้ำเหรอคะ เห็นสีหน้าแดงสลับซีดของอีกฝ่ายจึงเข้าใจอะไรมากขึ้น แววตาน้อยเนื้อต่ำใจที่วาบผ่านมาครั้งแล้วครั้งเล่าของคนที่เพิ่งผ่านคืนเข้าหออย่างเป็นทางการ เธอเข้าใจดี

พี่กลอย เด็กสาววกกลับมานั่งลงที่ปลายเตียง เอื้อมมือไปแตะเท้าที่ยังอยู่ภายใต้ผ้าห่มแล้วคลี่ยิ้ม

คุณวาไม่ได้ทิ้งพี่กลอยนะคะ เห็นลุงแดนว่าที่บริษัทมีเรื่อง เกี่ยวกับอะไรหุ้นๆ หนูก็ไม่แน่ใจ คุณทัศร้อนใจมาก ต่อสายหาคนโน้นคนนี้วุ่นวายไปหมดก่อนออกไปกันค่ะ

วาคินไม่ได้อยากออกไปนัก อีกฝ่ายเหมือนไม่ยินดียินร้ายกับข่าวด้วยจากบริษัทนัก เธอเห็นทัศนัยเขี้ยวเข็นอยู่นานกว่าเจ้านายหนุ่มจะขยับตัว ครั้นจะก้าวขาขึ้นรถยังหันมามองบันไดขึ้นชั้นสองตาละห้อยอยู่นานโข กระทั่งถูกคนของเขาลากขึ้นรถไปจึงยอมไปได้ในที่สุด

พี่กลอย

กลอยใจมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังส่งสายตาเว้าวอนมาให้แล้วอมยิ้ม นึกไม่ถึงว่าพลอยฝันจะรักเจ้านายของตัวเองมากขนาดนี้ ความจริงเธอหมดความน้อยใจไปตั้งแต่ได้ยินว่าเขาต้องออกไปธุระแล้ว ไม่ได้เป็นคนงี่เง่าไม่เข้าใจโลกขนาดนั้น และยิ่งได้ยินว่าเป็นเรื่องบริษัทด้วยยิ่งหมดความน้อยใจกลายเป็นความกังวล กลัวเหลือเกินว่าสาเหตุของปัญหาจะมาจากเธอ

พี่ไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย เราน่ะคิดมากไปเอง

ใบหน้าเว้าวอนเมื่อครู่จึงเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง เย้ งั้นพี่กลอยรีบไปอาบน้ำลงไปทานข้าวกันค่ะ คุณวาโทรสั่งอาหารจากโรงแรมมาให้ น่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ

เจ้าตัวแสบหัวเราะเสียงกังวานก่อนเดินนำเข้าไปในห้องแต่งตัว หยิบจับเตรียมเสื้อผ้าให้เจ้านายสาวอย่างคล่องแคล่วเป็นงาน

คล้อยร่างเล็ก คนที่นั่งอยู่บนเตียงจึงถอนหายใจแรงๆ อีกครั้ง มองหมอนใบเดิมที่เขาเคยหนุนนอนพลางกวาดตามองรอบๆ ห้องหอด้วยความรู้สึกหวิวโหว่ง ไม่รู้ทำไมตั้งแต่ได้พบคุณหญิงวารีเมื่อคืนนี้หัวใจของเธอถึงได้หวีดหวิวคล้ายหวาดหวั่นกับสายคู่นั้นนัก

หล่อนไม่กลัวท่านทำร้ายตนเอง แต่สิ่งที่กลัวคือผลร้ายที่อาจตกอยูที่วาคิน

เขารักมารดามาก สามีของรักแม่ยิ่งกว่าสิ่งใด เพียงการกระทำเล็กน้อยของผู้ให้กำเนิดก็ส่งผลต่อความรู้สึกชายหนุ่มใหญ่หลวง หากแววตาอ่อนโยนระคนน้อยใจยามทอดมองร่างผู้ให้กำเนิดก็ยังเป็นคำตอบที่ชัดที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถูกทำร้ายแค่ไหนเขาก็ยังคงรักแม่เสมอ ส่วนแม่ถึงแม้จะรู้ว่าลูกรักแต่คนที่ได้ให้การยอมรับการมีตัวตนของลูกก็ไม่เคยใส่ใจ

คุณจะไม่เป็นไรใช่ไหมคะคุณวา


มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอครับ!” เสียงเกรี้ยวกราดของทัศนัยดังพอจะให้คนที่ยืนก้มหน้ารอบกายสะดุ้งเล็กน้อบ แม้กระทั่งคนที่ถูกตะคอกใส่

ผมไม่ชอบให้ใครมาตวาดใส่แบบนี้นะครับคุณทัศนัย เสียงตอบรับเนิบนาบกับทีท่าไม่ใคร่พอใจของคนตรงหน้ายิ่งสร้างโทสะให้ทัศนัยมากขึ้น

กรามแกร่งขบแน่น มือข้างซ้ายที่ถือแท็บเล็ตอยู่เป็นนิจกำเข้าหากัน ก่อนริมฝีปากจะยกสูงเล็กน้อย

คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะชนะหรือครับ เลขาหนุ่มแค่นเสียงในลำคอ ก่อนมองใบหน้าของคนที่คิดว่าตนเองเหนือกว่า หากความจริงไม่มีอะไรสู้เจ้านายของเขาได้สักกระผีกเดียว

คุณวินคงยังไม่รู้ ทัศนัยโน้มตัวไปข้างหน้า ทำทีท่ากระซิบกระซาบ หากเสียงที่ใช้ไม่เบาอย่างที่ควรจะเป็น

เมื่อเช้าเจ้านายผมตื่นสายมากครับ จบประโยคด้วยการกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน โดยไม่ต้องให้ใครอธิบายต่อ มาวินก็เข้าใจในทันที ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้น ตบโต๊ะเสียงดังลั่นพร้อมสันกรามลั่นเปี๊ยะ

คุณทัศ!”

ทัศนัยไม่ยี่หระตรงกันข้ามเขาสามสมใจกับอาการโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายมากกว่า เลขาหนุ่มอ้าปากเตรียมเถียงต่อ ทว่าคนที่นั่งนิ่งมาพักใหญ่ขยับกายลุกจากเก้าอี้ทำงานข้างหลังโต๊ะเดินมาหยุดยืนมองทั้งสองคนนิ่ง ดวงตาสีเทาเข้มมองปราดเลขาคนสนิทเป็นเชิงปราม ก่อนตวัดสายตามองพี่ชายเขม็ง แววตาเรียบนิ่งเป็นนิจมีร่องรอยความไม่พอใจฉายชัดอยู่ในนั้นอย่างชัดเจน ที่ทนฟังมาก็เพราะไม่ยี่หระกับหุ้นแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่มาวินเคยยกให้แต่วันนี้อีกฝ่ายกลับมาทวงคืน เขาไม่สนใจแอลเอ็นกรุ๊ปสักนิด เพราะอยากรู้เช่นกันว่าหากไม่มีเขามันจะไปได้สักกี่น้ำ!

ทว่าสิ่งที่ทำให้ความอดทนของชายหนุ่มหมดลงคือสิ่งที่คนสองคนสาดมันใส่กัน กลอยใจไม่ได้มีส่วนรู้เห็น ภรรยาของเขาเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่นั่งรอสามีอยู่ที่บ้าน และเขาผู้เป็นสามีไม่ชอบให้ใครเอ่ยถึงคนของตัวเองในทางไม่ดี

พอ น้ำเสียงราบเรียบบอกสั้นๆ ก่อนหมุนตัวเดินไปหยุดยืนมองบานหน้าต่างที่ปรากฏวิวทิวทัศน์รอบๆ ตึกชั้น 34 ของอาคารพานิชย์ขนาดใหญ่อันเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากที่สุดของตระกูลวรโชติพงศ์ สีหน้าของเขายังคงราบเรียบ แววตาเย็นชาทอดมองเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย แค่หุ้นไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่พี่ชายอยากได้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสำหรับเขาเลย

อยากได้มากหรือ เขาเอ่ยเชิงถาม หากไม่ได้ต้องการคำตอบ เพราะรู้คำตอบดี

ร่างสูงเดินกลับมาประจันหน้ากับแขกกลางห้อง เหลือบมองกระดาษสองสามแผ่นที่วางซ้อนกันบนโต๊ะรับแขกแล้วยิ้มมุมปาก ถ้าอยากได้มากขนาดนี้

เขาเดินไปโน้มกายลงหยิบปากกาสีดำเงาวับขึ้นมา จรดปลายปากกาลงบนกระดาษแล้วเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มเล็กๆ บนมุมปากกว้างขึ้น แค่หุ้นไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของแอลเอ็นกรุ๊ปไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งเขาร่วงหรอก มาวินไม่เคยทำธุรกิจ ไม่เคยจับงานด้านอสังหาริมทรัพย์เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนที่เอาแต่จับพู่กันจะบริหารงานในบริษัทใหญ่โตนี้ได้อย่างไร

ผมก็จะยกให้ ปลายปากกาตวัดสองสามทีก่อนหยุดนิ่ง ใบหน้าเรียบนิ่งติดแข็งกระด้างเงยขึ้น ดวงตาสีเทาเข้มจองมองพี่ชายต่างบิดาด้วยสายตาชนิดนึง

ไม่นานหรอก เมื่อพันธะที่เขาแบกไว้ถูกปลดเปลื้อง เขาจะพากลอยใจไปจากที่นี่!

วาคินหยัดกายขึ้น ยื่นปากกาส่งให้คนตรงหน้าพร้อมสีหน้าเรียบเฉย แววตากลับมาเย็นชาดังเดิม หากรอยยิ้มมุมปากจางหายไปแล้วเหลือเพียงแววตาเย็นชาคู่เดิมที่มอบให้คนตรงหน้า นี่คงถึงเวลา แตกหักจริงๆ

แค่หุ้นไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของแอลเอ็นกรุ๊ปไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เขาบอกเสียงเนิบ เพราะอย่างไรหุ้นของแอลเอ็นกรุ๊ปก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาอยู่แล้ว วาคินมีธุรกิจของครอบครัวบิดารอให้ไปดูแลต่อตั้งมากมายจะมาเสียดายอะไรกับบริษัทเล็กๆ ที่เติบโตมาได้ขนาดนี้เพราะฝีมือของตน ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเขา ของพวกนี้ก็ไม่ใช่ของของเขา

ทัศนัยเองก็รู้ดี หากอีกฝ่ายเพียงกลัวว่าคนที่ให้การสนับสนุนเขาจะเดือดร้อนไปด้วย ซึ่งตัวเขาเองก็ฉลาดพอจะหาช่องทางเอาไว้ยามฉุกเฉินให้กับผู้ถือหุ้นหลายท่านที่ให้สนับสนุนและคอยช่วยเหลือเขามาโดยตลอดเช่นกัน กัลป์ยานมิตรที่ดีต้องเก็บรักษาเอาไว้ให้นาน ที่ผ่านมาเพราะติดสัญญาที่ให้ไว้กับผู้เป็นตาก่อนท่านจากไปว่าจะดูแลแอลเอ็นกรุ๊ปให้ผ่านวิกฤติล้มละลายเมื่อหลายปีก่อนจนเติบโตในตลาดหุ้นได้ เขาคงหนีหายไปจากตรงนี้ตั้งนานแล้ว

แอลเอ็นกรุ๊ปไม่นับว่าเป็นอะไรในสายตาของวาคิน ทว่าสำหรับอย่างอื่นไม่ใช่!

แต่ถ้าอยากได้อย่างอื่น คงไม่ง่าย

เพราะเขาจะไม่มีวันยอมยกภรรยาของตัวเองให้เป็นของคนอื่นง่ายๆ แน่!

รอยยิ้มและแววตาของน้องชายมันบาดลึดกเข้าไปในหัวใจของคนฟังนัก มาวินขบกรามกรอด กำปากกาสีดำเงาวับในมือแทบแหลกละเอียด ดวงตาอ่อนโยนเป็นนิจคู่เดิมเรืองรองขึ้นยามจ้องมองร่างที่สูงกว่าตนเล็กน้อย เพราะเชื้อสายของบิดาอีกฝ่าย บิดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มแล้วตอบกลับ

ถ้าอย่างนั้นก็มาลองดูว่าระหว่างคนที่น้องกลอยรักกับคนที่แทบไม่เคยอยู่ในสายตาแต่บังเอิญได้มาเป็นสามี ใครจะได้เป็นผู้ชนะ!”

เขาเกลียดคำว่าผู้ชนะ ผู้แพ้ไม่ใช่สิ่งที่วาคินกลัว หากสิ่งที่เขากลัวคือความรู้สึกของรางวัลของผู้ชนะต่างหาก กลอยใจจะรู้สึกเช่นไรหากมาได้ยินว่าผู้ชายที่ครั้งนึงอีกฝ่ายเคยรักใคร่ชอบพอแต่สามารถใช้เธอเป็นของรางวัลในเกมบ้าๆ ได้อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

หึ ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ ดวงตาสีเทาเข้มพาดผ่านความไม่พอใจอย่างชัดเจน

ไม่คาดคิดมาก่อนว่าผู้ชายอบอุ่นอ่อนโยนเช่นพี่วินจะมีมุมแบบนี้ด้วย

มาวินไม่ใช่มาวินคนเดิม ไม่สิ มาวินไม่เคยเป็นมาวินคนนั้น คนคนนี้ต่างหากคือมาวินตัวจริง!

ถ้าหากกลอยใจมาได้ยินคำพูดเมื่อครู่ หล่อนคงประทับใจน่าดู

รอยยิ้มบนริมฝีปากหนาเลือนหาย แววตาเรียบนิ่งเป็นนิจวาวโรจน์ขึ้นยามขาคู่ยาวขยับก้าวเข้าไปใกล้

ผู้ชายที่หล่อนเคยแอบรักมองหล่อนเป็นเพียงหมากในเกม!”



*** ถ้าจบตอนแล้วช่วยตั้งชื่อตอนหน่อยยยยย


ปล. ทำไมใครๆ ก็อยากให้น้องกลอยเสียตัว 5555


เนื้อหาในนิยายดิบมาก เป็นต้นฉบับที่ยังไม่มีการขัดเกลาใดใดทั้งสิ้น

มีคำผิด มีคำตกหล่น ต้องขออภัยไว้ด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 329 ครั้ง

392 ความคิดเห็น

  1. #103 Maukcamas (@Maukcamas) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 22:38
    เนื้อเรื่องสนุกค่ะไรท์ แต่สะกดคำผิดหลายจุดนะคะ เช่น

    กัลยาณมิตร เป็นต้น
    #103
    0
  2. #88 Papa24579 (@Papa24579) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 21:16

    ึคุณวาสามีแห่งชาติได้ใจป้าไปเต็มๆ
    #88
    0
  3. #86 lovely00 (@lovely00) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 11:57

    อยากอ่านe-book

    ค่ะ
    #86
    0
  4. #85 rtom711 (@rtom711) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 06:01
    มาวินเห็นแก่ตัว
    #85
    0
  5. #84 angel3 (@ya00033248) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 00:24
    น่าสารกลอยใจ แต่ก็ชอบวาคินนะที่ดูแล
    #84
    0
  6. #83 Papa24579 (@Papa24579) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 10:31
    ก้อเรื่องนี้ผู้ชายน่าสงสารอะเนอะ
    กองเชียร์คุณวาเลยเยอะหน่อย555
    #83
    0