LOVE FRIENDLY รักได้ไหมผู้ชายของพี่?

ตอนที่ 9 : Chapter 4 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 พ.ค. 58

Cute Sprout Pot




 


บทที่ 4 ของขวัญจากเทพเจ้าซูส


พี่ชิ!!!”


ฉันเปิดประตูลงรถแล้ววิ่งตรงไปหาพี่ชายที่กำลังเดินวนไปเวียนมารอฉันอยู่หน้าห้องซ้อมทันที โดยไม่แม้แต่จะบอกกล่าวคนขับที่มาด้วยกันสักนิด ไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าเขาด้วย

บ้าชะมัด ทำไมหัวใจฉันถึงเต้นในจังหวะแปลก แถมฉันยังรู้สึกแปลกๆ อีกด้วย


พี่อาชิรีบวิ่งมารับฉัน ก่อนจะกอดคอแล้วพาฉันเดินเข้าไปในร้านด้วยทันที พี่ชายของฉันเป็นแบบนี้ตลอด แม้เขาเป็นพวกขี้หวง ขี้ห่วง และขี้หึงน้องสาวตัวเองมากแค่ไหน แต่ฉันก็รู้ว่าที่เขาทำทั้งหมดเพราะว่าพี่อาชิรักฉันมาก


ไอ้เตี้ยเป็นอะไรหรือป่าว หน้าซีดเชียว

พี่อาชิหันมาถามฉันด้วยน้ำเสียงห่วงใย ฉันส่ายหัวปฏิเสธเพราะไม่อยากให้พี่ชายสงสัยหรือรู้สึกเป็นห่วงฉันมากไปกว่านี้ และไม่นานหลังจากที่ฉันและพี่อาชิเดินเข้ามาในร้าน ไอ้หัวหงอกก็เดินตามมา


ป่าวค่ะ หนูแค่เหนื่อย เรียนทั้งวันเลยฉันโกหกคำโต เพราะจริงๆ วันนี้ฉันเข้าเรียนแค่วิชาเดียวแล้วที่เหลือโดดหมด

=_= ก็ใครมันจะไปเรียนรู้เรื่อง โดนขโมยจูบแรกไปแบบนั้น แถมคนๆนั้นยังเป็น


อ๊าก บ้าชะมัด


แบบนี้แหละเพิ่งเปิดเทอม เราต้องปรับตัวอีกเยอะ ยังไงก็อย่าเครียดละ น้องสาวพี่เก่งอยู่แล้ว เอาตัวรอดได้ ^_^”

พี่อาชิพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมยกมือขึ้นลูบหัวฉันเบาๆ ตามนิสัยของเขา ฉันยิ้มตอบพี่ชายด้วยความรู้สึกอบอุ่น


จริงๆ แล้วพี่อาชิเป็นพี่ชายที่น่ารักมากเลยนะ เขามีความเป็นพี่โครตตะระสูง สูงแบบตึกใบหยกยังชิดซ้าย ถ้าไม่นับนิสัยขี้หวง ขี้หึงน้องตัวเอง ฉันก็ว่าจะให้รางวัลพี่ชายอดเยี่ยมกับมันหรอกแต่ยิ่งมีข่าวว่ามันเป็นเกย์ ฉันยิ่งต้องยึดรางวัลคืนทันที


เห้ย สองพี่น้องเลิกจู๋จี๋กัน แล้วไอ้คนเป็นพี่ชายช่วยกรุณารีบหยิบกีตาร์แล้วเข้าห้องซ้อมด้วยครับ

เสียงตะโกนจากพี่ริวเซดังมาจากหน้าห้องซ้อมประจำของพวกเขา พี่อาชิแยกเขี้ยวใส่ก่อนจะวิ่งตรงเข้าไปตบหัวเพื่อนตัวเองแล้วสองคนนั้นก็วิ่งไล่ถีบกันหายเข้าไปในห้องซ้อม ฉันยิ้มบางๆ ตามหลังคนทั้งสอง พวกเขาน่ารักกันแบบนี้เสมอ พี่อาชิมีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นดนตรี ได้ร้องเพลง และได้อยู่กับเพื่อนๆ ของเขา


หลายครั้งที่ฉันแอบอิจฉาพี่ชายตัวเองที่ตามหาความฝันของตัวเองเจอ แต่ฉันยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไรและฝันว่าจะทำอะไรในอนาคต ฉันเลือกเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์เพราะใครๆ ก็บอกว่าฉันมีความคิดสร้างสรรค์และวาดรูปสวย ฉันคิดว่าแค่นั้นน่าจะพอแล้วสำหรับการเลือกคณะ แต่พอได้มาเรียนแค่อาทิตย์เดียวมันทำให้ฉันรู้ว่า คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ไม่ใช่แค่การวาดรูปเป็น ระบายสีได้ แต่ที่นี่ทุกคนมีความฝันและรักในสิ่งที่พวกเขาเรียน ส่วนฉันก็เรียนได้แต่ไม่ได้ถึงกับรักมันมากมายขนาดนั้น


อามิ

ฉันชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกของไอ้หัวหงอกดังมาจากด้านหลัง ฉันบอกตัวเองว่าห้ามหันไปมอง ห้ามสนใจ และห้ามหยุดเดิน ฉันรีบเร่งฝีเท้าแทนที่จะหยุดฟังเพื่อจะได้หนีเสียงร้องเรียกจากไอ้หัวหงอกให้พ้น


หมับ


แต่ฉันคงจะขาสั้นเกินไปจริงๆเพราะฉันก้าวขายังไม่ถึงสามก้าวไอ้คนที่ฉันคิดว่าอยู่ด้านหลังไม่น่าจะเดินตามมาไม่ทันดก็เดินตามมาดึงแขนฉันไว้ได้แล้วตอนนี้ T^T


ไอ้หัวหงอกออกแรงดึงแขนฉันเพื่อให้หันไปมองหน้าเขา ฉันพยายามขืนตัวแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะสุดท้ายฉันก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้เลยต้องจำใจยืนเผชิญหน้ากับเขาในระยะประชิดอีกครั้ง แง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอีก


พี่มีระ…/อามิ!!!

ไอ้หัวหงอกอ้าปากขึ้นเตรียมจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ยังไม่ทันจะพูดจบเสียงภาษาไทยแปล่งๆของพี่โจชัวก็ดังแทรกขึ้นมาซะก่อน พี่โจชัวเดินตามหลังเรามาพร้อมถุงขนมหลายถุงและถุงเครื่องดื่มอีกหลายถุง ฉันรีบวิ่งเข้าไปหาเทวดาผู้จุติมาเพื่อช่วยชีวิตตัวเองไว้ทันที


มาค่ะเดี๋ยวอามิช่วย

ฉันส่งยิ้มไปให้เพื่อนของพี่ชายพร้อมยื่นมือไปรับถุงขนม พี่โจชัวกลับส่งยิ้มหล่อบาดใจมาให้ฉันแล้ว ส่ายหัวปฏิเสธ ก่อนจะตะโกนเรียกคนที่ยืนทำหน้าหมาเหงาอยู่ด้านหลังฉันแทน


อ่าว ไอ้ลี่แล้วคุณไม่คิดจะมาช่วยเพื่อนบ้างหรอวะ

พี่โจชัวพูดยิ้มๆ ทำให้คนถูกเรียกต้องถอนหายใจเบาๆ แม้จะทำหน้าราวฟ้าจะถล่มแต่ไอ้หัวหงอกก็ยอมเดินมาช่วยเพื่อนถือของอยู่ดี


ไปค่ะอามิเข้าไปข้างในกัน

พี่โจชัวเอ่ยบอกพร้อมรั้งแขนของฉันให้เดินตามเขามาด้วย ส่วนไอ้หัวหงอกยืนทำหน้าเอ่อมองตามเราสองคนก่อนที่เขาจะถอนหายใจอีกรอบแล้วหยิบถุงขนมที่พี่โจชัววางไว้ให้บนพื้นแล้วเดินตามเรามา


เราสามคนเดินเข้ามาในห้องซ้อม พี่โจชัวและไอ้หัวหงอกวางของแล้วต่างคนก็เดินไปยังตำแหน่งของตัวเองทันที


ฉันเดินแยกมานั่งตรงส่วนโซฟาสีแดงที่เอาไว้นั่งชมการฝึกซ้อม ภายในห้องซ้อมดนตรีห้องนี้ค่อนข้างใหญ่กว่าห้องซ้อมที่พ่อสร้างให้พี่อาชิที่บ้านของเรามาก เครื่องดนตรีก็ดูใหม่ยิ่งคนเล่นหน้าตากระชากใจสาวๆ ขนาดนี้ยิ่งทำให้ที่นี้ดูหรูหราและน่าสนใจแต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ชอบที่จะไปซ้อมดนตรีที่บ้านของฉันมากกว่าเพราะมันเป็นส่วนตัวและมีกับข่าวฝีมือแม่ให้กินฟรีอีกด้วย

แต่พี่อาชิมักจะเลือกพาเพื่อนไปซ้อมในวันที่ฉันมีเรียนพิเศษหรือไม่ก็เป็นเวลาที่ฉันยังไม่เลิกเรียน สาเหตุก็เพราะมันไม่อยากให้ฉันเจอเพื่อนมัน และนั่นทำให้ฉันไม่ค่อยได้เจอเพื่อนของพี่ชายตัวเองแบบใกล้ชิดเหมือนวันนี้เลย จะมีก็แค่พี่ทิวสนเท่านั้นที่เคยเจอกันบ่อยๆ และสนิทสนมคุ้นเคยกันมากที่สุดเพราะเจอกันมาตั้งแต่เกิดนั้นแหละ =
_=


พร้อมหรือยังวะ

เสียงพี่อาชิร้องถามสมาชิกในวง ก่อนที่ทุกคนจะพยักหน้าแล้วเสียงกลองจากไอ้หัวหงอกก็ดังขึ้นเพื่อบอกถึงเวลาแห่งการเริ่มต้นซ้อมในวันนี้


วงดนตรีของพี่อาชิและเพื่อนๆ ชื่อว่า ZE-NO (อ่านว่าซีโน่แปลว่าของขวัญจากเทพเจ้าซูส) พี่อาชิเริ่มต้นตั้งวงดนตรีจริงจังตอนเข้ามหาลัย

พี่ชายของฉันรักและชื่นชอบทางด้านดนตรีมาตั้งแต่เด็กสมัยที่เรายังเรียนมัธยมพี่อาชิก็เป็นสมาชิกในวงของโรงเรียนเราเข้าประกวดแข่งขันและได้รางวัลมาก็มาก พี่อาชิทุ่มเทและตั้งใจกับการเล่นดนตรีมากและความฝันเพียงอย่างเดียวในชีวิตของพี่อาชิก็คือการได้เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงและมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง และฉันเชื่อว่าพี่ชายของฉันจะต้องทำมันได้ในเร็วๆ นี้

 

นานแล้วที่ฉันไม่ได้มีโอกาสนั่งดูพี่ชายตัวเองซ้อมดนตรีแบบนี้ ครั้งสุดท้ายที่ฉันได้ดูการซ้อมของพี่อาชิก็ตั้งแต่ตอนที่พี่อาชิยังเป็นสมาชิกของวงดนตรีโรงเรียนอยู่เลย ตอนนั้นพี่ชายของฉันป็อปมากมีแฟนคลับตั้งแฟนเพจให้ลีคนกดไลท์เป็นพัน พี่อาชิเป็นที่นิยมของสาวๆมากมากถึงขนาดตามส่งดอกไม้ ช็อกโกแลต และหนักเข้าถึงขั้นตามมาสารภาพรักขอเป็นแฟนกันยันหน้าบ้านเลยทีเดียว

แต่ถ้าจะบอกว่าพี่อาชิมีฝีมือฉันว่ามันก็คงใช่แต่ส่วนสำคัญไปกว่านั้นก็เพราะพี่ชายของฉันมีใบหน้าเป็นอาวุธที่เอาไว้ทำมาหากินเรียกเรตติ้งจากสาวๆมากกว่าแต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องหน้าตา
ZE-NO เนี่ยไม่มีใครขี้เหล่สักคนนะ ดังนั้นฉันจะขอเล่าประวัติการก่อตั้งวงดนตรีที่สุดแห่งยุคอย่าง ZE-NO ให้ทุกคนฟัง ณ บัดนี้


ZE-NO เกิดจากการรวมตัวกันของพี่อาชิและเพื่อนๆ ในเข้ามหาลัย ก่อตั้งขึ้นโดยพี่อาชิและพี่ทิวสน จากนั้นก็ตามมาด้วยพี่โจชัว พี่ริวเซ และคนสุดท้ายคือพี่เฟรนลี่ สมาชิกในวงทุกคนจะมีแหวนวงซึ่งเป็นตัวแทนความเป็นหนึ่งเดียวของพวกเขาโดยแหวนทั้ง 5 วงเป็นแหวนเงินสลักชื่อวงด้านหน้าและด้านในสลักชื่อของสมาชิกแต่ละคนเอาไว้

พี่อาชิเคยเล่าว่าแหวนวงนี้จะเป็นเสมือนสัญญามิตรภาพของพวกเขาทั้ง
5 ที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าจะนานแค่ไหน ทุกคนสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป


น่าอิจฉาว่าไหมล่ะ ความจริงฉันก็เคยคิดจะเลียนแบบพี่อาชิด้วยการเสนอให้ฉัน รอยยิ้ม และสไบ ทำแหวนกลุ่มกันบ้าง แต่โดนสไบค้านหัวชนฝาหาว่าไร้สาระแต่มันจะให้สักแทนฉันและรอยยิ้มจึงตกลงใจกันว่าไม่ต้องทำอะไรเลยจะดีที่สุดเพราะเราสามคนไปไหนไม่รอดแน่นอน คบกันอยู่แค่นี้แหละ =_=


ถ้าจะพูดถึง ZE-NO ก็ต้องคิดถึงใบหน้าอันหล่อเหลาของสมาชิกในวง และสมาชิกในวงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือพี่ชายของฉันเอง เพราะพี่อาชิมีฐานแฟนคลับจากสมัยเป็นนักดนตรีของวงโรงเรียนมาก่อนจึงมีแฟนคลับค่อนข้างแน่น อีกอย่างมันยังไปเล่นดนตรีในร้านอาหารตอนกลางคืนด้วยเลยทำให้กระแสความนิยมล้นหลามถ้าเปรียบเทียบกับวงไอดอลเกาหลีที่ฉันชอบ มันก็คงเป็นหน้าตาของวงเลยล่ะ แถมพ่วงตำแหน่งลีดเดอร์ของวงไปด้วยเพราะมันน่ะโหดที่สุดในวงแล้ว


รองลงมาก็คือ ผัวของมัน เอ่อ หมายถึง พี่เฟรนลี่ ผู้ชายที่มีใบหน้าสวยหวานเหมือนผู้หญิง ใบหน้ารูปไข่รับกับจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากเรียวสวยแดงระเรื่อน่ามองกว่าผู้หญิงอีก แถมผิวพรรณยังขาวเนียนสวยยิ่งกว่าฉันอีก T^T พี่เฟรนลี่เป็นผู้ชายที่สวยมากสวยแบบชนิดที่ว่าถ้าแต่งเป็นผู้หญิงนี่ไม่มีใครดูออกเลยว่าเป็นผู้ชาย


ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ อีกสามคนต่างก็มีแฟนคลับมากพอๆ กัน และสามคนหลังเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือ ความเจ้าชู้!


นั่นทำให้ฉันต้องข้ามเรื่องอขงพวกเขาไป แต่ถ้าจะให้พูดว่า ZE-NO มีดีแค่หน้าก็ไม่ได้เพราะความสามารถของแต่ละคนเนี่ยไม่ใช่ย่อย และคนแรกที่ฉันต้องสรรเสริญก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพี่ชายของฉันเอง


พี่อาชิมีความสามารถหลายอย่างมันเล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด แต่ที่พี่ชายฉันถนัดที่สุดคงจะเป็นกีตาร์ เล่นได้ดีจนเคยได้รับเชิญไปเล่นร่วมวงกับนักดนตรีในร้านอาหารที่คนอยากเป็นสมาชิกมากที่สุดมาแล้ว ดังนั้นตำแหน่งในวงก็คือมือกีตาร์ และพ่วงตำแหน่งหัวหน้าวงจอมโหดขี้หวงน้องสาวไปด้วยอีกหนึ่งตำแหน่ง


คนที่สองก็คือพี่ทิวสนพี่ชายอีกคนของฉัน พี่ทิวสนเป็นอีกคนที่มีทักษะในการร้องเพลงสูงมาก เขามีเสียงที่ไพเราะเพราะจนเคยได้รางวัลจากการประกวดร้องเพลงตามเวทีต่างๆ มากมาย ทั้งทำนองเสนาะ กาพย์ กลอน เพลงสากล ลูกทุ่ง เพื่อชีวิต ได้หมด


คนที่สามก็คือพี่โจชัวหรือพี่โจ ผู้ชายหน้าฝรั่งแต่พูดไทยชัด(?) หนุ่มลูกเสี่ยวไทย-ฮ่องกง-อังกฤษ พี่โจชัวเป็นผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดในกลุ่มทั้งเก่ง ทั้งหล่อ และความสามารถด้านดนตรีก็ไม่น้อยหน้าใครโดยเฉพาะเบส ตำแหน่งมือเบสจึงตกเป็นของเขาโดยไม่มีเสียงคัดค้าน


คนต่อไปคือพี่ริวเซหรือพี่ริว หนุ่มลูกไทยครึ่งญี่ปุ่น มีความสามารถทางดนตรีทั้ง ร้องเพลง เต้นบีบอย หน้าที่ในวงของพี่รัวเซห็คือมือกีต้าร์หลัก ถูกเลือกด้วยตัวแกเองนั้นแหละ เหตุผลก็ง่ายๆ เล่นแล้วเด่นสุด =_=


และคนสุดท้ายไม่ค่อยอยากจะเอ่ยถึงก็คือ ไอ้หัวหงอกหรือพี่เฟรนลี่ ผู้ชายที่หน้าตาสวยที่เงียบขึมที่สุดในวง เฟรนลี่ค่อนข้างเก็บตัวและเงียบ ไม่ค่อยสุงสิงกับมนุษย์โลกคนอื่นๆ นอกจากเพื่อนในวง(แต่ทำไมต้องมาสุงสิงกับฉัน)

พี่เฟรนลี่รับหน้าที่เป็นมือกลองของวงเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ชอบเอนเตอร์เทนใคร แต่ขนาดว่าหลบอยู่ในซอกลืบมุมมืดของวงขนาดนี้ก็ยังฮอตเป็นอันดับสองของวงต้องยอมรับเลยว่าผู้ชายสวยคนนี้เสน่ห์เหลือล้นจริงๆ แต่มันไม่ใช่กับอามิคนนี้แน่นอนเพราะอามิจังชอบผู้ชายหล่อ แมน แสนดีแบบไคโอป้าคนเดียวเท่านั้น
!

 

1 ชั่วโมงผ่านไป

เหล่าว่าที่ศิลปินหน้าหล่อทั้งห้าคนใช้เวลาในการซ้อมช่วงแรกเสร็จสิ้นลง ทุกคนต่างวางเครื่องดนตรีประจำตัวลง ก่อนจะรีบเดินมานั่งรวมกันที่โซฟาสีแดงที่ฉันกำลังนั่งทันที สภาพแต่ละคนนี่เหงื่อไคลเต็มตัว แถมพี่อาชิยังดูอิดโรยที่สุดด้วย คงเพราะทุกคนทุ่มเทเต็มที่กับการซ้อมทุกครั้งทำให้พวกเขาเหนื่อยแต่ฉันว่าก็คุ้มนะเพราะถึงจะเหนื่อยแค่ใบหน้าของทุกคนยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่เสมอ


เหนื่อยจังเลย แค่กๆ โอ๊ย คอแห้ง

พี่ทิวสนเดินตรงมาที่โซฟาก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ฉันอย่างหมดแรง สงสัยจะเหนื่อยจริงเพราะทันทีที่หย่อนก้นลงแกก็หลับตาทันที เสียงหายใจเหนื่อยหอบของคนข้างๆ ทำเอาฉันเหนื่อยตาม


ไอ้ทิว ลุกเลยครับอย่ามาเนียน

เสียงพี่อาชิตะโกนตามมาพร้อมกับที่พี่ชายของฉันพุ่งตัวเข้ามานั่งตรงกลางระหว่างฉันกับพี่ทิวสนอย่างแรง

=_= ไอ้หัวหยิกออกแรงผลักเพื่อนตัวเองจนกระเด็นลงไปนอนกลิ้งเล่นคุยกับพื้นพรมสีแดงข้างล่างแทน


คนถูกผลักถึงกับส่ายหน้าแต่ก็ไม่ทำอะไรแต่นอนหลับตาต่อตรงนั้นเลย =_=เหนื่อยมากสินะ


หิววะ กินเลยนะ

พูดจบพี่ริวเซก็เขมือบ เอ่อ หมายถึงยัดคิทแคทอันใหญ่เข้าปากในคำเดียว O.O มันจะหิวอะไรขนาดนั้น =_= ส่วนคนอื่นๆ ก็จัดการแกะขนม เปิดเครื่องดื่มกินกันอย่างเมามัน มีฉันที่นั่งมองตาปริบๆ เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายที่แสนจะดูดีทุกกะเบียดนิ้วทั้ง 5 จะทานขนมได้ เอ่อ เรียกว่า เอ่อ เรียกว่าอะไรดี เอาเป็นว่าถ้าแฟนคลับของพวกเฮียๆ แกมาเห็นสภาพหนุ่มในฝันในตอนนี้มีหวังเผ่นกันป่าราบ


=_= ไม่เหลือคราบเทพบุตรเดินดินทั้ง 5 ของมหาลัยเลย โดยเฉพาะพี่ริวเซนั่นอดีตรองอันดับสองเดือนมหาลัยเลยนะนั่น


อามิไม่หิวหรอเสียงของพี่ทิวสนทำให้ฉันหลุดจากความคิดที่นินทาพวกขทันที ฉันส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป ก่อนจะตอบแบบขำๆ ไป


เห็นพี่ริวเซทานแล้ว มิว่ามิอิ่มแล้วล่ะค่ะ


ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แล้วทุกคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน ก็มันจริงนี่น่า เห็นท่าทางการกินของเฮียริวแกแล้วฉันว่าฉันอิ่มไปสามวันเจ็ดวันเลยเหอะ คนอะไรตั้งแต่นั่งยังไม่หยุดขยับปากเลย แกเอาส่วนที่กินแล้วไปไว้ส่วนไปไหนบ้างเนี่ย

=_= ถึงได้ยัดแล้วยัดอีกก็ไม่มีทีท่าว่าจะ อิ่ม


คนถูกพูดถึงชะงักมือที่กำลังจะเทเลย์ทั้งซองเข้าปากไว้ ก่อนจะหันมาเบ้ปากใส่คนอื่นๆแบบงอนๆแล้วกลับไปเทเลย์ทั้งซองใส่ปากต่อ!!!

=_= เฮียรู้จักคำว่า อิ่ม บ้างไหมเนี่ย


หลังจากใช้พลังในการซ้อมมา 1 ชั่วโมงไอ้เคนมันเลยต้องกินเพื่อชดเชยส่วนนั้นไปเผื่อไว้แล้ว 10 ชั่วโมง ฮ่าๆ

พี่โจชัวพูดพร้อมหัวเราะเสียงดัง เพราะคนถูกแซวหันมาปาซองขนมใส่เขาแต่ซองขนมไม่รักดีมันดันลอยข้ามไปแปะอยู่บนหน้าของพี่ทิวสนแทน =_=


ไอ้ริว!!!”


ผลัก


ไวเท่าความคิดเท้าของพี่ทิวสนลอยเข้าปะทะกับอกของพี่ริวเซรียบร้อยและหลังจากนั้นทุกอย่างก็เริ่มชุลมุน ทุกคนเริ่มช่วยกันรังแก เอ้ย ช่วยกันห้ามเพื่อนตัวเอง มีก็แค่ไอ้หัวหงอกที่นั่งจ้องหน้าฉันแบบที่เรียกว่าถ้าสิงได้มันสิงฉันแล้ว แม้จะรู้ตัวว่าถูกแอบมอง แต่ฉันก็เลือกจะนั่งนิ่งๆ ทำเป็นไม่สนใจ ทั้งๆ ที่ตอนนี้หัวใจของฉันมันแทบจะกระเด็นออกมาเต้นระบำข้างนอกอยู่แล้ว

โอ๊ยยยย อยากจะบ้าตายนายจะมาจ้องอะไรฉันนักหนาฟะ เดี๋ยวก็ตาหลุดติดหน้าฉันหรอก
T^T


พอๆ เลิกกัดกันได้แล้วเสียงห้ามของพี่อาชิลอยกระทบเข้าหูแล้วผ่านเลยไป เมื่อเหตุการณ์ชุลมุนตรงหน้ายังไม่มีทีท่าว่าสงบ เสียงร้องโหยหวนของพี่เคนตะเริ่มดังมากขึ้น


เห้ย!!!”

ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเข้มๆ ของพี่ชายตัวเองตะคอกเป็นครั้งแรก ไอ้หยิกถลึงตาใส่เพื่อนตัวเองอย่างแสดงอำนาจ และเหมือนว่าคำสั่งของมันจะได้ผลพี่ทิวสนยอมปล่อยคอเสื้อพี่ริวเซและพี่โจชัวก็ยอมดึงเท้าออกมาจากหลังของพี่ทิวสนอีกที ส่วนพี่ริวเซผู้เคราะห์ร้ายนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นพรมสีแดงด้วยสภาพยับเยิน =_=


สงคราม(ขยะ)ซองขนมสงบลงด้วยดี(?)ด้วยคำสั่งอันทรงอำนาจของพี่ชายฉันเพียงคำเดียว สมาชิกที่เกรงกลัวบารมีพี่ชายฉันต่างเดินกลับเข้านั่งประจำที่ของตัวเองในที่สุด ไอ้ชิวาว่าหัวหยิกนี่มันมีอิทธิพลทั้งในบ้านและนอกบ้านเลยหรอฟะ กับเพื่อนมันยังมีอิทธิพลขนาดนี้เลยหรอ

=_= พี่ชายฉันน่ากลัวชะมัดเลย


หลังจากทำสงครามขนาดเล็กกันเสร็จ ทุกคนต่างก็กลับไปประจำตำแหน่งและเริ่มซ้อมเพลงที่เหลือกันทันที ฉันยังคงนั่นรอพี่ชายและเพื่อนๆ อยู่ที่เดิม บรรยากาศในห้องซ้อมเต็มไปด้วยเสียงดรตรีที่ถูกบรรเลงออกมาจากหัวใจ ทุกคนมีรอยยิ้มบนใบหน้า

แม้เม็ดเหงื่อจะเริ่มผุดขึ้นมาแต่ก็ไม่ทำให้พวกเขาหยุดยิ้มได้เลย

นี่สินะความสุขจากการทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

ฉันอิจฉาพวกเขานะที่ตามหาความฝันของตัวเองเจอ

ต่างจากฉันที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองฝันว่าอะไร...




 


ปล.หากผิดพลาดประการใดขอภัยไว้ ิณ ที่นี้ด้วยนะคะ
แนะนำและสั่งสอนได้เลยนะคะ

 

ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนิยายของไรเตอร์นะคะ ^^
รบกวนนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาอ่านนิยายของนักเขียนมือใหม่ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังให้ด้วยนะคะ





 


งานเปิดตัววงดนตรีต้องมา
#ZE-NO #ของขวัญจากเทพเจ้าซูส

มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจนางเอกไม่เต็มของไรท์ด้วยนะคะ อิอิ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น

  1. #70 รัก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 09:31
    ZE-NO. ความหมายดีนะคะไรท์

    นทีมพี่ลี่ค่ะ 555
    #70
    0
  2. #69 เพลง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 01:01
    รอตอนต่อไปมาต่อเรวววววววว
    #69
    0