LOVE FRIENDLY รักได้ไหมผู้ชายของพี่?

ตอนที่ 7 : Chapter 3 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    22 เม.ย. 58

Cute Sprout Pot





บทที่ 3
พรหมลิขิต VS
เวรกรรม(?)

 

ฉันอยากจะหยุดเวลาเอาแค่บ่ายสองโมงเย็น ไม่ก็ทำให้ตัวเองหายตัวได้ หรือหนีออกนอกโลกไปเลยยิ่งดี เพราะฉันไม่อยากกลับบ้านพร้อมไอ้พี่ชิวาว่าหัวหยิกและสามีของมัน

ฉันไม่อยากกลับบ้านกับผัวเมียคู่นั้น ไม่เอา
!


ไอ้มิไปได้แล้ว นี่ก็เกือบบ่ายสามแล้ว ป่านนี้พี่ชิกับสามีคงรอแกอยู่แล้วแหละไอ้สไบพูดพร้อมกับหัวเราะคิกคัก เออ ล้อได้ล้อไป อย่าให้ถึงทีฉันล้อมันบ้างนะ จะเอาให้หายใจไม่ออกเลย ล้อมันสามเวลาหลังอาหารเลยคอยดู


ไม่ไปได้ไหมฉันทำเสียงเศร้า ก่อนจะเอนหัวไปซบไหล่รอยยิ้ม


ไม่ไปก็โดนตัดค่าขนม แถมโดนแย่งพี่ชายไอ้สไบพูดลอยหน้าลอยตา ก่อนจะตักบัวลอยเข้าปากอย่างสบายใจ หน็อย ไอ้เพื่อนบ้า คอยดูนะถึงวันที่มันต้องวิ่งร้องไห้มาเพราะโดนแม่จับหมั้นแล้วฉันจะขำให้ฟันหักเลยคอยดู


ไปเถอะน่าอามิ แค่วันเดียวเอง อย่างที่สไบบอก ถ้าแกฝืนใจไปแกจะได้ทั้งเงินค่าขนม ได้ทั้งกันพี่เฟรนลี่ออกจากพี่อาชินะฉันยกหัวขึ้น เมื่อคิดภาพตามที่รอยยิ้มบอก จริงสินะ ฉันต้องไปปฏิบัติภารกิจเป็นไม้กันหมาให้พี่ชายตัวเองนี่น่า


เออ ฉันยอมไปก็ได้ T^T”ฉันบ่นอุบอิบ และทำท่าไม่อยากลุกจากเก้าอี้ ทำให้ไอ้สไบที่มันคงจะเป็นห่วงฉันมาก มันถึงได้ยอมวางช้อนที่กำลังจะตักบัวลอยเข้าปากแล้วเดินมาช่วยลากฉันให้ลุกขึ้นไวๆ

รักเพื่อนจริงๆ นะไอ้สไบนาง
=_=


ไอ้สไบเดินลากฉันมาส่งถึงหน้าคณะนิเทศศาสตร์ ฉันอยากจะมอบตำแหน่งเพื่อนที่แสนดี ให้กับมันจริงๆ ถ้าไม่ติดที่ประโยคสุดท้ายก่อนไปของมันที่ทำให้ฉันแทบจะกรี๊ด


อ่อ ระวังตาเป็นกุ้งยิงนะเพราะเขาอาจจะพลอดรักกันบนรถได้ 555”


อ๊ากก ไอ้เพื่อนบ้า


ไอ้สไบ!”ฉันชี้หน้าไอ้สไบอย่างเอาเรื่องแล้วทำท่าจะวิ่งเข้าไปเตะมันให้ปลิว ไอ้สไบแลบลิ้น ก่อนจะวิ่งกลับโรงอาหารอย่างไว ฝากไว้ก่อนเถอะ ทีใครทีมัน


ฉันเดินเรื่อยเปื่อยเข้ามาในคณะเพื่อหาที่นั่งรอพี่อาชิ จะว่าไปคณะนิเทศศาสตร์นี้ก็แตกต่างจากคณะของฉันมากเลยนะ ทั้งอาหาร ทั้งสถานที่ เรียกได้ว่าลูกเมียน้อยกับลูกเมียลูกหลวงเลยก็ว่าได้ ฉันเดินเซงๆ ก่อนจะมองเห็นโต๊ะว่างที่ใต้อาคารหลังถัดไป ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นอาคารเรียนของสาขาภาพยนตร์ ฉันเดินมานั่งลงที่โต๊ะใต้อาคาร ก่อนจะวางกระเป๋าเป้ไว้ที่โต๊ะแล้วฟุบหน้าลง


เห้อ เครียด เหนื่อย เบื่อ ง่วง เซง ทุกอย่างปนเปกันจนทำให้ฉันเริ่มเหนื่อยล้า หนังตาเริ่มหนักอีกแล้วสิ แง T^T


ในตอนที่ตาของฉันกำลังจะปิดลง อยู่ๆ ก็มีดวงตาคู่สวยอีกคู่สบเข้ากับตาของฉัน ฉันเบิกตากว้าง ก่อนจะลุกพรวดขึ้นเพราะตกใจ ก่อนจะผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกเมื่อมองเห็นใบหน้าของเจ้าของดวงตาชัดๆ นึกว่าจะเจอเจ้าที่แรงซะอีก =_=


ภูพิงค์ เราตกใจหมดเลยชายหนุ่มเจ้าของชื่อ ส่งยิ้มหวานตามแบบของเขามาให้ฉัน


น่ารักชะมัดเลย ผู้ชายอะไรยิ้มได้ยิ้มดี แถมยิ้มหวานน้ำตาลเรียกพี่ เห็นแล้วมันก็เขิน


อามิมาทำอะไรที่คณะเราหรอภูพิงค์ถาม ก่อนจะหย่อนก้นนั่งตรงข้ามกับฉัน แล้ววางหนังสือและกระเป๋าเป้ของตัวเองลง ฉันยิ้มพร้อมเอ่ยตอบ


เรามารอพี่ชายน่ะ


อ่อ ลืมไป พี่อาชิก็เรียนนิเทศเหมือนเราภูพิงค์ยังคงยิ้มหวานปานจะกลืนกินตอบฉัน คนอะไรยิ่งมองยิ่งน่ารัก ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งอยากได้ เอ่อ หมายถึง อยากได้เป็นเพื่อนน่ะ


อืม แล้วภูพิงค์ ไม่มีเรียนแล้วหรอฉันถามเสียงหวาน


ไม่มีแล้ว เรามีเรียนวิชาเดียว อามิทานข้าวหรือยัง ไปหาอะไรทานกันไหมภูพิงค์ยิ้มถาม ก่อนจะยิ่งยิ้มกว้างมากขึ้น เมื่อฉันพยักหน้ารับ ใครมันจะไปปฏิเสธผู้ชายน่ารัก แสนดีอย่างเขาได้ >//<


ฉันกับภูพิงค์เราสองคนเดินกระหนุงกะหนิงมาที่ร้านเค้กใต้ตึกการแสดง ภูพิงค์พาฉันเดินมานั่งที่โต๊ะในสุด ก่อนจะยิ้มหวานส่งมาให้


เดี๋ยวเราไปสั่งให้นะ อามิเอาโกโก้เย็นกับเค้กส้มใช่ไหม เราจำได้


กรี๊ดด จำได้ นี่ฉันอยู่ในเมมโมรี่ของนายตั้งแต่เมื่อไหร่ เขินชะมัด


ฉันพยักหน้าตอบแล้วภูพิงค์ของฉัน เอ่อ เพื่อนของฉัน ก็เดินไปสั่งเค้กและเครื่องดื่มให้ฉัน คนบ้าอะไรหล่อ น่ารัก เป็นสุภาพบุรุษ อยากได้ กรี๊ดดดด จะเอาๆ =_=


ฉันแอบนั่งกรี๊ดภูพิงค์อยู่เงียบๆในใจ อย่างมีความสุข และฟินที่สุด แต่ความสุขที่น้อยนิดก็หายไปทันใด เมื่อเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้น

=_= ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครโทรมา แต่เรื่องอะไรจะรับ ปล่อยให้รอไปเลย เชอะ


ฉันกดปิดเสียงพร้อมๆ กับหยัดโทรศัพท์ของตัวเองเก็บในกระเป๋าเหมือนเดิม โทรได้โทรไป ไม่รับหรอกยะ


อามิ เป็นอะไรหรือป่าวทำหน้างอเชียวฉันเงยหน้าจากกระเป๋าตัวเอง แล้วมองหน้าภูพิงค์ ก่อนจะยิ้มแห้งๆ ตอบเขา คนหล่อมาต้องทำตัวดีๆ


ไม่มีอะไรหรอกภูพิงค์ภูพิงค์ยิ้มตอบ ก่อนจะพูดเสียงหวาน


เรียกเราว่าภูเฉยๆ ดีกว่านะ


อ๊ากก นี่เราสนิทกันแล้วหรอ อยากจะกรี๊ดให้บ้านแตกอย่างที่บอกเมื่อก่อนเราเคยเรียนมัธยมด้วยกัน แต่ก็อยู่คนละห้องแถมภูพิงค์ยังดูเป็นผู้ชายนิ่งๆ แต่ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลาเลยทำให้เขากลายเป็นเทพบุตรของโรงเรียนจึงไม่มีอิสตรีคนใดกล้าไขว่คว้าเขามาครอบครองเพราะกลัว POOPING FC ตบกลิ้ง


จ้าฉันบอกก่อนจะยิ้มตอบเขาอีกรอบ เราสองคนนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน ภูพิงค์เป็นผู้ชายที่น่ารัก และเป็นผู้ฟังที่ดี ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกชอบเขามากขึ้น แต่ความสุขของฉันดูเหมือนจะสิ้นสุดลง เมื่อมีเสียงระฆังหมดเวลาเหมือนในการ์ตูนเทเลทับบี้ดังมาจากข้างหลังในระยะประชิด


อามิ…”เสียงเรียกที่ฟังแล้วคุ้นหูแถมน้ำเสียงที่เปล่งออกมามันยังบ่งบอกว่าคนพูดกำลังหงุดหงิดทำให้ฉันต้องหันกลับไปมอง

O.O อ๊ากก ไอ้ชิวาว่าหัวหยิกและผองเพื่อน ยืนกันหน้าสะล่อนเลย


แง หาเจอได้ไงเนี่ย อยู่ในลืบขนาดนี้ T^T


พะ พี่อาชิฉันถึงกับค้าง ก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อพี่ชายบังเกิดเกล้าด้วยเสียงตะกุกตะกักเพราะรังสีอำมหิตจากดวงตาที่ลุกโชนของพี่ชายทำให้ฉันรีบลุกขึ้น ก่อนจะวิ่งไปกอดแขนพี่ชายตัวเองไว้แน่น

สายตาที่ว่ามันไม่ได้ส่งมาให้ฉัน แต่มันเลยไปยังคนที่นั่งยิ้มกว้างเห็นฟันครบทุกซี่ที่นั่งตรงข้ามฉันต่างหาก งานงอกแล้วอามิ ฮืออออ


โทรมาทำไมไม่รับที่อาชิพูดเสียงเข้ม แต่สายตายังไม่ยอมละไปจากใบหน้าอันหล่อเหลาของภูพิงค์สักนิด ฉันลอบกลืนน้ำลาย เมื่อบรรยากาศเริ่มมาคุ แต่ดูเหมือนบุรุษผู้มีนามว่า ภูพิงค์ จะไม่เข้าใจสถานการณ์ เขาถึงได้เดินตรงมาหาเรา ก่อนจะส่งยิ้มหวานมาให้พี่ชายฉัน

ภูพิงค์ไม่เห็นตามันหรอมันจะเผานายอยู่แล้วนะ ถอยกลับไปนั่งที่เถอะ
T^T


สวัสดีครับพี่อาชิแง่ง นายไม่เข้าใจหรอ ว่าไอ้พี่ชายจอมหวงมหาโหดมันกำลังจะระเบิดตัวเองกลายเป็นโกโก้ครั้นแล้วท่วมนายตาย T^T


เออ หวัดดีน้ำเสียงเข้มและห้วนสั้นที่ฟังยังไงมันก็ไม่เป็นมิตรของพี่อาชิ ทำให้ภูพิงค์ขมวดคิ้ว แต่ก็ยังคงส่งยิ้มมาให้พี่ชายฉัน ฉัน และเพื่อนหัวตอที่ยืนเป็นแบคกราวข้างหลังอีกสามคน


ผมภูพิงค์ไงครับ พี่จำผมไม่ได้หรอ เราเคยอยู่ชมรมบาสด้วยกันไงครับภูพิงค์ยังคงพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ไอ้คนที่ฉันเกาะแขนไว้ไม่ให้พุ่งชนเพื่อนฉันนี่สิ ยืนกำหมัดแน่นแถมสายตายังแทบจะฆ่าเพื่อนฉันเลยตอนนี้ T^T แง

ฉันจะทำยังไงดี จะช่วยชีวิตภูพิงค์ผู้น่าสงสารได้ยังไงกัน ฉันหันซ้ายหันขวามองเพื่อนๆ ของพี่ชายตัวเองเพื่อขอความเห็นใจ แต่ไม่มีไอ้หัวหลากสีคนไหนขยับปากพูดอะไรบ้างเลย
T^T พึ่งพาไม่ได้เลยนะ แต่เอ๊ะ ไอ้หัวหงอกหายไปไหนนะ เห้ยย มันไม่ใช่เวลามาถามหาคนแบบนั้นนะไอ้มิ =_=


เออ จำได้ จำได้ตั้งแต่วันวาเลนไทน์ปีที่แล้วที่แกกล้าเอาช็อกโกแลตเฮงซวยนั้นมาฝากให้น้องสาวฉันแล้วเว้ย

ช็อกโกแลตเฮงซวย O.O

อะไรฟะ ฉันเงยหน้ามองพี่ชายตัวเองเมื่ออยู่ๆ นก็หลุดพูดในสิ่งที่ฉันไม่เข้าใจลรู้เรื่องออกมา และเหมือนว่าไอ้หัวหยิกจะรู้ตัวว่าหลุดปากพูดความลับออกมาถึงได้กรอกตาไปมาอย่างมีพิรุธ นี่อย่าบอกนะว่า


ครับพี่ผมคือเจ้าของช็อกโกแลตเฮงซวยอันนั้นเอง^O^”

ภูพิงค์ยังคงยิ้มตอบ ฉันปล่อยมือจากแขนพี่ชายตัวเอง ก่อนเดินมายืนตรงหน้ามัน มือเท้าสะเอวทั้งสองข้างเพราะตอนนี้เริ่มปะติดปะต่อเรื่องได้แล้ว ไอ้ชิวาว่าหัวหยิกแอบเอาของขวัญวาเลนไทน์ที่มีคนให้ฉันไปกินเองหรือไม่ก็แจกเพื่อนหนักเข้าถึงขนาดเอาไปโยนทิ้งถังขยะอีกแล้วสินะ


พี่ชิมีอะไรจะสารภาพไหมฉันว่า ก่อนจะหรี่ตามองหน้าพี่ชายตัวเอง ไอ้ชิวาว่าหัวหยิกหลุบตามองต่ำ


อ๊ากก จริงสินะ ไอ้หัวหยิก วันนี้ตายแน่!!!!


สงครามพี่น้องกำลังจะเริ่มแล้ววะเสียงพี่ทิวสนดังเบาๆ มาจากด้านหลังฉันหันไปปรายตามองเพื่อนๆของพี่ชายที่กำลังซุบซิบนินทาฉันและพี่ชายพร้อมทั้งพะยับพะเยิบแนะนำกันให้มองฉันและพี่ชายด้วยรอยยิ้มกวนๆ


คราวนี้ไอ้อาชิตายแน่ ฮ่าๆเสียงกวนๆ และภาษาไทยแปล่งๆที่ดังตามมาทำให้ฉันเม้มปากแน่น เมื่อมองเห็น พี่โจชัวหรือพี่โจ กำลังยักคิ้วกวนๆส่งมาให้ฉัน


อ๊าก ไอ้พวกหัวหลากสีพวกนี้มายืนเป็นเสาทำไมแถวนี้ฟะไม่ช่วยก็ไม่ต้องสะ เอ่อ เผือกได้ไหมฟะ


งั้นฉันถ่ายวิดีโอเก็บไว้ก่อนนะ ไม่เคยเห็นไอ้โหดตาย ฮ่าๆเสียงภาษาไทยแปล่งกว่าของใครอีกคนดึงขึ้น ฉันกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อมองเห็นคนพูดอย่าง พี่ริวเซหรือพี่ริว กำลังหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นถ่ายวิดีโอจริงๆ


=_= นี่พวกนี้ไม่เคยเห็นพี่น้องตีกันหรอฟะ


เห้ย ไม่มี๊ สารภาพอะไร บ้าป๊าวทันทีที่รู้สึกถึงสถานการณ์อันตรายไอ้หัวหยิกก็บอกเสียงสูงพร้อมยกมือโบกไปมาปฏิเสธเสียงแข็ง!!!


ยัง ยังจะหน้าด้านแถต่ออีกนะไอ้หยิก!


พี่อาชิแอบเอาของที่มีคนให้หนูในวันวาเลนไทน์ไปทิ้งอีกแล้วใช่ไหมฉันถามเสียงดัง ไอ้ชิวาว่าหัวหยิกเงียบ ก่อนจะกรอกตาไปมาเหมือนกำลังคิดหาคำแก้ตัว ฉันแทบจะกรี๊ดเมื่อเห็นท่าทางมีพิรุจของพี่ชาย


นี่ไอ้หยิกทำจริงๆ สินะ ถึงว่าทำไมปีที่แล้วไม่ได้อะไรเลย ได้แค่ดอกกุหลาบสองสามดอก ที่แท้ก็โดนไอ้หัวหยิกสกัดดาวรุ่งนี้เอง อ๊ากก ไอ้หยิก!


ไม่เป็นไรหรอกครับอามิ ไว้ปีนี้เราให้ใหม่ก็ได้เนอะน้ำเสียงทุ้มนุ่มของภูพิงค์ทำให้ฉันหันกลับไปมองเขา ก่อนจะส่งยิ้มให้เขาเพื่อเป็นการขอโทษ ภูพิงค์ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มตอบฉัน


>///< ผู้ชายคนนี้มีรอยยิ้มเสมอ น่ารัก น่ามอง น่าเข้าใกล้ กว่าไอ้หัวหลากสีสี่ตัวนี้อีก =_=


ขอโทษแทนพี่ชายของเราด้วยนะภูฉันพูดเสียงอ่อน ก่อนจะทำหน้ารู้สึกผิดที่พี่ชายตัวเองไปก่อเรื่องให้ภูพิงค์ของฉัน เอ่อ เพื่อนของฉันต้องรู้สึกแย่


ไม่เป็นไรครับ พี่ชายอามิมาแล้ว งั้นเราขอตัวกลับเลยนะ ผมกลับก่อนนะครับพี่อาชิภูพิงค์พูดยิ้มๆ กับฉัน ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้พี่ชายของฉันด้วย แต่ไอ้หัวหยิกกลับถลึงตาใส่เขา ไอ้หยิกนี่มันวอนโดนน้องด่าจริงๆ ภูพิงค์ก็ยังจะไปยิ้มให้มันอีก ดูก็รู้ว่ามันไม่มีวันสำนึก!


เออ ไปเลยไปพี่อาชิพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ทำให้ฉันต้องหันไปส่งสายตาอำมหิตให้พี่ชายตัวเองสักทีไอหัวหยิกเบือนหน้าหนีทำเป็นไม่สนใจจนฉันต้องถอนหายใจออกมา ไอ้พี่บ้านี่นิสัยเสียตั้งแต่เด็กยันโต =_=


ภูพิงค์ไม่ว่าอะไรแต่ยังคงยิ้มหวานให้ฉันและไอ้พวกหัวหลากทั้งหลาย ก่อนที่เขาจะเดินไปที่โต๊ะเก็บข้าวของเข้ากระเป๋าแล้วเดินจากไป


พี่อาชิ…”ฉันเรียกชื่อพี่ชายตัวเองอย่างคาดโทษ เมื่อเห็นว่าภูพิงค์เดินลับสายตาไปแล้ว ไอ้หัวหยิกเกาแก้มตัวเองแก้เก้อก่อนจะทำเป็นตอบหน้ามึน


อะไร แกอย่ามาทำน้ำเสียงแบบนั้นนะไอ้เตี้ย พี่ไม่รู้เรื่องอะไรเล๊ยพี่อาชิกรอกตาไปมา ก่อนจะทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้อีกครั้งจนฉันอยากจะกระโดดกัดคอมันนัก


ให้มันได้อย่างนี้สิน่าพี่ชายฉัน!


ยังจะมาพูดแบบนี้อีกนะฉันถอนหายใจอย่างเบื่อเหนื่อย เมื่อพี่ชายของตัวเองยังคงความหน้ามึนทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว เรื่องมันแดงขนาดนี้แล้วยังจะมาทำเนียนอีกนะไอ้หยิก สารภาพมาซะดีๆ เลยนะทาตายจะได้เหลือแค่โคม่า!


เห้ย เดี๋ยวนะพี่ยังไม่ได้เอาโทษแกเลยนะที่พี่โทรมาตั้งหลายสายแล้วแกไม่ยอมรับ แถมยังไปนั่งอี๋อ๋อกับไอ้หน้าอ่อนนั้นอีก


=_=  หน้าอ่อนงั้นหรอ ไอ้ชิวาว่าหัวหยิก! แกไปว่าคนอื่นเขาแบบนั้นได้ยังไง


ฉันเริ่มหงุดหงิดที่พี่ชายตัวเองเป็นคนนิสัยเสียแถมยังทำตัวไม่ดีต่อหน้าเพื่อนฉัน และที่สำคัญมันยังหน้าด้านปฏิเสธหน้าตายว่าไม่ได้เอาของขวัญวาเลนไทน์ที่มีคนฝากให้ฉันไปทิ้งอีก!


พี่อาชิ นิสัยไม่ดี หนูไม่พูดด้วยแล้วฉันเบ้ปากไม่พอใจก่อนจะเดินปึงปังหนีออกมา ตอนนี้ฉันอารมณ์เสียแถมหงุดหงิดมาก ฉันเดินเร็วหนีออกมาแต่ก็ยังได้ยินเสียงของไอ้พวกหัวหลากสีตะโกนเรียกชื่อตามมาเบาๆ แต่ฉันก็ไม่ได้ชะลอฝีเท้า เพราะไม่อยากเสวนากับพวกนั้นต่อ ฉันเดินเร็วๆเพื่อหนีเสียงที่ตะโกนตามหลังโดยไม่สนใจเลยว่าตัวเองกำลังจะเดินไปไหน และกำลังจะชนใคร


ตุบ!!!


เพราะเดินมาเร็วมากทำให้ฉันชนคนที่กำลังเดินสวนมาเต็มๆ แรง จนตัวเองกระเด็นลงไปนั่งคุยกับพื้นก้นกระแทกจนเจ็บระบม =_=

เกิดมาตัวเล็กนี่ลำบากชะมัดโดนชนแค่นี้กระเด็นเลย แง T^T


ไอ้เตี้ย!!!”เสียงตะโกนของพี่อาชิตามหลังมาติดๆ นี่ฉันว่าตัวเองเดินหนีพวกนั้นมาโครตจะไกลแล้วนะ ยังจะตามมาทันอีกหรอสงสัยขาจะสั้นถึงได้หนีไม่ทันแบบนี้ T^T


ฉันรีบลนลานลุกขึ้นแล้วปัดกระโปรงนักศึกษาของตัวเองด้วยความรีบร้อนจนเสียหลักเกือบจะล้มหัวทิ่มลงไปอีกรอบ แต่โชคดีที่มีมือนุ่มนิ่มเรียวสวยของใครสักคนช่วยพยุงตัวฉันเอาไว้ได้


อ๊าก ฉากแบบนี้มันเหมือนในละครน้ำเน่าช่องมากสีตอนเย็นๆเลยฟะ แต่มือนุ่มนิ่มเรียวสวยแบบนี้

ฉันว่ามันคุ้นๆ นะว่าไหม? =_=



 

 
ปล.หากผิดพลาดประการใดขอภัยไว้ ิณ ที่นี้ด้วยนะคะ
แนะนำและสั่งสอนได้เลยนะคะ

 

ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนิยายของไรเตอร์นะคะ ^^
รบกวนนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาอ่านนิยายของนักเขียนมือใหม่ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังให้ด้วยนะคะ






 

พรหมลิขิต VS เวรกรรม!!
โอ๊ยยย นางเอกไม่เต็มตล๊อตตต
ยัยอามิจะเพ้อเจ้ออะไรอีกคอยติดตามด้วยนะคะ
แล้วเนี่ยตกลงแล้วมันคือพรหมลิขิตหรือว่าเวรกรรมของนางกันแน่

เปิดตัวพี่ริวและพี่โจเบาๆ #ปูพรมแดงเต็มทางเดิน

มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจนางเอกไม่เต็มของไรท์ด้วยนะคะ อิอิ








 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น

  1. #63 เพลง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 08:41
    ระเบิดตัวเองเป็นโกโก้ครั้นแล้วท่วมตาย

    ช่างเป็นการตายที่น่ากลัวมาก 55555555
    #63
    0
  2. #62 ญ.หญิง โสภา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 01:52
    เฮียเฟลนลี่แน่เลยยยยยยยยยย
    #62
    0
  3. #61 ญ.หญิง โสภา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 01:52
    เฮียเฟลนลี่แน่เลยยยยยยยยยย
    #61
    0