LOVE FRIENDLY รักได้ไหมผู้ชายของพี่?

ตอนที่ 44 : Chapter 21 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ต.ค. 60




 

 

(ต่อ)

 

มึงคิดว่ากูโง่หรือไงห๊ะ คิดว่าจะมาแกล้งตีสองหน้าบีบน้ำตาแล้วคนอย่างกูจะสงสารเหรอไอเดีย!”

ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความโกรธเกลียดรุนแรงผลักดันให้ความคิดเลวร้ายที่สุดผุดพรายขึ้นมาในหัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่มีน้อยนิดถูกตีแตกกระจาย ชายหนุ่มไม่มีความปราณีหลงเหลือในแววตาวาวโรจน์ยามจ้องมองเหยื่ออีกแล้ว มือที่โปบกำรอบลำคอระหงกำแน่นขึ้น แน่นขึ้นยามกรามแกร่งขบกันแน่น

คนเราย่อมมีมุมมืดในหัวใจ และผู้ชายที่กำลังบีบคอเธอตอนนี้ก็มีเช่นกัน และมันช่วงมากมายมหาศาลยามเขาส่งผ่านมาให้ทางแววตา

น่ากลัว! อริดาหวาดกลัวด้านมืดของผู้ชายคนนี้จนแทบสิ้นสติ ลำคอปวดร้าวเจ็บหนึบจนแทบจะแหลกละเอียด ลมหายใจหอบขาดห้วง มือไม้จิกข่วนไปตามลำแขนของคนที่กำลังถูกความโกรธครอบงำ แววตาอำมหิตยามจ้องมองเหมือนซาตานที่ตั้งใจหมายเอาชีวิตไม่ใช่แค่ข่มขู่

ชะ อึก ชะ ช่วย อะ ดะ ด้วย

หึ ริมฝีปากหนาแสยะยิ้มเหี้ยม จับจ้องมองดวงตาเรียวรีเบิกตากว้าง ปากอ้าเผยอคว้าอากาศด้วยความสะใจ ในวินาที่ร่างกายของอริดากำลังจะขาดห้วง ความตายคืบคลานเข้ามาหา สวรรค์ที่ยังมีเมตตาจึงช่วยยื้อชีวิตของเธอไปได้อีกหน

ครืด ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์มือถือที่กำลังสั่นสะเทือนในกระเป๋ากางเกงทำให้ภูพิงค์สะบัดมือออกจากลำคอของอริดา ชายหนุ่มยังคงจับจ้องมองร่างบางที่ล้มลงไปหายใจรวยรินบนพื้นพลางเอื้อมหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับสาย

 

 

PHUPING PAST

(มึงอยู่ไหนวะไอ้ภู) ทันทีที่ผมกดรับสายเสียงของพี่น้ำนิ่งก็รัวคำถามมาใส่ไม่ยั้ง ผม สูดหายใจเข้าปอดระงับอารมณ์ที่แตะจุดสูงสุดแล้วกรอกเสียงตอบออกไป

อยู่คอนโด

(อามิฟื้นแล้ว หมอให้เยี่ยมได้แล้ว)

ผมไม่ได้ยินคำพูดอื่นอีก ได้ยินเพียงเสียงจอแจที่ดังคลอมาตามสายเท่านั้น ความคิดทุกอย่างหยุดนิ่ง อารมณ์โกรธที่เกือบแตะจุดสูงสุดหายไปแล้ว ผมดีใจจนต้องยิ้มออกมาในที่สุด อามิฟิ้นแล้ว แค่ได้ยินว่าเธอฟื้นแล้วทุกอย่างก็เหมือนเริ่มต้นเดินใหม่อีกครั้ง

ผมจะไปเดี๋ยวนี้!”

ผมกดวางสายก่อนจะเก็บมือถือเข้ากระเป๋าแล้วเดินเขาไปใกล้ร่างที่กำลังนอนราบหอบหายใจรวบรินบนพื้นก่อนจะหยอบกายลงข้างๆ จ้องมองดวงตาซีดเผือดด้วยสายตาว่างเปล่า

คุณเคยเกลียดใครมากๆ ไหม ถ้าคุณเคยคุณจะรู้ว่ามันมีพลังมากมายมหาศาลแค่ไหน

วันนั้นถ้าผมไม่ยอมร่วมมือกับผู้หญิงสารเลวคนนี้ วันนี้อามิอาจะต้องตายทั้งเป็นไปแล้วก็ได้

ใช่ ผมร่วมมือกับไอเดียเพื่อให้มันตายใจ แต่ผมไม่คาดคิดว่าสิ่งมันทำจะมากว่าที่ผมเคยคาดคิดเอาไว้

ถ้านายอยากได้ยัยอามิ นายต้องช่วยฉัน

ช่วยอะไร

เล่นละคร

ผมรู้มาว่าไอเดียเคยคบหากับพี่ชายของอามิ และรู้อีกว่าหล่อนเกลียดอามิเข้ากระดูกดำ ดังนั้นตั้งแต่วันที่ผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัวอีกครั้ง ผมก็ไม่เคยปล่อยให้หล่อนคาดสายตาอีกเลย จับตามอทุกอย่าง และยอมร่วมมือด้วยเพื่อปกป้องอามิ ถ้าจะมีใครสักคนทำร้ายอามิ ผมคือคนสุดท้ายบนโลกที่จะทำ

วันนี้เธอรอดตายแล้วไอเดีย แต่ว่า…” ผมแสยะยิ้มออกมาก่อนจะก้มลงกระซิบชิดริมใบหูอีกฝ่ายเสียงเหี้ยม

หนีให้พ้นล่ะ เพราะถ้าฉันจับเธอได้อีกครั้ง เธอจะไม่มีโอกาสได้หายใจเอาอากาศเข้าปอดอีกเลย หึ

มาช้าจังวะ เสียงร้องถามก่อนที่ร่างสูงโปร่งของพี่น้ำนิ่งจะวิ่งเข้ามาหา ผมเห็นสีหน้าตื่นๆ แต่ก็มีแววยินดีในดวงตาคู่นั้นแล้วจึงเร่งตอบ

รถติดครับ

พี่น้ำนิ่งไมได้ถามอะไรอีก แต่ลากแขนผมไปที่หน้าประตูห้องๆ หนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยขี้เล่นยิ้มแย้มหันมาจ้องหน้าผมนิ่ง

มึงไปทำอะไรมาอย่าคิดว่าพวกกูไม่รู้ แต่ที่กูไม่ห้ามเพราะคิดว่าคงไม่มีใครห้ามมึงได้ ขนาดพ่อมึง พี่มึงยังห้ามมึงไม่ได้

ผมไม่ได้ตอบ ไม่ได้หลบหน้าด้วย สายตายังจ้องมองผู้ชายที่เคารพรักเสมือนพี่แท้ๆ นิ่ง ก่อนที่คนที่จะเป็นฝ่ายถอนสายตากลับกลายเป็นพี่น้ำนิ่งเสียเอง

กูกลัวมึงว่ะ มึงน่ากลัวมากรู้ตัวไหมไอ้ภู แววตามึงเหมือนปีศาจจนคนขยาดกันไปหมด

ผมรู้

รู้ดีด้วยว่าตัวเองน่ากลัวแค่ไหนโดยเฉพาะ เวลาเกลียดใครสักคน

ไอ้ภู สัญญากับกูก่อนว่าเมื่อมึงเข้าไปในห้องนี้แล้วมึงจะต้องทิ้งทุกอย่างเอาไว้ข้างนอก ความโกรธ ความเกลียด หรือความแค้นอะไรของมึง มึงต้องวางมันไว้ตรงนี้

มือเรียวของพี่น้ำนิ่งชี้ลงไปบนพื้นสีขาวใต้เท้าของเรา ผมมองตามก่อนจะเงยหน้ามองพี่ชายคนสนิทอีกรอบแล้วจึงพยักหน้ารับออกไป

ผมไม่มีวันเอาสิ่งเลวร้ายเข้าไปให้อามิรับรู้ ไม่มีวัน!

ผมไม่มีวันเอาสิ่งเลวร้ายเข้าหาอามิ พี่ก็รู้

ใบหน้าหล่อเหลาที่วันนี้ดูเคร่งเครียดกว่าทุกวันยังคงจ้องมองผมอยู่ แววตาห่วงใยที่พี่น้ำนิ่งส่งมาทำให้ผมต้องยกมือขึ้นไปตบไหล่ของพี่ชายเบาๆ แล้วยืนยันให้อีกฝ่ายสบายใจ

มันยังไม่ตายหรอกพี่นิ่ง ผมยังไม่ได้ฆ่ามัน แค่เกือบ

ดูเหมือนคำพูดของผมจะไม่ได้ทำให้พี่นิ่งดีขึ้นเลย เขากลับถอนหายใจออกมาแล้วจ้องหน้าผมนิ่งกว่าเดิม แววตาที่ห่วงใยเปลี่ยนเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ผมรู้ว่าทุกคนกำลังห่วงผม แต่เรื่องนี้ผมปล่อยให้มันจบลงไปเงียบๆ ไม่ได้

กฎหมายจะเอาผิดมัน

ไม่มีทาง!” ผมตอบเสียงหนักแน่นพลางจ้องตอบส่งแววตามั่นใจให้พี่น้ำนิ่งได้รับรู้ ไม่มีหลักฐานอะไรสาวไปถึงตัวของไอเดียเลย ไม่มีเลย กล้องหน้ารถ กล้องวงจรปิดล้วนแต่ไม่มีภาพใบหน้าของมันติดมาเลยแม้แต่น้อย ส่วนภาพที่ได้มาก็เลือนรางมองแทบไม่ออกว่าใครเป็นใครเลยด้วยซ้ำ

ไอ้ภู

ผมขอนะพี่นิ่ง ขอให้ผมจัดการมันด้วยตัวเอง

แววตาของพี่นิ่งไหวระริกก่อนที่พี่ชายของผมจะก้มหน้าแล้วถอนหายใจ ผมรู้ว่าเขาเป็นห่วงผม แต่ผมยอมให้เรื่องนี้จบแบบนี้ไมได้จริงๆ อามิจะเจ็บปวดเจียนตายเพียงคนเดียวไม่ได้!

กูคงห้ามมึงไม่ได้ แต่จำเอาไว้นะเว้ยว่าไม่ว่ายังไงกูก็อยู่ข้างมึง

ผมพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปสวมกอดพี่น้ำนิ่งเอาไว้แน่น อีกฝ่ายพอถูกกอดก็ยกมือขึ้นเหมือนจะดันผมออกแต่ก็กอดตอบผมในที่สุด ผมอยากพูดว่าผมขอบคุณ อยากบอกว่าผมรักพี่ชายคนนี้มาก แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะพูดออกมาได้ง่ายๆ เหมือนเรื่องทั่วไป

กูเป็นพี่มึง เป็นเพื่อนมึง และเป็นคนที่จะอยู่กับมึงเสมอ ถ้ามึงรักพวกกู รักอามิ หยุดความแค้นของมึงซะ

พี่น้ำนิ่งผละกอดออกแล้วดันตัวผมให้ชิดประตูห้องผู้ป่วย ก่อนจะหันหลังแล้วเดินจากไป

ผมยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นนานพอสมควร ก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดละทิ้งทุกสิ่งที่หนักอึ้งแล้วเคาะประตูสองสามครั้ง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

แอ๊ด

บานประตูสีขาวเปิดออกพร้อมเสียงฝีเท้าที่เบาบางของผม สายตาที่เคยวาวโรจน์ของผมอ่อนแสงลงยามมองเห็นร่างของอามินอนนิ่งลมหายใจสม่ำเสมอกับเสียงสัญญาณชีพที่ดังในจังหวะปกติ ขาของผมมันหนักจนแทบจะก้าวไปข้างหน้าไม่ไหว ตั้งแต่อามิประสบอุบัติเหตุผมก็ไม่เคยได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมเธอเลย เพราะผมกลัว ผมทำใจให้รับสภาพของอามิไม่ได้ ผมกลัวตัวเองจะเป็นบ้า สติแตก ไล่ฆ่าคนที่เกี่ยวข้องทุกคน

อามิ ผมเรียกคนที่กำลังนอนหลับตาพริ้มเสียงเบา ไม่ได้ต้องการปลุกอีกฝ่ายให้ตื่น หากแต่อยากเรียกหาคนที่เป็นดั่งชีวิตเท่านั้น ผมรักอามิ และไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองรักเธอมากแค่ไหน จนกระทั่งวันที่อามิเป็นของคนอื่น ทว่านั่นยังนับว่าน้อยเมื่อวันที่อามิเกือบต้องจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับมาถึง ผมถึงได้รู้ว่าตัวเองรักผู้หญิงตรงมากแค่ไหน

อามิครับ ผมเดินมาจนถึงขอบเตียง มองดวงหน้าหวานที่ซีดเซียวเป็นสีเดียวกับปอกหมอน ก่อนจะมองร่างบอบบางที่ดูผอมซูบลงไปมาก แก้มยุ้ยที่ผมเคยชอบตอบลงไปเยอะมาก ริมฝีปากจิ้มลิ้มซีดและแห้งกัง ผมเอื้อมมืออกไปเกือบจะสัมผัสมือเล็กที่แนบข้างลำตัวของอามิแล้ว หากไม่ได้ยินเสียงทักทายของใครอีกคนซะก่อน

มาแล้วเหรอไอ้ภูพิงค์
 

 

ปล.หากผิดพลาดประการใดขอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
แนะนำและสั่งสอนได้เลยนะคะ

 

ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนิยายของไรเตอร์นะคะ ^^
รบกวนนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาอ่านนิยายของนักเขียนมือใหม่ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังให้ด้วยนะคะ






 

#งานดราม่า
มีความคิดว่าจะย้ายไปอยู่โหมดรักดราม่าแล้วTT




มาร่วมลุ้นให้กำลังใจกับอามิและเฟรนลี่ให้ผ่านทุกอย่างไปด้วยดีกันค่ะ




 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น