LOVE FRIENDLY รักได้ไหมผู้ชายของพี่?

ตอนที่ 12 : Chapter 5 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 500
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    12 พ.ค. 58






 



(ต่อ)

น้องสาวจของผมไม่มีวันโกหกหรือปิดบังอะไรผมแน่นอน ผมมั่นใจ!


เป็นอะไรหรือป่าวอาชิ

ไอ้ริวเซเอ่ยถาม ผมหันไปมองหน้าเพื่อนตัวเองก่อนจะส่ายหัวเพื่อปฏิเสธ ทั้งๆที่ตอนนี้สมองกำลังทำงานหนักหัวใจกำลังสับสนสุดชีวิต อามิ เฟรนลี่ และผมเรื่องราวมันคงไม่น้ำเน่าเหมือนละครหลังข่าวขนาดนั้นหรอก


อามิพี่เชื่อใจเรานะ!


เฟรนลี่ฉันก็เชื่อใจแกด้วยนะ!


ทั้งสองคนคงไม่มีอะไรปิดบังฉันหรอกนะ


ฉันไปเตรียมข้าวเย็นให้พวกแกก่อนนะ

ผมเลี่ยงการสนทนาอื่นๆเพื่อหลบไปคิดอะไรเงียบๆ คนเดียว และในตอนที่ผมกำลังจะก้าวขาเพื่อเดินเข้าไปในครัวน้ำเสียงทุ้มของไอ้ทิวสนก็ทำให้ผมชะงักความจริงแล้ว ไม่ใช่น้ำเสียงของมันต้องบอกว่าคำพูดของมันต่างหากที่ทำให้ผมต้องชะงักและก้าวขาไม่ออก


อย่าไว้ใจคนใกล้ตัวให้มันมากนัก ไม่งั้นสักวันมันจะมาฉกเอาของรักของแกไป


ผมไม่ได้หันกลับมองสีหน้าหรือแววตาของมัน ผมผ่อนผมหายใจออกมาเบาๆ แล้วเดินหน้าเพื่อตรงเข้าไปในครัวทันที ผมกลัว กลัวมากว่าถ้าเกิดผมหันไปเห็นสีหน้าแววตาของมัน ผมจะคิดมากไปกว่านี้ ผมรู้ว่าไอ้ทิวสนมันต้องรู้อะไรมาแน่นอน แต่ผมไม่อยากถามเพราะถึงผมถามมันก็คงไม่บอกเพราะมันเป็นคนเก็บความลับเก่งแต่มันจะค่อยๆแง้มให้คนเดาหรือคิดเอาเอง แต่ผมไม่อยากคิด ตอนนี้ในหัวของผมกำลังสับสน ความไว้ใจของผมกำลังจะนำมาซึ่งการทรยศงั้นหรอ


ไม่หรอกคงไม่มีใครใจร้ายทำกับผมได้แบบนั้นหรอก คงไม่มี


ผมเดินเงียบๆเขามาในครัวก่อนจะจัดการเอาผักและทุกอย่างออกจากถุง วันนี้เราจะทำหมูกระทะกินกันที่บ้าน และผมรับหน้าที่เป็นพ่อครัวเช่นเคยเพราะพ่อกับแม่ไปสวีทกันตามประสาสามีภรรยาคู่หวาน

ผมกับน้องจึงมักถูกทิ้งไว้ที่บ้านแบบนี้และตามปกติผมคือคนที่ต้องทำอาหารให้น้องทานเพราะอามินั้น เอ่อ จะให้พูดยังไงดี คือเอาเป็นว่าน้องสาวผมไม่ค่อยถนัดเรื่องทำอาหารนักค่อนไปทางแย่มากด้วยซ้ำเพราะแค่ผมทิ้งให้มันทอดไข่เจียวมันยังทำไข่ไหม้จนไฟเกือบจะไหม้บ้านไปด้วยเลย แบบนี้ผมเลยต้องทำทุกอย่างเองแม้กระทั่งล้างจาน
=_=


น้องสาวตูจะหาสามีได้ไหมเนี่ยแต่ก็ไม่เป็นไรน้องสาวคนเดียวผมเลี้ยงได้แล้วใครหน้าไหนที่จะมาจีบอามิล่ะก็


หึ ข้ามศพผมไปก่อน!!!


ผมหยิบผักบุ้ง ผักกาด ออกจากถุงเพื่อจะเอาไปล้างแต่ก็ยังไม่ทันจะหยิบออกมาหมดไอ้คนที่ผมคิดว่ามันนั่งสบายใจอยู่ที่ห้องรับแขกก็แห่กันมายืนหน้าสะล่อนอยู่ตรงหน้าผม


มีอะไรให้ไอช่วยมะไอ้โจชัวพูดพลางเดินมาจิ้มๆผักบางส่วนที่ผมวางไว้ที่ซิงก์ล้างจาน


ไอ้ฝรั่งทำก็ไม่เป็นฉันจะทำให้ดูไอ้ริวเซเดินลิ่วๆไปยังซิงก์ลางจานอีกคน ก่อนที่มันจะเปิดน้ำอย่างแรงแล้วขยำๆ ผักไปมา


ไม่ได้แ-กกันแน่วันนี้!!!


เห้ย ไอ้ริวแกจะทำยำผักหรือวะ ขยำซะขนาดนั้นผักเละหมดพอดี

ผมเดินตรงไปยังเพื่อนอาสาสมัครผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายทั้งสอง ก่อนจะยกมือโบกไปที่หัวไอ้คนที่บอกว่าตัวเองทำเป็นสักทีเพื่อเตือนสติมัน


ผัวะ


โอ๊ยย ไอ้โหดแกมาตบหัวฉันทำไมวะ

ไอ้รัวเซลูบหัวตัวเองปอยๆ ก่อนจะเบ้ปากทำหน้าที่มันคิดว่าน่ารักจนผมมั่นไส้กำลังจะยกมือขึ้นไปโบกหัวทองๆของมันอีกสักครั้ง แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเสียงทุ้มของไอ้ทิวสนดังสวนขึ้นมา


มานี่กูทำเอง

ไอ้ทิวสนเดินมาเบียดพวกเราสามคนแล้วยืนล้างผักเองเงียบๆ โดยไม่สนใจใครอีกเลย ผมมองแผ่นหลังกว้างของเพื่อนตัวเองงงๆ ก่อนจะละสายตาเพื่อเลิกสนใจมันเพราะถ้ามันบอกว่าจะทำเองแปลว่าตอนนี้มันต้องการอยู่คนเดียวและทำเองคนเดียวจริงๆ


ผมจึงหันมาสั่งให้ไอ้มนุษย์ลูกครึ่งสองคนที่ไร้ประโยชน์เพราะแม้กระทั่งล้างผักยังทำไม่เป็นให้ไปจัดการงานส่วนอื่นที่หน้าจะเหมาะและคิดว่ามันสองคนน่าจะพอทำได้แทน


ไอ้ฝรั่งแกไปจัดการหน้าบ้านปูเสื่อขนเครื่องเสียงออกไปจัดที่จัดทางเข้าใจไหม?ผมบอกเสียงเรียบส่วนไอ้คนฟังทำหน้างงเกาหัวเก้อๆแต่ก็เดินงงๆออกไปตามคำสั่ง เอ่อ มันสั่งง่ายดีเว้ย


ส่วนแกไอ้ริว นั่นเตาเห็นมะ ยกไปหน้าบ้านแล้วก่อให้ติดนะเว้ย อีกสิบนาทีฉันเดินไปแล้วไฟยังไม่ติดโดนโบกอีกรอบแน่

ผมบอกเสียงเข้ม ก่อนจะยกมือขู่มันเล็กน้อย ไอ้ริวเซแยกเขี้ยวใส่แต่ก็เดินไปหลังบ้านเพื่อยกเตาถ่านที่ผมชี้บอกแล้วเดินถืออ้อมไปหน้าบ้านตามหลังไอ้โจชัวอย่างว่าง่าย


เพื่อนผมนี่มันว่าง่ายแต่ได้ยากสมฉายาจริงๆ


ความจริงแล้วผมไม่ได้คิดจะทำอะไรพวกมันจริงๆหรอกแต่ไอ้สองคนนั้นเป็นคนขี้เล่น แถมพวกมันยังไร้สาระ ผมเลยแกล้งขู่มันแล้วใช้งานที่คิดว่าพวกมันน่าจะทำได้แค่นั้นเองอาศัยว่าตัวเองเป็นลีดเดอร์หรือหัวหน้าวง ตำแหน่งค้ำคอที่พอจะทำให้พวกมันเกรงใจบ้าง


ส่วนผมเดินเป็นเปิดตู้เย็นหยิบของสดอื่นๆออกมาตั้งใจจะหั่นให้เรียบร้อย โดยมีได้ทิวสนคอยเป็นลูกมืออยู่ใกล้ๆ ไอ้ทิวสนเองมันก็เข้าครัวเองบ่อยๆ เพราะแม่บ้านที่บ้านทำกับข้าวไม่ค่อยถูกใจมัน ไอ้คนนี้กินยากอยู่ยากมันเลยเลือกจะยากด้วยตัวเองคือทำกินเองซะเลย

ส่วนไอ้สองคนหน้าบ้านนั้นมีอะไรกินก็กิน อยู่ง่ายกินง่าย ไม่ลำบากผมมากหนัก แม้ทั้งสองคนจะเป็นลูกครึ่งแถมเป็นคุณหนู บ้านไฮโซร่ำรวยแต่พวกมันก็เลี้ยงง่ายแค่หาอะไรหยัดปากก็กินหมดจะยากก็ไอ้ทิวสนกับไอ้เฟรนลี่นี่แหละเพราะสองคนนี้คุณหนูจริงๆ บ้านรวยแถมเรื่องมากปากหนักรับประทานอะไรไม่ค่อยได้แต่ก็กินได้เพราะผมเป็นคนทำน่ะนะ


ผมกับไอ้ทิวสนเตรียมผัก ของสด และของอื่นๆเรียบร้อยเลยเดินออกมาหน้าบ้านเพื่อช่วยไอ้ริวเซและไอ้โจชัว แต่ทันทีที่เดินออกมาเสียงกรี๊ดเล็กแหลมของน้องสาวผมก็ดังลั่นบ้านทำเอาคนมาใหม่ทั้งสามอย่างไอ้ริว ไอ้โจและคนสุดท้ายที่วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้องซ้อมอย่างไอ้เฟรนลี่ถึงกับตกใจแต่ผมกับไอ้ทิวสนทำเพียงหัวเราะน้อยๆตามประสาคนคุ้นเคยกับเสียงแบบนี้ดี


เห้ย ไอ้โหดน้องสาวยูเป็นอะไรวะ

ไอ้โจชัวถามรัวเร็วด้วยความร้อนรน ผมอมยิ้มก่อนจะส่ายหน้าตอบมัน ยิ่งทำให้มันทำหน้าตื่นเข้าไปใหญ่


ไอ้โหดไม่ได้ยินเสียงกรี๊ดของอามิหรอ น้องสาวแกอาจจะเป็นอะไรก็ได้นะเว้ย

ไอ้ริวเซเขย่าแขนถามผมจนหัวสั่นหัวคลอน ผมดีใจนะที่เพื่อนๆต่างเป็นห่วงน้องผมแบบนี้แต่ตอนนี้หัวตูจะหลุดครับไอ้ริว!!!


ผมออกแรงผลักไอ้ริวเซให้ออกไปจากตัวและแขนก่อนที่มันจะเขย่าแขนผมหลุดติดมือมันกลับไปด้วย แรงฟายจริงๆ เลยเพื่อนตู


อาชินั่นเสียงอามิไม่ใช่หรอ น้องเป็นอะไรหรือป่าว

เสียงราบเรียบของไอ้เฟรนลี่เรียกความสนใจของทุกคนได้ดีเพราะตามปกติแล้วเฟรนลี่จะไม่สนใจมนุษย์โลกคนใดนอกจากตัวมันเอง มันเป็นคนค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูงและไม่ค่อยสุงสิงกับคนอื่น ขนาดเพื่อนในกลุ่มอย่างพวกเรามันยังไม่ค่อยสนใจพอถามคำก็ตอบมาครึ่งคำนี่จึงสร้างความแปลกใจให้ผมมาก


หึ


ผมหันหน้าไปมองเฟรนลี่ แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรเสียงแค่นหัวเราะของไอ้ทิวสนก็ดังขึ้นก่อนและนั่นทำให้ไอ้เฟรนลี่ต้องหันไปส่งสายตาไม่พอใจให้ไอ้ทิวสนเช่นกัน สองคนนั้นจ้องตากันอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนกับพวกมันมีอะไรในใจที่รู้กันแค่สองคนผมไม่ได้พูดอะไรจนกระทั่งเสียงกรี๊ดของอามิดังขึ้นอีกครั้ง


กรี๊ด


คราวนี้ไอ้เฟรนลี่ทำท่าจะวิ่งขึ้นไปบนบ้านแต่ไอ้ทิวสนยกมือขว้างไว้ก่อนส่วนไอ้ริวเซและไอ้โจชัวถูกผมดึงหลังคอเสื้อเอาไว้ได้ทัน


เห้ย ปล่อยดิอามิอาจจะ อาจจะ เอ่อ อาจจะ

ไอ้ริวเซพูดรัวเร็วแต่ก็ชะงักเมื่อมันคิดได้ว่าน้องสาวผมจะเป็นอะไรไปได้เพราะไม่มีใครหรืออะไรเข้าไปใกล้ตัวมันเลย


อาจจะอะไรวะ

ผมถามเสียงปนขำทำเอาสองคนที่ผมดึงคอเสื้อต้องหันกลับมาทำหน้างงใส่ทันที ผมหัวเราะเบาๆก่อนจะปล่อยก๊ากออกมาทีหลังเห็นหน้าพวกมันแล้วสงสารแกล้งไม่ลงแล้ว สงสัยว่ามันจะเป็นห่วงอามิจริงๆ


แกขำอะไร

น้ำเสียงเยียบเย็นของไอ้เฟรนลี่ทำให้ผมหยุดขำก่อนจะรีบอธิบายสาเหตุของเสียงกรีดร้องเล็กแหลมของน้องสาวตัวเองสักที


พวกแกรู้จัก ติ่ง ไหม?

ผมถามเสียงติดขำก่อนจะอมยิ้มเมื่อพวกมันสามคนขมวดคิ้วจนผูกโบว์


ติ่ง ไส้ติ่ง!!?”

ไอ้ริวเซตั้งคำถามขึ้นมางงๆ แล้วส่ายหัวมึนๆให้ความไม่เข้าใจของตัวมันเอง ผมอมยิ้มเมื่อเห็นสีหน้างงๆ ของเพื่อน ไอ้ทิวสนยกมือขึ้นกอดอกก่อนจะอธิบายเสริม


แฟนคลับไอดอลเกาหลีน่ะ รู้จักยัง?


อ่อ!!!”

คำอธิบายเพิ่มเติมของไอ้ทิวสนทำให้ผมได้ยินเสียง อ่อ ดังมากจากเพื่อนทั้งสองคน ส่วนไอ้เฟรนลี่ทำเพียงปรับสีหน้าให้ปกติเท่านั้น และจากนั้นไอ้ริวเซและไอ้โจชัวก็ถอนหายใจแสดงความโล่งอกโล่งใจออกมาพร้อมกัน


เห้อ โล่งอก!/โล่งอก!”


ผมกับไอ้ทิวสนเลยต้องหัวเราะออกมาพร้อมกัน อามิเกือบทำให้ไอ้สามคนนี้พังประตูเข้าไปช่วยเพราะเสียงกรี๊ดอีกแล้ว ผมจำได้ดีครั้งแรกที่ไอ้ทิวสนมาบ้านเราแล้วได้ยินเสียงร้องของอามิ

ตอนนั้นผมอยู่ในครัวมันอยู่ในห้องนั่งเล่น พ่อกับแม่ไปตลาด ไอ้ทิวสนถึงขนาดจะพังประตูเข้าไปในห้องน้องสาวผมเพราะตกใจแต่พออามิเปิดประตูออกมาพร้อมสีหน้างงๆแล้วก็เรียกมันเข้าไปดูสิ่งที่ทำให้กรี๊ด เท่านั้นแหละเพื่อนผมถึงกับโบกหน้าผากตัวเองแรงๆให้ คุณติ่งผู้เหนือโลก เลยทีเดียว


อามิเป็นแบบนี้บ่อยละสิ


หลังจากความสงบกลับมาอีกครั้ง เมื่อผมคิดว่าน้องสาวตัวเองคงจะดูรายการเคป็อปย้อนหลังในแทบเล็ตจบแล้ว ไอ้ริวเซก็เอ่ยถามเรื่องที่มันสงสัยทันที ผมกับไอ้ทิวสนมองหน้ากันอย่างสื่อความหมายก่อนจะหันไปมองเพื่อนทั้งสามของตัวเองที่ตอนนี้มานั่งรวมกันที่หน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว


 “อือ น้องสาวกูบ้า EXO มึงรู้จักไหม?

ผมถามเสียงติดขำ ไอ้ริวเซเกาหัวงงๆแต่ก็พยักหน้าในที่สุด


เคยได้ยินสาวๆในสต็อกพูดถึงบ้าง

มันบอกเสียงเรียบ ทำเอาผมกับไอ้ทิวสนต้องกลั้นขำ ไอ้ตัวแสบของผมจะรู้ไหมว่าทำเพื่อนผมแทบเป็นบ้าเพราะความเป็นห่วง


อามิเป็นแบบนี้ทุกวันแหละ แต่วันนี้หนักหน่อยเห็นว่าคัมแบล็กอะไรนี่แหละผมบอกก่อนจะหันไปมองหน้าเฟรนลี่แล้วพูดต่อ


ทีนี้รู้หรือยังทำไมกูขำ

ไอ้เฟรนลี่ไม่พูดอะไรแต่ยกแก้วเหล้าเข้าปากแทน ผมมองหน้ามันแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะไม่อยากให้บรรยากาศแย่ลงจนไอ้โจชัวมันเอ่ยถามขึ้นมาทำลายบรรยากาศเงียบๆ


น้องอามิมีแฟนยัง?

ไอ้โจชัวถามเสียงตื่นเต้นก่อนที่มันจะทำหน้าทำหน้าจดจ่อรอฟังกันเต็มที่ โดยเฉพาะไอ้คนที่ทำเป็นยกแก้วเหล้าหนีการจับผิดของผมสายตาของมันบ่งบอกว่าตั้งใจยิ่งกว่าตั้งใจ


ผมยังไม่ทันได้ตอบไอ้ริวเซก็ถามแทรกขึ้นมาอีกข้อ


แล้วสเปกหนุ่มๆของน้องอามิเป็นยังไงบ้าง

ผมมองหน้าเพื่อนของตัวเองก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นแกล้งกวนมันทำให้พวกมันอยากรู้เล่นๆ


เห้ย เร็วๆ ดิวะอยากรู้

ไอ้ริวเซเริ่มรบเร้า ผมยื่นแก้วเหล้าให้มันเติมเพื่อกวนอวัยวะเบื้องล่างของพวกมัน ไอ้ริวเซฮึดฮัดแต่ก็ยอมชงเหล้าให้ผมเพิ่ม


อามิยังไม่มีแฟนผมบอกก่อนจะลอบมองปฏิกิริยาเพื่อนอย่างขำๆแกล้งพวกมันแล้วสบายใจดี หึหึ


จริงหรอวะแล้วเรื่องสเปกล่ะไอ้โจชัวถามต่ออย่างตื่นเต้น ผมอมยิ้มแต่ก็ตอบคำถามที่ไม่อยากตอบให้พวกมันได้กระจ่างใจออกไป


สเปกน้องสาวกูมีอยู่ข้อเดียว ก็คือ…”ผมลากเสียงยาวแกล้งให้พวกมันสี่คนอยากรู้ สี่คนเพราะตอนนี้ไอ้ทิวสนก็ตั้งตารอฟังไม่ต่างจากไอ้สามคนเลย


นี่ขนาดมาบ้านผมเกือบทุกวันมันยังแอบหวังอะไรในตัวน้องสาวผมอีกหรอวะ ไอ้เพื่อน(รอ)ทรยศ!!!!


ก็อะไรวะไอ้โจชัวรบเร้ามากขึ้น เมื่อผมทำท่าทางกั๊กความลับ ผมอมยิ้มก่อนจะทำท่ายกแก้วเหล้าขึ้นจ่อปากแล้วเอ่ยต่อ


ต้องผ่านกู!!!”ผมบอกก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากจนหมดแก้ว


ผ่านมึง!!!”

ทันทีที่ยินคำตอบของผมไอ้สามคนที่รอฟังถึงกับอุทานออกมาพร้อมกันแล้วห่อไหล่ถอนหายใจเหนื่อยหน่ายทันที หึ คิดจะมาจีบอามิผ่านพี่ชายอามิให้ได้ก่อนนะหนุ่มๆ


ผมชำเรืองตามองไอ้เฟรนลี่เงียบๆ เมื่อเห็นว่ามันไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของผมแต่หันไปสนใจหยิบกีต้าร์ขึ้นมาเล่นแทน เมื่อเห็นท่าทีแบบนั้นผมจึงตัดสินใจใช้วิธีล้อมคอกก่อนวัวหายด้วยการชี้แจ้งแถลงการณ์เรื่องที่มันทุกคนน่าจะพอรู้มาบ้าง คือ อาการหวงน้องสาวของผม


ผมมองหน้าไอ้ริวเซและไอ้โจชัว ก่อนจะหันไปมองไอ้ทิวสน และไอ้เฟรนลี่เป็นคนสุดท้ายพร้อมกับพูดประโยคนี้ดังๆให้มันพังแก้วหูเข้าไปในโสตประสาทการได้ยินของพวกมันพร้อมกัน


แล้วพวกมึง มึง แล้วก็มึง ไม่ผ่านสักตัว จบนะ!!!”


ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นปฏิกิริยาของไอ้สามคนแรกคือกระตุกยิ้มแห้งๆอย่างเข้าใจ แต่กับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของผมและเป็นพี่สะใภ้ของอามิกับชะงักมือที่กำลังปรับสายกีตาร์อยู่แล้วชำเลืองตามามองผมนิ่งๆ ผมมองตาตอบมันจริงจังเพราะสิ่งที่ผมพูดผมเอาจริง!!! ไอ้เฟรนลี่สู้สายตาผมสักพักก่อนที่มันจะวางกีตาร์แล้วเอ่ยขึ้นเสียงเบา


ฉันจะไปตามอามิลงมากินหมูกระทะนะ


ไม่ฟังคำตอบจากใครไอ้เฟรนลี่เดินตรงเข้าไปในบ้านโดยไม่หันมาสนใจผมที่เป็นแฟนของมันและเป็นพี่ชายของอามิอีกเลย ผมมองตามหลังของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนจนลับสายตาก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงเบาๆ จากคนข้างกายที่เอ่ยออกมาเหมือนพูดลอยๆ


คนมันจะรักกันห้ามยังไงก็ห้ามไม่ได้หรอก น้ำไหลไปแล้วจะให้ไหลย้อนกลับมาคงยาก!!!”

ผมกระพริบตาถี่เมื่อพยายามทำความเข้าใจกับประโยคเตือนแปลกๆของไอ้ทิวสน


ห้ามอะไรก็ห้ามได้แต่ห้ามความรักของคนอื่นเราห้ามไม่ได้จริงหรอ?


ผมห้ามไม่ได้จริงๆ หรอ?

 

 

 

ปล.หากผิดพลาดประการใดขอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
แนะนำและสั่งสอนได้เลยนะคะ

 

ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนิยายของไรเตอร์นะคะ ^^
รบกวนนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาอ่านนิยายของนักเขียนมือใหม่ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังให้ด้วยนะคะ





 

นี่ชิวาว่าหัวหยิกเองนะ #ยิ้มอ่อน
อาชิกำลังระแคะระคายแล้ว กรี๊ดดด
มิมิจะทำยังไงต่อไปดีเนี่ย T^T



มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจนางเอกไม่เต็มของไรท์ด้วยนะคะ อิอิ




Cute Sprout Pot

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น

  1. #79 เพลง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 20:24
    พี่อาชิค่ะเค้าจะได้กันแล้วค่ะ ลืมตาค่ะลืมตา!

    นี่ไม่รู้จริงๆช้ะ?
    #79
    0
  2. #78 aom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 16:45
    เออ ห้ามไม่ได้โว้ยยยยยยยยยยยยยย เฟรนลี่ต้องเป็นของฉันเพียงคนเดียว โฮะๆๆๆ^0^ #เดี๋ยวนะ...
    #78
    0