[SF] PWJ World

ตอนที่ 5 : [SF] Raining Spell : Jihoon x Woojin (Special part ft. OSW)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    23 ก.พ. 62




Raining Spell - Special Part













Pairing: Park Jihoon x Park Woojin ft. Ong Seong Wu

Must Read: "Raining Spell" first

















"กูนั่งอยู่คนเดียวนะอง" 






ซองอูเบิกตากว้างราวกับไม่เชื่อ สายตาไล่มองคนผิวแทนที่อยู่ตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ทว่าปลายเท้าของคนที่นั่งข้างจีฮุนกลับโปร่งแสงเบาบางจนเห็นพื้นเบื้องล่าง





มือเนียนจับแขนจีฮุนเอาไว้แน่น ดวงตาเรียวจ้องมองเขาอย่างประหลาดใจ ใบหน้านั้นฟุบลงกับไหล่ของเพื่อนสนิทไปเกือบครึ่ง



โดยปกติแล้ว วิญญาณทั่วไปจะไม่สามารถเข้าใกล้หรือสัมผัสคนเป็นได้ โดยเฉพาะเวลากลางวันแสกๆ แบบนี้



หลังใบหูข้างขวาปรากฎรอยหมึกสีแดงลงอักษรโบราณที่อาจล่วงรู้ความหมาย แต่เขารู้จุดประสงค์ของรอยหมึกนั่นเป็นอย่างดี







.. การสาปแช่ง.. 

วิญญาณนั่นถูกคำสาปสะกดเอาไว้ที่ใดที่หนึ่ง







"รู้ตัวมานานแค่ไหนแล้ววะไอ้ฮุน" 



"ตั้งแต่ก่อนขึ้นม.สี่แล้ว" 



"เชี่ยยย นานเกินไปแล้ว" เขาสบถออกมาด้วยความกังวล คนชุดดำปล่อยมือออกจากจีฮุนแล้วมองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ



"พาเขากลับไปที่เดิม สถานการณ์เดิม ไปปลดปล่อยเขาซะ" 



"หมายความว่าไงวะอง?" แดนถาม



"วิญญาณปกติจะไม่สามารถแตะตัวหรืออยู่ใกล้คนได้ แต่อูจินแทบจะสิงเป็นร่างเดียวกับไอ้ฮุนแล้ว"



"..."



"ยิ่งอยู่ด้วยกันนาน จะยิ่งผูกพันกัน และเมื่อถึงตอนที่ต้องจากกัน มันจะแย่เอานะเว้ย" 



"พูดอะไรวะอง!!"






พัคจีฮุนเดินฟึดฟัดออกไปท่ามกลางความงุนงงของเขากับแดเนียล ทว่าอีกคนยังคงนั่งอยู่ตรงหน้า สายตามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ




'รู้ชื่อเราได้ไง'




ซองอูชะงักไปพักหนึ่งเมื่อรู้สึกตัวว่าเขาหลุดพูดชื่อหนึ่งออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว 




"..."



ดวงตาเรียวจ้องมองเขาอย่างใช้ความคิด โดยไม่รู้ว่าคนที่เพิ่งลุกออกไปจนเกือบสุดสายตาหยุดเดินแล้วหันกลับมาทางนี้



'..มีเชื้อสายตระกูลพัคไม่ก็ตระกูลฮวังสินะ' 



รอยยิ้มน้อยปรากฎบนใบหน้าคมนั่นอย่างมีเลศนัย ดวงตาหยีเล็กลงไปอีก ดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก.. 










เหมือนกับเด็กชายตัวน้อยในชุดสีอิฐที่กำลังจดจ่อกับการร่างภาพบนแผ่นไม้เคียงข้างบิดาอย่างมีความสุขอยู่ที่โรงไม้ 



เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของเจ้าตัวเล็กสร้างความครื้นเครงให้เหล่าช่างไม้ได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งมีผู้มาเยือนเข้ามาแทรก





"นายช่าง มีนายหญิงตระกูลพัคมาขอพบ" 





เจ้าของโรงไม้ละการสนทนากับบุตรชายเดินออกไปหน้าบ้านเพื่อพบผู้มาเยือน เด็กชายตัวน้อยถือโอกาสเดินตามไปด้วยความสงสัย 


หญิงคนหนึ่งกล่าวทักทายด้วยมาดสุขุมพร้อมกับสาวใช้สองสามคน และหญิงที่สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดีสีสันงดงามที่ยืนอยู่กลางวงล้อม



ข้างกายของผู้หญิงคนนั้นมีร่างของเด็กวัยไล่เลี่ยกันยืนอยู่ไม่ห่าง แต่งตัวงดงามจนอูจินเบิกตากว้างเพราะไม่เคยเห็นเสื้อผ้าเช่นนั้นมาก่อน



ดวงตากลมโตนั่นหันมามองราวกับล่วงรู้ความคิดเขา รอยยิ้มเล็กน้อยปรากฏบนใบหน้า ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาเดินตรงเข้าไปหาคนที่เพิ่งพบกันครั้งแรก







"ชื่ออะไร?" 



"..."



"พูดไม่ได้เหรอไง? ชื่ออะไร?" 



"พะ..พัคอูจิน"



"ฉันพัคจีฮุน" อีกฝ่ายไม่พูดเปล่า ยื่นมือให้คนตรงหน้า



"ไปเล่นแถวนี้กัน" 













หลังจากนั้นลูกชายคนเล็กของช่างไม้พัคก็กลายเป็นที่โปรดปรานของนายหญิงแห่งสกุลพัค.. 



ตระกูลเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการพยากรณ์และบูชาทวยเทพที่แม้แต่เจ้าเมืองยังยกย่องนับถือ



เด็กน้อยนามพัคอูจินถูกชักชวนให้เป็นสหายกับนายน้อยพัคจีฮุน โดยได้ร่ำเรียนหนังสือและธรรมเนียมพิธีการที่สำคัญร่วมกัน



ท่ามกลางความไม่พอใจของนายใหญ่สกุลพัคที่มีคนนอกเข้ามาล่วงรู้เรื่องภายในบ้าน







"คิดจะให้เด็กนั่นอยู่ที่นี่ไปถึงเมื่อใดกัน" 



น้ำเสียงขุ่นเคืองทำให้พัคอูจินในวัยสิบเจ็ดใจหายวาบ มือที่กำลังจรดพู่กันอยู่เป็นอันต้องหยุดชะงัก



นายน้อยที่กำลังอ่านตำราอยู่เงยหน้าขึ้นมองสหายอย่างเป็นกังวล เสียงถอนหายใจของมารดาดังข้ามห้องพิธีมายังหอตำราที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก 



"โปรดอย่าถามในสิ่งที่ท่านพี่รู้คำตอบอยู่แล้วเลย" 



"เรื่องความฝันนั่นน่ะหรือ.. เหลวไหลทั้งเพ" 



"หากเช่นนั้นท่านพี่ตอบข้าที ว่าเหตุใดเมื่อตอนที่จีฮุนอายุเก้าขวบ ถึงได้ล้มป่วยเป็นไข้ป่าได้ทั้งๆ ที่ไม่เคยเข้าป่า.."



"เหตุใดอูจินถึงได้ปวดแขนทรมานแทบตายในวันที่จีฮุนตกจากม้าจนกระดูกแขนร้าว"



"..ไม่ใช่เพราะชะตาผูกกันหรอกหรือ?"








ดวงตาเรียวเบิกกว้างกับสิ่งที่ได้รับรู้ พลางก้มมองมือซ้ายที่พันผ้าเอาไว้เพราะพลาดโดนมีดแกะสลักทิ่มแทง ก่อนจะหันไปมองมือซ้ายของอีกคนที่ดูจะปวดบวมไม่แพ้กัน






"มันแค่เรื่องบังเอิญ"



"บังเอิญที่ก่อนข้าจะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ข้าฝันเห็นหมาป่าตัวมอมแมมคาบไพลินมาวางบนตักข้า และหมาป่าตัวนั้นมีเขี้ยวซ้ายข้างเดียวเหมือนพัคอูจินด้วยหรือไม่ท่านพี่" 




"ข้าไม่เห็นควรที่จะให้เด็กนั่นมายุ่งวุ่นวายกับจีฮุน" 



"ท่านพี่พยากรณ์ดวงชะตาของทั้งสองคนแล้วใช่หรือไม่ถึงได้เอ่ยเช่นนี้"



"..."



"เช่นนั้นท่านพี่คงรู้ว่าเหตุใดถึงแยกเด็กสองคนออกจากกันไม่ได้"



"ถ้าเด็กนั่นจะตายก็ให้ตายไปคนเดียวสิ อย่าเอาลูกเราเข้าไปเกี่ยว!!"








ครืดดด..





พัคอูจินเลื่อนบานประตูไม้แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว เร่งให้ทายาทสกุลพัคต้องรีบผลุนผลันตามไป



"อูจิน! เจ้าจะไปไหน?"



จีฮุนตะโกนถามเมื่อเห็นอีกคนเดินมุ่งหน้าไปยังสวนไม้ทิศใต้ซึ่งมีทางออกจากเขตคฤหาสน์ตระกูลพัค



"อูจิน!!"



มือหนาคว้าไหล่อูจินไว้จนเจ้าตัวหยุดเดิน ทว่ายังไม่ยอมหันหน้ามาหากัน หยาดน้ำใสตรงปลายหางตาชวนให้คนมองรู้สึกใจหายวาบ



"เจ้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่หรือไม่?" 



คนผิวแทนถามด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจจนนายน้อยหลุดยิ้มออกมา มือสากเลื่อนจากบ่ามากอบกุมมืออูจินไว้แน่นแล้วออกแรงดึงอีกคนให้หันหน้ามาหากัน



"ใช่ ข้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เจ้าโกรธหรือ?" 



"แล้วทำไมไม่บอกข้า ไม่เจ็บมือบ้างหรือไง?" ดวงตาเรียวเหลือบมองมือซ้ายของจีฮุนอย่างเป็นกังวล



"เจ็บสิ ยิ่งช่วงที่เจ้าไปเรียนการต่อสู้กับพวกทหารรับจ้างนอกเมืองนั่นทำเอาข้าระบมไปทั้งตัว" 



"ขอโทษ.." 



"แล้วเรื่องที่นายใหญ่กับนายหญิงคุยกัน ข้าไม่เข้าใจ.."



นายน้อยคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึงบทสนทนาเมื่อครู่ มืออีกข้างเอื้อมไปสัมผัสเรือนผมพัคอูจินอย่างเบามือ



"..เหมือนนายใหญ่จะไม่ชอบข้า"



"แล้วเจ้ากังวลหรือ?"



"..."



"อย่างที่เจ้าได้ยิน ดวงชะตาของเราสองคนผูกพันกันมาตั้งแต่อดีต.."



"..ผูกพันจนมิอาจแยกจากกันได้"










ผิวสีแทนของคนฟังซับสีระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจนนายน้อยยิ้มกว้าง ก่อนจะออกแรงดึงอีกคนให้เดินลึกเข้าไปในสวน



ต้นไม้ทั่วทั้งสวนถูกแต้มด้วยสีชมพูอ่อนอันเป็นสัญญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ พัคจีฮุนปล่อยมืออีกฝ่ายให้เป็นอิสระก่อนจะมองอีกคนยืนชื่นชมทิวทัศน์ตรงหน้ากลบเกลื่อนความเขินอายอยู่พักหนึ่ง



สายลมที่พัดมาทำให้กลีบดอกไม้สีชมพูฟุ้งกระจายไปทั่ว ฝ่ามือสีแทนพยายามเอื้อมมือไปคว้าดอกไม้ที่ลอยมาใกล้ตัวทว่ามีอีกคนที่หมายปองดอกไม้ดอกเดียวกันเข้ามาร่วมด้วย



มือหนาคว้ามือสีแทนที่กอบกุมกลีบดอกไม้ไว้ได้ พัคอูจินสะดุ้งเฮือกเมื่อแผ่นหลังสัมผัสถึงร่างของนายน้อยที่แนบชิด ลมหายใจอุ่นกระทบหลังใบหูและลำคอ







"กลีบดอกไม้ในมือเจ้าสวยยิ่งนัก" 



"..."



"ข้าอยากได้.."






เสียงกระซิบข้างใบหูทำเอาคนฟังหน้าร้อนวาบ เด็กหนุ่มรีบคลายมือเพื่อปล่อยให้ดอกไม้ปลิวไปตามลมแล้วรีบดึงมือกลับ หารู้ไม่ว่ากำลังมีสายตาแบบใดจ้องมองผิวแทนซับสีระเรื่อของตนอยู่



"ข้าจับดอกบ๊วยได้ด้วยล่ะ" จีฮุนแบมือออกเผยให้เห็นดอกบ๊วยที่เพิ่งคว้ามาได้จากสายลม 



ฝ่ามือหนาเลื่อนดอกไม้ในมือมาใกล้ใบหน้าอีกฝ่ายพลางส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้ลองสัมผัสกลิ่น



ใบหน้าคมยื่นเข้าไปใกล้มือของนายน้อย ทว่ามือนั้นเขยิบถอยห่างออกไป อูจินจึงยื่นหน้าตามมือนั้นไปเพื่อจะดมกลิ่นดอกบ๊วย



สัมผัสของริมฝีปากอุ่มสัมผัสลงบนแก้มนิ่มอย่างแผ่วเบา.. เบาเสียจนพัคอูจินต้องหันไปมอง 



ทว่าหน้าของทั้งคู่ใกล้จนเกินไป เมื่อพัคจีฮุนเติมเต็มช่องว่างเสียแนบสนิทด้วยจูบที่แนบแน่นและตราตรึง 







"..จ..จีฮุน.."



คนผิวแทนค่อยๆ เค้นเสียงออกมาหลังจากที่ริมฝีปากเป็นอิสระ ผิวกายแดงจนคนมองเริ่มเป็นห่วง



"ข้าว่าต่อให้ไม่มีเรื่องของโชคชะตามาเกี่ยวข้อง ข้าก็ยังอยากอยู่เคียงข้างเจ้า.."



"..."



"แล้วเจ้าล่ะ พัคอูจิน อยากอยู่กับข้าตลอดไปหรือไม่"



"หยุดพูดเถอะจีฮุน" พัคอูจินก้มหน้าจนปลายคางแทบชิดอกเพราะถูกแขนของอีกฝ่ายรั้งเอวไม่ให้หันหนี นายน้อยจับปลายคางให้เชิดขึ้น



"ไม่อยากให้ใครเห็นเจ้ายามเขินอายเช่นนี้เลย"



"จีฮุนอย่าเปลี่ยนเรื่องสิ"



"เจ้าสิเปลี่ยนเรื่อง ข้ากำลังถามคำถามเจ้าอยู่นะ"



"ที่นายใหญ่พูดว่าการตายของข้าจะเกี่ยวกับเจ้า.."







คำถามถูกกลืนหายไปพร้อมกับระยะห่างของริมฝีปากของคนทั้งคู่ แรงสัมผัสอันหนักหน่วงและรุ่มร้อนกว่าคราแรกจนคนถูกรุกล้ำแทบทรงตัวไม่อยู่



สายตาจริงจังของนายน้อยถูกส่งมาในระยะประชิด ดวงตาเรียวจำต้องหลับตาลงเพราะไม่อาจทนสบมองได้ อูจินหอบหายใจหนักหน่วงเมื่ออีกคนยอมผละริมฝีปากออก



"ขอแค่มีเจ้าอยู่ด้วย ข้าก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น" 



".. และข้าจะไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าเด็ดขาด" 












ทว่าพัคจีฮุนก็ไม่อาจรักษาคำกล่าวนั้นไว้ได้.. 









ในคืนก่อนครบรอบวันเกิดครบยี่สิบปีของว่าที่นายใหญ่คนใหม่ของตระกูลพัค ตามธรรมเนียมพัคจีฮุนต้องทำพิธีขังตนเองไว้ในหอจันทร์เพื่อเตรียมตัวเข้าร่วมพิธีรับช่วงต่อจากบิดาในวันพรุ่ง




โดยครานี้ทั้งนายใหญ่และนายหญิงกำชับนักหนา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามออกมานอกหอจันทร์โดยเด็ดขาด 




เช่นนี้จึงมีการตระเตรียมเวรยามรอบบริเวณอย่างแน่นหนา และแน่นอนว่าพัคอูจินเป็นหนึ่งในผู้ดูแลความเรียบร้อยเช่นกัน



แต่ดูแลพิเศษเฉพาะบริเวณหน้าประตูห้องพิธีที่นายน้อยจีฮุนอยู่เท่านั้น











เสียงพูดคุยหยอกล้อของทั้งสองดังขึ้นเป็นระยะ ต่างฝ่ายต่างชวนกันคุยเพื่อไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งเผลอหลับไปเสียก่อน จนกระทั่งเสียงฝนโปรยจากด้านนอกดังเข้ามา




เป็นพัคอูจินเองที่อาสาออกไปดูสภาพอากาศข้างนอก จากการทำนายของนายใหญ่ ค่ำคืนนี้ควรเป็นคืนฟ้าเปิดไร้เมฆหมอกบดบัง การมีฝนตกคงไม่ใช่ลางดีเป็นแน่




ความเงียบงันเกิดอยู่ครู่หนึ่ง จนมีเสียงตะโกนจากด้านนอกให้ทำการดับไฟ ห้องข้างๆ พากันดับเทียนจนมืดมิด มีเสียงสาวใช้บอกให้นายน้อยดับเทียนในห้องพิธีและหาที่ซ่อนให้มิดชิด




พัคจีฮุนนั่งเฝ้ารอในความมืดอย่างเป็นกังวล เสียงฝีเท้าวิ่งไปมาทั่วทั้งหอจันทร์วุ่นวายไปหมด แต่คนที่ควรจะกลับมายังไม่มีทีท่าว่าจะกลับ







ความรู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอกแล่นขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นมาแนบอก อาการปวดแสบทำเอาเจ้าของร่างอยากจะกรีดร้องออกมาแต่จำต้องกลั้นใจไว้




ความเจ็บแล่นพุ่งมาอีกระลอกหนึ่งแต่ความปวดแสบนั้นหายไปเปลาะหนึ่ง จีฮุนหอบแฮ่กพร้อมเม็ดเหงื่อชื้นผุดตามใบหน้า




เสียงคนคุ้นเคยดังมาจากอีกฟากของประตูทำให้นายน้อยใจชื้นขึ้น ทว่าอีกคนเอาแต่บอกที่ลับสำหรับหลบซ่อนรวมถึงเส้นทางลับกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลพัค ไม่ยอมอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นด้านนอก




แต่จังหวะการหายใจที่ดูแปลกไปกับอาการเจ็บปวดที่อกทำให้คนในห้องร้อนรนจนต้องเปิดประตูห้องพิธีออก








เสื้อผ้าของพัคอูจินเปียกชุ่มด้วยน้ำฝนทว่าชโลมไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เจ้าตัวรีบลุกขึ้นยืนห้ามไม่ให้อีกฝ่ายออกจากห้องแม้จะทุลักทุเลด้วยอาการบาดเจ็บ




ไม่ทันที่จะได้โต้เถียงกัน ร่างของชายชุดดำปิดบังหน้าตาพุ่งเข้ามาทันทีเห็นจีฮุน คนผิวแทนรีบพุ่งเข้าไปขวางจนเกิดการต่อสู้ขึ้น








ใบมีดของผู้บุกรุกเฉือนลงบนแขนของอูจินในช่วงชุลมุน แต่ต่อมาก็ถูกใบมีดอันเดียวกันนั้นปักเข้าที่คอตนเอง คนที่ไม่เคยพบพานการต่อสู้อย่างนายน้อยได้แต่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก




พัคอูจินรีบลากจีฮุนออกจากหอจันทร์เมื่อเห็นว่าศัตรูสามารถบุกเข้ามาถึงด้านในได้ ทั้งคู่ฝ่าสายฝนลัดเลาะตามริมหน้าผาซึ่งเป็นทางลัดกลับคฤหาสน์




ทว่าคนบาดเจ็บไม่อาจทนพิษบาดแผลได้นาน ยิ่งเป็นแผลจากคมธนูที่เคยปักเข้ากลางอกเช่นนี้ คนผิวแทนหวังถ่วงเวลาให้อีกคนหนีไปแต่กลับถูกปฏิเสธ




คำสาปแช่งถูกเอื้อนเอ่ยพร้อมกันกับพัคจีฮุนที่ใช้เลือดของอีกฝ่ายเขียนอักษรสะกดวิญญาณไว้ที่หลังใบหูของพัคอูจิน 






ไม่ใช่ที่กลางหน้าผากอย่างที่ควรจะเป็น











ไม่นานอูจินก็สิ้นใจภายในอ้อมกอดของนายน้อยที่นั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝน นิ่งราวกับเป็นรูปสลักที่ไม่อาจขยับเขยื้อน




หยาดน้ำตาที่ไหลออกมากลมกลืนไปกับเม็ดฝน อ้อมแขนกระชับร่างไร้วิญญาณไว้แน่น สายตาจ้องมองคนชุดดำที่แม้จะอำพรางใบหน้าแต่จีฮุนรู้จักบุคคลนี้เป็นอย่างดี










"ฮวังมินฮยอน!!" 





คนถูกเรียกชื่อเปิดเผยใบหน้าของตนที่ยังคงงดงามใต้สายฝน ดวงตาคมดุจสุนัขจิ้งจอกจ้องมองทายาทของตระกูลพัคผู้เป็นปรปักษ์กับตนราวกับจะเยาะเย้ย




"ที่จริงข้าไม่จำเป็นลงมือด้วยตนเองแต่ก็อยากจะเป็นสีหน้าพ่ายแพ้ของพัคจีฮุนดูสักครั้ง" 




"วิธีของเจ้ามันสกปรก หมาลอบกัดชัดๆ" 




"มันจะสกปรกได้ยิ่งกว่านี้หากข้ารู้มาก่อนว่าพัคอูจินเป็นคู่แท้ของเจ้านะจีฮุน" 




"เจ้า!!" นายน้อยแทบจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่องอีกคน ทว่าใบมีดเย็นเยียบของชายชุดดำจากทางด้านหลังจดจ่ออยู่ที่ลำคอทำให้ต้องหยุดการกระทำ







ชายนามมินฮยอนส่งสัญญาณให้ลูกน้องของตนจัดการกดใบมีดลงบนคอของเหยื่อเต็มแรง พัคจีฮุนสะกดกลั้นไม่ให้มีเสียงร้องพลางกระชับร่างของอูจินให้แน่นขึ้น




สายตาหยิ่งทะนงถูกส่งไปให้ฮวังมินฮยอนอย่างไม่ยอมแพ้ จนคนถูกมองแค่นหัวเราะออกมา ร่างสูงตรงเข้าไปกระชากร่างไร้วิญญาณที่อีกฝ่ายหวงนักหนาให้ออกห่าง เพื่อยั่วโทสะของจีฮุน




แต่ก่อนที่นายน้อยจะได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น ใบมีดที่ลำคอก็ลากยาวจนรอบลำคอพร้อมกับหยาดเลือดไหลออกมาละเลงกับสายฝน



ร่างล้มพับลงไปกับพื้นพร้อมกับลมหายใจที่แผ่วเบาลง.. 














เฮือกก!! 






องซองอูเบิกตากว้างก่อนจะมองไปรอบกาย เขายังนอนอยู่บนเตียงของตัวเอง แต่เหงื่อกลับท่วมร่างทั้งที่อากาศเย็นเฉียบ 






ฝันบ้าๆ แบบนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย










ความรู้สึกวูบโหวงในอกแล่นขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อภาพบุคคลที่คุ้นหน้าสิ้นใจยังคงติดตาแม้จะเห็นมาทุกค่ำคืน




พลางนึกถึงวันก่อนที่งานเลี้ยงบ้านรุ่นพี่ซองอุน เขาเพิ่งเอ่ยปากบอกเพื่อนสนิทให้ตัดพันธะกับอูจินเพื่อให้ทั้งคู่เป็นอิสระจากกัน




แต่ทำไมถึงไม่รู้สึกดีเลยนะ.. 









เขามองออกไปนอกหน้าต่าง พื้นถนนเปียกชื้นเนื่องจากฝนตกเกือบค่อนคืน 








'..มีเชื้อสายตระกูลพัคไม่ก็ตระกูลฮวังสินะ'




คำพูดประโยคหนึ่งผุดขึ้นมาในห้วงความคิดเงียบงันของซองอู ใบหน้าของอูจินที่เอ่ยคำเหล่านี้ปรากฎชัดเจนในหัว จนมือเขาต้องคว้ามือถือขึ้นมาโทรหาใครบางคน







"คุณยาย.."




'มีอะไรกัน โทรมาแต่เช้ามืดเชียว'




"บ้านเรามีใครเคยนามสกุลพัคหรือฮวังหรือเปล่าครับ?" 




'...'




"..."




'..รู้ได้ยังว่าบ้านเรามีเชื้อสายตระกูลฮวังมาก่อน?'




ซองอูอุทานในใจเพราะไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง




"เอิ่ม มีคนบอกมาอีกทีน่ะครับ" 




'แน่ใจนะว่าใช่คน'




"..."




'คนที่รู้เรื่องนี้มีแต่รุ่นทวดของยายเท่านั้นน่ะ ที่ยายรู้ก็เพราะไปอ่านเจอในบันทึกเก่าๆ ของทวดทั้งนั้น'




"เขาบอกมายังงั้นแหละฮะ" 




'...'




"จริงๆ ผมก็อยากจะถาม.."




"คนสองคน จะมีดวงชะตาที่ผูกพันกันจนถึงขั้นสื่อความรู้สึกต่อกันได้จริงๆ เหรอครับ" 




'ตามตำราที่ว่าไว้ คนสองคนที่ผูกพันกันถึงเพียงนั้น แสดงว่าในอดีตมีจุดกำเนิดจากดวงจิตดวงเดียวกัน'




'ด้วยเหตุบางอย่างทำให้ถูกแบ่งออกเป็นสอง แต่พันธะของมันยังคงอยู่'




'คู่แท้แบบนี้จะกำเนิดและดับสูญในเวลาใกล้เคียงกันทุกชาติภพ..'




"แล้วถ้ามีคนใดคนหนึ่งเกิดในภพใหม่แล้ว แต่อีกคนยังติดเป็นวิญญาณในภพเก่าละครับ" 




'..เช่นนั้นพันธะจะถูกตัดสิ้นจนกว่าจะกลับสู่จุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง'



"ขอบคุณครับ" 









เขารีบตัดบทก่อนจะโดดลงจากเตียง ไม่สนคำเรียกทักท้วงของผู้เป็นแม่ ซองอูวิ่งออกจากบ้านอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อไปถีงปลายทางให้เร็วที่สุด




แสงอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าและมวลเมฆทำให้เริ่มมองเห็นบรรยากาศรอบข้างโดยไม่ต้องพึ่งแสงไฟข้างทาง 




จากความทรงจำที่เคยฟังจีฮุนเล่ากับภาพที่เคยเห็นในความฝัน ซองอูตรงเข้ามาด้านหลังวัดเก่าแก่ที่ด้านหลังเป็นหินผาชันติดริมทะเล









คันร่มสีดำวางกองอยู่ที่พื้น ไร้เงาของสิ่งมีชีวิตอื่นใด 




ภาพของนายน้อยจีฮุนของอูจินสวมกอดกันกลางสายฝนแว้บขึ้นมาอีกครั้ง ปลายนิ้วเปื้อนเลือดเขียนอักษรโบราณลงบนลำคอสีแทนอย่างบรรจง

ไม่ได้เขียนลงบนหน้าผากอย่างที่ควรจะเป็น.. 









ซองอูตีหน้าผากตัวเองเต็มแรงเมื่อนึกออก สิ่งที่จีฮุนทำไม่ใช่แค่การสาปแช่งพัคอูจิน แต่เป็นการสาปแช่งตนเองด้วยเช่นกัน








อักษรโบราณที่อ่านไม่ออกในตอนแรกกลับปรากฏชัดเจนในความคิด ยันต์สาปแช่งถูกเขียนขึ้นพร้อมกับชื่อของตนเองบนผิวของอูจิน

เพื่อให้จดจำเรื่องในอดีตได้และชดใช้คืน.. 










.. ชดใช้ที่ทำลายพันธะแห่งโชคชะตาจนทำให้ต้องแยกจาก












ร่างโปร่งน้ำตาไหลพรากพร้อมกับวิ่งไปที่ขอบผา ร่างของพัคจีฮุนนอนสงบนิ่งอยู่ตรงโขดหินปล่อยให้เกลียวคลื่นสาดซัดเข้าใส่ องซองอูกรีดร้องออกมาเมื่อเห็นว่าสิ่งที่สันนิษฐานนั้นเกิดขึ้นจริง












โดยไม่ทันได้สังเกตรอยยิ้มสุดท้ายก่อนที่ร่างจะถูกท้องทะเลกลืนกิน.. 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #51 FUNAMI-SAN (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 22:35
    ชอบมากเลยค่ะ แงงงง บรรยายดีมาด อ่านแล้วใจสั่นแบบนี้ไม่ได้เจอมานานแล้ว พีคในพีคจริงๆ คู่แท้แยกกันไม่ขาด จะอยู่คู่กันตลอดไป ขอให้ชาติหน้าได้มีความสุขด้วยกันนะ
    #51
    0
  2. #42 Ppnrrx (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 17:24
    แงงง ขอภาคหน้าให้ได้คู่กันได้มั้ยคะ ภาคอนาคตแบบ2100ก็ได้ค่ะ5555555555
    #42
    0
  3. #41 MMXIX (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 11:38
    แต่งดีมากคืะ สเปแบบพลิกล็อคก็มา ซองอู ฮืออ รักกันมากเลยคุนชายน้อย อย่างให้เกิดมาคู่กันอีก ขอภาคต่ออีกชาติให้สมหวังได้มั้ยคะ
    #41
    0
  4. #38 lemontea96 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 02:38
    เป็น SF ที่บรรยายดีมากๆ เล่าเรื่องต่อเนื่องเป็นฉากๆ ทำให้รู้ที่มาที่ไป ประทับใจมากๆเลย ฉากในสวนนี่มันชวนเขินสุดๆ แอร้ยยยยยยยยยยย เค้าเกิดมาคู่กันจริงๆแหละ ในชาติภพหน้าก็คงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุจแล้วนะ
    #38
    0
  5. #36 my99__ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 11:36
    ชอบฟิคพีเรียดมากกกไรท์แต่งดีมากๆค่ะ ขอสเปอีกสักตอน ตอนที่เค้าได้รักได้อยู่ด้วยกันนน
    #36
    0
  6. #34 B a c k b i t e r (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 01:13
    ชอบวิ้งชั่มพีเรียดแบบนี้มากเลยค่ะ พล็อตดีมากเลย ชอบมาก ชอบความรักของเขาสองคน แยกยังไงก็แยกไม่ขาดจริงๆ ตอนแรกที่ว่าจีฮุนไปคือขอโทษนะ สุดท้ายเขาก็ไปแบบมีความสุขอ่ะ อยากให้มีสเปอีก ขอภพใหม่ที่เขารักกันได้มั้ย ขอได้มั้ยคะคุณไรท์ ฮืออออ
    #34
    0
  7. #33 unitboyy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:15
    ฮืออออออออ ไรท์ขออีกภพเหอะ ภพสุดท้ายให้เค้าได้รักกัน ฮืออออ
    #33
    0
  8. #32 dream (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:53
    ชอบมาก พล็อตดีมาก แอบอยากให้ต่ออีกสัก1ภพ ให้เขาแฮปปี้กันที
    #32
    0
  9. #29 V.R.1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:17
    ลึกล้ำมากเลยค่ะ อ่านแล้วขนลุกเลย
    #29
    0
  10. #28 be your light (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:46
    ฟ้าดินแยกเราเท่าไรไม่ขาดจริงๆ //แอบเขินตอนจับดอกบ๊วยมาดมด้วยยน่ารักมากกกก
    #28
    0
  11. #26 Seobi_LoveYOU (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:27
    เย่ๆๆๆ ภาคต่อมาแล้วว สนุกมากเลยค่ะ ขนลุกตอนที่รู้ว่าจีฮุนก็แช่งตัวเองด้วย แยกกันไม่ขาดจริงๆ
    #26
    0
  12. #25 b.blueoasis (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:32
    แงงงงงงง พล้อตดีมากเลยค่ะ เราแบบอธิบายไมถูกแต่กลิ่นอายความโบราณกับปัจจุบันที่ซ้อนทับกันมันแบบในหัวมัวๆแบบเหมือนหมอกลง แต่ชอบมากค่ะที่มุมมองซองอูเห็นอูจินเป็นตัวเป็นตน
    #25
    0