::|[รวม Fic Happy Tree Friend (yaoi)]|::

ตอนที่ 9 : Request :{Mole x Cuddles} At the park [part 1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 มี.ค. 56

(ปล. รูปประกอบอย่าไปสนใจกิ๊กเกิ้ลนะเคอะ คือมันหารูปคู่นี้ไม่ได้จริงๆ อ่ะ TwT#หาไม่เจอหรือเธอไม่มี)

Story: At a park

Parring: Mole x Cuddles

Rating: R-13

Request by: ยามาซากิ อากิระ

 

   "จะไปเล่นที่สวนสาธารณะอีกแล้วเหรอคูดเดิ้ล?"

เสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้ร่างเล็กที่กำลังผูกเชือกรองเท้าอยู่หน้าประตูบ้านหยุดชะงัก หนุ่มน้อยหันมายิ้มน่ารักให้เพื่อนซี้ ที่มาขออาศัยอยู่ในห้องเช่าของตนเองชั่วคราวเล็กน้อย ก่อนจะหันไปผูกเชือกรองเท้าต่อ

   "นี่....ที่ฉันถามน่ะ ไม่ใช่เพราะอยากเห็นรอยยิ้มของนายซะหน่อยนะ"

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีชมพูอ่อนกล่าวขึ้นอย่างเซ็งๆ ในมือของเธอมีอมยิ้มอันเล็กๆ ถืออยู่ เด็กหนุ่มหัวเราะน้อยๆ กับความขี้สงสัยของเพื่อนรัก

   "ฮ่าๆ...ก็ใช่น่ะสิ มีที่ไหนนอกบ้านอีกล่ะที่ฉันจะไปได้น่ะ หืม?"

คูดเดิ้ลเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ทั้งที่ยังไม่ยอมหันหน้าไปมองคู่สนทนาแบบตรงๆ กิ๊กเกิ้ลถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะยัดอมยิ้มเข้าไปในปากเหมือนเดิม

   "จะยังไงก็ช่าง ถ้ากลับมาช้า อาหารเย็นฝีมือพิทูเนียฉันจัดการหมดอย่ามาว่ากันนะ"

   "เชิญตามสบายเลย ถ้าเธอไม่กลัวอ้วนน่ะ"

พอทิ้งคำพูดเชิงประชดประชันไว้เสร็จสรรพ คูดเดิ้ลก็ลุกขึ้น พร้อมกับคว้ากระเป๋าสะพายสีเทาเข้มประจำตัวของตัวเองไว้พาดบ่า แล้วเปิดประตูห้องเช่าเดินออกไปโดยไม่ลืมที่จะทิ้งคำลาไว้ให้เพื่อนสาวด้วย

   "ไปก่อนนะกิ๊กเกิ้ล"

........................................

........................................

........................................

สวนสาธารณะขนาดกว้างเท่า 8 สนามฟุตบอลที่ถูกตั้งอยู่ใจกลางเมือง HTF ทาวน์ในวันหยุดนี้ คลาคล่ำไปด้วยเด็กๆ ทั้งน้อยและใหญ่มากหน้าหลายตา เครื่องเล่นเกือบทุกชนิดถูกจับจอง พื้นที่ถูกปูด้วยหินอ่อนสีเทาอ่อน มีร่างของเด็กเล็กๆ วิ่งไล่กันอย่างสนุกสนาน ร้านไอศกรีมที่เป็นแผงลอยตั้งขายริมทางก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า วันหยุดในสวนสาธารณะนี่แหละ เป็นภาพที่ชินตาเสียแล้วสำหรับเด็กหนุ่ม

   ร่างเล็กวิ่งแบกกระเป๋าสะพายตรงเข้าไปในสนามบอลเล็กๆ ประจำสวนสาธารณะ แต่ในที่ที่นี้กลับไม่มีใครอยู่เลย

   "แปลกจัง...ยังไม่มากันอีกรึไงนะ?"

คูดเดิ้ลบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจวางกระเป๋าลงบนม้านั่งยาวๆ ใกล้สนามบอล

   ทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์ เด็กหนุ่มจะมาเล่นฟุตบอลกับเพื่อนที่สวนแห่งนี้ แต่ก็มาก่อนเพื่อนเกือบทุกครั้งไป ในเวลาบ่ายๆ เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดที่จะออกกำลังกาย แต่เนื่องจากเวลานัดพบเป็นตอนบ่าย 2 ซึ่งอีกตั้งประมาณ ครึ่งชั่วโมงกว่าเพื่อนๆ จะมาครบ เด็กหนุ่มจึงชอบซื้อไอศกรีมกินฆ่าเวลาเป็นประจำ

   " 20 บาทจ้า"

คนขายไอศกรีมในซุ้มเล็กๆ ยื่นโคนรสวานิลลามาให้คูดเดิ้ล แลกกับแบงค์ 20 ที่เด็กหนุ่มเพิ่งยื่นตอบไป คูดเดิ้ลรับไอศกรีมมา แล้วกลับหลังหันไปที่ม้านั่งตัวเดิม

   ทันทีที่ไอศกรีมรสหวานสัมผัสถูกลิ้นของหนุ่มน้อย สายตาสีน้ำตาลอำพันก็หันฉับไปที่ลานว่างข้างน้ำพุโดยอัตโนมัติ

   ที่ข้างน้ำพุนั้น มีร่างสูงของชายหนุ่มผมสีม่วงคนหนึ่งยืนหันหลังให้เขาอยู่ ร่างนั้นเอาแต่ก้มหัวมองนาฬิกาบนข้อมือตนเอง โดยไม่ได้สนใจสภาพรอบข้างเลยแม้แต่น้อย

   และในขณะเดียวกันลูกบอลลูกหนึ่ง ที่มาจากกลุ่มเด็กๆ ที่เดาะเล่นกันอยู่กลางลานว่าง ก็กำลังลอยไปทางร่างสูงร่างนั้น

   คูดเดิ้ลตกใจจนเผลอทำไอศกรีมหลุดมือ ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติในการช่วยเหลือคนอื่นของเด็กหนุ่มเริ่มดการทำงาน ทำให้ร่างเล็กๆ ปรี่เข้าไปทางร่างของชายหนุ่มคนนั้นโดยไม่คิด

   "ระวัง!!!"

   ปึ้ก!!

ขาเรียวๆ เตะลูกบอลลูกนั้นกลับไปอย่างสวยงาม ด้วยความที่รับตำแหน่งเป็นกองหลังและผู้ยิงลูกโทษประจำทีม ทำให้เรื่องเตะบอลโด่งกลับไปน่ะจิ๊บจ้อย

   ลูกบอลกลมๆ สีขาว-ดำ ลอยละลิ่วลงไปตกลงบนมือของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของลูกบอลอย่างเหมาะเหมง คูดเดิ้ลหอบเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยจากการวิ่งติดสปีดมาเมื่อกี้

   "ถ้าจะเล่นบอลไปเล่นที่สนามซะนะไอ้หนู ตรงนี้มันอันตราย ถ้าพลาดพลั้งไปโดนใครเข้าจะแย่ซะเปล่าๆ" เด็กหนุ่มตะโกนสั่งสอนด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม พร้อมกับเหงื่อจางๆ เด็กๆ กลุ่มนั้นพากันก้มหัวขอโทษเป็นการใหญ่ ก่อนจะวิ่งไปหาที่เล่นอื่นต่อ

   เด็กหนุ่มผมทองหันไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่หลังตน โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้หันหน้ากลับมา

   "เอ่อ...เป็นอะไรไหมครับ?"

เด็กหนุ่มถามให้ร่างที่หันหลังให้เขาอยู่ อีกฝ่ายเป็นคนตัวสูง ซึ่ง เด็กหนุ่มสูงแค่เพียงไหล่ของเขาเท่านั้น ชายหนุ่มใส่เสื้อสีเทาเข้ม ทับด้วยเสื้อโค้ดสีดำ กางเกงยีนส์ตัวยาว ใบหน้าขาวๆ หันมาช้าๆ เผยให้เห็นแว่นสีดำสนิทที่ปิดบังดวงตาคู่นั้นไว้อยู่

   คูดเดิ้ลถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นจะจะว่าอีกฝ่ายเป็นคนตาบอด เด็กหนุ่มเลิ่กลั่ก พยายามปริปากถามออกมาอีกครั้ง

   สายตาที่เลื่อนลอยในเลนส์แว่นสีดำสนิท มองเลยหัวของเขาไป

   "เอ่อ...ม...ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ?" คูดเดิ้ลถามย้ำอีกครั้ง

   "...." ชายหนุ่มคนนั้นไม่ตอบ ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ

   "เมื่อกี้นี้ มีคนเตะลูกบอลมาจะโดนตัวคุณน่ะครับ...เอ่อ...ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...ผมขอตัวก่อนนะครับ"

ร่างเล็กค้อมหัวเล็กน้อย ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายคงมองไม่เห็น ก่อนจะรีบกลับหลังหันเดินออกมาจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว พลางคิดถึงไอติมที่ตนเองทำตกไว้

   'ฮือ...จบสิ้นแล้ว เงิน 20 บาททั้งวันของชั้น...รู้งี้พกติดตัวมาเพิ่มก็ดีหรอก...'

เด็กหนุ่มคิดแล้วก็อยากจะร้องไห้ หรือไม่ก็เอามีดมาปาดคอตายไปซะตรงนี้ ร่างเล็กก้มหน้าเดินงุดๆ ต่อไป แต่ก็โดนแรงกระชากจากด้านหลังของอะไรบางอย่างดึงให้เข้าไปหา

   ฟึ่บ!!

   "!!!??"

คูดเดิ้ลลอยตามแรงกระชากถอยหลังไปหยุดอยู่ที่ตำแหน่งเดิม หัวกลมๆ หันหน้าไปตามแรงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเผชิญกับใบหน้าขาวๆ ของชายหนุ่มคนเมื่อกี้ยื่นเข้ามาห่างกันแค่ 3 คืบ

   "ช่วยอะไรอย่างได้ไหม" เสียงนุ่มๆ กล่าวข้างหูของเด็กหนุ่ม คูดเดิ้ลกำลังจะอ้าปากถามว่าอะไร แต่อีกฝ่ายก็หยิบแผ่นกระดาษอะไรบางอย่างออกมาเสียก่อน

   "ช่วยพาผมไปตามที่นี่ที...." ชายหนุ่มกล่าว

   "ค...ครับ?" คูดเดิ้ลร้องแบบงงๆ พลางก้มลงมองแผ่นกระดาษในมือของอีกฝ่าย

   มันเป็นแผนผังเล็กๆ ที่ถูกพิมพ์ด้วยน้ำหมึกกันน้ำ เป็นรูปร่างของเมือง HTF ทาวน์ ดูจากจุดมุ่งหมายแล้ว น่าจะเป็นโรงแรมอะไรสักอย่างซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสวนสาธารณะนี้สักเท่าไหร่ เดินออกไปประมาณ 1 กิโลเมตรก็คงถึง แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นคนตาบอด อาจจะพลาดพลั้งหลงทางเล็กน้อยจนมาโผล่ที่สวนสาธารณะนี่ แต่ที่เด็กหนุ่มแปลกใจสุดๆ ก็คือ...

   คนบ้านไหนเขาให้แผนที่กับคนตาบอดกันล่ะ?

คิดไปก็เท่านั้น ร่างเล็กถอนหายใจเบาๆ แล้วค่อยหันมาสนใจคนตรงหน้าต่อ

   "ได้ครับ เอ่อ...แต่ว่า...ผมมีนัดอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว อีกเดี๋ยวเพื่อนๆ ก็จะมากันแล้ว งั้น...ผมพาไปหาป้อมตำรวจแล้วกันนะครับ"

คูดเดิ้ลตัดสินใจ แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้า

   "ไม่ได้ ขอร้องล่ะ ช่วยพาฉันไปที" อีกฝ่ายโต้แย้งกลับมาจนเด็กหนุ่มจนมุม มือขาวๆ ยังคงจับข้อมือเขาไว้อยู่แน่นไม่ยอมปล่อย

   'ผู้ชายคนนี้...อะไรกันเนี่ย?...'

   "ถ...ถึงจะว่างั้น แต่ว่า ผมเองก็ไม่ค่อยรู้จักเส้นทางนี้สักเท่าไหร่ด้วยสิครับ..."คูดเดิ้ลลังเล

ในขณะที่เด็กหนุ่มผมทองธรรมดาๆ คนนี้ กำลังยืนเสวนาอยู่กับผู้ใหญ่หัวม่วงดูแปลกๆ คนหนึ่ง ที่หน้าสวนสาธารณะก็มีร่างของใครบางคนด้อมๆ มองๆ อยู่

   ชายร่างสูงในเครื่องแบบตำรวจ 2 คน หันมามองที่คูดเดิ้ล ร่างเล็กที่ก้มหน้าอยู่ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะมัวแต่ยืนลังเลหาทางหนีออกจากชายตาบอดตรงหน้าอยู่ จึงไม่รู้ตัวว่า 2 ร่างนั้น กำลังเดินใกล้เข้ามาที่เขาเรื่อยๆ โดยที่มีชายตาบอดยืนบังอยู่ด้านหน้า

   "นี่ หนู..."ตำรวจ 1 ในสองคน ที่เป็นคนร่างอ้วนท้วมกว่า กล่าวเรียกหนุ่มน้อย คูดเดิ้ลที่กำลังก้มหน้าก้มตาใช้ความคิดอยู่ ก็เงยหน้าขึ้นมา

   "ค...ครับ?" คูดเดิ้ลงง

   "เห็นผู้ชายผมสีม่วงใส่ชุดดำทั้งตัวแล้วก็ถือกระเป๋าหิ้ววิ่งผ่านมาในนี้บ้างรึเปล่า?" อีกคนหนึ่งซึ่งเป็นคนตัวเล็กกว่าเอ่ยถาม

   คูดเดิ้ลกำลังจะตอบว่าไม่มีคนผมสีม่วงที่ไหนนอกจากชายตาบอดตรงหน้าเดินผ่านมาตรงนี้สักคน แต่เสียงร้องหลงๆ ของชายตาบอดที่ยืนอยู่ด้านหน้าเขา ก็ทำให้เด็กหนุ่มหลุดจางภวังค์ความคิดทันที

   "โอ้ย!!..."

   "พ...พี่ชาย!! เป็นอะไรไปครับ!!"

ร่างเล็กตกใจ รีบก้มลงดูอาการของชายตาบอด ที่ตอนนี้ลงไปนั่งกุมหัวอยู่บนพื้นเหมือนกำลังเจ็บปวดอะไรสักอย่าง ตำรวจในเครื่องแบบ 2 คนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็พลอยตกใจไปด้วย

   "เป็นอะไรรึเปล่าครับ?" ชายร่างอ้วนถาม พร้อมกับประคองร่างของชายหนุ่มใส่แว่นดำให้ลุกขึ้นมายืนตรงๆ มือขาวๆ จับที่ขมับของตนเองอย่างเจ็บปวด ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มลงเล็กน้อย

   "ม...ไม่เป็นไรครับ ผมมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับกระจกตาน่ะครับ อยู่ๆ มันก็จะออกอากการออกมาแบบไม่ให้ตั้งตัวแบบนี้ล่ะครับ ขอโทษนะครับ..."

   "ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะครับ" ตำรวจชายตัวเล็กพูดขึ้น "งั้น...ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณนะหนุ่มน้อยที่ช่วยเสียเวลามาตอบคำถาม"

   "ค...ครับ..."

ตำรวจ 2 คนเดินออกไปแล้ว ทิ้งให้คูดเดิ้ลยืนอนาถตัวเองอยู่หน้าน้ำพุและข้างๆ ชายตาบอดอยู่เช่นเดิม เด็กหนุ่มตะโกนกู่ร้องในใจอย่างโคตรเสียดาย

   'ทำไมตูไม่ขอให้เขาเอาพี่ชายคนนี้ไปส่งฟะ!!'

มือบางๆ ทึ้งศีรษะตนเองที่มีเส้นผมสีทองประดับอยู่เบาๆ ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงแรงสะกิดจากอีกฝ่ายที่ไหล่ด้านขวา

   "ขอร้องล่ะ...อย่าเอาฉันไปส่งตำรวจเลยนะ..." ชายผมม่วงพูด พร้อมกับดวงตาที่ถูกเลนส์แว่นสีดำสนิทบดบังมาจนมองไม่เห็นนัยน์ตาจ้องมาที่ใบหน้าของคูดเดิ้ล ร่างเล็กขมวดคิ้วทันที พลัน หัวสมองของเด็กน้อยก็พาลคิดไร้สาระขึ้นมาจนได้

   'ร...หรือว่า ชายตาบอดคนนี้จะเป็นสายลับจากองค์กรลับเหมือนในหนัง ที่ไปขโมยเพชรเม็ดเบ้งๆ มาจากพิพิธภัณฑ์แล้พยายามหลบหนีการจับกุมของตำรวจอยู่ ไม่นะ...ถ้างั้นล่ะแย่แน่'

   เหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้ยินเสียงตอบโต้มาจากร่างเล็กที่จนเองกำลังจับไหล่อยู่ แต่ไม่ยอมวิ่งหนีไปไหนจึงเอ่ยปากพูดขึ้น

   "นี่...คิดอะไรแปลกๆ อยู่รึเปล่า?"

   "อ๊ะ!! ป...เปล่าครับ...แหะๆ" คูดเดิ้ลหัวเราะแห้งๆ ก่อนที่ร่างสูงจะยื่นแบงค์ 20 มาให้ตรงหน้า ทำเอาคนตัวเล็กจับต้นชนปลายไม่ถูก

   ค...ค่าไรวะ?

   ค่าที่เราคิดใส่ร้ายอีกฝ่ายงั้นเหรอ?

   "เมื่อกี้น่ะ ก่อนจะเดินมาทางนี้ ผมได้กลิ่นวานิลลาของไอศกรีมน่ะ เลยคิดว่ากลิ่นแรงขนาดนั้นน่าจะอร่อย" เขากล่าว คูดเดิ้ลหันไปมองไอศกรีมโคนขนมปังที่ตอนนี้หน้าไอศกรีมปักลงพื้นจนไม่เหลือชิ้นดีแล้วก็ถอนหายใจเบาๆ ถึงในใจจะแอบสงสัยอยู่เล็กน้อยก็เถอะ ว่าคนตรงหน้านี้เป็นตุ่นหรือไงถึงจมูกไวนัก

   "เอ่อ...ไม่ต้องก็ได้ครับ"

   "รับไว้เถอะ ถือว่าเลี้ยงตอบแทนที่มาช่วยเรื่องลูกบอลเมื่อกี้ละกัน..."

พอได้ยินแบบนั้น หนุ่มน้อยก็โค้งคำนับอย่างยินดีหลายรอบติดกันเหมือนจะประชด ถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายอาจมองไม่เห็นการทำความเคารพของเขาก็ได้ มือบางๆ ยื่นไปรับเงินมาแล้ววิ่งไปร้านไอศกรีมที่เดิมอย่างไม่ลังเล

   "อ้อ!! เดี๋ยว..."ร่างสูงกล่าวขัดไว้ "ก่อนจะจากกัน บอกชื่อนายให้ผมรู้ก่อนได้มั้ย?"

คูดเดิ้ลที่ในมือขวามีแบงค์ 20 ถืออยู่หันมามองร่างของชายหนุ่มที่อยู่ห่างจากตนเองประมาณ 4 เมตร ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังคุยกับเขา แต่สายตาในกรอบแว่นกับทอดมองไปที่อื่น คูดเดิ้ลยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตะโกนกลับไป

   "ผมชื่อคูดเดิ้ลครับ!!" พอกำลังจะออกตัววิ่งอีกรอบ เสียงพูดเบาๆ ของชายตาบอดก็ดังขึ้น เหมือนจะพูดกับคนเดียว แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่คูดเดิ้ลได้ยิน

   "ผมชื่อโมล..."

..................................

..................................

..................................

   "เฮ้!! คูดเดิ้ล!!"

เสียงตะโกนเรียกชื่อร่างเล็กที่นั่งเลียไอศกรีมอยู่บนโต๊ะยาวตัวสีเขียวดังขึ้น คูดเดิ้ลเจ้าของชื่อที่มัวแต่หลงเพลินกับไอศกรีมโคนวานิลลาในมือหันหน้าไปตามเสียงเรียก ทั้งที่คราบไอศกรีมสีขาวนวลยังติดอยู่ที่มุมปาก

   "ทูตตี้ นัตตี้ สนิฟเฟิล เอ่อ...แล้วก็...ฟลากี้ด้วยเหรอ?"

   ร่างเล็กเรียกชื่อเพื่อนของตนเองจนครบหมด แต่ก็ชะงักตรงคนสุดท้าย ซึ่งเป็นแค่เด็กสาวตัวเล็กๆ เจ้าของเรือนผมสีแดงสด ซึ่งมีชื่อว่าฟลากี้ "เธอมาทำอะไรอะ?"

   "ส...สวัสดีค่ะ..." เด็กสาวพูดตะกุกตะกัก "ค...คือ...ฉันไปเที่ยวบ้านทูตตี้มาน่ะค่ะ ล..แล้ว..เขาจะออกมาเตะบอลกับเพื่อนๆ พอดี ฉันเลยต้องขอติดมาด้วย ขอโทษนะคะ..."

   พอเธอพูดจบ ก็ก้มหัวคำนับแสดงการขอโทษเสียเป็นการใหญ่ ทำเอาคูดเดิ้ลเลิ่กลั่ก ทำอะไรไม่ถูกกับความขี้เกรงใจของเพื่อนสาวร่วมห้อง

   "อ...เอ่อ...ไม่เป็นไรๆ เธอก็ไปซื้อขนมตรงนู้นมานั่งทานบนโต๊ะนั่นรอพวกเราก็ได้นะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก..."

   "ข...ขอบคุณค่ะ" ฟลากี้ยิ้ม แต่ขาทั้ง 2 ข้างสั่นยิก จนคูดเดิ้ลอดไม่ได้ที่จะใช้มือข้างที่ไม่ถือโคนไอศกรีม มากุมขมับด้วยความปวดหัว

   "อ๊ะ!! นั่น ไอศกรีมวานิลลา ของหวานนี่นาเฮ้ย!!" เด็กหนุ่มผมเขียวที่ตัวสูงกว่าคูดเดิ้ลเล็กน้อยร้องขึ้น พลางชี้มาที่ไอศกรีมในมือคูดเดิ้ล ดวงตา 2 สีเบิกกว้าง

   "พอเลย...ไอ้บ้าขนมหวาน โคนนี้ไม่ให้ง่ายๆ หรอกเฟ้ย กว่าฉันจะได้มานี่มันลำบากมากขนาดไหนรู้มั้ยฮะ?" คูดเดิ้ลพูด ก่อนจะเลียไอศกรีมอีกที

   "ชิ..." เด็กหนุ่มผมเขียวตา 2 สีหรือที่เพื่อนๆ เรียกกันว่านัตตี้สบถออกมาเบาๆ

   "ขอโทษนะ...ไม่ได้อยากจะขัดจังหวะหรอก" ร่างเล็กผมสีฟ้าอ่อนกล่าวขึ้น ดวงตาสีน้ำเงินหลังกรอบแว่นฉายแววความสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะชี้ไปที่ร่างของชายตาบอดคนหนึ่ง "พี่ชายคนนี้ใครอ่ะ?"

   คูดเดิ้ลแทบจะสำลักไอศกรีมตาย เมื่อเห็นร่างของชายผมสีม่วงนั่งอยู่บนม้านั่งในตำแหน่งที่แม่_โคตรใกล้ที่ที่เขานั่งอยู่ ร่างเล็กผละออกมาแทบไม่ทัน

   "พ...พี่โมล!!" คูดเดิ้ลตกใจ "พี่ยังไม่ไปอีกเหรอครับเนี่ย ล...แล้วทำไมผมไม่เห็นพี่เลยอ่ะ"

   "ผมมักจะโดนลืมอยู่เสมอนั่นแหละ.."โมลตอบ "ผมเองก็มองไม่เห็นคนรอบข้าง ผมก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ถ้าคนรอบข้างจะมองไม่เห็นผม"

   "ทำไมอยู่ๆ ก็เล่นสำนวนซะงั้นละฮะ..."

   "นี่ใครเหรอ?" ทูตตี้ถามขึ้น พลางหมุนลูกบอลบนนิ้วไปมาด้วยความชำนาญ ทำเอาฟลากี้ที่มัวแต่กลัวว่าลูกบอลจะตกใส่หัวเธอจนสลบไป หนีออกมาแทบไม่ทัน

   "เรื่องมันยาวน่ะ..."คูดเดิ้ลถอนหายใจ ก่อนจะกัดโคนขนมปังในมือไปคำหนึ่ง "เอาเป็นว่า พี่โมลอย่าเพิ่งไปไหนนะครับ นั่งรอตรงนี้ก่อน เดี๋ยวพอเล่นฟุตบอลเสร็จ ผมจะพาไปที่โรงแรมนั่น"

   คำสั่งของคูดเดิ้ล ได้รับคำตอบจากโมลกลับมา เป็นเพียงการพยักหน้าเบาๆ เท่านั้น

   "แล้งทำไมนายไม่พาพี่เขาไปส่งก่อนล่ะ?" นัตตี้ที่มีลูกอมคาราเมล 3 เม็ดในปากพูดขึ้น "รู้ก็รู้ว่าพี่เขาตาบอด แถมเหมือนจะมีธุระสำคัญด้วย นายนี่มันใช้ไม่ได้เลยนะ"

  "ม...มันเป็นความผิดฉันงั้นเหรอ?" คูดเดิ้ลยิ้มแห้งๆ ก่อนที่โมลจะพูดแทรกขึ้นมา

   "เอาเถอะ...เล่นกับเพื่อนไปก่อนก็ได้ ผมไม่รีบอยู่แล้ว" เสียงนุ่มๆ ราวกับเทพบุตรกล่าวประโยคที่ทำเอาคูดเดิ้ลเกือบจะกระโดดตัวลอย

   "งั้นพี่โมลรอตรงนี้ก่อนนะครับ ผมจะรีบทำโกลด์ให้เสร็จ แล้วพาพี่ไปส่งให้ได้เลย"

   "นี่นี่ ประเมินพวกฉันต่ำเกินไปรึเปล่าคูดเดิ้ล?" สนิฟเฟิลดันแว่น

   "อาทิตย์ที่แล้วที่แพ้นาย ก็ไม่ได้หมายความว่าอาทิตย์นี้จะแพ้อีกนะ..." นัตตี้ช่วยสนับสนุนเพื่อนซี้เต็มที่

   "ไม่ต้องมาพูดมาก จัดทีมแล้วมาลุยกันเลยดีกว่า" ทูตตี้หักนิ้วดังกรอบ ฟลากี้ที่กลัวจนตัวสั่น ตอนนี้หลบไปอยู่หลังม้านั่งตัวยาวแล้วเรียบร้อย

   การเล่นฟุตบอลของเด็กหนุ่มทั้ง 4 คนดำเนินต่อไปเรื่อยๆ คูดเดิ้ลกับสนิฟเฟิลเป็นตัวยิง ส่วนทูตตี้กับนัตตี้เป็นโกลด์ เด็กหนุ่มผมสีทองครองลูกไดนานอยู่พอควร แต่ก็ยิงเข้าประตูไม่ได้สักที เพราะมีร่างของสนิฟเฟิลคอยเดินตามแทบทุกฝีก้าว การสกัดกันไปสกัดกันมานี้ดำเนินไปเรื่อยๆ นานถึง 2 นาที เสียจนฟลากี้ที่แอบชำเลืองมองมาเล็กน้อยตาลาย

   "น...น่ากลัวจังเลยค่ะ..." เด็กสาวซึ่งเกาะพนักพิงม้านั่งด้านหลังโมลพูดเสียงสั่น ร่างสูงเรือนผมสีม่วงเหมือนจะได้ยินเสียงของเด็กสาว จึงพูดขึ้น

   "สนิฟเฟิลมีช่องว่างตรงหว่างขาด้านซ้ายมือ แต่ดูเหมือนคูดเดิ้ลจะไม่เห็นนะ..." เสียงของ     โมลบ่นเบาๆ แต่ก็พอให้ฟลากี้ที่นั่งอยู่ด้านข้างได้ยิน

   ปึ้ก!!

   "เสร็จล่ะ!!"

 คูดเดิ้ลร้องอย่างดีใจ เมื่อหลบจากการเกาะกุมของสนิฟเฟิลออกมาได้ หนุ่มน้อยเลี้ยงลูกแล้วตรงไปที่โกลด์ของฝ่าย ซึ่งมีนัตตี้ยืนเฝ้าอยู่

   "ฮ่าๆ หวังสูงไปแล้วเจ้าเตี้ยเอ้ย ตราบใดที่ฉันยังเป็นโกลด์อยู่ ก็อย่างหวังว่าจะได้กินหมูเลยเหอะ..." นัตตี้ตะโกน ทำเอาคูดเดิ้ลที่โดนด่าว่าเตี้ยคิ้วกระตุก

   "เฮ้!! นัตตี้ ฉันมีของขวัญมาให้นายด้วย" คูดเดิ้ลล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของตัวเอง ก่อนจะกำลูกอมรสมะนาวไว้ในมือ 3 เม็ด

   "สุขสันต์วันสงกรานต์นะไอ้บ้าขนมหวาน!!"

   พรึ่บ!!

พอสิ้นคำ เด็กหนุ่มก็โปรยลูกอม 3 เม็ดนั้นใส่หน้านัตตี้ คนหัวเขียวกระโดดเข้าไปรับอย่างรวดเร็ว จนลืมเรื่องโกลด์ไปเสียสนิท และทันใดนั้นเอง..

   ตุบ...ตุบ...

เสียงลูกบอลกระทบกับพื้นหญ้าเบาๆ ดังขึ้นในจิตใต้สำนึกของนัตตี้ที่กำลังคว้าลูกอมบนพื้นอย่างเอาเป็นเอาตาย เด็กหนุ่มตาสองสีหันกลับไปมองที่โกลด์ของตนเอง ก็ถึงกับหน้าซีด สนิฟเฟิลอ้าปากหวอ เด็กหนุ่มผมสีฟ้าใส่แว่นรีบวิ่งเข้าไปทางนัตตี้ แล้วคว้าคอเสื้อของเพื่อนสนิทขึ้นมาไว้ในมืออย่างรวดเร็ว นัตตี้ที่ตัวเล็กกว่าลอยขึ้นมาทันที

   "บ้าเอ้ย!! นายนี่มีอะไรในสมองมากกว่าขนมหวานบ้างมั้ยเนี่ย?" สนิฟเฟิลบ่น "นายก็ด้วยนะคูดเดิ้ล เล่นแบบนี้มันผิดกติกาไม่ใช่รึไง?!"

   สนิฟเฟิลหันไปทางคูดเดิ้ลที่กำลังยืนแปะมืออยู่กับทูตตี้อย่างสะใจด้วยสายตาราวกับจะเฉือนเนื้ออีกฝ่ายไปย่างกินเสียให้ได้

   "ไม่เห็นมีใครบอกนี่ ว่าห้ามใช้ขนมหวานในระหว่างการแข่งขัน"

   "โธ่...ไม่เอาๆ งั้นเลิกเล่นดีกว่า ขี้โกงแต่ต้นเกมเลยนะ" นัตตี้พูด

   "เฮ้! เลิกจริงอ่ะ ล้อเล่นน่าล้อเล่น มาเล่นกันก่อนดิ" คูดเดิ้ลหัวเราะร่วนจนน้ำตาคลอกับความขี้งอนของเพื่อน

   "ไม่ใช่อะไรหรอก ก่อนเล่นเมื่อกี้แม่ฉันโทรมาบอกให้เลิกก่อน 5 โมงเย็นเพราะจะพาไปตัดแว่นใหม่ แต่ลืมบอกพวกนาย ยังไงตอนนี้ก็ต้องเลิกอยู่ดีล่ะ" เขายกนาฬิกาขึ้นมอง "ตอนนี้ก็ 4 โมงกว่าแล้วด้วย"

   "อ้อใช่! แล้วฉันก็ต้องไปหาหมอฟันด้วย" นัตตี้ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

   "หมอฟัน? นายเนี่ยนะ?" ทูตตี้ที่มีพ่อเป็นหมอฟันเอียงคอถาม "ฉันว่า มาหาทุกวันก็ไม่ช่วยให้อาการบ้าขนมหวานของนายลดลงหรอกมั้ง"

   "ช่างเหอะน่า เอาเป็นว่ากลับก่อนแล้วกันนะ แต่พรุ่งนี้ฉันไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่" สนิฟเฟิลตะโกนสวนลมมา ก่อนจะเตะบอลส่งกลับไปให้คูดเดิ้ล ซึ่งร่างเล็กก็สกัดรับบอลไว้ได้อย่างสวยงาม

   "พวกนั้นไปกันแล้ว ฉันคงไม่มีความหมายจะต้องอยู่ต่อแล้วล่ะมั้ง" ทูตตี้ยักไหล่ เด็กหนุ่มเดินไปหยิบกระเป๋าของตัวเองมาพาดไหล่ "งั้นไปก่อนนะคูด..."

   "เอ่อ...ฉันไปส่งมั้ย?..."

   ทูตตี้มองร่างเล็กที่ยืนทำตาแป๋วอยู่ด้านหน้าเขา เด็กหนุ่มผมสีอะเมทิสต์ครางออกมาเบาๆ ด้วยความงุนงง "ห...หา?"

   "อ...เอ่อ...คือ...มัน..." คูดเด้ลที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไปเลิ่กลั่กเล็กน้อย ใบหน้าน่ารักขึ้นสีแดงออกมาจางๆ ทูตตี้เห็นแบบนั้นก็ยิ้มรับ

   "ไม่เป็นไรน่า ฉันกลับเองได้ มีฟลากี้ด้วยทั้งคน"

   "งั้นไปส่งแค่หน้าสวนสาธารณะนี่ก็ได้" คูดเดิ้ลไม่ยอมแพ้

   "ก็ได้ๆ งั้นไปกัน ฟลากี้!!"

ทูตตี้หันไปตะโกนเรียกเด็กสาวเรือนผมสีแดงที่มัวแต่สุ่นวายกับการเก็บของลงกระเป๋า เธอขานรับกลับไป ก่อนจะวิ่งมายืนข้างๆ เด็กหนุ่ม 2 คนที่รออยู่ "ข...ขอโทษที่ช้าค่ะ.."

   "ไม่เป็นไร ไปกันเถอะ"

ทั้ง 3 เดินลิ่วมาเรื่อยๆ ท้องฟ้ายามเช้าที่เคยเป็นสีฟ้าครามจากแสงแดด ตอนนี้เริ่มมืดล้ำลงเรื่อยๆ ดวงอาทิตย์ลอยต่ำลงสู่พื้นดิน ก้อนเมฆสีขาวถูกสีของรัตติกาลย้อมจนกลายเป็นสีคล้ำ คูดเดิ้ลเดินมาส่งเพื่อนหนุ่มและเพื่อนสาวร่วมห้องจนถึงหน้าสวนสาธารณะจึงหยุดเดินแล้วโบกมือลา

   "กลับบ้านดีๆ นะ แล้วก็ฝันดีด้วย" ร่างเล็กพูด ฟลากี้ที่เดินนำทูตตี้ไปเล็กน้อยหันมาโบกมือให้ ก่อนหันกลับไปเดินต่อ แต่ทูตตี้กลับเดินเข้ามาคว้ามือของเด็กหนุ่มไปจับไว้ แล้วก้มลงนาบริมฝีปากกับแก้มของร่างเล็กอย่างแผ่วเบา ทำเอาคูดเดิ้ลที่ยังไม่ได้ตั้งตัวหน้าแดงผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ

   "ฝันดีนะ..." ทูตตี้ยิ้ม แล้วยกข้อมือบางมาจูบลงที่ปลายนิ้วอีกครั้ง คูดเดิ้ลหน้าแดงหนักเสียจนเหมือนจะระเบิด หนุ่มน้อยตวาดกลับไปทันที

   "ถ...ถ้ามีคนมาเห็นจะทำไง!!"

   "ไม่มีหรอกน่า" ทูตตี้ยิ้มแป้น "พี่โมลก็ตาบอดไม่ใช่เหรอ เขาไม่เห็นหรอกว่าเราทำอะไรกัน งั้น...ไปนะ"

   ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีม่วงเดินตามร่างเล็กของเด็กสาวไปเรื่อยๆ ทิ้งให้คูดเดิ้ลยืนลูบแก้มตัวเองอยู่ที่เดิม

 

   โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า การกระทำเมื่อกี้นี้ของเขา มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมาอย่างไม่วางตา...

 

*** to be continued in part 2 ***

ต๊าย!! นี่ฉันทำอะไรลงไป!!//เงิบ

มีคนรีเควสขอคู่ mole x cuddle จู่ๆ ก็ลามไปเป็น thooty x cuddle ไปได้ -___-;

เอ่อ...อย่ามาหวังอะไรกับอีนี่มากนะคะ คือมันไปตามอารมณ์จิ้นล้วนๆ แหะๆ

แล้วก็ขอโทษที่ดองนานมาก (ที่จริงก็ขอโทษทุกเรื่องนั่นแหละ) ที่จริงไม่ได้แต่งช้าสมองตันหรือขี้เกียหรอกค่ะ แต่แบบว่า...ที่บ้านเขาไม่มีเน็ตอ่ะ แหะๆ#เซาะกราวแท้

ไม่ต้องห่วงฮะ ถ้าเป็นอะไรวายๆ ล่ะก็ ไม่ดองแน่นอน//โดนสาวก normal ตบดิ้น

งั้นเจอกันพาร์ทหน้าครับผม//ถอดหมวกโค้งคำนับ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #31 l3oss_it (@suchanee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2556 / 01:09
    โฮ๊ยน่ารักโดนใจจังเลย อ่ะแอบเอนเอียงไปจากคู่หลักอย่างโมลกับคูดเดิ้ลคุงซะแล้วจิเนี่ยะ
    #31
    0
  2. วันที่ 13 มีนาคม 2556 / 11:31
    อัพพพพพพพ
    #12
    0