::|[รวม Fic Happy Tree Friend (yaoi)]|::

ตอนที่ 6 : Special:{all x cuddles} 4 Guard_chapter4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 579
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 ธ.ค. 55

Chapter 4:

   ผมเดินออกมาจากลิฟต์ด้วยท่าทีที่ไม่เป็นตัวของตัวเองเอาซะเลย ใจของผมเต้นดังจนแทบกลัวว่ามันจะทะลุออกมาเต้นนอกอก หน้าผมก็แดงอย่างกับคนเป็นไข้ ในหัวสมองก็มีแต่เรื่องที่ตัวเองโดนทำมิดีมิร้ายลอยวนว่อนเต็มไปหมดทั้งหัว คงไม่มีอะไรมาหยุดความคิดฟุ้งซ่านของผมในตอนนี้ได้แล้วล่ะ....

   "คูดเดิ้ลคุง!!"

เสียงหวานใสราวกับถูกส่งมาจากสวรรค์ดังขึ้นจากที่ไกลๆ ผมมองตามเสียงทั้งๆ ที่หน้ายังไม่หายแดง ก็พบกิ๊กเกิ้ลจัง ยืนโบกมือไหวๆ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล โดยมีน้าเคเลนยืนอยู่ด้านหลัง

   นี่แหละครับ...นางฟ้าที่มาหยุดความคิดฟุ้งซ่านของผมให้หยุดลง

   "อรุณสวัสดิ์จ้ะ" พอผมเดินเข้าไปหาร่างบางที่ยืนรออยู่ น้ำเสียงหวานๆ ก็ทักผมทันที ยิ่งทำให้ผมที่หน้าแดงอยู่แล้ว แดงหนักเข้าไปใหญ่

   "อ...อรุณสวัสดิ์ครับ..."

   "เป็นไงบ้างจ้ะคูดเดิ้ล เมื่อคืนนี้นอนสบายมั้ย?" น้าเคเลนถามผม ซึ่งผมก็พยักหน้ารับน้อยๆ แทนคำตอบ

   "ไหนๆ ก็เจอตัวแล้ว เราไปกินของหวานกันหน่อยดีมั้ย?" กิ๊กเกิ้ลถามผม

   "อ...เอาสิ แล้วน้าเคเลนล่ะครับ?" ผมหันไปยิ้มให้กิ๊กเกิ้ล ก่อนเงยหน้ามองน้าเคเลน

   "น้าจะเข้างานแล้วล่ะจ้ะ พวกหนูก็ไปเที่ยวเล่นกันก่อนแล้วกัน แต่อย่าพาคูดเดิ้ลคุงออกนอกบริษัทนะกิ๊กเกิ้ล"

   "ค่าๆ" กิ๊กเกิ้ลบุ้ยปากนิดๆ พอได้ยินเรื่องที่น้าเคเลนพูด

   "งั้นน้าไปก่อนนะจ้ะ..."

น้าเคเลนเดินเข้าไปในสำนักงานแล้ว ทิ้งให้ผมยืนคู่กับกิ๊กเกิ้ลจังเพียงลำพังอยู่หน้าประตูทางเข้าบริษัท

   "พี่ไปแล้ว เราเองก็ไปกินของว่างกันเถอะคูดเดิ้ลคุง" กิ๊กเกิ้ลพูด ก่อนจะกอดแขนผมแน่น แล้วเราสองคนก็เดินไปทางโรงอาหารเมื่อวานนี้อีกครั้ง

........................................

........................................

........................................

   -ขณะเดียวกัน-

   "2 คนนั้นหายไปไหนครับเนี่ย"

เสียงนุ่มๆ ของฟลิปปี้กล่าวตะคอกอย่างหัวเสียนิดๆ เขาลุกพรวดขึ้นมาจากโต๊ะกินข้าวในโรงอาหารชั้นพิเศษ ที่จัดเตรียมไว้ให้พนักงานชั้นสูง โดยที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมีร่างของโมลนั่งจิบชารออยู่อย่างเงียบๆ ตอนนี้ ชายหนุ่มไม่มีแว่นดำกำบัง เผยให้เห็นนัยน์ตาสีฟ้าสวย ที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนตาบอดสักนิด

   "นี่จะ 11 โมงแล้ว ไหนบอกว่าจะมาก่อน 10 โมงครึ่งไงครับ!!!" ฟลิปปี้บ่นไปพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองเกือบจะทุกๆ 1 นาที

   "ใจเย็นๆ น่าฟลิปปี้" น้ำเสียงหวานเหมือนหญิงสาวของโมลดังขึ้น เขาวางถ้วยชาลง ก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อนร่วมงานที่นั่งหัวเสียอยู่ฝั่งตรงข้าม "เดี๋ยวก็มาเองนั่นแหละ ถ้าเป็นลัมพ์ปี้ฉันก็มั่นใจได้นะ แต่สเปลนดิดนี่..."

   "หมอนั่นอย่าไปหวังอะไรมากเลยครับคุณโมล!!" ฟลิปปี้พูดแทรกอย่างมั่นใจ "ขนาดขึ้นรถเมล์ยังตกไป 2 สายเลย นับประสาอะไรกับนัดของเพื่อร่วมงานล่ะครับ!?"

  "นินทาอะไรพวกฉันอยู่งั้นเหรอ? พ่อหมีขี้โมโห"

ยังไม่ทันที่ฟลิปปี้จะสาธยายจบในทันที เสียกวนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสเปลนดิด ก็ลอยมากระทบโสตประสาทการได้ยินของฟลิปปี้ ชายหนุ่มทั้ง 2 หันไปตามต้นเสียง ก็พบร่างของสเปลนดิดในคราบการปลอมตัวเป็นนักข่าว เดินมาพร้อมกับลัมพ์ปี้ที่ยังอยู่ในชุดพนักงานเสริฟของว่าง

   "มาซะทีนะครับ" ฟลิปปี้ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจ

   "อืม สายัณห์สวัสดิ์นะ โมล ฟลิปปี้" ลัมพ์ปี้เอ่ยทัก

   เมื่อทั้ง 4 คนจัดแจงที่นั่งลงกันเรียบร้อยแล้ว โมลก็เริ่มเอ่ยปากถาม 2 คนที่เพิ่งมาถึงทันที

   "เจอนายน้อยรึเปล่า?"

   "เจอสิ!! เจออย่างถึงเนื้อถึงตัวเลยล่ะ หึหึ" สเปลนดิดยิ้มเจ้าเล่ห์ พอพูดจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงใบหน้าน่ารักยามขวยเขินเพราะโดนพรากบริสุทธิ์ รสหวานของลำคอขาวผ่อง กับเสียงครางน้อยๆ ที่แสนจะน่ารังแก ทำเอาเขาอดใจไม่ไหว จนเกือบจะจับเจ้านายตนเองกดในลิฟต์จากที่อ่านมาอาจจะนึกว่าสเปลนดิดมองไม่เห็นอะไรนอกจากแต่ความมืด แต่ที่จริงแล้วตรงกันข้ามทั้งหมด ชายหนุ่มร่างสูงมองเห็นทุกอย่าง ตั้งแต่ตอนที่ลิฟต์ค้างแล้วด้วยซ้ำ

   "แล้วคุณลัมพ์ปี้ล่ะครับ?" ฟลิปปี้หันไปถามคนที่อายุมากสุดในกลุ่มบ้าง ซึ่งลัมพ์ปี้ก็ไม่ได้ตอบอะไรมาก นอกจากพยักหน้ายิ้มๆ

   เขาเองก็แอบคิดเคลิ้มแบบสเปลนดิดไม่ได้ จูบแรกที่เพิ่งขโมยมาจากหนุ่มน้อยตั้งแต่ตอนนั้น จนถึงบัดนี้ รสหวานซ่านก็ยังไม่จางหายไปจากโพรงปากของเขาเลย ไม่รู้ว่ามันหวานเพราะเค้ก หรือเพราะริมฝีปากบางๆ ของอีกฝ่ายกันแน่ แต่จะเพราะอะไรก็ช่าง เขาเริ่มอยากจะทำอะไรกับคูดเดิ้ลมากกว่านี้ตั้งแต่ตอนที่ได้สัมผัสใบหน้าขาวเนียนนั่นแล้ว

   "จริงเหรอ น่าอิจฉาจังที่พวกนาย 2 คนได้ไป" ฟลิปปี้พูดงอนๆ

   พวกเขาทั้ง 4 ใช้วิธีการจับฉลากเลือกตัวแทนไปแอบส่องดูคูดเดิ้ลกันเพียงแค่ 2 คน และแน่นอนว่า สเปลนดิดกับลัมพ์ปี้ได้เป็นตัวแทน ทั้งโมลและฟลิปปี้ จังได้แต่นั่งม่อยรออยู่ที่ห้องพักเท่านั้น แต่ก็สัญญากันไว้แล้วว่าจะมานัดคุยกันถึงเรื่องนายน้อยที่พวกเขาต้องปกป้อง ในตอน 10 โมงครึ่ง ที่โรงอาหารแห่งนี้ แต่คนอย่างสเปลนดิดก็ไม่วายมาสายจนได้

   "เป็นยังไงบ้างเหรอครับ?" ฟลิปปี้ถามอย่างตื่นเต้น เขาเองก็ได้เห็นเจ้านายคนใหม่แค่ในรูปถ่ายที่คุณลอรี่ให้มา อยากลองเห็นตัวเป็นๆ ดูบ้างสักครั้ง

   "ธรรมดามาก หน้าจืดสุดๆ ยิ่งกว่าในรูปซะอีก ฉันว่ามีหวังนายไม่ชอบขี้หน้าแหงๆ " สเปลนดิดทำหน้าเหยเก และแอบปล่อยคำโกหกออกไปคำโต จนลัมพ์ปี้ที่นั่งอยู่ด้านข้างเริ่มงง ว่าเขากับเพื่อร่วมงานคนนี้ไปหานายน้อยคนเดียวกันรึเปล่า? เพราะคูดเดิ้ลที่เขาเจอ เป็นหนุ่มน้อยหน้าตาโมเอะน่าถนุถนอม ไม่ใช่หน้าจืด??

   "อย่ามาโกหกไปหน่อยเลยสเปลนดิด" ลัมพ์ปี้ใช้ศอกกระแทกไหล่อีกฝ่ายเบาๆ ทำให้ สเปลนดิดที่โดนจับไต๋ได้แอบแขวะอีกฝ่ายอยู่ในใจ

   "ก็ถือว่าน่ารักดีน่ะ ฉันว่าตัวจริงก็ดูดีกว่าในรูปน่ะนะ" ลัมพ์ปี้บอก

   "จริงเหรอครับ!!! ผมอยากไปบ้างจัง" ฟลิปปี้เสียดาย ส่วนโมลก็ได้แต่นั่งนิ่งไม่พูดอะไร ได้แต่ยกถ้วยชามาจิบไปพลาง

   "รอวันมะรืนนี้แล้วกันนะ" ลัมพ์ปี้ปลอบ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของสเปลนดิดจะดังขึ้น

   กริ๊ง กริ๊ง ฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ รับโทรศัพท์ด้วยคร้าบบ กริ๊ง กริ๊ง...

  ตู้ด!!

   "ฮัลโหล...." สเปลนดิดกดรับสายแล้วนำมือถือมาแนบหูทันที โดยไม่สนใจแม้กระทั่งสายตารอบข้างที่มองมา ไม่ใช่แค่เพื่อน 3 คนของเขา แต่มันทั้งโรงอาหารเนี่ยสิ!!\\\\

   "ยังไม่เปลี่ยนเสียงเรียกเข้าอีกเหรอครับเนี่ย..."ฟลิปปี้กุมขมับหน้าแดงด้วยความอาย แต่ สเปลนดิดไม่สนใจ

   "หืม? มีอะไรเหรอ.....อ๋อ....ได้ๆ....งั้นเดี๋ยวพี่ไปนะ..."

เสียงตอบรับของสเปลนดิดที่มีเพียงแค่ไม่กี่ประโยคดังขึ้น ทำให้เพื่อนร่วมงานหันไปถามด้วยสายตา

   "ใครเหรอ" ลัมพ์ปี้ถามเป็นคนแรก

   "น้องสาวผมน่ะครับ บอกว่าให้ไปหาที่โรงอาหารชั้นล่างสุด เพราะว่าจะแนะนำเพื่อในใหม่ให้รู้จัก"

   "หืม? แค่เพื่อนใหม่เอง นายถึงกับต้องถ่อตัวไปออกงานสังคมนิยมเพื่อนของน้องสาวเลยเหรอเนี่ย?" ฟลิปปี้แซว สเปลนดิดพยักหน้ารับอย่างเวทนาตนเอง

   "งั้นฉันขอตัวก่อนนะ ไว้เจอกันมื้อเย็นแล้วกัน"

สเปลนดิดลุกออกไปจากโต๊ะกินข้าวประจำ โดยไม่ลืมที่จะฉวยหยิบหนังสือพิมพ์ไปเป็นฉากบังหน้านักข่าวด้วย

.....................................

.....................................

.....................................

CUDDLES TALK
 

กิ๊กเกิ้ลจังกดวางโทรศัพท์มือถือของตนเองลง ก่อนจะหันมายิ้มให้ผมนิดๆ

   "เดี๋ยวก็มาแล้วล่ะจ้ะ รออีกแปปนะ"

   "ค...ครับ..."

   ผมสะอึกนิดๆ ด้วยฤทธิ์ความน่ารักของรอยยิ้มนั่น เมื่อกี้นี้ระหว่างที่กำลังกินพาร์เฟ่ต์ช็อกโกแล็ตกันอยู่นั้น กิ๊กเกิ้ลก็คุยเกี่ยวกับเรื่องของพี่ชายเธอ ที่เป็นนักข่าวประจำสำนักงานนี้ ผมเองก็นั่งกินไปฟังไปอย่างตั้งใจ จนกระทั่งผมเผลอพูดว่าอยากเจอพี่ชายของกิ๊กเกิ้ลขึ้นมา อีกฝ่ายเลยจัดแจงกดโทรศัพท์โทรบอกโอนี่ซังของตนเองให้มาหาผมเรียบร้อย ถึงจะถามว่าพี่เขาจะว่างมารึเปล่าก็เหอะ แต่เธอก็ยังยืนยันต่อไปเรื่อยๆ จนผมต้องยอมแพ้

  "พาร์เฟ่ต์อร่อยมั้ยคูดเดิ้ลคุง? ดูท่าทางเธอจะชอบของหวานนะ" กิ๊กเกิ้ลจังยิ้มให้ผม

   "อืม...ผมชอบของหวานมากเลยล่ะ" ผมตอบยิ้มๆ ลืมบอกไปว่าพาร์เฟ่ต์ถ้วยนี้เป็นถ้วยที่ 3 แล้วนะครับ

   "อ๊ะ! นั่นไง พี่ชายฉันมาแล้วล่ะ พี่ค้า!!"

กิ๊กเกิ้ลจังตะโกนเรียกคนที่เดินมาด้านหลังผม พลางโบกมือไหวๆ ไปมา พอผมหันไปมอง ก็พบกับ....

   "พ...พี่ชายนักข่าว!!"

ผมรีบหันหน้ามาจดจ่อกับพาร์เฟ่ต์บนโต๊ะต่อทันที โดยไม่สนใจแม้กระทั่งสายตาที่ส่งมาเป็นเชิงถามจากกิ๊กเกิ้ลจังที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

   "ว่าไงกิ๊กเกิ้ล หืม? แล้วนั่นคือ.." พี่ชายนักข่าวเดินเข้ามาทางโต๊ะของเราใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าที่เยื่องกรายมาอย่างเงียบเชียบนั้น ทำเอาผมต้องหยิบฮูดหูกระต่ายสีเหลืองที่ร้อยวันพันปีไม่คิดว่าจะใส่มาสวมหัวทันที

   "นี่แหละค่ะ คูดเดิ้ลคุง ที่หนูจะแนะนำให้พี่รู้จัก เขาบอกว่าอยากเจอพี่ด้วยน่ะคะ หนูเลยต้องโทรเรียกพี่มาที่นี่" กิ๊กเกิ้ลจังยิ้ม ผิดกับผมที่ตอนนี้ก้มหน้าซ่อนแก้มแดงแจ๋ของตัวเองไว้ใต้เงาฮูด จะลุกไปไหนก็ไม่ได้ เพราะกลัวว่าจะโดนกิ๊กเกิ้ลมองว่าผมเป็นเด็กไร้มารยาท อ้าก!! ทำไงดีๆ

   "อ้าว! น้องคนนี้นี่เอง" พี่ชายนักข่าวอุทานอย่างดีใจ แต่ผมของยืนยันได้เลยว่านั่นมันเป็นคำหลอกลวงอย่างที่สุด สักพัก พี่เขาก็ยื่นหน้าลงมาจนริมฝีปากเกือบจะชนกับใบหูผม "เจอกันอีกแล้วนะ...."  

   ฉ่า....

หน้าผมที่แดงอยู่แล้วกับแดงเข้าไปอีก มันร้อนเสียจนประมาณว่า ถ้าเอาไข่สดๆ มาตอกใส่หน้าผมล่ะก็ ทำไข่ดาวกินได้เลยอ่ะ =_=^^

   "อ้าว? รู้จักกันมาก่อนแล้วเหรอคะพี่?" กิ๊กเกิ้ลจังตกใจ

   "อืม พอดีว่าเจอกันในลิฟต์เมื่อเช้านี้น่ะ" พี่ชายเงยหน้าขึ้น ก่อนจะผ่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ ผม ทำเอาผมขยับตัวหนีแทบไม่ทัน

   "เป็นอะไรไปเหรอคูดเดิ้ลคุง?" กิ๊กเกิ้ลจังถามผมด้วยสายตาเป็นห่วง ถ้าเป็นเวลาปกติ ผมก็คงจะละลายตายไปตรงนั้น แต่ตอนนี้มันไม่ใช่น่ะเซ่!!

   "ป...เปล่าหรอกครับ คือ...ผมจะเอาพาร์เฟ่ต์เพิ่มน่ะ เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ.."

พอหาข้ออ้างหลีกหนีจากร่างสูงที่นั่งอยู่ด้านข้างได้แล้ว ผมก็รับลุกขึ้นจะเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ขนมหวานอีกรอบทันที แต่ก็โดนมือหนาๆ คว้าข้อมือไว้ก่อน

   หมับ!!

   "ไม่เป็นไรหรอก พี่ว่าไว้แล้วว่ากิ๊กเกิ้ลจะต้องสั่งพาร์เฟ่ต์มากิน พี่เลยซื้อมาให้ 2 ถ้วยจากข้างนอกแล้วน่ะ" พี่เขาชูพาร์เฟ่ต์ช็อกโกแล็ต 2 แก้วปิดฝาพลาสติกอย่างเรียบร้อย ในมือให้ผมดูอย่างจะๆ ตา "ถ้าไม่รังเกียจก็เอาไปสิ"

   "เอ่อ...ไม่เป็นไรครับคือ..ผม..."

   "ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า..."

ไม่ได้เกรงใจเลยครับเฮีย!!! ผมกลัวเฮียจะใส่อะไรที่มีมากกว่าวิปครีม หรือว่าช็อกโกแล็ตลงไปในถ้วยนั่นต่างหาก ซึ่งถ้าเป็นงั้นจริง....ผมคงโดนพรากเวอร์จิ้นไปอีกรอบแหงๆ เอ่อ...นี่ผมจะคิดเข้าข้างตัวเองมากไปรึเปล่าเนี่ย?

   "กินสิคูดเดิ้ลคุง พาร์เฟ่ต์เจ้านี่อร่อยกว่าที่โรงอาหารนี่อีกนะ" กิ๊กเกิ้ลจังคะยั้นคะยอ ทำเอาผมต้องยอมแพ้

   "ก...ก็ได้ครับ" ที่กินนี่เพราะว่าเห็นแก่กิ๊กเกิ้ลจังหรอกนะครับเฮีย

   "พี่รู้จักคูดเดิ้ลคุงได้ยังไงเหรอคะ?" ระหว่างที่ผมเริ่มเปิดฝาพาร์เฟต์ออก กิ๊กเกิ้ลจังก็เรียกร่างที่นั่งอยู่ด้านข้างผมไปซักถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

   "ก็....พอดีพี่กำลังจะเอาต้นฉบับไปส่งที่ชั้นแรก พอเดินเข้ามาก็เจอกันในลิฟต์น่ะ แถมพอดีว่าไฟโดนตัดพอดี ลิฟต์เลยค้าง พี่กับเขาก็เลย..."

   "โห!! พาร์เฟ่ต์ร้านนี้อร่อยจริงๆ ด้วยครับ!!! สุดยอดไปเลย"

ก่อนที่พี่เขาจะเล่าไปถึงฉากอย่างว่า ผมก็รีบโพล่งขึ้นมาเพื่อขัดจังหวะการสนทนา ก่อนจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วก้มหน้าก้มตาตักคำต่อไปเข้าปาก

   "ถ...ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ เลยนะจ้ะ" กิ๊กเกิ้ลจังยิ้มแห้งๆ ก่อนหันไปทางพี่ชายนักข่าวอีกที "แล้วก็เลยรู้จักกันงั้นเหรอคะ? บังเอิญจังเลยนะคะ"  

   "อืม...บังเอิญมากเลย"

   "อ๊ะ! จริงสิ ยังไม่ได้บอกชื่อพี่ให้คูดเดิ้ลคุงรู้เลยนี่นา คูดเดิ้ลจ้ะ รู้จักฮีโร่ลึกลับที่ชื่อ 'สเปลนดิด'มั้ยจ้ะ?"

   กิ๊กเกิ้ลชะโงกหน้าเข้ามาทางผมนิดๆ ก่อนจะเอ่ปยากถาม ฮีโร่ที่ว่านั่น คือชายหนุ่มลึกลับ ที่คอยช่วยเหลือตำรวจอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ แต่ก็ไม่เคยมีใครได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาสักคน รู้แค่ว่า เขามีผมสีน้ำเงินซีด กับผ้าปิดตาสีแดงเท่านั้น ซึ่งผมเองก็เป็น 1 ในแฟนคลับของสเปลนดิดเช่นกัน ข่าวช่องไหนออกเรื่องนี้ผมก็เป็นต้องวิ่งแจ้นไปหน้าทีสีทุกทีไป

   "รู้จักสิ ผมน่ะชอบเขามากเลยล่ะ ว่าแต่...ทำไมเหรอ?"

   "ก็พี่น่ะ ชื่อเหมือนสเปลนดิดเปี๊ยบเลยน่ะสิ" สาวน้อยหัวเราะ

   "เอ๋? จ...จริงเหรอครับ.."

ผมวางช้อนพาร์เฟ่ต์ลง ก่อนหันไปทางร่างสูงที่นั่งยิ้มอยู่ด้านข้าง ด้วยสายตาซักถาม "หรือว่า พี่สเปลนดิดก็เป็นแฟนคลับฮีโร่สเปลนดิดเหมือนกัน..."

   "อ๋อ ไม่ใช่หรอก ก็แค่บังเอิญล่ะมั้ง แม่พี่ก็ตั้งไปอย่างนั้นแหละ ถ้าจะเผลอไปตรงกับชื่อฮีโร่เข้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่นา" พี่เขาหัวเราะ "นี่ก็ใกล้เวลางานพาร์ทไทม์แล้วด้วย พี่ไปก่นนะกิ๊กเกิ้ล คูดเดิ้ลคุง"

   พอพูดจบ พี่เขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอิ้ ก่อนจะโบกมือให้เรา 2 คนนิดๆ ผมยิ้มตอบ ตอนนี้ผมรู้สึกไม่กลัวพี่เขาแล้วล่ะ ก็แหม....เล่นชื่อเหมือนกับไอดอลของผมอย่างกับแกะแบบนั้น ผมกลัวไม่ลงหรอกครับ

   "พี่สเปลนดิดเป็นพี่ชายที่อยู่ข้างบ้านฉันน่ะจ้ะ ตอนที่ฉันยังไม่รู้ว่าพี่เคเลนทำงานที่นี่ ฉันก็ชอบไปเล่นบ้านพี่เขาบ่อยๆ แต่ตอนนี้พี่สเปลนดิดต้องมาทำงานที่นี่ พี่เคเลนกลัวฉันจะเหงาที่อยู่บ้านคนเดียว เลยยอมบอกน่ะจ้ะ ว่าทำงานอยู่ที่ R.I.C. แห่งนี้"

   "เหรอครับ...."

  "จริงสิ! แล้วคูดเดิ้ลคุงรู้ได้ยังไงเหรอว่าแม่ทำงานอยู่ที่นี่"

ผมสะอึกนิดๆ พอเจอคำถามนี้เข้าไป ก่อนจะใช้ช้อนพลาสติกคนพาร์เฟ่ต์ในถ้วยไปมา จนมันเกือบเละ จะให้บอกว่า"โดนลัทธิหมาป่าเห็นเข้า เลยต้องมาหลบภัยที่นี่โดยมีองครักษ์ทั้ง 4 (ที่ยังไม่เคยเห็นหน้า)คอยปกป้อง" งั้นเหรอ? แบบนั้นใครจะไปเชื่อล่ะ

   "เอ่อ....ผมแค่ลองถามแม่ดูน่ะครับ ว่าทำงานที่ไหน" ผมสร้างเรื่อง

   "งั้นเหรอ? ง่ายจังเลยนะ เพราะฉันนึกว่าพี่เคเลนไปทำงานขายก๋วยเตี๋ยวละมั้ง เลยไม่กล้าถาม ฮ่าๆๆ" กิ๊กเกิ้ลจังหัวเราะอีกรอบก่อนจะยกน้ำส้มคั้นขึ้นมาดื่ม

   เหอๆ ถ้าแม่ผมได้ไปขายก๋วยเตี๋ยวบ้างก็ดีสิ อย่างน้อยก็ดีกว่ารับจ็อบเป็นหัวหน้ากลุ่มต่อต้านลัทธิหมาป่าที่แสนอันตรายแบบนี้ล่ะนะ...

 

*** to be continued ***

_____________________________________________________________________________________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #29 l3oss_it (@suchanee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2556 / 00:35
    เออ.....เซียนซังอวยสเปนดิดกับคูดเดิ้ลรึเปล่าเนี่ยะ ไหงมีแค่หมอนนี้ที่ได้ภาษีดีกว่าฟลิบปี้หนูตั้งเยอะขนาดนี้เนี่ยะ
    คาดเเดาว่าคูดเดิ้ลคุงคงโดนแกล้งโดนบอร์ดี้การ์ดหนักแหงๆ
    #29
    0