ใครเป็นภรรยาแกฟะ (Yaoi)

ตอนที่ 74 : ตอนที่ 54.4 = ตัวอันตราย....โรคกลัวผู้ชาย (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    27 มิ.ย. 52

ตอนที่ 54.4

 

 

 

 

            ...หากเรากลับมาอีกครั้ง เราจะไม่มีทางปล่อยนายไปอีกเป็นครั้งที่ 2 ไม่ว่าตอนนี้นายจะเป็นของใคร  แต่จงจำเอาไว้นะริว นายเป็นของเรา ของเราคนเดียวเท่านั้น....

 

 

                ไอ้ริวได้แต่อึ้งอยู่กับที่ หลังจากทุกประโยคทุกคำที่อิตรีเอ่ยมานั้น ทะลุเข้ามาในโสตประสาทหูผมอย่ากับเจอใครตะโกนใส่หู ทั้งๆที่น้ำเสียงที่อิตรีใช้กับผม มันเป็นแค่เสียงกระซิบราวกับสายลมเท่านั้น

 

                นี่ผม ไม่สามารถที่จะหนีจากมันได้งั้นเหรอครับ

 

 

                หนีจากคนที่ผมเกลียดที่สุด.....

 

 

 

                ผลักกกกกกกก!!!!!!!!!!

 

 

            แต่ก่อนที่ผมจะช็อคหนักไปกว่านี้ จู่ๆก็มีเสียงอะไรซักอย่างดังขึ้นครับ เสียงเหมือนกับของอะไรหนักกระทบกับอะไรซักอย่าง ถ้ามันเป็นเสียงเบาๆ ผมอาจจะไม่สนใจ เพราะอยู่ในอารมณ์เกินที่จะสนใจอย่างอื่น แต่เสียงที่ผมได้ยินอ่ะ มันเป็นเสียงดังมาก มากพอที่จะทำให้ผมหลุดจากภวังค์

 

                ทีนี้ล่ะครับ ไอ้ริวรีบสะบัดหน้าไปดูเหตุการณ์ทุกอย่าง และก็ต้องตกใจรอบที่ 10 ของวัน เมื่อเห็นภาพที่ทำให้สะใจขึ้นมาเล็กๆ (?)

 

                ทำไมซะอีกล่ะครับ ภาพที่ผมเห็นหลังจากที่หันไปมองเพราะสงสัยว่า ไอ้เสียงหนักๆเมื่อกี้คือเสียงอะไร พอเห็นเข้า ไอ้ริวก็ตะลึงงึนงันไปชั่วขณะครับ มันเป็นอะไรที่ เอื่ม....

 

                ภาพที่ว่า ก็คือภาพไอ้ราฟที่สวมวิญญาณ จา พนม กระโดดเข่าใส่อิตรีซะเต็มหน้าเลย *[]*||| เฮ้ยยยยย!!!!

 

                เฮ้ยยยยย!!! จา พนม เอ๊ย! ไม่ใช่ ทำเอี้ยไรของมึงน่ะไอ้ราฟ ไปเข่าลอยใส่น้องเขาทำม๊ายยยยเสียงพี่ฝนผู้เป็นกรรมการภาคสนามของกีฬาฟุตซอลพนันตังค์ดังขึ้น พร้อมกับพวกขาโจ๋แต่ไม่แจ๋วทั้งหลาย พากันมุงดูมวยที่กำลังจะขึ้นชกเหมือนเวทีมวยราชดำเนิน (ม่ายช่ายยยย!!!) และพวกบรรดาแก๊งค์ Demon ที่เพิ่งรู้สติว่าเพื่อนหรือรุ่นพี่ในกลุ่มกำลังอัดคน ก็เข้ามาดึงไอ้ราฟไว้ ก่อนที่มันจะฒาตกรรมอิตรีซะ

 

                ส่วนไอ้ราฟนี่ มันไม่สนเสียงของบรรดาขาโจ๋ทั้งหลายที่เข้ามาห้าม มันเอาแต่ฮึดฮัดจะเข้าไปกระทืบอิตรี ที่กำลังจุ้มปุ๊กอยู่กับพื้นหอประชุมอีกทีด้วยความโมโห อิตรีเองก็ตกใจเหมือนกัน ที่อยู่ๆมันโดนเข่าแข็งๆกระแทกหน้าเข้าให้ มันก็เลยมองไอ้ราฟอย่างอึ้งๆครับ

 

                เชี้ยราฟ มึงเป็นห่าอะไรวะ ค่อยๆพูดค่อยๆจากันก็ได้นี่หว่า ไปลงไม้ลงมือแบบนี้ เดี๋ยวคนอื่นเขาจะหาว่ามึงแพ้แล้วพาลนา...พี่ซีแกเป็นคนนึงที่เข้ามาคว้าคอไอ้ราฟครับ ด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อนสนิทกำลังคิดไม่ซื่อ (???)

 

                ช่างหัวพวกมันเด่ะ กูไม่สน สัด มึงมีสิทธิ์อะไรบอกว่าเมียกูป็นคนของมึงกัน ห๋าาาาา!!!”ไอ้ราฟเสือกหึงหน้ามืด ส่วนผมนี่หน้าซีด ในที่สุด ไอ้ราฟมันก็ปูดเรื่องที่ผมเป็นเมียมันจนได้สิน่า ไอ้ราฟฟฟฟฟฟ กูจะฆ่ามึงแทนดีมั้ยเนี่ยยยยยย

 

                งานเข้าครั้งใหญ่แล้วครับทีนี้ เรื่องที่ผมกำลังคบกับไอ้ราฟกลายเป็นเรื่องดังติดบ็อกออฟฟิตแน่ๆ พระเจ้าช่วยกล้วยน้ำว้า ทำไมท่านถึงทำกับลูกช้างเช่นนี้ก๊านนนนนนน

 

                ใจเย็นก๊อนนน ไอ้ราฟ ที่นี่มีคนเยอะนะเว้ย มาๆ ออกไปก่อน เฮ้ย! พวกมึง ลากไอ้เด็กนั่นตามกูมาว่าแล้วพี่ผมก็เข้ามาจัดการปัญหาครับ พี่เคียวกับพี่สองลากไอ้ราฟที่กำลังโวยวายออกไป โดยที่มีพี่คีย์และพี่โอห์มพากันฉุดอิตรีที่นั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับพื้น ส่วนพวกผม ก็พากันวิ่งตามบรรดาพวกรุ่นพี่ออกไปทันที โดยที่มีสายตาของเด็กผู้ชายที่เหลือมองตามอย่างงงงวยครับ

 

 

.............................................................

 

 

 

                พวกรุ่นพี่พากันยกโขยงมาที่ๆประจำของเราครับ นั่นก็คือศาลาข้างๆโรงจอดรถของเด็กนักเรียน ซึ่งมันจะอยู่เยื้องๆกับตึกอาคาร 4 และอยู่ติดกับโรงฝึกงาน 4 ด้วย บริเวณออกแนวกว้างครับ พอให้นักเรียนได้จอดรถที่เอามากัน แต่แถวนี้ค่อนข้างจะรกซักหน่อย เพราะมีหญ้าขึ้นเต็มไปหมด

 

                ไอ้พี่คีย์กับพี่โอห์มลากอิตรีมา ก่อนที่พี่ๆทั้งจะผลักมันให้เข้ามานั่งในศาลา โดยที่ต่อหน้าอิตรีมีไอ้ราฟที่กำลังเก็บอารมณ์ และพี่ผมที่เริ่มจะมึนหัว เนื่องจากมีงานเข้า

 

                พวกผมมาถึงที่หลังครับ พอมาถึง ไอ้ริวเป็นคนแรกที่โดนพวกรุ่นพี่ผลักเข้าไปในวงรัฐสภาที่กำลังจะเริ่มประชุม แล้วพอไอ้ริวแทรกเข้ามาได้ปุ๊บ ผมก็โดนไอ้ราฟลากไปนั่งข้างๆมันเลยครับ เพราะสายตาที่อิตรีมองผม มันมองแบบหมายหมาดครับ

 

                งานเข้าแล้วครับไอ้ริว เป็นคนหล่อแท้ๆดั๊นมีคนมาจีบแถมยังเป็นผู้ชายด้วยกัน ถึงแม้ว่าผมจะเป็นผู้ชายและมีแฟนหล่อที่สุดในโรงเรียนก็เหอะนะ (ไม่ค่อยเลย = =) เออ ก็ได้ ผมเป็นเกย์! เป็นเกย์รับ แต่ยอมรับเป็นรับให้เฉพาะไอ้ราฟเท่านั้น คนอื่นแล้วแต่ในวิจารณญาณของผมเท่านั้นครับ

 

                ว่าแต่ พวกพี่เขาจะจ้องกันอีกนานมั้ยครับนี่ ผมมานั่งใกล้ไอ้ราฟตั้งนานแล้วนา แล้วก็รอให้พวกพี่เขาจะเปิดซิง เอ๊ย! เปิดโรงถามอิตรีซะที จนคาดว่า มีบางคนเขาเริ่มรู้สึกแบบเดียวกับผมมั้งครับ ไอ้พี่พีชแกก็เอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบเสียก่อน

 

                เฮ้ย! ไอ้เด็กใหม่ มึงเป็นใครมาจากไหนวะ

 

                จำเป็นต้องตอบด้วยเหรอ พี่เป็นพ่อผมหรือไงครับ?พอไอ้พี่พีชถาม อิตรีมันก็สอดชึ้บขึ้นมาทันทีครับ ไอ้พี่พีชเลิกคิ้วเมื่อเจอเด็กตอบกวนตีน พี่ผมนี่ เริ่มจี๊ดครับ แหมๆ รักกันดีคู่นี้

 

                ปากเรอะ พูดงี้วอนแดกตีนซะแล้ว...เริ่มแล้วครับ ไอ้พี่แบงค์จอมวีนแตก พี่แกหมายจะเข้าไปหักคออิตรี แต่พี่ลี คู่บัดดี้ของไอ้พี่แบงค์ดึงไว้ก่อนที่จะมีเรื่องครับ ยิ่งศาลาที่พวกเราอยู่เนี่ย มันอยู่ใกล้กับอาคาร 3 ซึ่งเป็นที่ที่ตั้งฝ่ายปกครองของโรงเรียนด้วย ดังนั้นพวกรุ่นพี่ก็เลยพากันซอฟๆเรื่องหน่อย ช่วงนี้ไม่เหมาะแก่การมีเรื่องครับ

 

                ใจเย็นๆพวกมึงนี่ กูก็เพิ่งบอกไอ้ราฟไป พวกมึงจะหาเรื่องเองหรือไงวะพี่ชายผมพูดขึ้นด้วยอารมณ์นิ่งๆครับ ไอ้พี่แบงค์แกมองหน้าพี่ชายผมนิดนึง ก่อนที่จะถอยไปยืนที่เดิมครับ

 

                ส่วนมึง พวกกูไม่ใช่พ่อมึง แต่พวกกูเป็นรุ่นพี่ แล้วยังป็นรุ่นพี่ใหญ่ด้วย อีกอย่าง ถ้าหากมึงอยากจะจีบน้องกู มึงก็ต้องรู้จักกู เพราะกูเป็นพี่มัน หวังว่ามึงคงเข้าใจนะน่าน ไอ้พี่ชายผม หาเรื่องแล้วไหมล่ะ ไหงเปิดโอกาสแบบนั้นอ่ะพี่!!!

 

                อิตรีนี่ พอรู้ว่า ไอ้พี่ริกเป็นพี่ชายผมปุ๊บ มันก็มองพี่ชายผมเป็นประกายเชียวครับ คนอื่นอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่ผมอ่ะขยะแขยงมากมาย ส่วนไอ้ราฟนี่ จ้องเขม็งเลยครับยิ่งพอไอ้พี่ชายผมบอกว่าถ้าอยากจะจีบผมเนี่ย มันรีบดึงให้ผมไปนั่งกลางหว่างขามันเลยครับ อะไรจะหึงขนาดนั้นกัน

 

                พี่เป็นพี่ชายริวเขาจริงๆเหรอ?มันถามเพื่อความแน่ใจครับ

 

                เออ กูชื่อริก เป็นพี่ชายมัน คราวนี้มึงจะตอบคำถามพวกกูได้ยัง ว่ามึงเป็นใคร มาจากไหน แล้วรู้จักกับน้องกูเมื่อไหร่พี่ผมถามมันอีกครั้ง ก่อนที่จะยกแขนกอดอก อิตรีพอได้คำตอบ มันก็พยักหน้าเข้าใจแจ่มแจ้งครับ

 

                ผมชื่อตรี ย้ายมาจากกรุงเทพ รู้จักกับริวเขามาตั้งนานแล้วครับมันตอบอย่างสุภาพมากครับสงสัยย้ายมาจากโรงเรียนผู้ดี ไม่เหมือนกับพวกผม โรงเรียนผู้เลว สอนนักหนา ไอ้ มึง กู ด่าพ่อล้อแม่เนี่ย (อาจารย์เขาไม่ได้สอนครับ พวกเพื่อนๆมันสอน อ่านะ เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม)

 

                นานขนาดไหนพี่ผมถามลายละเอียดเข้าไปอีกครับ

 

                ตอนประถมมันตอบ คราวนี้ล่ะครับ เสียงพวกรุ่นพี่ตกใจครับ ก็นะ ไม่นึกว่าจะนานขนาดนั้น เพราะบางคน ผมรู้จักหลังจากที่รู้จักอิตรีอีกนะครับ (ส่วนไอ้ราฟนี่ รู้จักกันนานแล้วครับ แต่มันชอบกวนตีนผมบ่อยๆ ก็เลยไม่ค่อยจดจำใส่สมองซักเท่าไหร่ ยกเว้นตอนนี้)

 

                แล้วที่มึงพูดที่หอประชุมเนี่ย หมายความว่าไงวะ ตอบให้เข้าหูนะมึง ไม่งั้นกูถีบมึงดั้งแหกแน่คราวนี้ไอ้ราฟเป็นฝ่ายถามเองครับ ตอนนี้มันโกรธมาก ถ้าหากผมไม่อยู่ตรงนี้ มันอาจจะเข้าไปซ้ำอิตรีอีกรอบก็เป็นได้ครับ เห็นแบบนี้ ไอ้ราฟมันโหดนะครับ ยิ่งเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับผมแล้ว มันไม่ไว้หน้าทั้งนั้นแหละครับ

 

                มึงเป็นใครเรียกมึงเลยครับอิตรี คาดว่าคงจะแค้น ที่อยู่ๆโดนเข่าไอ้ราฟซัดใส่หน้า

 

                กูชื่อราฟ เป็นผัวไอ้ริวมัน มึงมีสิทธิ์มาบอกว่าเมียกูเป็นของมึงกัน จะพูดอะไรก็ดูสถานการณ์หน่อยเหอะไอ้น้อง ว่าใครเป็นของใครกันแน่ไอ้นี่ก็ช่างหน้าด้านตอบครับ พูดซะเต็มปากว่าผัว ให้ตายเหอะ คนที่มันพูดถึงนี่ถึงกับหน้าแดงครับ อ่านะ ถึงแม้ว่าผมจะหน้าด้าน แต่ก็อายเป็นนะเอ้า!

 

            พอไอ้ราฟตอบแบบนั้น อิตรีมันก็หันมามองหน้าผมครับ ผมกับมันสบตากัน แว่บนึงที่ผมเห็นมันแสดงสีหน้าเจ็บปวด แต่ผมก็ไม่ทันได้มองมากไปกว่านั้น เพราะไอ้ราฟดึงหัวผมให้ไปซบกับซอกคอมันซะก่อนครับ ไอ้นี่ก็หึงซะเหลือเกิน แค่มองก็ไม่ได้หรือไงฟะ!

 

                ทำไมกูจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อกูจีบริวเขาก่อน อีกอย่าง ยังไงซะกูก็ไม่สนใจอยู่แล้ว ว่าริวเขาจะเป็นของใคร เพราะว่า กูตั้งใจจะมาสานต่อสิ่งที่กูทำค้างไว้อยู่แล้วอิตรีมันก็เสือกหน้าด้านตอบนะครับ ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะหัวหด เพราะอยู่วงล้อมเด็กผู้ชายตัวโตๆ แถมยังเป็นสมาชิกคนสนิทของหัวแก๊งค์ Demon ซึ่งเป็นแก๊งค์ที่มีอิทธิพลกับแก๊งค์อื่นๆนอกโรงเรียน ไม่ใช่เฉพาะในโรงเรียนของพวกเรา ด้วยความที่พี่ผมเป็นศิษย์เอกของ Demon ตัวพ่ออย่างพี่ โคะ เด็กคลองเต็ง

 

                (พี่โคะ เป็นคนก่อตั้งแก๊งค์ Demon ครับ ด้วยความที่พี่แกไม่ชอบเห็นใครโดนรังแกอย่างไม่มีเหตุผลบวกทั้ง พ่อพี่โคะแกเป้นผู้ใหญ่ของตัวจังหวัด พี่แกเลยตั้งแก๊งค์ขึ้นมา ปัจจุบัน พี่โคะอายุ 25 ไปเป็นตำรวจที่หาดใหญ่ พี่ก็แกเลยให้พี่ชายผมสานต่อตั้งแต่พี่ผมอายุ 16 ปี)

 

                ดังนั้น พวกเด็กวัยรุ่นในตัวจังหวัด ก็เลยรู้จักพี่ผมไปทั่วครับ ใครกล้าหือ อาจจะมีโดนเตะได้ หรือถ้าใครมีปัญหาอะไร เช่น ยกพวกตีกัน ห้ามคนฆ่าตัวตาย ไปช่วยทำงานหลายๆอย่าง พวกเราไปหมดครับ (คล้ายๆพวกร่วมกตัญญูนั่นแหละครับ งานที่ไม่ทำอย่างเดียวคือ เก็บศพ)

 

                งานอะไรของมึงกันน่ะ ที่จะสานต่อคราวนี้พี่วินถามมั่งครับ เพราะไอ้ราฟมันทำท่าจะเข้าไปเตะอิตรี ผมกับพี่ซีที่อยู่ใกล้มันที่สุด รีบดึงมันไว้ก่อนครับ ผมนี่หนักสุด ทั้งกอดทั้งปลอบ กว่ามันจะยอมนิ่งก็เล่นเอาเหนื่อยใจจะขาดครับ

 

                ผมให้โจ๊กเขาตอบดีกว่า โจ๊กเขารู้ดีที่สุดนี่อิตรีพูดบี่ยงเบนไปหาไอ้โจ๊กครับ ไอ้โจ๊กก็สะดุ้งครับ ที่อยู่ๆโดนลากเข้าไปรับกรรมด้วย

 

                ไอ้โจ๊ก มึงรู้อะไร พูดมาให้หมดพี่ผมถามมันเสียงเหี้ยมครับ นานๆทีพี่แกจะโหดใส่รุ่นน้องอ่าครับ

 

                เอิ่ม....ไอ้โจ๊กดูลุกลนเล็กน้อยครับ คงจะกลัวพวกรุ่นพี่รุ่มตื้บ ถ้าพูดออกมาไม่หมด

 

                อย่าชักช้า ไอ้โจ๊ก กูยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ไอ้ราฟมันเร่งครับ ผมฟาดไอ้ราฟไปทีนึงโทษฐานมันขู่เพื่อนผม พอผมตีมัน ไอ้ราฟมองผมซะน่ากลัวเลยครับ ไอ้ริวเลยหดหัวต่อไป น่ากลัวง่ะ T^T

 

                อ่าๆ คือ เมื่อตอนเข้าค่ายลูกเสือตอน ป.6 อ่ะ ไอ้ริวมันเกือบโดนไอ้ตรีปล้ำทำเมียอ่ะมันตอบอ้อมแอ้มเสียงเบา แต่เล่นได้ยินหมดทั้งแก๊งค์ครับ

 

                มึงก็พูดตรงๆไปเลยสิวะ ว่ากูเกือบเสียเวอร์จิ้นให้ผู้ชายตั้งแต่กูยังไม่มีฝันเปียกน่ะ = =

 

 

                เฮ้ย!!!!!!!!!!”

 

 

            กูว่าแล้วต้องมีคนตกใจ.......

 

 

                ไอ้ริว เกิดเรื่องแบบนั้นทำไมไม่บอกกู ห๋า!!!พี่ผมตะโกนถามไอ้ริวซะเสียงดังเลยครับ ผมนี่สะดุ้งสุดตัว ชิบหายแล้ว ไม่นึกว่าจะโกรธขนาดนั้นนี่หว่า ก็เลยเงียบไว้ง่ะ

 

                กะ...ก็นึกว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆง่ะหงอทันใดครับ ตอนนี้ใครช่วยไม่ได้แล้ว ทั้งเพื่อน พี่ หรือแม้กระทั่งไอ้ราฟเอง เพราะไอ้ราฟมันโกรธผม ที่ผมไม่บอกมัน T^T

 

                เรื่องเล็กบ้านมึงสิไอ้ริว ถ้ามึงโดนมันปล้ำทำเมียจริงๆ จะเป็นยังไงวะเนี่ย!!!”ผสมโรงด่ากันเข้าไปอีกครับ งานนี้กูโดนด่าคนเดียวเลยใช่มั้ย?

 

                ไม่ยังไงหรอกพี่ ผมตื่นพอดีเลยเตะไอ้ตรีมันออกทัน ไม่งั้น.....มึงจะพูดอะไรกันแน่ฟะ ไอ้โจ๊ก อัปมงคลนะมึงนี่ แถมสายตาที่มึงมองกูอีก เดี๊ยะเหอะมึง

 

                แม่งเอ้ย...เกือบไปแล้วไงล่ะ ถ้าหากมึงโดนจริงๆ ป่านนี้คงไม่เป็นแบบนี้แน่ ดีไม่ดี อาจจะช้ำใจฆ่าตัวตายไปแล้วก็ได้นะเนี่ยพี่โดมเข้ามาขยี้หัวผมครับ คือพวกรุ่นพี่เนี่ย เขารักพวกผมเหมือนน้องแท้ๆครับ พอมีเรื่องอะไรที่จะต้องเจ็บตัว พี่เขาไม่ค่อยบอกพวกเราหรอกครับ เห็นบอกว่าเป็นห่วง ยังเด็กกันทั้งนั้น โดยเฉพาะผม

 

                ก็อยากที่บอกไปตอนต้นเรื่อง ผมเป็นคนตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม ดังนั้นความเอ็นดูที่ทุกคนให้อาจจะมากกว่าคนอื่นที่เป็นรุ่นราวคราวเดียวกัน ถึงแม้ตอนนี้ผมจะมีไอ้ราฟอยู่ข้างๆ แต่พวกรุ่นพี่เขาก็ไม่ปล่อยปะละเลยให้ไอ้ราฟดูแลผมคนเดียว บางก็เข้ามาช่วยไอ้ราฟอีกแรง เนื่องจากไอ้ริวดันซนเหมือนลิงครับ = =

 

                พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกหรอกพี่โดม หลังจากที่ไอ้ริวกลับจากเข้าค่าย มันก็ดันเป็นโรคอย่างหนึ่งเข้า แล้วขนาดตอนนี้ มันก็ยังเป็นอยู่ด้วยนะพี่ไอ้โจ๊กพูด เรียกความเงียบเข้ามทันใดครับ ไอ้ราฟขมวดคิ้วหันมามองผมทันที ไอ้ริวก็ได้แต่ก้มหน้างุดอ่านะ

 

                อะไร โรคอะไรวะ ไหนๆ เป็นอะไรงั้นเหรอพี่ผมนี่แทบจะกระโจนเข้ามาหาเลยครับ พี่แกเข้ามาหาผม ซึ่งอยู่ในอ้อมกอดไอ้ราฟ จับหน้าผมสำรวจเลยครับ มีบีบด้วยครับ อยากจะตะโกนเหลือเกิน ว่าเจ็บง่ะ - -*

 

                ไม่ใช่โรคทางร่างกายหรอกพี่ เป็นโรคทางใจน่ะมันพูดต่อ แล้วมองมาที่ผมครับ ไอ้ริวสบตามองมันก่อนที่จะก้มหน้างุดต่อไป

 

                โรคที่ว่านี่?พี่แชมป์ถามครับ

 

 

                โรคกลัวผู้ชาย ไงพี่....

 

                พอสิ้นเสียงไอ้โจ๊ก ทุกคนก็พากันเงียบเลยครับ แม้แต่อิตรีเอง ที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ ก็ยังหุบปากเงียบ ไม่ยอมพูดอะไร ยกเว้นแต่ไอ้โจ๊กคนเดียวที่กำลังสาธยายเรื่องราวที่เป็นบ่อเกิดแสดงถึงอาการที่ผมเป็นอยู่ครับ

 

                อาจจะมีหลายคนที่ไม่สังเกตไอ้ริวเวลาที่อยู่ต่อหน้าผู้ชายหลายๆคน แต่ก็มีไม่กี่คน ที่รู้ว่า เวลาที่มันอยู่ต่อหน้าใครหลายๆคนที่ไม่รู้จัก มันจะตัวสั่นตลอดเวลา

 

            ผมนึกถึงเมื่อสมัยตอนที่ผมหลงทางกับพี่เมื่อไปเที่ยวงานศาลากลางตอน ม.2 ถ้าคนที่มาเที่ยวงานเป็นผู้หญิงก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนั่น รอบตัวผมมีแต่วัยรุ่นผู้ชายที่เดินไปมา ไม่รู้เพราะอะไร ผมถึงตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ บางทีก็เกือบจะร้องไห้เลยด้วยซ้ำ ดีที่พี่ริกเขาหาผมทัน ไม่งั้นได้ร้องไห้โอกลางงานแน่ๆ

 

                เวลาที่มันเจอกับพวกกระเทย เกย์ หรือพวกที่ถึกๆ มันวิ่งหนีตลอด

 

                เมื่อวันงานกำเนิดโรงเรียน เกิดการประทะของกระเทยทั้งสองคน ผมวิ่งหนี เพราะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมกลัว

 

                เวลามีผู้ชายมาจีบ

 

            ผมตะโกนบอกเลย ว่าผมไม่ชอบผู้ชาย ก็ไม่รู้เพราะอะไร ทั้งๆที่ก็ไม่ได้รังเกียจเพื่อนหลายเพศซะหน่อย

 

                หรือแม้กระทั่ง มีใครแตะตัวมัน ไม่ร้องว๊าก ก็ปัดมือออกโดยที่ไม่สนใจว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร

 

                เป็นเหตุการณ์ตอนที่พี่ผมเข้ามาจับตัวผม ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ผมร้องลั่น พร้อมกับปัดมือพี่ชายตัวเองอย่างแรง ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็จับต้องตัวกันได้ดี

 

                นี่สินะครับ อาการของโรคกลัวผู้ชาย.....

 

 

                พอไอ้โจ๊กมันพูดจบ ไอ้ริวนี่บ่อน้ำตาแตกครับ ถึงไม่ร้องไห้โฮก็เหอะนะ แต่มารู้อีกที ผมก็เช็ดน้ำตาปอยๆซะแล้ว อยู่ทำไมล่ะครับ อยู่ไปก็อาย ดังนั้น ไอ้ริวก็ลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกไปจากศาลาเลยครับ ผมไม่สนใจหรอกครับ ว่าใครจะตามมาหรือเปล่า แต่ตอนนี้ผมอยากจะไปที่ไกลๆ ที่ไหนก็ได้ ที่ไม่มีใครอยู่ อยากจะขอเวลาอยู่เงียบๆ ซัก 1 ชั่วโมงก็ยังดี.....

 

 

...........................................................................

 

 

 

                เฮ้อ....เสียงผมพ่นลมหายใจที่อัดแน่นไว้ในอกออกมาครับ

 

                ตอนนี้ผมอยู่ที่เสาธงของโรงเรียนครับ มันอาจจะเป็นสถานที่บางคนจะไม่ชอบมากัน เนื่องด้วยเพราะมันอยู่กลางโรงเรียน หรือเพราะอากาศร้อน แต่สำหรับผมมันไม่ใช่ครับ มันเป็นที่ผมสามารถอยู่คนเดียวได้โดยที่ผมไม่คิดอะไรฟุ้งซ่าน และยิ่งตอนนี้ เป็นเวลาบ่ายสองโมง ซึ่งเวลานี้เป็นเวลาที่เด็กนักเรียนจะเข้าเรียนกันหมดแล้ว บวกกับพระอาทิตย์ในเวลานี้จะอยู่ด้านหลังผมด้วย ผมก็เลยไม่ร้อนครับ แถมยังมีลมพัดเย็นๆจากอีกฝากของสนาม ถ้าไม่ติดว่าอยู่กลางโรงเรียน ผมคงหลับไปแล้วครับ

 

                ในที่สุด ความลับที่สำคัญที่สุดของผมก็ถูกเปิดเผยซะแล้ว ความลับที่เก็บมาตลอด 5 ปี เต็ม ให้ตายเหอะมันน่าอายจริงๆนะครับ มีอย่างที่ไหน เป็นผู้ชายแท้ๆแต่กลับเป็นโรคกลัวผู้ชายด้วยกัน อนาถจริงๆครับ ในรอบ 16 ปีที่เกิดมา ไม่เคยอนาถขนาดนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย

 

                ยิ่งคิดยิ่งเครียดครับ เพราะตอนนี้พอทุคนรู้ความลับผม ผมกลัวว่าทุกคนจะเปลี่ยนไปครับ จากที่เคยโอ๋ผม ก็จะไม่พากันเข้ามาโอ๋ จากที่เคยแกล้ง ก็อาจจะกลัวว่าผมจะตกใจ หรือคนที่ผมอยากให้อยู่ด้วย ก็อาจจะหลีกหนี เนื่องจากโรคที่ผมกำลังเป็นอยู่

 

                ความหมายก็คือ ผมกลัวการอยู่คนเดียวครับ

 

                จริงๆนะ ใครจะหาว่าไอ้ริวเด็กก็ช่างเขาไป ผมกลัวจริงๆ กับการที่ต้องอยู่คนเดียว หลายครั้งที่ผมอยู่คนเดียว ผมมักจะร้องไห้ ไม่ใครอยู่ใกล้ๆ มันรู้สึกโดดเดี่ยวนะครับ เหมือนกับโลกทั้งใบมีแค่ผมคนเดียว มันเหงานะ เวลาที่ไม่มีใคร อยากจะให้มีคนกอด ไม่ว่าผู้หญิง ผู้ชาย หรือสัตว์อะไรก็ได้ อยากให้อยู่ใกล้ๆยามที่อยู่คนเดียว

 

                เมื่อก่อนผมมักไม่ถูกกับพี่ และไอ้รินก็จะอยู่กับแม่ตลอด ผมจึงอยู่คนเดียวเวลาอยู่บ้าน ผมก็เลยเลี้ยงแมวไว้ตัวนึงครับ มันชื่อว่า เนียส ใช่แล้ว ผมเอาชื่อมันมาจากการ์ตูนเรื่องโปเกมอนครับ เมื่อก่อนผมก็เคยคิดนะครับ ว่าถ้าหากแมวพูดได้ มันจะเจ๋งขนาดไหนกัน

 

                ดังนั้นเพื่อนยามที่ผมอยู่ในบ้าน คอยเล่น คอยอยู่ยามที่ผมเหงา ก็คือไอ้เจ้าเนียสนี่แหละครับ ถึงแม้ว่าจะพูดไม่ได้เหมือนในการ์ตูน แต่มันก็ทำให้ผมหายเหงาได้

 

                แต่ก็เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง (เอ๊ะ! ชักน้ำเน่า = =”) เจ้าแมวแสนรักขอผมดันไปฟัดแย่งตัวเมียกับชาวบ้านเขา ด้วยความที่มันตัวเล็กแรงน้อย (เหมือนเจ้าของมันเด๊ะ!) มันก็เลยโดนจ่าฝูงตัวอื่นฟัดจนตาย อนาถแมวแทนจริงๆครับ ถ้าตายเพราะโดนรถทับนี่ยังพออนุโลมให้ได้ แต่นี่ดันตายในหน้าที่ และเป็นหน้าที่แย่งแฟนผมก็เลยยิ่งเศร้าหนักเข้าไปใหญ่ครับ

 

                เมิงไปแย่งมันทำไม ถ้าอยากได้เมียก็บอกกูดีดีสิวะ กูจะหาให้!!!

 

                (แล้วแมวมันบอกมึงได้มั้ยฟะ ไอ้ฟายยยยย!!! : คนเขียน)

 

                ตั้งแต่ไอ้เนียสตาย ผมก็อยู่ตัวคนเดียวครับ พ่อกับแม่ก็ไม่อยู่บ้าน พี่ก็ไม่ถูกกัน น้องก็ไปอยู่กับพ่อแม่ ดังนั้นผมก็เลยหาอะไรฆ่าความเหงา โดยการกวนตีนพี่ชายผม = =” (นิสัยเมิงส่อมาตั้งแต่เด็กเลยนะมึง : คนเขียนขอเจือกอีกรอบ)

 

                และได้ผลครับ การกวนตีนพี่ชายผมนี่ทำให้ผมหายเหงาได้ปลิดทิ้ง ถึงแม้ว่าแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและหยดเลือด (โดนพี่ถีบ) มันก็คุ้มค่า สำหรับการที่ผมไม่ต้องอยู่คนเดียว ไปๆมาๆผมก็สนิทกับพี่และรูจักกับบรรดาเพื่อนพี่ชายผม ซึ่งตอนนั้นรู้จักแค่ พี่แบงค์ พี่ลี พี่กร และพี่สอง ครับ

 

                แต่ก็มีอีก 2 มนุษย์ ที่ทำให้ผมคิดว่า โลกนี้มีอะไรที่น่ารำคาญมากกว่าการโดนหมาไล่กัด นั่นก็คือ ไอ้มนุษย์สองตัว ที่ชื่อ ราฟ กับ ซี ครับ

 

                ถูกต้องนะคร๊าบบบบ ช่ายแว้ววว ราฟ กับ ซี ที่ว่า ก็คือไอพี่ซี ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นคุณสามีแสนดีของไอ้โม ตั้งแต่ตอนไหนผมก็มิอาจทราบได้ และไอ้ราฟ ซึ่งปัจจุบัน มันก็คือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตผมครับ

 

                แต่อยากจะบอกว่า เมื่อก่อน ไอ้สองคนนี้โคตรของโคตรกวนตีนเลยครับ ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าผมไปทำอะไรให้ โดยเฉพาะไอ้ราฟนี่หนักสุดเลย วันๆไม่มีอะไรทำหรือไง เอาแต่แกล้งผมท่าเดียว วันไหนเจอมัน ถือว่าเป็นวันที่ไม่สงบของผมเอาซะเลยครับ มันชอบเอาหนังยางมาขู่ผมอ่ะ (เด็ก ป.5 บ้านไหนกลัวหนังยางฟะ = =+) เมื่อตอนเด็กโดนดีดครับ ก็เลยกลัวฝังใจ

 

                เฮ้อ...นึกถึงวันวานยังหวานอยู่ (จะกัดกันน่ะสิไม่ว่า) ผมอยากจะไปแก้แค้นมันซะเหลือเกินครับ นึกถึงทีไรก็โมโหง่ะ โดนแกล้งตลอดยันตอนที่มันต้องย้ายโรงเรียนไปอยู่เกาหลี ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงบอลโลกพอดีครับ บอกตามตรง พอมันไปก็เหงาอยู่บ้าง ไม่มีใครให้กัด ให้หยิก (ผมมักจะป้องกันตัวด้วยวิธีกัด และหยิกครับ เพราะเตะกับชกมันยังอ่อน ไม่มีแรงเหมือนตอนนี้) แต่ก็ยังดีที่ยังมีพี่คอยเล่นด้วยอ่านะ

 

                แต่ใครจะไปรู้ล่ะครับ ว่าพอไอ้สองตัวนั่นกลับมา ไอ้ราฟมันจับผมทำเมียซะงั้น มันเป็นอะไรที่น่าอดสูยิ่งนัก โดนผู้ชายฟัดเนี่ย ได้ผัวเลยกู พูดแล้วก็เศร้าใจ กลับไปรีเพลย์แล้วเล่นใหม่ยังไม่สายใช่มั้ยเนี่ย ผมอยากจะกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของสองเราใหม่

 

                เพราะผม....

 

                อยากกดไอ้ราฟง่าส์  >[]< แง่งๆๆๆๆๆ

 

 

                เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวก่อน คิดไปคิดมาก็หน้าแปลกนะครับ ทั้งๆที่ไอ้ราฟเป็นผู้ชาย ซึ่งตอนนั้นผมน่าจะกลัวมัน (ตอนที่ 1 ของเรื่อง ใครจำไม่ได้ กลับไปอ่านซะนะครับ ^^) แต่ผมกลับไม่ได้กลัวมันในเรื่องที่ผมกลัวผู้ชายคนอื่น คือจะว่ายังไงดีอ่ะครับ ตอนนั้นผมกลัวไอ้ราฟเพราะมันชอบแกล้งผม ไม่ได้กลัวมันเรื่องที่มันจะทำมิดีมิร้ายผม

 

                แต่เริ่มมากลัวมันในเรื่องอย่างว่า ก็ตอนที่มันขโมยจูบแรกที่จูบกับผู้ชายไปน่ะสิครับ = = ถึงแม้ว่าผมจะเคยจูบกับผู้หญิงมาก่อน แต่กับผู้ชาย ผมไม่เคยจูบเลยนะ ไอ้ราฟนี่แหละ จูบแรกของผู้ชายสำหรับผม แถมมันยังซิวเวอร์จิ้นทางประตูหลังไปอีกต่างหาก โฮกกกก คิดแล้วแค้นเฟ้ยยยย!!!!

 

            แต่ถึงยังไงมันก็คือคนที่ผมรักอ่านะ (บ่นไปก็ใช่ที่....)

 

 

                ติ้งต่อง ติ้งต่อง ~ ~ ~

 

 

                อา เสียงออดดังเตือนเลิกเรียนครับ แหม นี่ผมนั่งคิดนู้นคิดนี่มานานเกือบ 3 ชั่วโมงแล้วงั้นเหรอครับนี่ ไอ้หย๋า งานเข้าแล้วล่ะสิ วันนี้ผมจะกลับกับใครล่ะครับ เสือกไม่ได้เอารถมาเองด้วย เพราะวันนี้ไอ้ราฟมันไปรับผมถึงที่บ้าน แต่พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ไอ้ราฟมันจะยอมคุยกับผมอีกมั้ยเนี่ย ให้ตายเหอะ เกลียดจัง ไอ้โรคแปลกประหลาดเนี่ย

 

                ว่าแล้วไอ้ริวก็ลุกขึ้นหลังจากที่นั่งจุ้มปุ้กมานานตั้ง 3 ชั่วโมงแล้วด้วย ผมก็เลยเดินล่องลอยไปเอากระเป๋า เพื่อจะกลับบ้าน เอาเถอะ กลับกับรถโดยสารก็ได้ เสียเงินแค่ 10-20 บาท มันจะเป็นอะไรไป

 

.............................................................................

 

                ผมค่อยๆเดินล่องลอยหลังจากที่ไปเอากระเป๋าที่ห้อง อย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ ในห้องตอนที่ผมกลับไป ไม่มีวี่แววของไอ้เพื่อนสนิทของผมเลยซักคน กระปงกระเป๋าก็ไม่มี สงสัยพวกมันคงจะกลับไปกันหมดแล้วครับ นั่นสิ ใครจะกล้าอยู่รอคนอย่างผมล่ะ

 

                ว่าแล้วผมก็เดินไปที่ประตูใหญ่ของโรงเรียนครับ ซึ่งตอนนี้ก็มีเด็กในโรงเรียนพากันทยอยเดินกลับบ้าน บางคนก็มีผู้ปกครองมารับ หรือบางคนก็กลับด้วยรถมอเตอร์ไซด์ซึ่งเอามาโรงเรียนด้วย ซึ่งเด็กหลายๆคนจะมีเพื่อนกลับบ้าน ผิดกับผม ที่เดินโดดเดี่ยวเดียวดายเหมือนศพไร้ญาติ (ดูช่างเปรียบ = =*)

 

            คิดแล้วมันก็ช้ำใจ เพื่อนทิ้ง พี่ทิ้ง ผัวทิ้ง (อันหลังนี่หนักสุด) เฮ้อ...นี่แหละน๊า ผมถึงเกลียดการอยู่คนเดียวจริงๆเลยง่ะ

 

 

                ช้าชิบหาย ไอ้ริว ไปตกส้วมตายที่ไหนมาวะ!”

 

 

                หืม? = =

 

            เสียงใครวะ

 

                หลังจากที่ไอ้ริวเดินก้มหน้าไม่ดูทางข้างหน้า ก็เลยไม่รู้ว่าไอ้เสียงที่เรียกผมนั่นน่ะ เป็นเสียงใคร ดังนั้นผมจึงเงยหน้ามองดูครับ ด้วยเหตุที่ว่ามันด่าผมซะเหม็นเฉ่าๆ ก็พบว่า คนที่พูดก็คือไอ้ปอนด์ครับ มันยืนเก๊กหล่อได้น่าถีบมากมาย

 

                แต่ไม่ใช่แค่ไอ้ปอนด์คนเดียวที่ยืนอยู่ครับ

 

                ยังมีบรรดาเพื่อนๆรุ่นพี่ พี่ชาย น้องสาว แฟนๆไอ้บรรดาเพื่อนและรุ่นพี่ พูดง่ายๆ คือทุกคนที่สนิทกับผม กำลังยืนอยู่ตรงหน้าพระพุทธรูปหน้าโรงเรียนครับ พอไอ้ปอนด์มันทักผม ทุกคนก็มองมาทางผมเป็นตาเดียวกันหมดเลย

 

                พอเห็นแบบนั้นผมก็ฉีกยิ้มสิครับ รีบเดินไปหาทุกคนที่กำลังมองผม และคนที่เดินเข้ามาหาผม เพื่อรับเข้ากลุ่ม ก็คือไอ้ราฟ ที่ยืนหล่อยิ้มแก้มปริครับ

 

                โดดเรียน นิสัยไม่ดีมันพูดพลางบีบจมูกผมครับ เจ็บนะ

 

                ก็คนมันขี้เกียจนิไอ้ริวทำหน้ามุ่ยแล้วถูจมูกตัวเองครับ มันเล่นบีบซะเจ็บเลย ไอ้ราฟมันยิ้มก่อนที่จะยกแขนมากอดคอผม แล้วเดินไปที่กลุ่มครับ

 

                เป็นไงมึง สบายใจขึ้นแล้วใช่มะอันนี้เป็นเสียงพี่ผมถามครับ ไอ้ริวยิ้มให้ ก่อนที่จะพยักหน้าเบาๆ

 

                งั้นก็โอเค กลับบ้านกันเถอะค่ะพี่ริวไอ้รินมันยิ้มหวานอย่างน่ารักให้ผม ไอ้ริวยิ้มให้น้องสาว ก่อนที่จะเดินไปขยี้ผมมันเล่นครับ

 

 

                นั่นสินะ ผมนี่มัวแต่คิดอะไรกัน ยังไงซะ ผมก็มีทุกคนก่อนที่จะเป็นโรคกลัวผู้ชายนี่นา

 

                ผมจะกลัวอะไรกันอีกล่ะ จริงมั้ยครับ?

 

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

16,267 ความคิดเห็น

  1. #16101 loveการ์ตูน (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 22:00
    บอกได้คำเดียวค่ะว่า...ซึ้งงงง
    #16101
    0
  2. #15933 porukimi (@zentee) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 28 มกราคม 2556 / 01:15
    จริงที่สุดเลยพี่ริว
    #15933
    0
  3. #15790 sakura (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2555 / 21:51
    จิงที่สุดคะ!!!!

    ตอนนี้ซึ้งอะ
    #15790
    0
  4. #15777 KiHae*129 (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 กันยายน 2555 / 17:44
    มิตรภาพยอดเยี่ยมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

    ตรีแกเห็นแล้วใช่มั๊ย

    ว่าแกคือต้นเหตุปล่อยริวไปซะ
    #15777
    0
  5. #15412 fuef (@fue1987) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2555 / 01:08
     ขอบคุณครับ
    #15412
    0
  6. #15255 Eบร้ากลางซอย (@earn-1827) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 29 มีนาคม 2555 / 22:13
     ฮึก//ปาดน้ำตา(อินี้มันเวอร์)
    ซึ้งตอนสุดท้ายย
    #15255
    0
  7. #14946 ^_^ (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 16:09
    จริงที่สุด!!
    #14946
    0
  8. #14757 Ap'aQPr (@pray2626) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 19:39
    จริง !!
    #14757
    0
  9. #14595 F!ShR@iNBo.OW (@rainbowfairy) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 / 18:35

    จะไปกลัวตรีทำไม = = เดี๋ยวเจอพี่ราฟ
    ซึ้งอ่ะ

    #14595
    0
  10. #14532 อารายว้า (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2554 / 01:03
    ริวกลัวหนังยาง

    ท่าทางจาฝังใจจัด
    #14532
    0
  11. วันที่ 28 ตุลาคม 2554 / 13:50
     ทุกคนย่อมมีอดีตเป็นของตัวเองอยู่แล้ว มันก็อยูี่ที่ว่ามันจะเป็นอดีตที่ดีหรือร้าย และก็อยู่ที่ว่าเราจะเก็บอะไรที่เลวร้ายมาจดจำ จนหมกมุ่น จนทำให้ลืมคนรอบข้าง ที่เขาเป็นห่วงเรา


     เป็นกำลังใจให้ริวจ่ะ ^^\/
    #14446
    0
  12. #14264 ป้าปุ๊ (@jthida) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2554 / 22:38
     ลูกแม่กลัวหนังยาง =____=

    #14264
    0
  13. #13487 PP7RI4M (@pp7ri4m) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2554 / 22:48
    เวงกรรมเป็นโรคที่น่ากลัวที่สุดตั้งแต่ข้าน้อยลืมตาดูโลก???    ริวนี้เวิ่นไปไกลเลยอ่ะ. ใครเค้าจะไปทิ้งแกฟร่ะ. ฮ่วยยย
    #13487
    0
  14. #13352 Oo FireFly oO (@minor-role) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 09:56
    จริง สวดๆๆ !!

    ซึ้งน้ออ ตอนสุดท้ายย TT^TT
    #13352
    0
  15. #13197 YO'YOYOYE (@yoyolovejaebeum) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 16:43
    จิงอยู่แล้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #13197
    0
  16. #13090 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 เมษายน 2554 / 12:20
    จริงที่สุด !! ^^
    #13090
    0
  17. #12993 pear (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 21 เมษายน 2554 / 18:58
    จิงๆๆๆๆๆๆ
    #12993
    0
  18. #12795 pia (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 23:40
    ซึ้งม๊ากมาก T^T
    #12795
    0
  19. #12716 Lookkaew :p (@jakkajan09) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 21 มีนาคม 2554 / 17:52
    เรื่องนี้มิตรภาพของความเป็นเพื่อนดีมาก
    อ่านแล้วซึ้งเลย ทุกคนยังรออยู่ เอิ๊กๆๆ
    #12716
    0
  20. #12612 NR [[ '; *๖๘ (@hero-fayzii) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 16 มีนาคม 2554 / 22:28
     ปลื้มฉาก ที่เงยหน้ามาแล้วเจอทุกคนอ่ะ
    ทำให้รู้ว่าโลกนี้เราไม่ได้อยู่คนเดียว
    อ้ากก  ! ตอนนี้ซึ้งโครต ๆ
    #12612
    0
  21. #12313 z-poy (@z-poy) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2553 / 02:12
     ซึ้ง.....อ่านแล้วคิดถึงเพื่อน
     
    #12313
    0
  22. #11943 LekorGee♚ (@ritzfanclub19) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2553 / 15:44
    ซึ้งจับใจเลยย~ยยย
    #11943
    0
  23. #10312 PoppyGirl (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 / 19:13
    ตอนนี้อยู่มหาลัยแล้ว อ่านไปก้อพานจะร้องไห้



    คิดถึงเพื่อนๆม.ปลายจังเลยน้า
    #10312
    0
  24. #9604 มารินะ (@kessara) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 / 01:30
    อ่านแล้วนึกถึงเพื่อนๆสมัยเรียนม.ปลายจังเลยอ่า
    #9604
    0
  25. #9268 ฟาราน (@zashimi) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 20:25
    แง่งๆๆ


    อิตริตายแน่


    - -+++
    #9268
    0