ใครเป็นภรรยาแกฟะ (Yaoi)

ตอนที่ 104 : ตอนพิเศษ = อำลา...ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,927
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 พ.ค. 58

ตอนพิเศษ อำลา….ตอนที่ 1

 

 

 

 

                ไอ้ริว มึงรู้จักไหม ว่าใครมันเป็นมือกีต้าร์ ที่เก่งที่สุดใน ม.4 อ่ะ

 

            พี่ริกเอ่ยถามผม ในขณะที่เจ้าตัวกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ ผมที่ง่วนอยู่กับการล้างจาน (โคตรเป็นแม่ศรีเรือนเลยตู) ก็โผล่หัวออกมาจากศอกหลืบ จึงเห็นขาพี่ชายนกระดิกตีนดิ๊กๆอยู่หน้าทีวี

 

                มือกีต้าร์ที่เก่งที่สุดใน ม.4

 

                ใครวะ?

 

 

                เหอะ ไม่รู้จักอ่ะพี่ ทำไมหรือ?....”ผมถามกลับไป พลางคว่ำจานใบสุดท้ายบนตระแกรง แล้วเดินมาหาพี่ชาย แต่ก็เพิ่งรู้เหมือนกันครับ ว่าไอ้พี่พีช ซึ่งเป็นหวานใจพี่ชายผม มานั่งหัวโด่ตั้งแต่เมื่อไหร่เอ้า พี่พีช หวัดดีครับ

 

            “หวัดดีครับ น้องน่ารักไอ้พี่พีชรับคำทักทาย แต่ประเด็นคือ จนป่านนี้พี่พีชแกก็ยังไม่เปลี่ยนวิธีการเรียกชื่อของผม เอาเถอะครับ ตราบใดที่พี่ชายผมมันไม่หึง มึงจะเรียกอะไรก็เรียกไป (ยกเว้นต่อหน้าไอ้ราฟครับ ไม่งั้นมีวางมวย)

 

                เนี่ย ในบอร์ดโรงเรียนมีคนตั้งกระทู้ เรื่อง มือกีต้าร์ที่เก่งที่สุดใน ม.4 เนี่ย กูกำลังหามือกีต้าร์ประจำโรงเรียนเราอยู่ ก็เลยสนใจนิดหน่อยว่าแล้วพี่ก็ยื่นมือถือไอโฟนเครื่องสีดำให้ผมดูครับ ความจริงไอโฟนเครื่องนี้ไม่ใช่ของพี่ชายผม ของไอ้พี่พีชที่นั่งเอาหัวซบไหล่พี่ชายผมต่างหาก (หวานกันจริงคู่นี้)

 

                ผมรับไอโฟนมาดู ก่อนที่จะเลื่อนดูหัวข้อกระทู้ที่พี่ชายผมพูดถึงเมื่อกี้

 

                ในไอโฟนเปิดหน้ากระทู้ๆนึง ที่มียอดคนเข้าชมหลายร้อยคน และหลายร้อยคนที่เข้ามาตอบ ซึ่งเอาจริงๆนะครับ ไอ้บอร์ดโรงเรียนเนี๊ยะ แทบไม่ค่อยมีคนเข้ามาคุยกันหรอกครับ อย่างมากก็แค่กระทู้ๆนึง มีคนเข้ามาอ่านกันแค่ไม่กี่คน แต่เพราะคราวนี้ คนกว่าครึ่งร้อยเข้ามาอ่าน จึงทำให้คนสนใจมากขนาดนี้

 

                ในเนื้อหานั้น ไอ้เจ้าของกระทู้พูดถึงว่า พี่แกเนี่ย ได้ยินข่าวลือจากนักเรียน ม.4 จำนวนนึง พูดถึงมือกีต้าร์ที่เก่งที่สุดในชั้น ม.4 พวกเขาก็เลยอยากจะรู้ว่า ไอ้คนที่ว่าเนี่ย มันคือใคร? เก่งขนาดไหน? และทำไมต้องทำตัวเป็นอีแอบไม่มีชะนีผสมด้วย

 

                อยากที่ผมเคยบอกในหลายๆตอนครับ ว่าโรงเรียน วิทยาเรืองวิทย์ เนี่ย เรื่องเรียนเป็นรอง แต่กิจกรรมเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้น ถ้าใครมีความสามารถเก่งๆหน่อย ก็จะออกมาลวดลายโชว์ชาวบ้านเข้าได้เห็นครับ จึงเป็นที่น่าแปลกที่ไอ้มือกีต้าร์ที่เก่งที่สุดของชั้น ม.4 เนี่ย ทำไมถึงไม่โผล่หัวออกมา

 

                เอาจริงๆนะครับ ถ้าหากขึ้นชื่อว่าเก่งที่สุดในชั้นปีแล้ว แต่ละชมรมก็อยากจะแย่งตัวกันมาทั้งนั้น อย่างน้อยก็เป็นการโปรโมทชมรมไปในตัว ว่าชมรมนี้มีคนเก่ง อะไรทำนองนั้น ไหนเวลามีกิจกรรม ก็จะได้มีคนเก่งๆคยช่วยเหลือ

 

                คราวนี้ก็เหมือนกัน ดูเหมือนพี่ชายผม ผู้ซึ่งเป็นประธานชมรมดนตรีสากล ก็คงอยากได้จะตัวมือกีต้าร์ที่เก่งที่สุดใน ม.4 นี่มากๆ ไหนจะตอนนี้หมดช่วงฤดูสอบของเด็ก ม.6 แล้ว พี่ชายผมก็จำเป็นต้องหาคนมาเพิ่มในชมรมอย่างด่วนจี๋

 

                ก็เพราะอีก 1 เดือนครึ่ง พวกเด็ก ม.6 ก็จะจบการศึกษาจากที่นี่น่ะสิครับ

 

 

                ฉะนั้นแล้ว ต่อให้หมดช่วงสอบของเด็ก ม.6 ไป ก็จะเห็นพวกพี่ๆเค้า ยังคงป้วนเปี้ยนในโรงเรียน ทั้งๆที่ควรจะนอนตีพุงอยู่บ้านสบายอารมณ์เสียมากกว่า

 

               

                แล้วพี่อยากได้คนเล่นกีต้าร์ไปอีกทำไมอ่ะ ในเมื่อมือกีต้าร์มีตั้ง 10 คนน่ะผมเอ่ยถาม พลางเดินไปนั่งข้างๆพี่ชายผม

 

                ไม่ไหวๆ ไอ้ 10 คนที่เหลือเนี่ย เล่นได้แค่งูๆปลาๆ เวลาแข่ง คงชิบหายแน่ๆ

 

            “ใช่ครับ น้องน่ารัก อีกอย่างนะ นอกจากคนเล่นกีต้าร์แล้ว มือกลอง เบส แล้วก็คนร้องนำ ก็ไม่ไหวด้วยกันทั้งหมดเลยล่ะครับพี่พีชเสริม

 

            “หูย อย่างนั้นก็ต้องหาใหม่เยอะเลยอ่ะดิหายากนะนั่น คนเพิ่มเนี่ย

 

                เหมือนหาสมาชิกใหม่ทั้งชมรมเลยล่ะพี่ผมเอ่ยอย่างเซ็งๆ

 

                ส่วนผม พอเห็นพี่ชายผมนั่งเซ็ง ผมก็ไม่ได้พูดอะไรต่อครับ เพราะการที่ต้องมาหาสมาชิกใหม่นั้นมันเป็นเรื่องที่โคตรน่าเบื่อครับ คืองี้ ด้วยความที่เป็นช่วงปลายเทอม และแน่นอนว่าเด็กแต่ละคนมันรู้แกวแล้ว ว่าชมรมไหนไม่ดังจริง ก็จะไม่มีใครกล้าหลวมตัวเข้ามา มันไม่เหมือนตอนต้นเทอมใหม่ไง เด็กหัวอ่อนๆ หลอกล่อนิดๆหน่อยๆก็เข้ามาง่ายๆแล้ว

 

                ถึงแม้ว่า พวกชมรมใหญ่ๆอย่างชมรมพี่ชายผม จะมีคนมาสมัครบ่อยๆก็เถะครับ แต่ก็นะ ชมรมดนตรีสากล ใครเล่นดนตรีไม่เป็นก็เข้าไม่ได้ เล่นงูๆปลาๆ ก็ใช่ว่าจะอยู่รอด การหาสมาชิก ที่เล่นดนตรีเป็น ก็ใช่ว่าจะหาง่ายๆกันซะหน่อย

 

                เอ้อ พี่ แล้วใครเป็นประธานชมรมต่อจากพี่อ่ะในเมื่อหาสมาชิกใหม่ ก็ต้องมานั่งปรับสภาชมรมใหม่ด้วยนี่หว่า

 

                ก็ใครอีกล่ะ ไอ้ข้าว ไงพี่ริกตอบ

 

                แล้วจะรอดรึ ไอ้พี่ข้าวเนี่ยผมถามต่อ

 

            “เห็นอย่างนั้น ไอ้ข้าวมันเก่งอยู่นะเว้ย

 

            “ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น หมายถึงเรืองที่มันอยู่ ม.5 อ่ะ ไม่เป็นไรรึจำได้ไหมครับ ว่าพวกเรา เหล่า Demon ไม่ถูกกับเด็ก ม.5 อย่างแรง กว่า 30% เท่านั้น ที่เราจะสนิทด้วย ส่วนอีก 70% ก็คือ หมาบ้าดีๆนี่เอง ไอ้ข้าวนี่อยู่ในช่วง 50-50 จะดีก็ดี ถ้าไม่ดี ก็ห่วยแตก

 

                ไม่เป็นไรหรอก แฟนมันช่วยคุม สบายๆพี่ริกว่า พลางพลักหัวพี่พีช เพราะดูเหมือนว่าจะเริ่มหนัก ส่วนพี่พีชก็ทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มไหลเหมือนนอนแทน เออ เนอะช่วงนี้ไอ้ข้าวมันไปได้ดีกับแฟนเกินคาด คงไม่เป็นไร

 

                ว่าแต่ น้องน่ารัก ครับ พี่สงสัยมาหลายครั้งแล้ว ว่าจะถามอยู่ไอ้พี่พีช ที่เริ่มคลอเคลียกับพี่ชายผมเอ่ยถามผม ที่กำลังเซ็งที่มีคู่รักมานั่งหวานให้ดู

 

                ถามไรอ่ะ?

 

            “น้อง น่ารัก อยู่ชมรมไหนหรอ?

 

                แหงะ

 

                ยิ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากให้พวกรุ่นพี่รู้

 

 

                พี่ริววว รินหิวข้าว มีไรกินมั่งไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรต่อ ไอ้รินที่โผล่พรวดมาจากห้องตัวเองก็ร้องเสียงดัง พลางเดินมาดึงให้ผมลุกขึ้นไปหาอะไรให้กิน โดยไม่ได้มองบรรยากาศเลย ผมที่ต้องการหลีกหนีสถานการณ์แบบนี้ ก็เลยเออออห่อหมกกับไอ้ริน ยอมเข้าครัวไปทำกับข้าวให้ไอ้รินมัน (ทั้งๆที่มันบ่าย 2 แล้วน่ะนะ)

 

                คือ ที่จริงแล้วอ่ะ มือกีต้าร์ที่เก่งที่สุดใน ม.4 ก็ไม่ใช่ใครอื่นหรอกครับ

 

 

 

 

 

 

                คนๆ นั้นก็คือ ผม เองนี่แหละ

 

 

 

 

 

 

……………………………………………….

 

 

 

 

                เฮ้ย พวกมึงรู้เรื่องงานจบการศึกษาของเด็ก ม.6 ยังวะในระหว่างที่พวกเรา เหล่า Demon ver.2 กำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่ในห้องเรียนตัวเองนั้น ไอ้เบลล์ ที่ไม่รู้มันเหาะ รึ วาร์ปมาจากไหน อยู่ๆก็ถามโผล่งขึ้นมา เล่นเอาไอ้ 7-8 คนสะดุ้งสุดตัว คือไอ้เบลล์ ประธานชั้นปีมันอยู่ห้อง 1 ไง อุตส่าห์ถ่อมาห้องผม ก็เลยตกใจกันล่ะครับ

 

                ไอ้ห่า เบลล์ ตกใจหมด มาไม่ให้สุ่มให้เสียงไอ้ปอนด์ด่าเข้าไปฉาดนึง

 

                เออ โทษๆ พอดีกูรีบมันพูด พลางเข้ามาร่วมกลุ่มกับพวกผมครับ สรุป มึงรู้เรื่องยังอ่ะ

 

            “พวกกูรู้แล้ว ไอ้เชี่ยเอ็มไปคาบข่าวมาจากห้องธุรการน่ะไอ้ดีนบอก ตกลงยังไง แต่ละชั้นทำหน้าที่อะไร?

 

                ทุกๆปีที่อยู่ในช่วงการใกล้งานจบการศึกษาของรุ่นน้อง ม.3 และ รุ่นพี่ ม.6 นั้น จะมีการแบ่งหน้าที่ให้กับนักเรียนแต่ละชั้นปีช่วยกันจัดงานครับ ซึ่งหน้าที่ของแต่ละชั้นปีจะมีการจับฉลากกัน เพื่อนให้เสมอภาคกัน ซึ่งหน้าที่เหล่านั้น แบ่งออกเป็น 4 อย่างด้วยกันครับ นั่นก็คือ จัดสถานที่ อาหาร พิธีการ และ การแสดง ครับ

 

                งานจบการศึกษาของทุกๆปี ล้วนแต่เป็นงานใหญ่ รองจากงานสัปดาห์วัฒนธรรมเชียวนะครับ เพราะมันเป็นการที่เราเหล่ารุ่นน้องจะต้องแสดงศักยภาพให้รุ่นพี่ได้เห็น ว่าหลังจากเหล่ารุ่นพี่จบไป รุ่นน้อง จะสามารถดูแลโรงเรียนได้มากน้อยแค่ไหน ทุกคนรักโรงเรียนนี้ครับ ต่อให้จะชอบโดด ชอบเกเร ยังไงๆโรงเรียนนี้ก็เป็นสถานที่ที่ทุกคนรักมากที่สุดรองจากบ้านของตัวเอง ดังนั้น เพื่อเป็นการที่ให้รุ่นพี่ได้วางใจ เราจึงต้องทำตามกันต่อๆมาแบบนี้ครับ

 

                แน่นอนว่า พิธีการมอบประกาศรียบัตรนั้นสำคัญที่สุด แต่ยังมีสิ่งๆหนึ่ง ที่สำคัญไม่แพ้พิธีการเหล่านี้ ก็คือ การแสดง ครับ

 

                อย่างที่ผมบอกไปข้างต้น โรงเรียนผมเน้นกิจกรรมเป็นหลัก ดังนั้น เพื่อให้รุ่นพี่ได้เห็น การแสดงมันต้องอลังการงานสร้างมากครับ ปีที่แล้ว พวกเด็ก ม.5 (ก็รุ่นพี่ริกนั่นล่ะ) เป็นชั้นปีที่ได้รับหน้าที่การแสดงครับ ซึ่งวันนั้นโรงเรียนกลายเป็นคอนเสริ์ตออนเดอะร็อคไปเลยล่ะ (ผมอยู่ ม.3 ก็เลยได้ดูคอนเสริ์ตแบบเต็มที่เลยล่ะครับ)

 

                ถึงแม้ทุกๆปี พวกเราไม่อยากจะกระตือรือร้นอะไรมากกมายหรอกนะครับ แต่ปีนี้ เป็นงานสำคัญสำหรับผมมากๆ ก็เพราะปีนี้ ไอ้ริน จบ .3 และรุ่นพี่ Demon ver.1 ก็จบ ม.6 (ทั้งพี่ชายและแฟน) พวกเราจึงค่อนข้างที่จะตามข่าวคราวกันเงียบๆ ครับ บอกตามตรงนะ การแสดง เป็นอะไรที่พวกผมไม่ค่อยชอบซักเท่าไหร่ มันเหนื่อยครับ เพราะต้องอยู่ตั้งแต่เช้า จนดึก มีการแสดงตั้งแต่หลังเที่ยง จนถึง 2 ทุ่ม ดังนั้นใครที่ได้รับหน้าที่การแสดง มันจะเหนื่อยมากๆ

 

                แต่ก็นะ เพื่อนบุคคลสำคัญของพวกเรา ม.4 (เด็ก ม.4 ทุกคนเป็นหนี้เด็ก ม.6 กันทุกคน) ทุกคนก็เลยอยากจะได้หน้าที่การแสดงกันทุกคน

 

                จุดประสงค์แรก อยากให้รุ่นพี่ ม.6 ได้ทิ้งงานการแสดงประจำโรงเรียนกับเด็ก ม.4 เพราะพวกเรานั้นไม่ไว้ใจเด็ก ม.5 ที่กำลังจะเป็นรุ่นใหญ่ที่สุดในโรงเรียน

 

                จุดประสงค์ที่ 2 เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพเด็ก ม.4 ให้ทุกคนได้เห็น ว่าพวกเราไม่ได้เลวร้าย เพราะพวกเราเหล่า ม.4 ตอนต้นเทอม 2 โดนอาจารย์ฝ่ายวิชาการดูถูกว่าเป็นชั้นปีที่เลวที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งสร้างความโกรธให้กับเด็ก ม.4 มาก (พวกอาจารย์วิชาการ ไม่ค่อยถูกกับพวกเราครับ ยกเว้นฝ่ายปกครอง ที่จะสนิทกับพวกผมมากกว่า)

 

                และจุดประสงค์สุดท้าย อย่างที่กล่าวไป เพื่อส่งลาให้รุ่นพี่ประทับใจที่สุดครับ

 

 

                แต่จะไหวเหรอวะมึง แม่งได้ข่าวว่าเด็ก ม.5 ก็เล็งการแสดงเหมือนกันนะไอ้กาน กับ ไอ้ซีโร่ คู่หูเพื่อนซี้ก็โผล่เข้ามาแทรกไม่ให้สุ่มให้เสียงเหมือนกัน วันนี้จะทำให้หัวใจวายอีกกี่รอบเนี่ย

 

                เนี่ย ไอ้เมย์มันบอกว่า ไอ้พวกเด็ก ม.5 มันกำลังไปตะเวนหาพวกประธานชมรมอยู่ มันกะจะให้พวกประธานชมรมหลายๆชมรม ช่วยโหวตให้พวกมันได้การแสดงและเป็นอีกครั้ง ที่มีคนแทรกเข้ามาในขณะที่พวกเราคุยกัน แต่คราวนี้ไม่ตกใจ ก็เพราะเป็นไอ้เอ็ม หัวหน้าห้องผมเองครับ

 

                ห๊ะ เรื่องจริงดิพวกเพื่อนๆผมร้องลั่นห้องเลยครับ (ไอ้คนอื่นที่อยู่ในมันคงจะคอยเงี่ยหูฟังอยู่ พอใจตกใจ ก็ล่อมันซะทั้งห้องเลย)

 

            ถึงแม้ว่า การเลือกหน้าที่จะใช้วิธีการจับฉลาก แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่ประธานชมรมทุกชมรม ย้ำ ทุกชมรมโหวตให้ชั้นปีนั้นๆได้ทำหน้าที่ตามความเหมาะสม ชั้นปีนั้นๆจะต้องได้รับหน้าที่ที่ว่าไปโดยปริยายครับ

 

            พอได้ฟังแบบนี้ปุ๊บ ทุกคนก็เริ่มเครียดครับ ถ้าหากฝ่ายนู้นเขาเริ่มเดินเกมส์ก่อน เรามีสิทธิ์ที่จะทำไม่ทัน ต่อให้ผมวิ่ง 100 เมตรไปหาพี่ริกที่อยู่ตึก 1 ให้ช่วยก็ใช่ว่าจะทันการครับ (เรื่องแบบนี้โทรศัพท์ไปหาไม่ได้ครับ เสียมารยาทมาก)

 

                แต่ยังไง พวกเด็ก ม.5 ก็ทำไม่ได้หรอกในขณะที่ทุกคนกำลังทำหน้าเครียด (ตอนนี้เพื่อนในห้องมานั่งล้อมพวกเราแล้วครับ แถมมีเด็กจากห้องอื่นมาแจมหลายคนด้วย) ไอ้โจ ที่นอนหนุนตักไอ้ดีนเอ่ยขึ้นมา ไอ้นี่มันนอนนิ่งๆ ไม่มีตกใจเหมือนคนอื่นๆครับ

 

                ทำไมวะ ไอ้โจ ถ้าหากเด็ก ม.5 ไปขอให้ประธานชมรมทุกชม ไม่ซวยแย่เหรอวะ ได้ข่าวช่วงนี้ เด็ก ม.5 แม่งเข้าหาเด็ก ม.6 บ่อยนะเว้ยไอ้ซีโร่ถามอย่างสงสัย ก็อย่างที่ว่าครับ ช่วงนี้เหล่าประธานชมรมที่อยู่ ม.6 เริ่มส่งไม้ต่อให้เด็ก ม.5 ดูแลชมรมกันบ้างแล้ว ถ้าเมื่อไหร่ที่เด็ก ม.5 ได้ตำแหน่งประธานกันหมด ก็เสร็จกันล่ะครับ

 

                เอ้า พวกมึงลืมหรือไง เค้าเอาทุกคนชมรมถึงจะได้ แต่ประเด็น ยังมีอีกชมรมนึง ที่ประธานชมรม ไม่ใช่เด็ก ม.6 นะเว้ยไอ้โจพูดอย่างยิ้มๆ เหมือนมันเป็นเรื่องชิวๆ ไอ้พวกเพื่อนผมตอนแรกก็งงกันครับ ว่าไอ้โจมันพูดถึงอะไร แต่ซักพัก ทุกคนก็ยิ้มออกและพากันมองมาที่ผม ส่วนผมก็เพิ่งนึกออกว่าไอ้โจมันพูดถึงอะไร

 

                หนึ่งในชมรมที่ถือว่าเป็นชมรมลึกลับ เพราะแทบไม่มีการแสดงให้ทุกคนในโรงรียนได้เห็น แต่มีการไปแข่งขันนอกโรงเรียนส่วนใหญ่ หนึ่งในชมรมที่เกี่ยวกับดนตรี ซึ่งภายในโรงเรียนนี้ มีชมรมที่เกี่ยวข้องกับดนตรีแยกกันไปแต่ละแขนง เป็นชมรมที่เพิ่งสร้างเมื่อตอนผมขึ้น ม.1 ชมรมที่มีนักเรียน ม.4 ชั้นปีเดียวที่เป็นสมาชิกชมรม และสุดท้าย

 

                ชื่อชมรมนั้น คือ ชมรมออเครสต้า และ ไอ้ริวคนนี้ เป็นประธานชมรม ครับ….

 

 

 

 

……………………………………….

 

 

 

 

 

            อย่างที่ไอ้โจว่าครับ เย็นวันนั้น พวกเด็ก ม.5 ไม่สามารถไปหาประธานชมรมลับอย่างชมรมออเครสต้าเจอได้ เนื่องจากชมรมออเครสต้า เป็นชมรมลับที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ไม่นิยมเป็นวงกว้าง และหาคนเล่นเครื่องดนตรีออเครสต้ายากเกินไป ดังนั้น จำนวนเด็กนักโรงเรียนผมจะรู้จัก จึงมีน้อยกว่า 1% พวกเด็ก ม.5 ก็เลยพากันหงุดหงิดมากครับ (ฟังได้จากตอนเรียน ได้ยินเสียงเด็ก ม.5 โวยวาย)

 

                แต่ถึงกระนั้น เรื่องมันไม่จบแค่นั้นครับ เพราะหลังเลิกเรียนในวันที่พวกผมคุยกัน พี่ฝน ผู้ซึ่งเป็นประธานนักเรียนก็เรียกพบประธานชมรม ทุกชมรม ทั้งประธานชมรมนเก่า และประธานชมรมใหม่ให้เข้าร่วมประชุม ที่ห้องโสตทัศนศึกษา อาคาร 1 ซึ่งเป็นการเรียกผ่านเสียงตามสายด้วยนะครับ

 

                เมื่อสิ้นเสียงพี่ฝนแล้วไซร้ ไอ้เบลล์ ไอ้กาน ไอ้ซีโร่ และเหล่าหัวหน้าห้อง ม.4 ทุกห้องก็วิ่งมาหาผม ที่กำลังเก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน ผมที่ผู้ซึ่งไม่อยากให้คนอื่นรู้ ก็ได้แต่ถอนหายใจ เมื่อวันเสาร์อุตส่าห์หนีได้แล้ว วันจันทร์ดันต้องมีเปิดเผย

 

                สาเหตุที่ปิดไว้ เอาง่ายๆครับ มันวุ่นวาย ชมรมออเครสต้าเป็นชมรมที่รองผู้อำนวยการตั้งขึ้น เพื่อให้นักเรียนที่สอบเข้าด้วยการแสดงความสามารถ หาชมรมที่เข้ากับดนตรีได้ ซึ่งปีที่ผมเข้า เป็นปีแรกที่มีเหล่านักเรียนสายวงดนตรีออเครสต้าเข้าสอบ ดังนั้นเพื่อความเสมอภาค รอง ผ.. จึงตั้งชมรมขึ้นมาครับ

 

                ตอนผมเข้าสอบ บอกตรงๆ ผมเองก็ไม่ได้สอบโดยการทำข้อสอบเข้า (เพราะโง่เกินไป) แต่เข้าสอบโดยการใช้แสดงความสามารถเข้าสอบแทน แต่ปีนั้นเป็นปีที่นักเรียนที่สอบเข้าด้วยดนตรีเข้ามามากมาย ยิ่งเครื่องดนตรีที่เป็นที่นิยมอย่าง กีต้าร์ เบส กลอง คีย์บอร์ด มีคนเล่นเยอะมาก เปอร์เซ็นต์ที่โดนคัดออกเต็ม 100 ผมก็เลยไปยืมไวโอลินเค้ามาสอบแทน สรุปว่าได้ แถมถูกจัดไปอยู่ในสายวงออเครสต้าเสร็จสรรพ ชมรมก็เลยเริ่มตั้งครับ และก็เหมือนตกกระไดพลอยโจรยังไงไม่รู้ ผมก็ต้องเป็นประธานชมรมตั้งแต่ ม.1 ซะอย่างนั้น โดยที่มีอาจารย์ปลื้ม อาจารย์สอนวิชาฟิสิกส์ ที่เคยเป็นคอนดักเตอร์เก่า มาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมแทนครับ

 

                กว่าที่พวกเรา เหล่าเด็ก ม.4 ในชมรมออเครสต้า จะตั้งวงได้ ก็ล่อเกือบขึ้น ม.2 นู้น และกว่าที่พวกเราสามารถเล่นได้ถึงขนาดประกวด ก็มีตอนขึ้น ม.4 นี่แหละ เป็นครั้งแรก (ได้ชมเชยนะครับ อ่ะแฮ่ม) อีกอย่างนึง สมาชิกในชมรมไม่อยากให้พวกรุ่นพี่มาวุ่นวาย ก็เลยปิดเป็นความลับไว้ มีอาจารย์ กับ นักเรียนไม่กี่คนหรอกครับ ที่รู้ว่ามีชมรมนี้

 

                และที่เรื่องมันใหญ่ ก็อย่างที่ว่า เด็ก ม.5 หาประธานชมรมไม่เจอ ก็คงไปขอให้พวกพี่ฝนช่วย

 

 

                เอาไงมึง ต้องให้พวกกูไปด้วยไหมไอ้เบลล์ถามอย่างเป็นห่วง แหงล่ะ ไปเข้าประชุม โดยที่มีผมเป็นน้องสุดนี่นา

 

                ไม่เป็นไร กูไปกับไอ้โจ ที่เป็นเลขาก็พอผมพูดขึ้น พลางวางกระเป๋าลง

 

                ไอ้ริว ป้ายประธานชมรมไอ้โจเอ่ยขึ้น พลางยื่นป้ายประธานชมรมออเครสต้าให้ผม ประธานทุกๆชมรม จะมีป้ายประธานห้อยคอ ผมใช้ไอ้ป้ายนี้มา 4 ปีแล้วล่ะครับ

 

                แต้งกิ้วผมรับมันมาห้อยคอ ก่อนที่จะออกเดินนำ โดยที่มีไอ้โจเดินตาม และเพื่อนๆมองตาม

 

 

 

 

……………………………………………….

 

 

 

 

            เนื่องด้วย อาคารของเด็ก ม.4 อยู่ใกล้กว่าชาวบ้านเค้า พวกผมก็เลยมาจะสุดท้าย ห้องโสตทัศนศึกษา อยู่ชั้น 1 อาคาร 1 ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยเด็ก ม.5 และ ม.6 ที่มายืนออกัน คาดว่าจะเป็นพวกสมาชิกชมรมต่างๆที่คอยมาลุ้นว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ๆครับ

 

                เอาจริงๆ เมื่อกี้ทำปากเก่งไปงั้นแหละ ใจอ่ะหวาดมากๆครับ รุ่นพี่หมดเลย มีแต่พวกผม 2 คนเท่านั้นที่เป็นรุ่นน้องเท่านั้น นี่ถ้าวันไหนอาจารย์ปลื้มให้ผมมาของบชมรม มีหวังโดนกดแหงๆล่ะ (ประจำอาจารย์ปลื้มเค้าจะมาจัดการให้ เนื่องด้วยพวกผมอายุน้อยกว่ามาก)

 

                ผมกับไอ้โจค่อยๆฝ่ากลุ่มรุ่นพี่ ม.5 กับ ม.6 เพื่อเข้าห้องโสตทัศนศึกษา ระหว่างทางก็มีรุ่นพี่ ม.6 ที่รู้จักหลายๆคนทักทายบ้าง คุยกันบ้าง ส่วนเด็ก ม.5 ก็มีทักเฉพาะคนที่ดีที่กับเด็ก ม.4 ส่วนที่เหลือก็จ้องเขม็งมาที่พวกผม 2 คน กว่าที่จะฝ่าเข้าไปได้ ก็เล่นเสียงของเด็กบริเวรนั้นดังขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ครับ

 

                ส่วนคนที่เฝ้าประตูห้อง ก็เป็นเลขาประธานนักเรียน อย่างพี่จูน พี่สาวอวบระยะสุดท้าย ที่กำลังคอยติ๊ดชื่อคนที่เข้ามาประชุมแล้วครับ

 

                อ้าว น้องริว มาเป็นตัวแทนชมรมอะไรหรือเปล่าจ้ะพี่จูนร้องทักผมหลังจากที่เห็นผมเดินเข้าไปหาแกครับ

 

                ชมรม ออเครสต้าครับผมไม่ได้มาเป็นตัวแทนนะครับ แต่คนอยู่เยอะเลยไม่กล้าบอกว่าเป็นประธาน

 

                อ๋อ ชมรมที่น้อง ม.5 หาอยู่นี่เอง อ่ะ เชิญเข้าไปเลยจ้า ลองหาที่นั่งดูนะพี่จูนบอก พลางเปิดประตูเข้าไปในห้องโสตทัศนศึกษาครับ

 

                อยากจะบอกว่า พอเหยียบเข้าห้องไปปุ๊บ ขนหัวตั้งเลยครับ ไม่ใช่ว่ามันเย็นเหมือนป่าช้าหรอกนะครับ แล้วก็ไม่ได้เย็นเพราะแอร์ด้วย (ต่อให้อากาศมันจะร้อนตับแตกก็เถอะนะ) แต่เพราะบุคคลที่อยู่ในห้องนี่สิ ที่ทำให้ผมขี้หดตดหลายล่ะ

 

                ภายในห้อง เต็มไปด้วยนักเรียนระดับบิ๊กบอสทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพี่ฝน ที่ถ้าเป็นเวลาเล่น แกก็จะเกรียนหัวแตก แต่ถ้าหากอยู่บรรยากาศจริงจังแกก็จะโหดพอๆกับหัวหน้านายพลเลยล่ะ พี่ๆรองประธานสภานักเรียน (มองๆไป แม่งมาทั้งสภาเลยนี่หว่า) ประธานชมรมคนเก่า ประธานชมรมคนใหม่ และอาจารย์บางคนก็เข้ามาด้วย

 

                หูยอยากจะบอกว่า ตอนเข้าไปนี่ตัวลีบเลยครับ ทำเนียนๆกลืนไปกับผนัง ไม่อยากเป็นจุดเด่นซักเท่าไหร่ ต่อให้พี่ชายผม ไอ้ราฟ (มึงมาทำม้ายยย) และไอ้พี่ข้าวอยู่ด้วยก็เถอะ ยังไงก็สู้บรรยากาศแบบนี้ไม่ไหวจริงๆครับ

 

                ในขณะที่กำลังมองหาพื้นที่สิงสถิตอยู่นั้น ก็เจอเข้ากับอาจารย์ปลื้ม ที่เป็นอาจารย์ปรึกษาชมรมออเครสต้า ซึ่งอาจารย์แกก็เห็นพวกผมเหมือนกัน ก็เลยกวักมือเรียกหยอยๆให้ผมเข้าไปหา ผมนี่ไม่ต้องรอให้อาจารย์เรียกหรอก เดินดิ่งไปหาอาจารย์ทันใดเลยอ่ะครับ (ณ จุดๆนี้มีผู้ใหญ่ยู่ใกล้ๆจะเป็นการดีกว่าครับ)

               

                หูย อาจารย์ ดีใจจังอาจารย์มาด้วยผมนี่แทบไปกอดเลยครับ อาจารย์แกก็ขำ

 

                อาจารย์รู้ไง ว่าถ้าเรามาคงจะไม่ไหว ก็เลยเข้ามาช่วยอาจารย์วัยกลางตบไหล่ผม โหย ผมกับไอ้โจ แทบจะกราบตีนเลยครับ เป็นพระคุณจริงๆ

 

 

            และซักพัก เมื่อมีประธานชมรมอื่นๆเข้ามาเพิ่ม พี่จูนก็เดินเข้ามาบ่งบอกว่าประธานทุกชมรมเข้าประชุมครบกันหมดแล้วครับ

 

 

            “สวัสดีทุกคน ผม ฝน ประธานสภานักเรียน จะขอเริ่มการประชุมกันเลยนะครับพี่ฝนพูดขึ้นเป็นอันเปิดประชุม

 

            ในการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องจบการศึกษาหรอกนะครับ แต่เป็นการประชุมข้อรับทราบ กฏการเป็นประธานชมรม และขอการของบประมาณจากโรงเรียน ซึ่งทุกๆปีก็แตกต่างกันไปตามสภาวะของสภานักเรียนใหม่ ซึ่งวันนี้สภานักเรียนใหม่ก็เข้าประชุมด้วย โดยที่ พี่แอร์ สาวสวยประจำชั้น ม.5 เป็นประธานนักเรียนคนใหม่ครับ (พี่แอร์แกเป็นหนึ่งในนักเรียน ม.5 ที่ญาติดีกับเด็ก ม.4 ครับ ไม่ต้องห่วง)

 

                พี่ฝนพูดคร่าวๆในเรื่องของการดูแลเด็กในชมรม การเปิดสมัครสมาชิกใหม่ในเทอมหน้า และการจัดตั้งชมรมใหม่สำหรับเหล่านักเรียนที่ต้องการสร้างชมรมเพิ่ม ซึ่งหัวข้อนี้สภานักเรียนต้องเป็นฝ่ายทราบ เพราะเวลาตั้งชมรมใหม่ ต้องเข้ามาหาสภานักเรียนฝ่ายกิจกรรมเท่านั้น ถึงจะขอสร้างชมรมได้ครับ (ตอนสร้างชมรม ออเครสต้า คนที่เป็นธุระให้คือ รอง ผ.. ครับ ผมแทบไม่ทำอะไรเลย)

 

                ส่วนในเรื่องของการของบประมาณชมรม อันนี้พี่แอร์เป็นคนพูดเองครับ แต่ละปีมันมีการเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆไม่ซ้ำกันครับ เนื่องจาการทำงานของแต่ละสภาไม่เหมือนกัน ดังนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ หรือตามลักษณะงาน แต่ปีนี้กลับทำเหมือนปีที่แล้ว ก็คือส่งใบคำร้องของบประมาณโดยในใบของบประมาณนั้น ต้องมีชื่อประธานชม กับ ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาชมรม ไปยื่นให้อาจารย์ฝ่ายธุรการเป็นคนจัดการให้ (ซึ่งผมเองก็ไม่ต้องทำเองอยู่ดี เพราะอาจารย์ปลื้มแกจัดให้)

 

                ทีนี้ก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องกิจกรรมที่จะมีในเทอมหน้า แน่นอนเทอมแรกที่เราต้องเจอก็คือ งานรับน้อง ม.1 กับ ม.4 และงานสัปดาห์วัฒนธรรม ส่วนตรงนี้พี่ฝนกับพี่แอร์ช่วยกันอธิบายคร่าวๆ เพราะเรายังไม่รู้ว่า ทางโรงเรียนจะเริ่มงานวันไหน

 

                และก็ต่อด้วยไคล์แม็กซ์ที่เป็นสาเหตุผมกับไอ้โจมาคราวนี้ก็เริ่ม งาน จบการศึกษา ของรุ่นพี่ ม.6 และน้อง ม.3 ครับ….

 

 

            “เมื่อวานนี้ มีตัวแทนของน้อง ม.5 มาปรึกษาเรื่องขอรับหน้าที่ในวันจบการศึกษา ทางสภานักเรียนคิดว่า ถ้าหากพวกน้อง ม.5 ต้องการรับหน้าที่โดยตรงโดยไม่มีการจับฉลาก ต้องมาขออนุญาตประธานชมรมก่อนพี่ฝนก็เริ่มประเด็นทันทีหลังจากคุยเรื่องอื่นๆจบครับ ซึ่งแน่นอนว่า กฎข้อนี้ทุกคนเค้ารู้ดี ว่าต้องมีการอนุญาตจากประธานชม คณะอาจารย์ และน้องๆชั้นปีอื่น

 

                แต่ปีนี้รู้สึกเด็ก ม.5 จะข้ามขั้นสุดท้ายไปน่ะนะ

 

            “ทุกคนว่าอย่างไรบ้างครับ เห็นด้วยไหม?เสียงพี่ฝนถามอีกครั้ง ซึ่งหลังสิ้นเสียงก็มีเสียงของสมาชิกในที่ประชุมคุยกัน บ้างก็คุยกับคนในชมรม บ้างก็คุยกับคนต่างชมรม ส่วนพวกผม 3 คนก็ยืนนิ่ง รอคอยสถานการณ์ ต่อไป

 

                ก็ดีนะ ให้น้อง ม.5 ทำไปเลย งานจะได้ออกมาดีประธานชมรมกรีฑาพูดขึ้นมา

 

                ไม่ขัดข้องครับไอ้นี่ประธานชมรมหมากล้อมพูด แหงล่ะ มันเป็นเด็ก ม.5 นี่หว่า

 

                แล้วแต่…”ประธานชมรมฟุตบอลเอ่ย และหลังจากนั้นก็มีเสียงของประธานชมรมหลายๆชมรมตอบคำถามเรื่อยๆ

 

 

                อย่างที่คิดไว้เลยครับ เด็ก ม.5 แม่งไปคุยกับประธานทุกชมรมมาหมดแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งคนเก่าหรือคนใหม่ ซึ่งพี่ฝนก็ให้พี่จูนคอยจดว่าประธานชมรมอะไรบ้างที่เห็นด้วยที่ให้เด็ก ม.5 ได้หน้าที่การแสดงโดยไม่ต้องจับฉลาก ก็อย่างที่ว่าล่ะครับ ถ้าอยากได้ ก็ต้องให้ประธานทุกชมรมเห็นด้วยกันทั้งหมด

 

                ผ่านไปซักพัก ประธานชมกว่า 50 คนเห็นด้วยกับการให้เด็ก ม.5 ขึ้นการแสดง พี่ฝนก็เลยหันไปถามพี่จูนครับ เป็นไงจูน ครบแล้วใช่ไหม?

 

            “ยัง ยังมีอีกชมรมนึงน่ะพี่จูนตอบพร้อมกับไล่นิ้วดูตามใบรายชื่อชมรมที่พี่เค้ากำลังถืออยู่

 

                ชมรมไหนอีกวะ ครบแล้วไม่ใช่เหรอ?พี่ฝนถามอย่างสงสัย ก็ไม่แปลกใจหรอกครับ ประธานชมรมคนอื่นๆอ่ะ พี่ฝนแกคุ้นหน้าอยู่แล้ว

 

                ชมรม ออเครสต้า ไงพี่จูนเอ่ยชื่อชมรมผม ซึ่งปฏิกิริยาของเด็ก ม.5 ที่ไปหาประธานชมรมไม่เจอก็พากันตื่นตัวครับ แต่ละคนคอยมองหาว่าใครน่าจะเป็นประธานชมรมออเครสต้า ส่วนพวก ม.6 ก็มองหน้ากันเล็กน้อย ซึ่งก็น่าจะเป็นพวกคนที่ไม่รู้ว่าโรงเรียนนี้มีชมรมออเครสต้าด้วย

 

            โดยเฉพาะชมรมที่เกี่ยวกับดนตรี ชมรมดนตรีสากลสมัครเล่น ชมรมนาฏศิลป์ ชมรมวงโยธวาทิต ชมรมขับร้องประสานเสียง และชมรมดนตรีเพื่อการแสดง ทั้งประธานชมรมกันคนเก่าและคนใหม่ ต่างพากันตื่นตัวมากที่สุด ในแขนงสายดนตรี วงออเครสต้า ถือว่าแปลก และยากที่สุด ไม่แปลกใจครับ ว่าทำไมทุกคนถึงกระตือรือร้นที่อยากจะรู้ว่าใครเป็นประธานชมรมออเครสต้า

 

                ไหน? ใครเป็นประธานชมรมออเครสต้า ออกมาหน่อยดิ๊!!”พี่ฝนเรียกหาประธานชมรมทันทีครับ

 

                ตอนแรกผมเองก็ไม่อยากจะโชว์ตัวหรอกนะ ว่าผมเป็นประธานชมรมออเครสต้า แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว จะปิดบังอีกก็ใช่ที จะให้อาจารย์ปลื้มลำบากต่อไปไม่ได้แล้ว (เพราะพวกผมโตพอที่จะจัดการชมรม) จะให้สมาชิกในชมรมโดนเอาเปรียบไม่ได้อีก แถมอาจารย์ปลื้มกับไอ้โจก็พยักหน้าด้วย ผมก็เลยเดินหน้าออกไปนิดหน่อย ก่อนที่ยกมือครับ

 

                ครับ ผมเองผมขานตอบ

 

                สื้นเสียงขานตอบของผม รุ่นพี่ทุกคนก็หันมาหาผมกันทุกคนเลยล่ะครับ ทั้งสภา เด็ก ม.5 กับ ม.6 อาจารย์ หรือคนอื่นๆ ต่างพากันมองผมเป็นตาเดียว ไอ้ริวถึงกับขาสั่นเลยล่ะครับ คือ บิ๊กบอสมองอ่ะ เป็นใครก็ขาสั่นครับ เชื่อดิ

 

                ซึ่งพวกพี่ชายผมเองเมื่อเห็นไอ้ริวทำตัวเด่นสะดุดตาแบบนี้ ทั้งพี่ริก ไอ้ราฟ แล้วก็ไอ้พี่ข้าว ก็พากันตื่นตะลึงทันที ก็เพราะพี่เค้าไม่เห็นผมตั้งแต่แรกไง คิดว่าคงมีการงงล่ะครับ ว่าผมมาทำอะไรที่นี่ และทำไมผมถึงยกมือขานตอบพี่ฝน

 

                ไอ้ริว? หมายความว่าไงวะ?พี่ฝนถาม เอ้า เมื่อกี้ก็เพิ่งถามหาไม่ใช่รึ?

 

                ก็พี่ถามหาประธานชมรมออเครสต้าไม่ใช่เหรอ? ก็ผมไงทนหน้าด้านไว้ก่อน สิทธิ์ในการได้หน้าที่แสดงสำคัญกว่า

 

                ห้ะ! มึงรึ?

 

            “ครับ…”

 

                เฮ้ยจริงดิ มึงอยู่ ม.4 เองนะ เป็นประธานได้ไง? หรือว่าชมรมมึงไม่มีเด็ก ม.5 ประธานคนเก่าก็เลยให้มึงเป็นประธานต่อ?พี่ฝนแปลกใจใหญ่เลยครับ ที่เห็นเด็ก ม.4 อย่างผมเป็นประธานชมรม เอาจริงๆ ชมรมอื่นๆเค้าไม่ให้เด็กรุ่นน้องเป็นประธานกันหรอกครับ อย่างมากก็เด็ก ม.5 ที่ต้องรับหน้าที่ในการเป็นประธานชมรมต่อจากเด็ก ม.6 ที่กำลังจะจบการศึกษาเท่านั้น

 

                เพราะฉะนั้น เด็ก ม.4 อย่างผมเป็นประธานชมรม จึงแปลกยังไงล่ะ….

 

 

            “ป่าว ชมรมผมไม่มีประธานชมรมคนเก่าอ่ะตอบได้ซื่อมากครับ มันก็จริงนะ ประธานชมรมออเครสต้าเพิ่งมีแค่คนเดียว จะมีใหม่ได้ไง

 

                งั้นมึงก็เป็นประธานชมรมตั้งแต่สร้างชมรม?

 

                ก็นะ….”

 

            “เฮ้ย จริงดิ??สิ้นเสียงของพี่ฝน เหล่าผู้คนในห้องก็ต่างกันซุบซิบกันใหญ่ครับ พี่ฝนที่หันไปคุยกับพี่จูน เด็ก ม.5 ที่ต่างพากันซุบซิบอย่างเคร่งเครียด รุ่นพี่ ม.6 ที่สนิทก็ต่างพากันหัวเราะ (ไม่ได้เยาะเย้ยนะครับ) และพวกพี่ผมที่ตบหน้าผากดังป๊าบ ที่โดนน้องชายปกปิดความลับใหญ่แบบนี้ไว้

 

                ถึงว่า ทำไมชมรมแม่งลึกลับจัง ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เองพี่ฝนแกลูบหน้าตัวเอง ดูเหมือนแกเองก็สงสัยว่าใครเป็นประธานชมรมออเครสต้า ก็แหงล่ะ ผมไม่เคยโผล่หัวมาเข้าประชุมนี่นา

 

                แล้วไงต่ออ่ะพี่ พี่จะถามอะไรผมอ่ะ เห็นถามหาผมผมเริ่มเข้าประเด็นครับ เรื่องนี้ไม่สำคัญเท่าเด็ก ม.5 จะผูกขาดหน้าที่การแสดง

 

                โอเคๆ กูจะถามมึง มึงเห็นด้วยไหม ที่ ม.5 เขาจะขอการแสดงอ่ะพี่ฝนที่เริ่มปรับอารมณ์ได้ก็เริ่มถามครับ ซึ่งตอนนี้ทุกคนเริ่มจะที่เงียบ และรอคอยฟังคำตอบ (คงจะเป็นเฉพาะเด็ก ม.5 ล่ะนะ) ซึ่งผมเองก็มองดูเหล่าบรรดาบิ๊กบอสที่รอคอยคำตอบ ขอโทษนะพวกพี่ ม.5 งานนี้พวกผมเองก็อยากเกิดให้พวกพี่ๆ ม.6 ได้เห็นด้วย

 

                ไม่เห็นด้วยครับ

 

                สั้นๆ ได้ใจความ….

 

 

            “ห๊ะ!!!!!!”เสียงของเด็ก ม.5 ที่เผลอหลุดเสียงร้องออกมา ส่วนเด็ก ม.6 ยังคงนั่งนิ่งๆรอคอยสถานการณ์ต่อไป

 

                ไม่เห็นด้วย ทำไมล่ะ?พี่ฝนที่ยิ้มหน่อยๆเหมือนคนเจ้าเล่ห์ ผมว่าพี่ฝนเองก็ดูสนใจไม่น้อย ที่ผมไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้

 

 

            “ก็มันไม่เสมอภาคนี่ครับผมตอบ

 

                ไม่เสมอภาค ยังไง?อยู่ๆก็มีเด็ก ม.5 คนนึงเอ่ยถามขึ้น คนๆนั้นคือ ไอ้แมน ว่าที่ประธานชมรมมันทนาการ มันดูไม่พอใจมากๆเลยล่ะครับ (แหงล่ะ ห้องมันมีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นอาจารย์ที่ด่าเด็ก ม.4 เมื่อต้นเทอม 2) มันลุกขึ้นยืน แถมจ้องซะจะฆ่ากัน

 

                นั่นสิ พี่ว่ามันก็เสมอภาคนะน้อง ประธานชมรมอื่นๆก็เห็นด้วยเนี่ยไอ้เกียร์ ประธานชมรมแคลคูลัสที่เพิ่งได้ตำแหน่งมาหมาดๆก็ขึ้นเหมือนกัน

 

                ก็มันไม่เสมอภาคตรงที่พวกพี่วิ่งไปหาประธานชมรมคนอื่นๆก่อนน้องๆเขาไงครับผมตอบ พลางกอดอกจ้องหน้าไอ้คนที่เหมือนจะประท้วงเมื่อกี้ ซึ่งก็ได้ผลครับ เด็ก ม.5 ที่เป็นตัวตั้งตัวตีถึงกับสะอึก แถมพวกรุ่นพี่ ม.6 ก็พากันทำหน้าแปลกใจ มีบางคนที่ประธานชมรมคนเก่าหันไปประธานชมรมคนใหม่ด้วย

 

                ถ้าพี่บอกว่ามันเสมอภาค ผมถามหน่อย ตรงที่ไหนที่มันเสมอภาคครับ? พวกพี่วิ่งเข้าหาประธานชมรมคนอื่นๆโดยการเข้าไปขอทำการแสดงง่ายๆเนี๊ยะนะ แล้วพวกน้อง ม.1 กับ ม.2 เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจเลยเหรอครับ ว่าเขาอยากทำอะไรน่ะ?เมื่อไม่มีใครเสริม ผมก็เริ่มต่อเนื้อหาเข้าไปครับ ก่อนที่พี่จะเข้าไปของานแสดงน่ะ ความจริงพี่ต้องขอน้องก่อนป่ะ? ไม่ใช่ว่าเป็นรุ่นพี่แล้ว ก็เลยไม่เห็นหัวน้องเค้าแบบนี้ เค้าเรียกว่าเสมอภาคไหมครับ?

 

 

                เงียบกริ๊บ….

 

 

            บอกตรงๆว่าไม่ได้ตั้งใจจะวิชาการ หรือมนุษย์ธรรม แต่พวกมึงขี้โกงกับพวกกูก่อนนะ

 

 

                การที่ประธานชมรมจะหมอบหมายให้ชั้นปีนั้นๆได้รับหน้าที่ มันไม่ใช่ว่าชั้นปีนั้นๆต้องไปขอร้องครับ มันขึ้นอยู่กับหน้าที่ที่หมอบหมายให้มันจะเหมาะสมสำหรับชั้นปีนั้นจริงๆ แน่นอนต่อให้พวกผมอยากจะได้งานการแสดงใจจะขาด พวกผมก็ไม่วิ่งเต้นเข้าหาประธานชมรมก่อนแน่ๆครับ

 

                ณ ตอนนี้ ไม่มีใครพูดอะไรเพิ่มเติมครับ มีแต่เหล่าประธานคนเก่า พูดคุยกับประธานคนใหม่ของแต่ละชมรม ซึ่ง เด็ก ม.5 หลายคนก็หน้าเสีย ประธานชมรมคนเก่ารู้ดีครับ ว่าวิธีแบบนี้ เป็นวิธีที่โคตรผิดกฎอย่างแรง การที่รุ่นพี่ ม.5 ตัดสินเอาเอง โดยไม่สนใจหัวน้อง ไม่เข้าไปคุยกับน้อง ไม่ขออนุญาตน้องก่อน อย่างนี้เค้าเรียกว่าเอาแต่ตามใจตัวเอง ถ้าหากปล่อยไว้แบบนี้สารบบรุ่นพี่รุ่นน้องที่พวกรุ่นเก่าๆสร้างมา ได้พังครืนอย่างไม่ต้องทำอะไรเลยล่ะครับ

 

                จะเอาไงครับ ยังไงๆผมก็ไม่เห็นด้วยหรอกนะ ที่พี่ไม่ขอน้องๆก่อนน่ะผมถามเสียงดังเพื่อทำลายความเงียบ

 

                เป็นแค่ประธานชมรมสร้างใหม่อย่าอวดดีไปหน่อยเลยเสียงแว่วๆดังมาจากไหนไม่รู้ครับ แต่เล่นเอาผมฉุนหนัก

 

                ขอโทษที เผอิญว่าผมเป็นประธานชมรมมา 4 ปี มีประสบการณ์เยอะกว่าใครบางในนี้ ผมมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นครับผมพูดเสียงดัง แถบตอกหมุดเข้าไปแรงๆ กูเป็นประธานชมรมมาตั้งแต่ ม.1 ถ้ากูอวดดี พวกมึงก็หน้าด้านล่ะ!

 

 

            “เฮ้ย!!!!”

 

                แต่การที่ผมพูดออกไปเรื่องระยะเวลาในการเป็นประธานชมรม ทำเอารุ่นพี่หลายคนร้องเฮ้ย พี่ฝนนี่เดินมาหาผมทันทีเลยครับ

 

                “4 ปี? ตั้งแต่…”

 

                ก็ตั้งแต่ ม.1 อ่ะนะผมตอบโดยไม่ที่ต้องรอคำถามให้จบ ซึ่งพอพี่ฝนได้รับคำตอบ แกก็กุมขมับเลยครับ แกมองไปที่อาจารย์ปลื้มกับไอ้โจ ที่ยืนอยู่รอบนอก อาจารย์ปลืมแกยิ้มน้อย ก่อนจะเดินหน้าเข้ามาในที่ประชุมครับ

 

                เรื่องนี้อาจารย์ขอยืนยันนะ แสงสุรีย์ เป็นประธานชมรมออเครสต้าตั้งแต่ ม.1 ครับอาจารย์ปลื้มเพิ่มเสียงนิดหน่อย เพื่อให้ทุกคนได้ยินครับ

 

                ทำไม ถึงให้ไอ้ริว เป็นประธานชมรมล่ะครับอันนี้เสียงพี่ชายผมเองครับ ส่วนผมนี่แอบถอยหลังไปหลบหลังอาจารย์ เนื่องจากโดนพี่ชายตัวเองจ้องซะทะลุครับ

 

            “แล้ว ชมรมออเครสต้านี่สร้างมาตั้งแต่ตอนไหนคะ?อันนี้เสียงพี่อ้อประธานรมชมคนเก่าของชมรมคอรัสครับ

 

                เมื่อตอนที่ แสงสุรีย์เขาอยู่ม. 1 เด็กๆที่เข้ามาสอบเข้าด้วยความสามารถพิเศษ กว่า 30% เป็นเด็กที่ใข้เครื่องดนตรีประเภทวงดนตรีออเครสต้าเข้าสอบน่ะ แต่เนื่องจากความสามารถของเด็กที่สอบผ่าน ไม่มีชมรมไหนรองรับ รองอาจารย์ใหญ่ก็เลยให้ครูตั้งชมรมขึ้น สมัยนั้นคนที่สอบเข้าด้วยคะแนนสูงสุดก็คือ แสงสุรีย์ เขานี่แหละ ครูก็เลยให้เค้าเป็นประธานชมรมอาจารย์ปลื้มเล่าเรื่องราวสมัยนั้นครับ แต่คือ อาจารย์ครับ เรื่องที่ผมสอบได้ที่ 1 น่ะ ไม่ต้องบอกเค้าก็ได้ครับ ผมอาย

 

                ที่ 1 ? ไม่ใช่ไอ้ใหม่เหรอวะเสียงพี่ข้าวพูดขึ้นมา เพราะการสอบเข้าด้วยความสามารถแต่ละแขนง จะมีการประกาศ Top 10 ของแต่ละแขนงนั้นๆ แน่นอนว่า ในวันนั้น ชื่อผมไม่ได้ประกาศขึ้นบนบอร์ดครับ

 

                อ๋อ สอบโดยใช้วิชาสายออเครสต้า ไม่ได้รวมกับสายวิชาอื่นๆน่ะอาจารย์ปลื้มตอบให้

 

                ห้ะ แล้วน้องชายผมเขาเอาอะไรสอบ?

 

                ไวโอลิน ไงล่ะ เล่นดีด้วย….”

 

            “อาจ๊านนน!!! พอแล้ว ผมเขินผมพูด พลางรีบดันหลังแกให้กลับไปที่เดิมครับ ปล่อยไว้เดี๋ยวโดนแฉยิ่งกว่านี้ อาจารย์ปลื้ม ผู้ซึ่งชอบปลื้มลูกศิษย์ตัวเองสมชื่อโดนผมสกัดดาวรุ่ง แกก็ถอนหายใจอย่างเซ็งเป็ด ก่อนที่จะเดินไปสมทบกับไอ้โจเหมือนเดิม ปล่อยให้ผมยืนเผชิญชะตากรรมกับฝูงอีแร้งต่อ

 

                ซึ่งเหล่ารุ่นพี่ได้ฟังเรื่องราว ก็ต่างพากันเงียบกริ๊บปอีกรอบครับ

 

                ชิบหาย เอ้ย มึงนี่จะเก่งไปไหนวะ?ในที่สุดพี่ฝนก็พูดออกมาทำงานความเงียบ แกถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่ขยี้หัวผม ซึ่งผมก็ยิ้มเป็นการขอบคุณให้พี่ฝน ก่อนที่พี่ฝนจะเดินกลับไปที่หน้าห้อง

 

 

                เรื่องที่เด็ก ม.5 ขอ ผมในฐานะประธานนักเรียน ขออนุญาตกลับคำครับ ไม่เห็นด้วยพี่ฝนเอ่ยขึ้นพร้อมด้วยสายตาที่แน่วแน่

 

                อะไรอ่ะพี่ เมื่อกี้พี่เห็นด้วยนี่!!!”เสียงเด็ก ม.5 โวย

 

                กลับคำแบบนี้ไม่ได้นะคะ!!!!”สมาชิกสาว ม.5 ก็แย้งขึ้นมา

 

                ประธานชมรมเห็นด้วยนะครับ พี่ประธานสภาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจนะครับ!!!”คราวนี้เป็นไอ้เกียร์ ที่เคยประท้วงผมมาแล้วทีนึง ก็ขึ้นโวยเหมือนกัน และต่อจากนั้นก็มีเด็ก ม.5 ไม่ต่ำกว่า 30 คนโวยวายเสียงดัง คัดค้านคำพูดของพี่ฝน ที่เริ่มหันไปสั่งการพี่จูนโดยไม่สนใจเสียงเรียกร้อง แต่เรื่องที่ไอ้เกียร์พูดนั้น มันคือเรื่องจริงครับ เหล่าสภานักเรียนไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องนี้ การมอบหมายงานต้องเป็นประธานชมรมเท่านั้น ซึ่งในที่นี้ก็เป็นเด็ก ม.5 ไปซะครึ่งนึงแล้ว

 

                เสียงโวยวาย มาพร้อมกับคำด่าผมผสมปนเปไปหมด และก็เป็นเด็ก ม.5 เกือบทั้งหมดที่ส่งเสียงโวยวาย ไอ้โจกับอาจารย์ปลื้มเห็นท่าไม่ดี ก็เลยดึงผมออกจากวงใน ให้ไปหลบหลังทั้ง 2 คน แม้ผมไม่อยากทะเลาะกับใคร แต่ถ้าหากความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องต้องพังลงเพราะความเอาแต่ใจของใครบางคน ผมก็ยอมกระโดดลงบ่องูครับ เพราะสารบบรุ่นพี่รุ่นน้อง คือสิ่งสำคัญของน้องๆ ม.4 ทุกคน

 

                พี่ฝนในขณะที่เสียงโวยวายกับดังขึ้นต่อเนื่อง ก็มีเสียงๆนึงดังทะลุเสียงโวยวายของเด็ก ม.5 ขึ้นมากลางปล้อง เล่นเอาเสียงเด็ก ม.5 เงียบกริ๊บทันใด

 

                ซึ่งบุคคลที่เรียกพี่ฝนเสียงดังสนั่น ก็ไม่ใช่ใครอื่น ไอ้พี่ข้าว ว่าที่ประธานชมรมดนตรีสากล นั่นเองครับ

 

                ว่าไง?พี่ฝนเงยหน้าขานรับไอ้พี่ข้าว หลังจากคุยกับพี่จูนเสร็จแล้ว

 

                ผมไม่เห็นด้วยที่เด็ก ม.5 ได้งานแสดงครับไอ้พี่ข้าวพูดนิ่งๆ แต่เล่นเอาเด็ก ม.5 อึ้งแดก

 

 

                และไม่ใช่เฉพาะไอ้ข้าวเท่านั้นครับ ….

 

 

            “เมื่อกี้ขอกลับคำ ไม่เห็นด้วยค่ะประธานชมรมๆนึงเอ่ยขึ้นมา

 

                ไม่เห็นด้วยเหมือนกันอีกชมรมก็เอ่ยขึ้นมา

 

                ไม่เห็นหัวคนอื่น ก็ไม่เห็นด้วยนะและอีกหลายๆชมรมที่พูดออกมา

 

                ในที่สุด ประธานชมรมเก่าที่เป็นเด็ก ม.6 ทุกคน ย้ำ ว่าทุกคน ต่างพากันปฏิเสธเรื่องที่ให้เด็ก ม.5 ได้การแสดงไป ซึ่งแน่นอนว่าเด็ก ม.5 ที่อุตส่าห์ดีใจที่ได้การแสดงไปแล้วตอนแรกก็ต่างพากันทำหน้าไม่พอใจเพราะเจอการกลับคำของรุ่นพี่ทุกคน ผมที่ซึ่งหมดธุระแล้วก็เลยเดินไปสมทบกับไอ้โจและอาจารย์ปลื้มทัน

 

                แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องก็ยังไม่จบครับ

 

 

                ทำไมครับพี่ แค่ไม่คุยกับน้อง ถึงกับต้องกลับคำกันเลยหรือ?ไอ้แมน ผู้ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีของเด็ก ม.5 ก็เริ่มโวยวายเสียงดังครับ มันดูจะไม่พอใจเอามากๆ

 

                ใช่ๆ แค่เด็ก ม.4 คนนึงพูดแค่นี้ พี่ก็เปลี่ยนใจกันซะงั้น แบบนี้ยอมไม่ได้นะคะเด็ก ม.5 หน้าตาดีคนนึงก็เอ่ยเสริมคำพูดไอ้แมนครับ

 

                พวกเราเป็นรุ่นพี่อยู่แล้ว ยังไงรุ่นน้องก็ต้องยอมรับกับการตัดสินใจของรุ่นพี่ ไม่มีความจำเป็นต้องถามความเห็น…..”

 

 

 

            “หุบปาก!!!!

 

 

 

            ไม่ทันที่เด็ก ม.5 คนสุดท้ายจะพูดจบประโยค (ซึ่งถ้าจบปนะโยค ก็เป็นคำพูดที่ทำร้ายจิตใจรุ่นน้องมากๆ) พี่ฝนผู้ซึ่งเป็นประธานนักเรียนคนเก่าก็ตะคอกเสียงดังลั่นห้อง เล่นเอาทุกคนในที่ประชุมต่างพากันสะดุ้งสุดตัว ยิ่งใครที่ขวัญอ่อน ที่ถึงกับตาค้างเลยล่ะครับ

 

                พวกมึงคิดว่า พวกเราเป็นรุ่นพี่จะทำอะไรก็ได้ยังงั้นหรือ?พี่ฝนที่ซึ่งตอนนี้กลายร่าเป็นองคุรีมาร หันไปถามเด็ก ม.5 ที่นั่งหน้าซีดกันเป็นแถวครับ (ส่วนผมนี่เผ่นไปอยู่หลังไอ้โจเรียบร้อย) ดูท่าทางพี่ฝนคงจะโกรธจัดล่ะครับ

 

                กะ..ก็ รุ่นน้องยังไงก็ไม่กล้า..”มีมนุษย์ไม่กลัวตาย 1 คนครับ

 

                มึงจะบอกว่า ยังไงซะ รุ่นน้องก็ไม่กล้าที่จะต่อร้องต่อเถียงพวกมึงงั้นเหรอ!!!”พี่ฝนเพิ่มความโหดเข้าไปอีก 1 Level

 

                ก็ไม่ใช่เหรอครับ?คราวนี้ไอ้แมนเป็นคนถามกลับ

 

                ถึงต่อให้รุ่นน้องไม่กล้าที่จะต่อร้องต่อเถียงพวกมึง ยังไงพวกมึงก็ต้องเคารพการตัดสินใจของน้อง เข้าไปถามน้อง มึงอย่าลืมนะ ว่าพวกมึงยังไงก็เป็นเด็ก โรงเรียนวิทยาเรืองวิทย์ ถ้าหากมึงยังทำตามความต้องของมึงเอง ระวังไว้เถอะ รุ่นพวกมึงจะเป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ ที่จะไม่มีงานจบการศึกษา!!”พี่ฝนร่ายยาวเป็นกิโล โดยที่มีรุ่นพี่ ม.6 พยักหน้าเห็นด้วยเป็น BG

 

            “รุ่นน้อง ไม่ใช่ทาส ที่จะต้องมานั่งเลียตีนพวกมึง คอยรับใช้ คอยฟังคำสั่งพวกมึง รุ่นน้องก็เป็นคน พวกรุ่นพี่อย่างเราจำเป็นที่จะคอยถามน้อง เป็นห่วงน้อง คอยดูแลน้อง ไอ้ห่า กูอยากรู้ มึงเอาความคิดที่ว่าไม่จำเป็นต้องถามความเห็นน้องมาจากไหน? ใครสอน พวกกูจำได้ไม่เคยสอนให้พวกมึงคิดแบบนี้นะ!!!”ไอ้พี่ฝนก็ยังไม่จบ ยังวีนแตกไม่สนใจใคร นี่ขนาดอาจารย์อยู่นะครับ พี่แกยังปรี๊ดแตกขนาดนี้ นี่ถ้าอาจารย์ไม่อยู่ มีหวังพี่ฝนกระโดดข้ามห้องไปเตะก้านคอเด็ก .5 แน่ๆครับ

 

                ถ้าเป็นอย่างนี้ไป ชมรมพวกกูมิต้องพังรึ ถ้าหากพวกมึงคิดกันแบบนี้น่ะเด็ก ม.6 คนนึง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นประธานชมรมคนเก่า พูดขึ้นมา พลางส่งสายตาไปทางพวกเด็ก ม.5 ที่ตอนนี้นั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้มครับ โดยเฉพาะประธานชมรมคนใหม่ ของพี่เค้านี่ถึงกับก้มหน้างุดเชียวล่ะ

 

                เปลี่ยนประธานชมรมคนใหม่ จะทันไหมวะอันนี้เป็นประธานชมแคลคูลัสคนเก่า พูดลอยๆ แต่ไอ้เกียร์ ผู้เป็นประธานชมรมคนใหม่ได้ยินเต็ม 2 รูหู เล่นเอาไอ้เกียร์พูดไม่ออกเลยครับ

 

                ประธานชมรมคิดแบบนี้ กูก็ไม่เอาประธานชมรมมันทนาการคนเก่าพูดเสริมขึ้นมาเช่นกัน ไอ้แมนนั่งนิ่งเลยครับ

 

 

                ทุกคนคงสงสัยใช่ไหมครับ ว่าทำไมเด็ก ม.5 เจอพูดแบบนี้เข้าไป ถึงไม่เถียงซักคำ ถ้าเป็นปกติทั่วไป เด็ก ม.5 สมควรที่จะเถียง ที่จะโวยวาย แต่การเป็นประธานชมรมน่ะ มันมีอภิสิทธิ์พิเศษอยู่นะครับ ซึ่งไอ้อภิสิทธิ์พิเศษที่ว่านี้ ใครๆก็อยากได้กันทั้งนั้น เนื่องด้วยการเรียนการสอนสมัยนี้ สิ่งที่จำเป็นในสมุดพกไม่ได้มีแค่คะแนนสอบเท่านั้นนะครับ แต่คะแนนกิจกรรมก็สำคัญมาก

 

                อภิสิทธิ์พิเศษของประธานชมรม ก็คือคะแนนกิจกรรมจะบวกเพิ่มเป็น 50 คะแนนหลังจากได้ตำแหน่งนี้ครับ แน่นอนว่า ยิ่งเป็นโรงเรียนที่เน้นกิจกรรมมากกว่าการเรียนอย่างโรงเรียนผมแล้วนั้น คะแนนเพียง 50 คะแนนถือว่าเป็นคะแนนที่เยอะมาก ใครๆก็อยากได้ ถ้าหากคะแนนกิจกรรมของใครที่จบการศึกษาไปไม่ถึง 200 คะแนน (เต็ม 500) ก็จะไม่ผ่านกิจกรรมครับ ซึ่งเมื่อใครที่ไม่ผ่านกิจกรรมแล้วนั้น ก็ต้องมาโรงเรียนหลังจากเรียนจบเพื่อเสริมคะแนนให้เต็ม 200

 

                และแน่นอนว่า คงไม่มีใครอยากมาโรงเรียนหลังจากเรียนจบเป็นแน่แท้ครับ

 

 

                แล้วจะให้พวกผมทำไงล่ะครับ ในเมื่อพวกรุ่นพี่ไม่โอเค แล้วคือ จะให้ผมไปถามน้องงั้นเหรอ? ใช่เรื่องที่ต้องไปถามป่ะครับมนุษย์ไม่กลัวตายคนที่ 2 เอ่ยถามรุ่นพี่ที่กำลังเดือดจัด ซึ่งไอ้คนถามมันก็ไม่ดูสถาการณ์เลยครับ ว่าตอนนี้ทุกคนอยู่ในอารมณ์ไหน ซึ่งคราวนี้ดูเหมือนเด็ก ม.5 ที่ยอมแพ้ไปบางส่วนถึงกับร้องเฮ้ย คือ พี่เค้าเดือดจัดไปแล้ว มึงจะเร่งไฟไปอีกเพื่อ??

 

                งั้นพวก ม.5 มึงก็ไม่ต้องแสดง กูจะยกหน้าที่การแสดงให้ชั้นปีอื่นไปแทนพี่ฝนที่คงเดือดจัดมากๆ ก็เลยหักดิบมันซะเลย เล่นเอามนุษย์ไม่กลัวตายคนนั้นเงิบสนิท

 

                พี่ๆ เดี๋ยวผมไปถามน้องเองครับไอ้เกียร์ที่คิดว่าสถานการณ์เริ่มติดลบ เสนอตัวขึ้นมาก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้

 

                คงไม่ต้องแล้วล่ะมั้ง มีใครบางคนในที่นี้คิดว่าการที่เข้าไปถามน้องมันคือเรื่องไร้ กูว่า ไม่จำเป็นที่ต้องให้พวกมึงไปถามแล้วล่ะพี่ฝนตอบปัดความเห็นของเด็ก ม.5 ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโทรหาใครซักคน

 

                ในระหว่างนั้น พวกเด็ก ม.5 ก็พากันคุยซุบซิบกับคนในชั้นปี โดยที่มนุษย์ไม่กลัวตายคนนั้นก็โดนเพื่อนๆรุมด่าไปเรียบร้อย ส่วน ม.5 อีกกลุ่มนึง (ซึ่งเป็นกลุ่มไม่เห็นด้วยที่ให้ ม.5 ขึ้นแสดง) ก็ต่างพากันนั่งคุยเล่นกับรุ่น ม.6 กลุ่มนี้เค้าไม่ซีเรียสเท่ากลุ่มแรกครับ ก็เลยนั่งชิวรอผลสรุป

 

                ในขณะนั้นเอง พี่จูนที่ตอนแรกยืนอยู่ข้างๆพี่ฝน ก็เดินผ่ากลุ่มคนเข้ามาหาผมครับ

 

                ริวจ้ะ ช่วยเรียกประธานชั้น ม.4 มาให้หน่อยได้ไหม?พี่จูนถามผมครับ

 

                มีอะไรหรือเปล่าครับพี่?ผมถามกลับไป แต่ไอ้โจที่เป็นเลขาชมรมก็กดโทรศัพท์รอเรียบร้อยครับ

 

                เถอะน่า ช่วยเรียกมาที่นี่หน่อยนะว่าแล้วพี่จูนแกก็เดินกลับไป ปล่อยให้ผมยืนงงครับ ให้เรียกไอ้เบลล์มาทำไมหนอ

 

 

                เวลาผ่านไปซัก 10 นาที โดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในที่ประชุม จู่ๆก็มีเสียงเปิดประตูห้อง ซึ่งคนที่เปิดเข้ามา ก็คือคนข้างนอกครับ

 

                พอบุคคลหน้าใหม่เข้ามา ก็รู้ทันทีว่าทั้ง 4 คนนั้นเป็นใคร

 

                คนแรก เด็กผู้ชายตัวเล็ก (แต่สูงเท่าผม) ใส่กางเกงสีกากี บ่งบอกว่าเป็นเด็ก ม.ต้น น้องคนนี้ชื่อ มิ่ง ประธานชั้นปี ม.1

 

                คนที่ 2 เป็นคนที่ผมคุ้นเคยดี ไอ้โย่งหน้าสิวตัวดำ ตาโตเหมือนผีดุ คือไอ้เบลล์ ประธานชั้นปี ม.4 ซึ่งไอ้เบลล์พอเดินเข้ามาในห้อง มันก็ตัวสั่นเลยครับ สงสัยนานๆทีมันจะเจอบิ๊กบอสมารวมกันแบบนี้

 

                และคนที่ 3 กับ 4 ก็ไม่ใช่คนไกลตัว นั่นก็คือ ไอ้หลานรักของผม หลงกับหยก เด็ก ม.2 นั่นเอง

 

                ว่าแต่ ไอ้หลงกับไอ้หยกมันมาทำหยังฟะ? มันไม่ใช่ประธานชั้นปี ม.2 นี่หว่า?

 

 

                ไอ้หลง ไอ้หยก พวกมึง 2 คนมาทำไรฟะ?พี่ฝนเอ่ยถาม เมื่อคนที่เรียกมาไม่ใช่คนที่ต้องการ

 

                ไอ้หมูมันป๊อด เลยให้พวกผมมาแทนอ่ะไอ้หลงตอบ

 

                ป๊อดเชี่ยไรวะ?

 

            “แหมเจอบิ๊กบอสทั้ง ม.5 กับ ม.6 มารวมตัวกันแบบนี้ เป็นใครก็กลัวจนขี้หดตดหายอยู่แล้วล่ะไอ้หยกเสริม ซึ่งก็สร้างเสียงหัวเราะให้กับรุ่นพี่ทั้งหลายครับ ไอ้หลงกับไอ้หยกมันค่อนข้างที่จะสนิทกับรุ่นพี่ชั้นโตๆ ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหา ส่วนไอ้น้องมิ่งที่มันกล้ามา เพราะหนึ่งในประธานชมรมคนเก่าเป็นพี่สาวก็เลยไม่ค่อยกลัวครับ

 

                เออๆ จะใครก็ช่างแม่ง เอาล่ะ คิดว่าประธานชั้นปีต่างๆ คงจะรู้เรื่องที่พี่ ม.5 เขามาขอหน้าที่การแสดงกับพวกพี่ ม.6 แล้ว….”พี่ฝนเริ่มเรื่อง ซึ่งประธานชั้นปี พอได้ฟังดังนั้นก็ต่างพากันพยักหน้ารับรู้เรื่องนี้

 

                ก็พอรู้นะ แต่ไม่ใช่เจ้าตัวอ่ะไอ้หลงแทรกเข้ามา เรียกเอาสายตาเด็ก ม.5 ทั้งแขวงหันไปมองเลยครับ

 

                ก็นั่นล่ะ พอจะเดาได้ว่าพวกมึงไม่พอใจเรื่องที่พี่ ม.5 เขาไม่ได้คุยกับพวกมึง กูเลยเรียกพวกมึงมา เพื่อสอบถามความเห็นพี่ฝนว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง (คิดว่าพี่ฝนแกคงเหนื่อยใจกับเด็ก ม.5 น่ะครับ)

 

                ความเห็นอะไรครับ?น้องมิ่งถาม

 

                เรื่องที่ พี่ ม.5 เขาขอการแสดงในงานจบการศึกษาน่ะ ถ้าไงช่วยกลับไปถามเพื่อนๆในชั้นปีให้หน่อยสิ ว่าคิดเห็นยังไงบ้าง

 

                อ๋อ ถ้าเรื่องนั้นพวกผมคุยมากับเพื่อนๆในชั้นปีแล้วล่ะครับน้องมิ่งว่า

 

                .2 คุยกันแล้วครับไอ้หลงกับไอ้หยกประสานเสียงกันตอบ

 

                .4 ก็คุยแล้วครับไอ้เบลล์ตอบเป็นคนสุดท้าย แหงล่ะ มันบุกมาหาผมถึงห้องเลยนี่นา

 

                โอ้ อย่างนั้นเหรอ? ถ้างั้นช่วยบอกหน่อยดิ ว่าพวกชั้นปีพวกมึงคิดเห็นยังไงพี่ฝนถาม พลางมองหน้าประธานชั้นปีแต่ละคนที่ยืนเรียงกันต่อหน้า โดยที่มีรุ่นพี่ ม.5 คอยลุ้น

 

                เอาจริงๆนะ พี่ฝนเองก็ใช่ว่าจะเข้าข้างน้องนะครับ การที่พี่ฝนเรียกประธานชั้นปีมาคุยแบบนี้ ก็เท่ากับช่วยพวก เด็ก ม.5 ไปด้วย คือ ให้รับทราบทั่วกันไป แต่มันฟลุคนิดนึง ตรงที่ว่าไม่ต้องไปรอคำตอบจากน้อง เนื่องจากทุกคนไปเคลียกับเพื่อนมาแล้ว

 

                เพื่อน ม.1 ทุกคน ไม่อยากให้รุ่นพี่ ม.5 ได้งานการแสดงครับน้องมิ่งเอ่ยขึ้นมา เล่นเด็ก ม.5 ร้องเฮ้ยเสียงดังลั่นครับ

 

                .2 อยากไม่อยากให้ ม.5 ได้งานแสดงครับ ส่วนเหตุผลของผมอคือ เดี๋ยวแฟนผมเหนื่อยไอ้หยกตอบแบบกวนๆ พลางส่งสายตาไปหาแฟนของพวกมัน ที่กำลังนั่งอยู่ในกลุ่ม เด็ก ม.5 (ไอ้นี่หวงแฟนซะงั้น)

 

                เอ่อ ม.4 อยากได้งานแสดงเอง ก็เลยไม่เห็นด้วยครับอันนี้ไอ้เบลล์ตอบเป็นคนสุดท้าย พร้อมระบุเป้าหมายเสร็จสรรพ

 

                คำตอบของตัวแทนชั้นปีทั้ง 3 ชั้นปี ทำเอารุ่น ม.5 อ้าปากค้างกันเป็นแถว บางคนถึงกับกุมขมับ บางคนถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้ม หรือบางคนนี่แทบจะหน้ามืดเป็นลมเลยก็มี ก็แหงล่ะครับ อุตส่าห์ได้โอกาสแท้ๆ ดันเจอปฏิเสธดักทางซะงั้นอ่ะ

 

                โอ้ ถ้างั้น ม.5 คงได้คำตอบแล้วสินะพี่ฝนแกหันไปมองกลุ่มเด็ก ม.5 ที่นั่งหมดแรง แต่ละคนสภาพแย่ๆกันทั้งนั้นครับ

 

                ครับ ถ้าน้องเค้าว่างั้น ก็ต้องว่าตามละครับไอ้เกียร์ยอมแพ้ พลางหันไปแตะไหล่ไอ้แมน ที่ตอนนี้น้ำตาซึมไปแล้วล่ะครับ (แอบสงสารวุ้ย) พี่ฝนเองก็คงสงสารล่ะครับ แกเลยเดินไปขยี้หัวไอ้แมนเป็นการปลอบใจ

 

                ไม่ต้องร้องๆ ยังมีการจับฉลากอยู่นะ

 

                แล้วจะเอาไงอ่ะ ฝน ให้น้องเขาจับฉลากเลยไหม? ยังไงประธานชั้นปีก็อยู่กันครบแล้วพี่จูนที่ยืนเงียบมานานเอ่ยถามพี่ฝน ที่เข้าไปปลอบใจกลุ่มเด็ก ม.5 พี่ฝนแกเงยหน้ามองทุกคน (ม.6) เพื่อถามความเห็น ซึ่งเด็ก ม.6 ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย

 

                เอาล่ะ เดี๋ยวจับฉลากเลยละกันเนอะ

 

                พอพี่ฝนแกเรียกให้พี่จูนไปเอากล่องจับฉลากมา ประธานชั้นปีทั้ง 4 คน (ในที่นี้มีไอ้หลงเป็นตัวแทนเด็ก ม.2 และมีพี่มี่ ประธานชั้นปี ม.5 ร่วมด้วย) ก็เดินมาข้างหน้าห้อง เพื่อทำการจับฉลาก

 

                อย่างที่ผมเกริ่นไว้ หน้าที่ในงานจบการศึกษา จะมีทั้งหมด 4 หน้าที่ ให้ชั้น ม.1,.2,.4 และ ม.5 รับผิดชอบ อันได้แก่ จัดการสถานที่ พิธีการ อาหารกับงานเลี้ยง และการแสดง

 

                พี่จูนแกโชว์กระดาษทั้ง 4 ใบ ที่มีหน้าที่เขียนไว้ ก่อนที่จะม้วน แม็ก และหย่อนลงในกล่องขนาดเล็ก เพื่อให้เห็นว่าไม่มีการโกงในงานนี้ และเพื่อให้เด็ก ม.5 สบายใจ ก็เลยให้จับก่อนใคร

 

                จากนั้นก็เป็นน้อง ม.1 .2 และ ม.4 ตามลำดับ

 

                และหลังจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเด็ก ม.5 ร้องอย่างผิดหวัง เนื่องจากพี่มี่ ประธานชั้นปีกลับจับฉลากได้ อาหารและงานเลี้ยงแทน ซึ่งในขณะนั้นเด็ก ม.1 และ ม.2 ก็พยายามที่จะแกะฉลากอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนไอ้เบลล์ที่จับหลังเพื่อน มันยืนเฉย เห็นมันบอก รอให้ ม.อื่นแกะให้เสร็จไปเลย มันจะได้ไม่ต้องแกะเอง

 

                ผลสรุปก็คือ ม.1 ได้จัดการสถานที่ และ ม.2 ได้พิธีการ

 

                งั้นก็แปลว่า ม.4 ได้การแสดงไปแบบงงๆครับ

 

                ไอ้เบลล์ที่ตอนแรกมันเริ่มที่จะปลงเรื่องการแสดง เพราะการจับฉลากมันเป็นสุ่มโอกาสมีเพียง 25% เท่านั้น แต่พอมันรู้ผลปุ๊บ ไอ้เบลล์แทบจะลมจับ ไอ้โจที่ยืนข้างอาจารย์ปลื้มถอดแว่นออกมาขยี้ตาอีกรอบ ส่วนผมนี่ถึงกับหยิกหน้าตัวเอง คือกลัวว่าเป็นความฝัน แต่ที่แก้มกลับมีความรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ ก็แสดงว่านี่ใช่ฝันครับ

 

 

                วู้ววววววววว!!!!!!!”.4 ทั้ง 3 หน่อร้องลั่นพร้อมกัน แถมมีเต้นแร้งเต้นกากันอย่างดีใจสุดขีด

 

                ปีนี้ได้เด็ก ม.4 สินะพี่ฝนที่ไม่ต้องฟังคำประกาศเอ่ยขึ้นออกมาเบาๆ พร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งใจที่ปัญหาหมดไป คราวนี้เป็นเอกฉันท์แล้วสินะ

 

                .4 พวกพี่จะคอยดูการแสดงน้าพี่สาวคนสวยที่อยู่ ม.6 ส่งเสียงเชียร์อย่างร่าเริง

 

                พยายามเข้า พวกพี่จะคอยเชียร์

 

            “เอาเลิศๆไปเลยนะน้อง

 

            และอีกหลายๆเสียงของพี่ ม.6 ที่ส่งเสียงเชียร์เด็ก ม.4

 

 

 

                ถึงเวลาของเด็ก ม.4 แล้วคร๊าบ

 





                ตอนนี้ชื่ออาจจะน่าสงสัย แต่ยังไม่จบเรื่องนะเออ ตอนนี้ 21 หน้า word และ ใครเป็นภรรยาแกฟะ ฉลองครบ 1000 หน้า หุหุ




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

16,267 ความคิดเห็น

  1. #16262 MinseY [Ref] (@minnymintzaza) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 15:17
    ไม่มาแต่งต่อแล้วหรอ..
    รอเก้อมานานแล้วนะ
    #16262
    0
  2. #16254 sirin_koi (@sirima_koi) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 10:38
    หายไปนานจัง รออยู่นะ
    #16254
    0
  3. #16250 ASBB18 (@ASBB18) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 19:17
    รอตอนต่อไปคะ ไรต์ ...สู้ๆๆ
    อย่าหายไปนะ=???=
    #16250
    0
  4. #16246 ริวจิ คาเงะ (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2558 / 11:47
    เย้ๆมาต่อแล้ว...แต่พอต่อมันงงๆสงสัยต้องอ่านใหม่หมดแล้วมั้งเนี่ย(แต่ก้ไม่ลืมหมดซะทุกอย่างนี้)

    แล้วมาอัพไวๆ อย่าหายไปนานล่ะ=0= เข้าไจ๋?
    #16246
    0
  5. #16242 สตอเบรี่ (@storbayre) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2558 / 13:43
    หนังสือสี่สั่งไว้ ยังม่ายได้เลย นานแล้ว 
    #16242
    0
  6. #16241 Andy382 (@sine382) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 01:18
    เอาแล้วๆ ต้องซื้อเล่มสามมั้ยนิ
    #16241
    0
  7. #16240 MinseY [Ref] (@minnymintzaza) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 23:39
    ต่อๆ ขอริวแต่งหญิงอีกนะ..ชอบๆ
    #16240
    0
  8. #16239 Hyung Khp (@hyunkhp) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 16:46
    เจ๊หายไปนานมากอ่ะ พอมาอัพปุ๊ปดีใจสุดๆ //กราบงามๆสักสามที
    #16239
    0
  9. #16238 maiki (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 13:32
    แฟนหยกคือใคร ?? แฟนข้าวคือใคร??? คงต้องรออ่านต่อไปว่าจะออกมาตอนไหน



    หรือออกมาแล้ว งง???

    อิอิ

    ยังไงก็เป็นกำลังใจให้น้า รีบมาอัพต่อเร็วๆเน้อ



    (ปูเสื่อรออ่านตอนต่อไป)
    #16238
    0
  10. #16237 sakiritakara (@sakiritakara) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 08:34
    ลุ้นว่าจะเล่นดนตรีกันรึป่าวนะ
    #16237
    0
  11. #16235 Hc3enjoy (@gressmamon) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 23:06
    กราบงามๆ คือดีใจมากกรี๊ดดดดดด
    #16235
    0
  12. วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 21:03
    มาแล้ววววววววววววววววTT
    #16234
    0
  13. #16233 archmess (@anyfearless) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 11:44
    กรี้ดดดด ดีใจเว่อร์ รออ่านคะ
    #16233
    0
  14. #16232 Samolwan Srisungnoen (@zonena) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 11:10
    คิดถึงริว
    #16232
    0
  15. #16231 Worada Ray (@wai69770689) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 05:13
    ดีใจจัง ^^ รออ่านต่อน๊า
    #16231
    0
  16. #16230 zaferious (@zaferianight) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 23:49
    รอคอยพี่มาแสนนานนนนนน
    #16230
    0
  17. #16229 am_myjen (@mild29) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 23:44
    เย้ๆ พี่มดเอาน้องริวมาอัพลงแล้ววววว

    หลังจากน้องริวหายหน้าหายตาไปนาน

    ปล.พี่มดสู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้

    เอาน้องริวมาอัพบ่อยๆให้คนอ่านหายคิดถึงหน่อยๆนะคะ

    รักพี่มดนะคะ เป็น FC พี่มดค่ะ จุ๊บๆ
    #16229
    0
  18. #16228 rinsa5 (@rinsa5) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 23:07
    รอค่าาาา
    #16228
    0
  19. #16227 finfich (@finfich) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 22:19
    รักเจ๊มดจัง..หายไปนานแต่ก็กลับมาอัพให้อ่าน..นู๋ล่ะรักไรเตอร์คนนี้^^
    #16227
    0
  20. #16226 PV master (@janboom-rafriw) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 20:09
    กิ๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส >/////////< ในที่สุดพี่ริวพี่ราฟ และ คณะ ก็กลับมา ไม่ว่านานเท่าไหร่หนูก็ชอบเรื่องนี้ที่สุดเลยค่ะ คิดตามนะคะ รีบอัพตอนต่อไปไวๆนะคะ อยากเห็นพี่ริว และเพื่อนโชว์การแสดงแล้ว ปล.พี่ริวจะเก่งไปไหนเนี่ยยยยยยย
    #16226
    0
  21. #16225 yukihana (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 19:41
    และแล้วแสงสุรีย์ก็กลับมา ยังไงก็ยังชอบเรื่องนี้นะเจ๊มด
    #16225
    0