ลิเกเล่ห์รัก (ลิเกเร่รัก)

ตอนที่ 1 : บทนำ [100%] (แก้ไขครั้งที่๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 พ.ค. 57

บทนำ

            หลอดไฟนีออนหลายร้อยดวงถูกประดับประดาไปทั่ววัด เสียงโฆษกป่าวประกาศผ่านไมโครโฟนเชิญชวนชาวบ้านมาร่วมทำบุญปิดทองฝังลูกนิมิตเพื่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ งานวัดในตำบลเล็กๆ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงเริ่มมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในงานเรื่อยๆ
            ร้านค้ามากมายเรียงรายไปตั้งแต่บริเวณส่วนกลางจนกระทั่งถึงส่วนท้ายของวัด มีทั้งร้านก๋วยเตี๋ยวเรือรสเด็ดของป้าแช่ม ร้านขนมเบื้องโบราณของลุงชมและร้านค้าอื่นๆ เกินกว่าที่จะคณานับ
            กลางลานวัดมีเวทีสำหรับวงดนตรีลูกทุ่ง ยุคนี้เป็นยุคที่วงดนตรีได้รับความนิยมเพราะมักจะมีการแสดงหลากหลายและผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็นตลก โชว์จากนักร้องค่ายเพลงดัง การประกวดร้องเพลงและการโชว์ลีลาจากแดนเซอร์ขาขาว ซึ่งจะขึ้นแสดงก็ต่อเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม
            ส่วนข้างๆ อุโบสถเก่ามีจอหนังกลางแปลง ถัดมาอีกนิดก็เป็นมุมสำหรับเด็กที่มีทั้งม้าหมุน บ้านลม ปาลูกโป่งและชิงช้าสวรรค์ ซึ่งทุกคนสามารถซื้อตั๋วขึ้นนั่งเพื่อชื่นชมบรรยากาศในยามค่ำคืนได้
            ในส่วนสุดท้าย แม้ถูกจัดให้อยู่ใกล้กับเตาเผาศพ แต่ ลิเก เองก็ไม่ยอมน้อยหน้า เวทีอันแสนตระการตาชวนให้เหล่าแม่ยกพากันเข้ามาจับจองเก้าอี้นั่งด้วยความเร่งรีบ มือไม้ของหญิงสาวหลากหลายวัยวุฒิเต็มไปด้วยพวงมาลัยเงินสด ส่วนจะมากหรือจะน้อยนั้นก็ตามแต่กำลังทรัพย์ของท่านแม่ยกจะส่งเสริม
            เก้าอี้ที่มีอยู่เริ่มไม่เพียงพอสำหรับคนมาทีหลัง หลายคนยอมแพ้และเลือกที่จะยืนดูเพราะไม่อยากเข้าไปเบียดเสียดเพื่อแย่งชิงที่นั่ง ทำให้พื้นที่ในส่วนของลิเกนั้นเต็มไปด้วยผู้ชมที่กำลังล้นทะลัก
            ด้วย ลิเก นั้นเป็นส่วนสำคัญของงานวัด ที่ไม่ว่าจะผ่านไปอีกสักกี่ปีก็ยังมีผู้คนชื่นชอบและรอคอยการแสดงนี้อยู่เสมอ แม้ในสังคมยุคใหม่จะไม่นิยมและไม่ค่อยสนใจ แต่เพราะความ ผูกพัน ที่มีต่อกันมาอย่างยาวนานระหว่างลิเกกับชาวสยาม
            ทำให้เราเชื่อมั่นว่าลิเกจะไม่มีวัน เลือนหาย ไปจากสังคมไทยแน่นอน


            ค่ำคืนนี้ดวงจันทร์ส่องแสงสว่างไสวแลดูงดงามแต่ หญิงสาวกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น ฝุ่นจากดินลูกรังคละคลุ้งอยู่รอบกาย หล่อนแหงนคอระหงมองท้องฟ้าราวกับกำลังอธิฐาน วอนขอท่านเทพยดาช่วยคุ้มครองและปกป้องให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายที่ได้ติดตามหล่อนมา
            แสงริบหรี่ตรงหน้าถือเป็นความหวังแห่งชีวิต ที่นั่นคงทำให้หล่อนได้พบกับผู้คนและเขาอาจยอมรับฟังคำขอจากหญิงสาวตัวน้อยๆ ซึ่งไม่มีแม้กระทั่งที่พักพิงในเมืองไทย
            เนินอกเทินไหวขึ้นๆ ลงๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ หญิงสาววิ่งไปพลางหอบไปพลาง แม้ร่างกายจะต้องการน้ำดื่มสักเพียงใดหล่อนก็ไม่อาจหยุดซื้อได้เพราะทุกวินาทีนั้นหมายถึง ชีวิต
            พลันเท้าเปลือยเปล่ารู้สึกเจ็บแสบ สาวน้อยหยุดวิ่งครู่หนึ่งแล้วก้มลงมองก่อนจะพบว่าเท้าของตนมีเลือดไหล แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หล่อนยอมแพ้ ร่างบางเลิกสนใจมันและอดทนวิ่งต่อไปจนกว่าจะถึงแสงริบหรี่ซึ่งค่อยๆ สว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ
            ฝ่าเท้ากระแทกลงพื้นดินเสียงดังตุบตับจนกระทั่งมาถึงจุดหมายปลายทางที่เป็นวัดวาอารามขนาดไม่กี่สิบไร่ ในเวลานี้วัดที่หล่อนพบเจอเข้าคงกำลังจัดงานรื่นเริง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีเสียงดนตรีอึกทึกครึกโครมอยู่ภายในวัด
             หากแต่บริเวณที่หล่อนยืนอยู่กลับไร้ซึ่งผู้คนเพ่นพ่าน
             หญิงสาวไม่หวั่นเกรงใดๆ อีกต่อไปแล้ว หล่อนวิ่งเข้าไปข้างในด้วยท่าทางกระท่อนกระแท่น มือซ้ายถือกระเป๋าหนังสุดหรู มือขวาหิ้วรองเท้าส้นสูงห้อยต่องแต่ง สภาพภายนอกเหมือนหมาน้อยถูกหมาใหญ่ไล่ฟัด
            หญิงสาวหอบกายสังขารเข้าไปหลบใกล้กับรถบรรทุกคันหนึ่ง เพราะเห็นว่ามันคือสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในบริเวณนี้ก่อนจะย้ายไปแอบอยู่หลังต้นมะเกลือยักษ์ ขอหยุดพักหายใจสักประเดี๋ยวหนึ่งก็ยังดี
            เพื่อความปลอดภัย เจ้าของผมเผ้าพะรุงพะรังจัดการรูดซิบกระเป๋าหนังใบหรู ล้วงหาของสำคัญที่มักจะพกติดตัวเอาไว้เสมอขึ้นมา เผยให้เห็นมีดพกขนาดสั้น จากนั้นหล่อนก็จัดการสไลด์ใบมีดออกแล้วถือไว้แน่น
            หากพบคนที่ไว้ใจได้ก็แค่ขอร้องให้ช่วยแต่ถ้าไว้ใจไม่ได้ก็แค่ปล่อยมีดให้เชือด ในเวลาเช่นนี้หล่อนคงไม่สนใจแล้วว่าตนเองจะกลายเป็นฆาตกรในอนาคตหรือไม่…..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

3 ความคิดเห็น