เหยื่อรักมาเฟีย

ตอนที่ 6 : เหยื่อรักมาเฟีย : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,808
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    20 ก.ค. 62





คืนนั้นเจ้าเหวินหลงโทร.มาหาคล้ายน้ำค้างตามที่ได้บอกเธอไว้ ทั้งสองคุยกันด้วยเรื่องสัพเพเหระอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะตบท้ายด้วยเรื่องที่คุยค้างเอาไว้เมื่อตอนกลางวัน นั่นก็คือเรื่องแต่งงาน ซึ่งคล้ายน้ำค้างยกให้เจ้าเหวินหลงเป็นคนตัดสินใจตามที่เขาต้องการ แต่ก็ไม่ลืมกำชับคู่หมั้นหนุ่มก่อนวางสายว่าขอให้เป็นงานแต่งเล็กๆ ก็พอ

ร่างบางในชุดนอนสีอ่อนเอนกายลงนอนบนเตียงกว้างพลางยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาก่ายหน้าผาก สีหน้าบ่งบอกถึงความยุ่งยากลำบากใจเมื่อคิดถึงของสำคัญที่ทำหายไป

อย่าถอดแหวนหมั้นจนกว่าจะถึงวันแต่งงานของเรานะครับน้ำค้าง ถ้อยคำกำชับของเจ้าเหวินหลงยังคงดังก้องอยู่ในสมองของคล้ายน้ำค้าง 

น้ำค้างขอโทษนะคะพี่เหวินหลง แหวนหมั้นวงเดียว น้ำค้างยังรักษาเอาไว้ไม่ได้

เธอรำพึงกับตัวเองอย่างรู้สึกผิด พลางครุ่นคิดหาวิธีบอกเรื่องนี้กับคู่หมั้นหนุ่ม

จะบอกพี่เหวินหลงยังไงดี พี่เขาถึงจะไม่โกรธเรา

คล้ายน้ำค้างไม่กล้าโทรไปบอกคู่หมั้นตรงๆ เพราะรู้ดีว่าเจ้าเหวินหลงมีนิสัยอย่างไร ยิ่งเป็นของสำคัญมากแค่ไหน เขาก็ยิ่งโกรธมากเท่านั้น 

คิดออกแล้ว ร่างบางดีดตัวลุกขึ้นนั่งหลังจากที่นอนคิดวิธีบอกความจริงกับคู่หมั้นอยู่ครู่ใหญ่

เราต้องไปบอกพี่เหวินหลงที่มาเก๊า แล้วเซอร์ไพรส์เขาด้วยของขวัญที่เราตั้งใจทำให้ พี่เหวินหลงจะได้โกรธเราน้อยลง ดีไม่ดีอาจจะไม่โกรธเลยก็ได้

เมื่อรู้แล้วว่าจะแก้ปัญหาเรื่องแหวนหมั้นอย่างไร คล้ายน้ำค้างก็เอนกายลงนอนอีกครั้งด้วยสีหน้าผ่อนคลาย เจ้าเหวินหลงแม้จะเป็นคนเจ้าระเบียบ เข้มงวดกวดขัน จริงจังกับชีวิต แต่เขาก็เป็นผู้ชายที่อบอุ่นคนหนึ่ง หากว่าเธอออดอ้อนเขาสักนิด เอาใจเขาสักหน่อย มีหรือที่เขาจะใจร้ายโกรธเธอได้ลงคอ จากที่คิดว่าคืนนี้คงจะนอนไม่หลับเพราะเรื่องแหวนหมั้น แต่เมื่อหาทางออกให้กับตัวเองได้ก็รู้สึกเบาใจและหลับสบายเหมือนเช่นทุกคืน

 

บทที่ 2 เหยื่อมัจจุราช

คล้ายน้ำค้างเดินทางไปมาเก๊าหลายครั้งแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากหากครั้งนี้เธอจะเดินทางไปที่นั่นอีก และเดินทางไปเพียงลำพังแถมยังไม่ยอมบอกกล่าวให้คนทางมาเก๊าทราบก่อน เพราะต้องการทำเซอร์ไพรส์นั่นเอง

สาวไทยเดินทางมาถึงสนามบินขนาดเล็กที่มีรันเวย์สร้างยื่นออกไปในทะเลของเกาะมาเก๊าประมาณบ่ายสองโมง เมื่อลงจากเครื่องบินก็ผ่านขั้นตอนของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของมาเก๊า จากนั้นจึงเดินออกไปเข้าแถวต่อคิวรอรถแท็กซี่ด้านหน้า แตกต่างจากทุกครั้งที่จะมีคนของเจ้าเหวินหลงมารอรับโดยที่เธอไม่ต้องลำบาก

สวัสดีครับคุณคล้ายน้ำค้าง

เสียงทักทายด้วยภาษาไทยที่ไม่เคยคุ้นนั้น ทำให้เจ้าของชื่อซึ่งอยู่ในชุดเดินทางทะมัดทะแมงทันสมัยหันมองไปยังทิศที่มาของเสียงนั้นทันที

คุณเป็นใคร ฉันมั่นใจว่าไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน

คล้ายน้ำค้างโพล่งถามพลางจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าที่แต่งกายสุภาพอย่างไม่ไว้ใจ หน้าตาบ่งบอกชัดเจนว่าจะต้องมีเลือดผสมระหว่างเอเชียกับตะวันตก

ผมเป็นคนของคุณชายเจ้าเหวินหลง ได้รับมอบหมายให้มารับคุณคล้ายน้ำค้างไปที่บ้านตระกูลเจ้าครับ

ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำตัวคร่าวๆ พร้อมทั้งแจกแจงสาเหตุที่มารอรับหญิงสาวอย่างสุภาพ

คล้ายน้ำค้างเพ่งมองชายหนุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นคนของคู่หมั้นอย่างพินิจพิจารณา ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่า การเดินทางมามาเก๊าในครั้งนี้ เจ้าเหวินหลงไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อน จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่เขาจะส่งคนมารอรับเธอที่สนามบินเหมือนเช่นที่ผ่านมา

พี่เหวินหลงรู้ได้ยังไงว่าเราจะมา หรือว่าป้านวลเป็นคนโทร.ไปบอก

หญิงสาวนึกเอะใจ เพราะนวลนงบ่นก่อนออกจากบ้านว่าไม่อยากให้คล้ายน้ำค้างโดยสารรถแท็กซี่เพียงลำพัง เพราะคนขับแท็กซี่ในมาเก๊าส่วนใหญ่จะสื่อสารกับลูกค้าด้วยภาษาจีน ซึ่งเธอไม่ถนัด แต่กระนั้นก็หวังว่าจะโชคดีได้นั่งคันที่พอจะรู้ภาษาอังกฤษบ้าง งูๆ ปลาๆ ก็ยังดี

ฉันนั่งแท็กซี่ไปเองดีกว่า ถ้าคุณเป็นคนของพี่เหวินหลงจริงก็ขับตามหลังไปก็แล้วกัน

แม้จะแอบหวั่นใจเรื่องการสื่อสารกับคนขับแท็กซี่อยู่บ้าง แต่กระนั้นคล้ายน้ำค้างก็คิดว่ายังดีกว่าไปกับชายแปลกหน้าคนนี้ ถึงแม้ว่าบุคลิกของเขาจะดูดีและน่าเชื่อถือก็ตาม

ถ้าคุณคล้ายน้ำค้างต้องการอย่างนั้น ผมก็จะสั่งให้คนขับรถขับตามหลังแท็กซี่คันที่คุณโดยสารไปจนกระทั่งถึงที่หมายเลยครับ

ชายหนุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นคนของเจ้าเหวินหลงกล่าวกับหญิงสาวอย่างแข็งขัน จากนั้นจึงเดินจากไปอย่างเงียบๆ เหมือนตอนมา

เพื่อความมั่นใจต้องโทร.ไปถามป้านวลดูก่อน จากนั้นค่อยโทร.ไปถามพี่เหวินหลง

คิดได้ดังนั้นก็ล้วงหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของตน แต่แล้วก็ต้องใจหายวาบเมื่อล้วงลงไปแล้วไม่พบสิ่งที่ต้องการ หากแต่คล้ายน้ำค้างก็ไม่มีเวลาคิดว่าเครื่องมือสื่อสารของตนหายไปไหน เพราะถึงคิวที่เธอจะต้องใช้บริการรถแท็กซี่พอดี

คล้ายน้ำค้างบอกจุดหมายปลายทางแก่คนขับด้วยภาษาอังกฤษ เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจก็รีบเปิดประตูในส่วนของห้องโดยสารแล้วก้าวขึ้นไปนั่งทันที ระหว่างที่รถเคลื่อนตัวอยู่บนถนนก็นึกทบทวนว่าโทรศัพท์มือถือของตนน่าจะหายในช่วงไหน เธอเดาเอาว่าน่าจะเป็นช่วงที่เข้าคิวรอตรวจพาสปอร์ต หรือไม่ก็อาจจะทำหล่นบนเครื่องบินที่โดยสารมาก็เป็นได้

*********************************

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ

ฝากพิจารณาผลงานด้วยนะคะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

83 ความคิดเห็น