เจ้าบ่าวมาเฟีย

ตอนที่ 23 : เจ้าบ่าวมาเฟีย : ตอนที่ 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    24 มิ.ย. 62




จะเอามาผัดกะเพราน่ะสิเขาตอบง่ายๆ

เอลล่าผัดแล้วไงคะ หรือว่ามันยังน้อยไปคะ เอลล่าจะได้ทำเพิ่มอีกเธอแย้งพลางเอียงคอมองคนตัวโตอย่างไม่เข้าใจจุดประสงค์ของเขา

อือ...น้อยไปหน่อย แต่เธอทอดไข่ดาวต่อไปเถอะ พี่จะเป็นคนทำผัดกะเพราเอง

คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวทำหน้าประหลาดใจและถามออกไปอย่างไม่เชื่อถือเท่าไรนัก

พี่คีทำอาหารเป็นเหรอคะ

พอทำได้เขาบอกเสียงเรียบเรื่อย ก่อนจะเอ่ยสั่งแกมขอความช่วยเหลือจากคนตัวเล็ก

ไปหยิบเครื่องปรุงมาเตรียมไว้ให้พี่หน่อยสิ

ได้ค่ะ หวังว่าหน้าตาและรสชาติของมันจะไม่เลวร้ายไปกว่าที่เอลล่าทำนะคะ

เธอเอ่ยกับเขาด้วยสีหน้าล้อเลียน จากนั้นจึงเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อหยิบเนื้อไก่และใบกะเพรา ซึ่งอย่างหลังหาซื้อยากและราคาค่อนข้างแพง แต่เพราะความอยากกิน เธอจึงสั่งให้อัลเบิร์ตไปหาซื้อมาจนได้

 

ผัดกะเพราฝีมือพี่เอลล่าอร่อยจริงๆ ครับ

หลังจากได้ลิ้มลองรสชาติกะเพราไก่ไข่ดาว อัลเบิร์ตก็เอ่ยชมพี่สาวไม่ขาดปาก และตักรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย

ถ้ารู้ว่าพี่เอลล่าทำอร่อยแบบนี้ ผมยุให้พี่ทำให้กินตั้งนานแล้วล่ะครับ

คำชมของน้องชายทำให้อรรัมภาถึงกับทำหน้าไม่ถูก เธอไม่ได้รู้สึกปลาบปลื้มใจกับคำชมนั้นเลยสักนิด แต่กลับรู้สึกอายใครบางคนเหลือจะกล่าว

ผัดกะเพราจานนั้นไม่ใช่ฝีมือพี่หรอกสารภาพเสียงอ่อย

อ้าว...แล้วใครเป็นคนทำล่ะครับ หรือว่าเชฟเป็นคนทำอัลเบิร์ตทำหน้าฉงนฉงาย

เปล่า...เจ้าของบ้านเป็นคนทำน่ะ

ผู้เป็นพี่สาวตอบเสียงอ้อมแอ้ม รู้สึกเสียหน้าเหลือเกินที่ประเมินคีแรนผิดไป ก็ใครจะไปคิดล่ะว่า เขาจะทำอาหารเป็น แถมยังทำได้น่ากิน และรสชาติก็อร่อยอีกด้วย

เจ้าของบ้าน? อัลเบิร์ตทวนคำสีหน้างงงัน ก่อนจะหันไปถามคนที่ถูกกล่าวถึงกึ่งทึ่งกึ่งสงสัย พี่คีเป็นคนทำเหรอครับ

อือ...คีแรนพยักหน้ารับเบาๆ สีหน้าของเขายังคงเป็นปกติ

งั้นคำชมเมื่อกี้ ผมขอคืนนะครับพี่เอลล่าอัลเบิร์ตแกล้งทวงคำชมจากพี่สาว

เอาคืนไปเลยย่ะ คำชมของนาย พี่ไม่เห็นอยากจะได้เลยอรรัมภาทำแก้มป่องอย่างขัดเคืองใจ พลางมองค้อนอีกฝ่ายปะหลับปะเหลือก

ท่าทางของอรรัมภาทำให้สองหนุ่มรีบเบือนหน้าหนีไปคนละทิศละทางเมื่อกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่

ว่าแต่พี่คีไปหัดทำอาหารตั้งแต่เมื่อไรครับอัลเบิร์ตเอ่ยถามหนุ่มรุ่นพี่หลังจากปรับสีหน้าให้เป็นปกติได้แล้ว

ไม่ได้หัดหรอก แต่พี่เข้าไปช่วยแม่น้ำปรุงทำกับข้าวอยู่บ่อยๆ ก็เลยจำๆ เอาน่ะคนถูกถามตอบไปตามจริง อรรัมภาได้ยินก็แอบเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้

พี่คีสุดยอดเลยครับหนุ่มรุ่นน้องเอ่ยชมจากใจ รู้สึกทึ่งในความสามารถอันหลากหลายของอีกฝ่าย ฉับพลันนั้นเขาก็คิดอะไรขึ้นมาได้จึงหันไปทางพี่สาวพร้อมกับแนะนำเธออย่างหวังดี

กลับเมืองไทยคราวนี้ ผมว่าพี่เอลล่าน่าจะไปเรียนทำอาหารนะครับ จะได้ไม่น้อยหน้าพี่คี ที่สำคัญแต่งงานไปจะได้ทำให้พี่คิงส์กินยังไงล่ะครับ

อืม...เป็นคำแนะนำที่ดีนะ กลับถึงเมืองไทยพี่จะไปสมัครเรียนทำอาหาร ทำเป็นเมื่อไรจะบินไปทำให้พี่คิงส์กินถึงมาเก๊าเลยล่ะ

คำพูดของน้องชายกระตุ้นให้อรรัมภาเกิดความมุ่งมั่นที่จะไปเรียนทำอาหาร ทั้งๆ ที่มันไม่เคยอยู่ในความคิดของเธอมาก่อน เจ้าหล่อนไม่รู้สักนิดเลยว่าคำพูดเหล่านั้นส่งผลให้ใครบางคนมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน และพลอยกลืนข้าวไม่ลงไปด้วย

พี่อิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะ คีแรนเอ่ยขอตัวพร้อมกับขยับลุกยืนขึ้น ก่อนจะสาวเท้าออกไปจากห้องอาหารด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

พี่คีกินน้อยจังแฮะ อัลเบิร์ตเอ่ยขึ้นลอยๆ เมื่อคล้อยหลังเจ้าของบ้าน

คงจะกินกับแฟนมาบ้างแล้วมั้ง น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปแฝงไว้ด้วยความหมั่นไส้เมื่อเข้าใจว่าเขาคงจะรับประทานอาหารเย็นกับพลิสซิลล่ามาแล้ว ถึงได้กินอาหารที่บ้านเท่าแมวดม

พี่คีมีแฟนแล้ว ใครเหรอครับอัลเบิร์ตถามอย่างสงสัย เขารู้ว่าคีแรนมีผู้หญิงมากหน้าหลายตาเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่มีใครถูกแทนที่ด้วยคำว่าแฟนเลยสักคน

ลูกสาวเจ้าของกาสิโน ชื่อพลิสซิลล่าเพราะความหมั่นไส้จึงทำให้คนเป็นพี่สาวตอบเสียงมะนาวไม่มีน้ำ

ผู้หญิงคนนั้นโชคดีมากเลยนะครับที่ได้เป็นแฟนกับพี่คี

อัลเบิร์ตเอ่ยจากใจ เพราะคีแรนเป็นคนมากความสามารถ และเป็นหนุ่มในฝันของสาวๆ หากใครได้ครอบครองตัวและหัวใจก็นับว่าโชคดีเป็นอย่างยิ่ง หากแต่คนเป็นพี่สาวกลับคิดสวนทาง

แต่พี่ว่าโชคร้ายมากกว่า

พี่คีน่ะ ชายในฝันของสาวๆ เลยนะครับ มีแต่พี่เอลล่าเท่านั้นแหละที่คิดแบบนี้ ขนาดผมเป็นผู้ชาย ผมยังปลื้มพี่คีเลย

เชิญนายปลื้มไปคนเดียวเถอะย่ะ อรรัมภาเอ่ยเสียงสะบัด ก่อนจะตัดบทด้วยการก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารในจานของตนโดยไม่สนใจน้องชายอีก

                   อัลเบิร์ตไม่ได้ติดใจสงสัยในท่าทีของอรรัมภา เพราะรู้ว่าพี่สาวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเจ้าของบ้านมาตั้งแต่เด็กจึงแสดงออกชัดเจนว่าไม่ปลื้มอีกฝ่าย หารู้ไม่ว่าสิ่งที่หญิงสาวแสดงออกมานั้นมันไม่ได้เกิดจากสาเหตุความขัดแย้งในวัยเยาว์อีกต่อไป แต่มันเป็นความขัดแย้งในหัวใจที่นับวันก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น มากเสียจนเจ้าตัวเริ่มกลัวใจตัวเอง

**********************************************
                              
                  ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ ^^ 
          


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

128 ความคิดเห็น