ราคีสีน้ำผึ้ง

ตอนที่ 27 : ราคีสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 27

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    26 ก.ย. 60




 “กลับมานี่เลยออสการ์ ฮันนี่กำลังจะมาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านเรา นายไม่จำเป็นต้องระแวดระวังเขาขนาดนั้นก็ได้ วินเซนซ์สั่งเจ้าสี่ขาซึ่งแต่เดิมเป็นสัตว์เลี้ยงของมารดาที่ล่วงลับไปแล้วของเขาเสียงเข้ม

เจ้าออสการ์มองหน้าเจ้านายของมันกับแขกสาวหน้าหวานสลับกันไปมาอย่างชั่งใจ

ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาเจ้านายของมันอย่างว่าง่าย

ต้องขอโทษแทนเจ้าตัวเล็กด้วยนะครับ มันจะแสดงอาการแบบนี้กับคนแปลกหน้าประจำ แต่ถ้าพบเจอกันบ่อยครั้งขึ้น มันจะเลิกระแวงไปเองครับ เชิญนั่งครับ

วินเซนซ์แก้ต่างให้เจ้าออสการ์ที่ตอนนี้นั่งสำรวมอยู่แทบเท้าของเขา หากแต่สายตาของเจ้าตัวเล็กนั้นยังจับจ้องที่ร่างบางของแขกสาวซึ่งเดินไปนั่งบนโซฟาตัวที่อยู่ถัดไปจากเขาตาไม่กะพริบเลยทีเดียว

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันว่ามันแสนรู้และน่ารักมากเลยค่ะ ท่าทางมันจะห่วงคุณมากเลยนะคะ

ไม่ใช่แค่ห่วงครับ แต่มันหวงผมมาก เวลามีคนที่มันไม่คุ้นหน้าเข้ามาใกล้ผม มันจะแสดงอาการอย่างที่คุณเห็นเมื่อกี้นั่นแหละครับ มันจงรักภักดี และพร้อมที่จะปกป้องผมโดยไม่มองสารรูปของตัวเองเลยว่าจะต่อกรกับศัตรูได้ไหม อยู่ไปนานๆ แล้วคุณจะรู้ว่ามันทั้งน่ารักและก็น่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกันครับ

ชายหนุ่มกล่าวถึงสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของเขาด้วยสีหน้าขำๆ

มาธวีไม่รู้จะคุยอะไรก็เลยได้แต่ส่งยิ้มละไมไปให้เจ้าของคฤหาสน์รวมถึงเจ้าสี่ขาที่ยังมองหน้าเธออย่างสนอกสนใจ

อืม...เสียเวลาเล่าเรื่องเจ้าออสการ์เสียนาน ผมว่าเราเริ่มสัมภาษณ์เรื่องงานกันเลยดีกว่านะครับ

ดิฉันพร้อมให้สัมภาษณ์แล้วค่ะ

คุณคงแปลกใจว่าทำไมผมถึงอยากทานอาหารไทย ความจริงแม่ของผมเป็นคนไทยครับ ก่อนท่านจะเสีย ท่านเคยทำอาหารไทยให้ผมทานทุกวัน พอท่านจากไป ผมก็ต้องอาศัยหาทานตามร้านอาหารไทย คนสนิทของผมก็เลยแนะนำให้หาเชฟชาวไทยมาประจำไว้ที่บ้าน

วินเซนซ์เล่าถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องการเชฟชาวไทยด้วยเหตุผลที่จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่ดูเหมือนคนรับฟังจะเชื่ออย่างสนิทใจ เพราะก่อนหน้านี้เธอเคยเจอเขาที่ร้านอาหารไทยจริงๆ

ค่ะ แต่ดิฉันไม่ถึงกับเก่งหรอกนะคะ แค่พอทำได้เท่านั้นเองค่ะ มาธวีกล่าวอย่างถ่อมตน

ผมไม่เรื่องมากเรื่องการกินหรอกครับ

เอ่อ...ให้ดิฉันทดลองทำอาหารให้คุณทานสักสองสามเมนูดีไหมคะ เผื่อว่ารสชาติอาหารที่ดิฉันปรุงอาจจะไม่ถูกปากคุณก็ได้

สาวไทยรีบเสนอ ใจจริงนั้นเธออยากให้ว่าที่นายจ้างได้ลิ้มลองรสชาติอาหารที่เธอปรุงเสียก่อน อย่างน้อยๆ เธอก็จะได้มั่นใจว่าเขารับทำงานเพราะติดใจรสชาติของอาหารที่เธอทำให้ทานจริงๆ

ผมมั่นใจว่าคุณต้องทำอาหารไทยได้อร่อยอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องทดสอบให้ยุ่งยากหรอกครับ

มหาเศรษฐีหนุ่มกล่าวอย่างมั่นใจ

แต่ว่า...คุณอาจจะผิดหวังก็ได้นะคะ

มาธวีแย้งเพราะยังไม่เชื่อมั่นในฝีมือของตัวเองสักเท่าไรนัก

ผมบอกคุณแล้วไงครับว่าไม่เรื่องมาก เพราะฉะนั้นอย่ากังวลเรื่องรสชาติของอาหารเลยนะครับ ของแบบนี้สามารถฝึกปรือและพัฒนาฝีมือกันได้ไม่ใช่เหรอครับวินเซนซ์ให้เหตุผล

เรื่องนั้นมันก็จริงค่ะ

ตกลงผมรับคุณเข้าทำงานแล้วนะครับ นี่เป็นค่าจ้างเดือนแรกของคุณ ผมจ่ายล่วงหน้าเลยนะครับ

กล่าวจบมือใหญ่ก็หยิบเช็คเงินสดที่วางไว้ข้างๆ ส่งให้เจ้าของร่างบางที่ยื่นมือมารับด้วยสีหน้างงงัน ก่อนจะเบิ่งตากว้างเมื่อเห็นค่าจ้างเดือนแรกของตน

นะ...นี่เป็นค่าจ้างเดือนแรกของดิฉันเหรอคะ ว่าแต่ทำไมมันถึง...

น้อยไปใช่ไหมครับ ถ้างั้นเดี๋ยวผมเซ็นเพิ่มให้อีกใบ

มะ...ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ดิฉันคิดว่ามันมากเกินไปถ้าเทียบกับแม่ครัวมือสมัครเล่นอย่างดิฉันน่ะค่ะ

มาธวีรีบแก้ความเข้าใจของมหาเศรษฐีหนุ่มอย่างทันทีทันใด จำนวนตัวเลขที่กรอกในเช็คใบนี้ถ้าคิดเป็นเงินไทยมันมากจนเธอเองไม่กล้าที่จะรับ เพราะว่ามันสูงเกินความสามารถของเธอจริงๆ

เอาเป็นว่าถ้าผมไม่ถูกใจรสชาติอาหารที่คุณทำ เดือนหน้าผมจะลดค่าจ้างลง แต่เดือนนี้รับไปเต็มๆ ก่อนก็แล้วกันนะครับ

วินเซนซ์หาเหตุผลขึ้นมาเอ่ยอ้างจนอีกฝ่ายจนใจที่จะโต้แย้ง

ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณที่ไว้วางใจให้ดิฉันทำงานนี้นะคะ เอ่อ...มีอีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันจะต้องเรียนให้คุณทราบก่อนค่ะ

บอกมาได้เลยครับ ผมยินดีรับฟัง

คือดิฉันกำลังเรียนปริญญาโทอยู่น่ะค่ะ เวลาทำงานอาจจะไม่เต็มที่ รู้แบบนี้แล้วคุณยังจะรับดิฉันเข้าทำงานอยู่อีกหรือเปล่าคะ

เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาหรอกครับ เอาเป็นว่าคุณทำตารางเวลาที่จะต้องไปเรียนหรือนัดเจอเพื่อนร่วมกลุ่มมาให้ผมดูคร่าวๆ ก็แล้วกัน ผมจะได้รู้ว่าควรจะทานอาหารไทยมื้อไหน แล้วถ้าคุณไปมหาวิทยาลัยวันเดียวกับที่ผมเข้าบริษัท คุณก็ไปพร้อมกับผมได้เลย แต่ถ้าไม่ตรงกัน ผมมีรถและคนขับคอยให้บริการอยู่ตลอดเวลาเลยนะครับ

ดิฉันไม่รบกวนดีกว่าค่ะ แค่คุณรับเข้าทำงานก็ถือเป็นพระคุณอย่างยิ่งแล้วล่ะค่ะ

แถวนี้ไม่มีรถไฟฟ้าใต้ดินหรอกนะครับ แต่ถ้าคุณจะเรียกใช้บริการแท็กซี่ละก็ ทำตามที่ผมบอกดีกว่านะครับ ผมเต็มใจและยินดีที่จะอำนวยความสะดวกให้คนงานในบ้านของตัวเองเสมอ

แต่ว่า...ดิฉัน...

คำว่าเกรงใจยังไม่ทันจะเปล่งออกมาจากริมฝีปากของสาวไทย อีกฝ่ายก็รีบเอ่ยแทรกขึ้นมาทันที

ถ้าคุณไม่มีอะไรขัดข้อง พรุ่งนี้คุณย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ได้เลยนะครับ มหาเศรษฐีหนุ่มรีบรวบรัดตัดความ

พรุ่งนี้เลยเหรอคะ!”

คนที่เพิ่งจะได้งานทำทวนถามด้วยสีหน้าตกใจ เมื่อมหาเศรษฐีหนุ่มรูปงามคนนี้ทำอะไรปุบปับจนเธอตั้งรับแทบจะไม่ทัน

ครับ เพราะผมไม่อยากรอให้เสียเวลา เอ่อ...ผมหมายถึงรอทานอาหารไทยฝีมือของคุณน่ะครับ

ทายาทเอลลิสันยืนยัน ก่อนกลบเกลื่อนคำพูดที่ฟังแล้วเหมือนจะมีความนัยแอบแฝงนั้นด้วยเหตุผลชวนให้น่าเชื่อถือ

อ้อ! ค่ะ ถ้างั้นดิฉันคงต้องขอตัวกลับไปเก็บของก่อนนะคะ

เดี๋ยวผมจะให้คนรถไปส่งนะครับ แล้วพรุ่งนี้จะให้ไปรับตอนบ่ายสองโมง คุณโอเคไหมครับ

ค่ะ

เมื่อถูกนายจ้างหนุ่มรูปงามรวบรัดตัดความ และถูกยัดเยียดด้วยเงินค่าจ้างจำนวนมากเช่นนั้น มาธวีก็จำต้องตอบรับแต่โดยดี เพราะจะช้าหรือเร็วเธอก็ต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ เมื่อเขาอำนวยความสะดวกให้แบบนี้ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่เธอจะต้องปฏิเสธความหวังดีนั้น

****************************

ขอบคุณทุกการติดตาม ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

2,678 ความคิดเห็น

  1. #2450 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 12:31
    แหม นายจ้างคนนี้ใจดีสุดๆไปเล้ยยยยยยย
    เอ เพราะอะไรน้า อิอิ
    #2450
    0
  2. #2449 aemly (@aemly) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 10:31
    จะเข้ากรงเสือแล้ว
    #2449
    0