ราคีสีน้ำผึ้ง

ตอนที่ 2 : ราคีสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    26 ส.ค. 60




ขณะที่เจ้าของเงินกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่ที่สหรัฐฯ คนที่มีส่วนในการสร้างปัญหาในประเทศไทยกลับไม่ได้ทุกข์ร้อนใดๆ แถมไม่ใส่ใจด้วยว่าคนที่อยู่แดนไกลจะเดือดร้อนอย่างไรบ้าง

พี่น้ำผึ้งว่ายังไงบ้างคะแม่มธุริน อมรรัตนา น้องสาววัย 21 ปีของมาธวีถามถึงพี่สาวด้วยสีหน้าเรียบสนิท

ก็โวยวายน่ะสิ แม่ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงเลยรีบวางสายก่อน

ผู้เป็นมารดาบอกด้วยสีหน้ากังวล เพราะรู้ว่าตนเองนั้นผิดเต็มประตูที่ทำอะไรไม่ปรึกษาลูกสาวคนโตเสียก่อน แต่พอมีเรื่องเดือดร้อนกลับโทรไปขอความช่วยเหลือ

พี่น้ำผึ้งก็โวยวายไปแบบนั้นเองแหละค่ะ อีกเดี๋ยวก็หาทางออกได้ เชื่อน้ำตาลสิคะ คนที่ร่วมใช้เงินกู้จำนวนนั้นกล่าวอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

พูดง่ายจังนะน้ำตาล ว่าแต่เมื่อไรจะช่วยกันหาเงินไปไถ่บ้านเสียทีล่ะ

มาลินีถือโอกาสทวงถาม จะว่าไปหล่อนก็ไม่สมควรตามใจลูกสาวคนเล็กด้วยการนำเงินกู้บางส่วนให้อีกฝ่ายไปสมัครเรียนการแสดงเลยสักนิด เพราะเธอมาคิดๆ ดูแล้วอนาคตทางการงานในด้านนี้ดูช่างริบหรี่เสียเหลือเกิน

โธ่! แม่คะ น้ำตาลเพิ่งจะเริ่มเรียนได้ไม่นานเองนะคะ ต้องรออีกสองปีโน่นแหละค่ะถึงจะมีเงินให้แม่ได้

นานขนาดนั้นเชียวหรือ แล้วเงินที่เหลือล่ะ เอามาคืนแม่ก่อนสิ

เมื่อทวงเงินก้อนใหญ่ไม่ได้ มาลินีก็ทวงถามส่วนที่เหลือจากค่าสมัคร อย่างน้อยเงินจำนวนนั้นก็น่าจะพอใช้จ่ายภายในบ้านได้อีกสักระยะ

ไม่เหลือหรอกค่ะแม่ น้ำตาลเอาไปทำอย่างอื่นหมดแล้วล่ะ นี่ไงคะ แม่เห็นความแตกต่างไหม

มธุรินว่าพลางยื่นหน้าไปให้มารดาพิศดูใกล้ๆ

นี่ลูกไปทำอะไรมา

คนเป็นมารดาถามเสียงสูง หล่อนเพิ่งสังเกตเห็นว่าจมูกของลูกสาวคนเล็กดูแปลกไปจากเดิม

ไปทำจมูกมาค่ะ สวยไหมคะคนเป็นลูกสาวถามด้วยสีหน้าภูมิใจ

ที่แม่กับพ่อให้มาลูกยังไม่พอใจอีกเหรอฮ้า ทำไมต้องเสียเงินไปทำเพิ่มอีก

มาลินีต่อว่า เพราะหล่อนเห็นว่าลูกสาวคนเล็กก็สวยโดดเด่นอยู่แล้ว ไม่น่าที่จะต้องเสียเงินเสียทองและเจ็บตัวไปทำศัลยกรรมเพิ่มเลย

ไม่พอใจค่ะ เพราะพี่น้ำผึ้งเอาส่วนดีของแม่กับพ่อไปหมด ไม่ว่าจะหน้าตาหรือมันสมอง

คนเป็นน้องสาวกล่าวอย่างไม่ปิดบังความรู้สึกที่มีต่อพี่สาว

เฮ้อ...เอาเถอะๆ ยังไงก็รีบหาเงินมาช่วยจุนเจือกันไวๆ ล่ะ แม่เองก็ไม่มีรายได้อะไร ไม่รู้จะเอาที่ไหนมาใช้จ่ายแล้ว

มาลินีส่ายหน้าระอาใจกับนิสัยของมธุริน แต่จะว่าไปคนที่ผิดก็คือตัวเธอเองนั่นแหละที่เลี้ยงลูกสาวคนเล็กอย่างตามใจ มธุรินต้องการอะไร เธอก็หาให้แทบจะทุกอย่าง ผิดกับมาธวีที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะขัดหูขัดตาเธอไปเสียทุกอย่าง

มาลินียอมรับว่าเธอรักลูกสาวลำเอียง ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเป็นเพราะมาธวีเป็นคนหัวดื้อ และมักจะขลุกอยู่กับบิดาเป็นส่วนใหญ่ ไม่เหมือนมธุรินที่จะคลุกคลีอยู่กับเธอตั้งแต่เล็กและเป็นคนที่ว่านอนสอนง่าย แต่พอเติบโตเป็นผู้ใหญ่กลับกลายเป็นคนเอาแต่ใจ ทะเยอทะยานอยากที่จะได้ดีโดยไม่คิดที่จะขวนขวายหาเอาเอง

รู้แล้วล่ะค่ะ ถ้าน้ำตาลได้เป็นดาราดังจะเอาเงินให้แม่ใช้ทุกเดือนเลยค่ะ

เมื่อถูกมารดาย้ำมากๆ มธุรินก็ตอบกลับไปด้วยใบหน้างอง้ำ ก่อนจะหลีกเลี่ยงการเซ้าซี้ของท่านด้วยการหนีเที่ยวนอกบ้านอีกเช่นเคย

น้ำตาลออกไปข้างนอกก่อนนะคะแม่ พอดีนัดเพื่อนเอาไว้น่ะค่ะ

กล่าวจบมธุรินก็รีบปลีกตัวจากไปทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้มารดาได้เหนี่ยวรั้งอย่างที่ตั้งใจ

มาลินีถอนใจหนัก หล่อนรู้แล้วว่าการรักลูกผิดทางนั้นมันเป็นอย่างไร จะดัดนิสัยเจ้าหล่อนตอนนี้ก็เห็นทีจะเป็นไปไม่ได้ ไม้อ่อนนั้นยังพอที่จะดัดได้ แต่ไม้แก่ขืนดัดไปก็มีแต่จะหักเท่านั้น

แม่ขอโทษนะน้ำผึ้ง

มาลินีพึมพำขณะนึกถึงลูกสาวคนโตที่อยู่แดนไกล หล่อนรู้ว่าตัวเองผิดที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง พอทำไปแล้วก็มานั่งเสียใจในการกระทำของตน มาธวีดิ้นรนและขวนขวายที่จะเล่าเรียนตามที่ตั้งใจ อดหลับอดนอนจนกระทั่งสอบชิงทุนการศึกษาได้ แต่แม่อย่างเธอกลับทำร้ายลูกสาวคนโตเพียงเพื่อต้องการใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย และตามใจลูกสาวคนเล็กในทางที่ผิด

กว่าที่หล่อนจะคิดได้ ก็ตอนที่เจ้าหนี้รายใหญ่ยื่นคำขาดเรื่องหนี้สิน และขู่จะยึดโฉนดที่ดินที่นำไปจำนองไว้ชั่วคราวตามสัญญา

 

หลังออกจากห้องเรียนบริหารธุรกิจในช่วงบ่ายของวันใหม่ มาธวีในชุดเสื้อสเวตเตอร์คอเต่าสีฟ้าเน้นรูปร่างโปร่งบางด้วยกางเกงยีนเข้ารูปสีเข้มพร้อมบูทครึ่งแข้งสีดำแลดูกระฉับกระเฉง กระเป๋าใบใหญ่ซึ่งดูแล้วไม่สมดุลกับรูปร่างถูกสะพายไว้บนบ่า แขนทั้งสองข้างหอบหนังสือเอาไว้เต็มอ้อมแขน

ร่างบางรีบมุ่งหน้าตรงไปยังประตูทางเข้าของมหาวิทยาลัยชื่อดังซึ่งตั้งอยู่บนเกาะแมนฮัตตัน สายตาคู่งามมองตรงไปด้านหน้า ไม่ใส่ใจกับนักศึกษาร่วมสถาบันเดียวกันที่เดินสวนไปมาและยืนสนทนาตามสองข้างทาง

รอกันบ้างสิน้ำผึ้ง เดินเร็วแบบนี้จะรีบไปไล่วัวไล่ควายหรือไงยะ

ณิชชาซึ่งเดินแกมวิ่งตามมาธวีมาติดๆ เหน็บแนมแกมประชดประชันเพื่อนสาวคนสวยเมื่อตามมาถึงตัว

ที่นิวยอร์กมีวัวมีควายให้ไล่ที่ไหนกัน ฉันจะรีบไปทำงานต่างหากล่ะ

มาธวีตอบเพื่อนสนิทที่สอบชิงทุนการศึกษามาได้เช่นเดียวกันกับตนอย่างไม่อ้อมค้อม

ทุกวันฉันไม่เห็นเธอจะรีบร้อนแบบนี้นี่ หรือว่าวันนี้พี่ดาด้าจะให้เธอทำโอที

ณิชชายังไม่วายสงสัย เพราะถึงแม้ว่าเธอกับมาธวีจะไม่ได้ทำงานพิเศษที่ร้านอาหารแห่งเดียวกัน แต่เวลาเข้างานและเลิกงานของทั้งสองจะใกล้เคียงกัน แล้วตอนนี้ก็ยังเหลือเวลาอีกเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาทำงานจริง

เปล่าจ้ะ แต่ฉันจะไปขอพี่ดาด้าเพิ่มเวลาทำงานน่ะ ไม่รู้พี่เขาจะตกลงหรือเปล่า

มาธวีกล่าวถึงเจ้าของร้านอาหารไทยที่ตนทำงานอยู่ด้วยสีหน้าหนักใจ นักศึกษาสาวไทยเริ่มทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟนับตั้งแต่เดินทางมาถึงมหานครนิวยอร์กได้เพียงไม่กี่อาทิตย์ และสาเหตุที่ต้องตัดสินใจทำงานนี้ก็เพราะค่าครองชีพของคนที่นี่สูงเหลือเกิน เงินที่บิดาเคยฝากไว้ให้ก่อนตายจึงไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายส่วนตัว

*****************************

ขอบคุณสำหรับการติดตาม ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

2,678 ความคิดเห็น

  1. #2418 aemly (@aemly) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 09:11
    น้ำผึ้งเข้มแข็งไว้นะ
    #2418
    0
  2. #2392 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 03:33
    น้ำผึ้งคงต้องเหนือยหน่อย เพราะต้องเป็นคนค้ำจุนครอบครัวอยู่คนเดียว
    #2392
    0
  3. #2391 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 03:33
    น้ำผึ้งคงต้องเหนือยหน่อย เพราะต้องเป็นคนค้ำจุนครอบครัวอยู่คนเดียว
    #2391
    0