ราคีสีน้ำผึ้ง

ตอนที่ 11 : ราคีสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    5 ก.ย. 60




กว่ามาธวีจะกลับถึงที่พักก็ปาเข้าไปเกือบสี่ทุ่ม ร่างบางเดินดุ่มๆ เข้ามาในอพาร์ตเมนต์โดยไม่ใส่ใจบุคคลรอบข้างเพราะปกติเธอก็ชอบทำตัวเงียบๆ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ส่วนมากจะแค่ส่งยิ้มทักทายตามประสาคนอัธยาศัยดีเท่านั้น

มิสอมรรัตนาคะ

เสียงเรียกขานภาษาสากลที่ดังมาจากเคาน์เตอร์บริการของอพาร์ตเมนต์ ทำให้เจ้าของชื่อที่ก้มหน้าก้มตาเดินตรงไปยังลิฟต์ขนาดเล็กรีบหันไปมองอย่างสงสัย

คะ คุณอาแมนธ่ามีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ

สาวไทยรับคำพร้อมกับเดินเข้าไปหาอาแมนธ่า พนักงานสาวใหญ่ซึ่งทำหน้าที่ดูแลการย้ายเข้าและย้ายออกของผู้ที่เข้ามาพักอาศัยในอพาร์ตเมนต์ รวมถึงดูแลเรื่องบริการอื่นๆ ด้วย

เมื่อสามชั่วโมงก่อนมีโทรศัพท์ทางไกลจากประเทศไทยถึงคุณค่ะ ทางนั้นกำชับไว้ให้คุณติดต่อกลับด่วนด้วยค่ะ

อาแมนธ่าบอกสาเหตุที่เรียกอีกฝ่ายเอาไว้พร้อมกับยื่นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่จดเบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่ต้องการให้ติดต่อกลับให้ลูกค้าสาวไทย

ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

มาธวีกล่าวขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปรับกระดาษแผ่นเล็กนั้นมาดูด้วยความสงสัย

เมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของใคร เธอก็ลอบถอนใจออกมาเบาๆ ถ้าลองว่าน้องสาวลงทุนโทรทางไกลมาหาแบบนี้ก็แสดงว่าอีกฝ่ายจะต้องมีเรื่องร้อนใจมาให้เธออีกแน่ๆ

และป่านนี้โทรศัพท์มือถือที่เธอลืมเอาไว้บนห้องพักก็คงจะมีมิสคอลไม่ต่ำกว่าสิบครั้งเป็นแน่แท้

 

เมื่อก้าวเข้ามาในห้องพักบนชั้นห้าของอพาร์ตเมนต์ มาธวีก็รีบกดโทรศัพท์ไปหาผู้ที่ฝากเบอร์โทรทิ้งเอาไว้ให้ เพียงไม่กี่อึดใจปลายสายก็โวยวายใส่ทันที

น้ำตาลโทรหาหลายครั้งแล้วนะคะ ทำไมพี่น้ำผึ้งไม่รับสายคะ

พี่ลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่ห้องพักน่ะ ว่าแต่น้ำตาลมีเรื่องอะไรกับพี่ล่ะ เห็นพนักงานเคาน์เตอร์ย้ำไว้ว่าให้ติดต่อกลับด่วน

ผู้เป็นพี่สาวกล่าวอย่างใจเย็น ไม่ถือสาวาจาที่น้องสาวใช้เพราะรู้นิสัยอีกฝ่ายเป็นอย่างดี

มีสิคะพี่น้ำผึ้ง เรื่องด่วนแล้วก็สำคัญมากๆ ด้วยค่ะมธุรินย้ำให้พี่สาวฟังน้ำเสียงร้อนรน

ถ้าสำคัญมากก็รีบบอกมาเถอะจ้ะ

แม่เข้าโรงพยาบาลเพราะไส้ติ่งอักเสบน่ะค่ะ ต้องผ่าตัดด่วนเลย

มธุรินบอกสาเหตุของการโทรหาพี่สาวตามความเป็นจริง ทำเอาคนฟังถึงกับนิ่งไปชั่วอึดใจ เมื่อตั้งสติได้ก็รีบถามกลับไปทันที

จริงเหรอน้ำตาล แล้วตอนนี้อาการของแม่เป็นยังไงบ้าง

แม้ว่าอาการป่วยของมารดาจะไม่ร้ายแรงเหมือนโรคมะเร็ง แต่มาธวีก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้

ปลอดภัยแล้วค่ะ แต่เรื่องค่าใช้จ่ายสิคะที่เป็นปัญหา

แม่มีประกันใช่ไหมน้ำตาล ในกรณีนี้เขาจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้บางส่วนนี่

คนเป็นพี่สาวแนะนำเพราะยังจำได้ว่าบิดาเคยทำประกันชีวิตให้มารดาเมื่อหลายปีก่อน

แม่ไม่ได้ต่อประกัน ตอนนี้เขาเลยไม่คุ้มครอง เราต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเต็มอัตราค่ะ

แล้วแม่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลไหนล่ะ ของรัฐบาลหรือเปล่า

ผู้เป็นพี่สาวถามอย่างมีความหวัง เพราะโรงพยาบาลของรัฐบาลค่ารักษาจะถูกกว่าโรงพยาบาลของเอกชน

เปล่าค่ะ น้ำตาลพาแม่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านเราค่ะ เมื่อกี้น้ำตาลดูราคาห้องพักผู้ป่วยกับค่าอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้วคงจะหลายหมื่นอยู่ค่ะ เพราะแม่คงต้องนอนอีกหลายวันกว่าจะกลับบ้านได้

คำตอบของน้องสาวทำเอามาธวีเข่าอ่อนแทบทรุดลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง เธอรู้ว่าโรงพยาบาลเอกชนที่น้องสาวกล่าวถึงนั้นค่ารักษาพยาบาลรวมถึงค่าบริการอื่นๆ สูงมาก แล้วเธอจะหาเงินที่ไหนไปจ่ายให้กับโรงพยาบาลล่ะ เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว

พี่น้ำผึ้งฟังอยู่หรือเปล่า ทำไมเงียบไปล่ะคะ ปลายสายเอ่ยถามเมื่อจู่ๆ ต้นสายก็เงียบไปเสียเฉยๆ

พี่กำลังฟังอยู่จ้ะ มาธวีตอบเสียงเบา รู้สึกแน่นหน้าอกจนพูดไม่ออก

ตกลงพี่น้ำผึ้งจะโอนเงินให้น้ำตาลวันไหนคะ ต้องให้ทันวันที่แม่ออกโรงพยาบาลนะคะ

ฝ่ายน้องสาวทวงถามและยัดเยียดหน้าที่นั้นให้พี่สาวรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

ขอเวลาพี่อีกสักสองสามวันนะ แล้วพี่จะรีบโอนไปให้ ว่าแต่เธออย่ามัวแต่เที่ยวกลางคืนล่ะ ดูแลแม่ให้ดีด้วยนะคนเป็นพี่สาวกำชับ

รู้แล้วล่ะน่า รีบโอนมาก็แล้วกัน แค่นี้ก่อนนะพี่น้ำผึ้ง น้ำตาลจะไปดูแม่ก่อน

จ้ะ ฝากแม่ด้วยนะ

มาธวีฝากฝังก่อนที่สายจะถูกตัดไป ใบหน้าสวยหวานดูเหมือนจะซีดเซียวลงถนัดตาเมื่อปัญหารุมเร้าในเวลาเดียวกัน

เงินตั้งหลายหมื่นจะไปหาที่ไหนทัน ไหนจะเงินที่ต้องหาไปไถ่โฉนดบ้านของบิดาคืนอีกล่ะ

มาธวีพึมพำกับตัวเองอย่างท้อใจ ฉับพลันนั้นใบหน้าและข้อเสนอของใครบางคนก็ผุดขึ้นมาในสมองของสาวไทย

พี่ดาด้า...

เงินที่มาธวีอยากจะได้นั้นมีคนเสนอให้แล้วซึ่งมันเพียงพอกับค่าใช้จ่ายของมารดาและหนี้สินที่ท่านก่อไว้

ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่า เธอจะกล้าเข้าไปหยิบมันมาใช้หรือเปล่าเท่านั้น นั่นแหละคือปัญหาที่เธอจะต้องขบคิดและตัดสินใจ

 

หลังวางสายจากเจ้าของร้านอาหารไทย เดวิดก็เก็บอาการดีใจไว้แทบไม่อยู่ เพราะก่อนหน้าที่จะได้รับโทรศัพท์ เขากับไมเคิลนั่งปรึกษาหารือกันจนหัวแทบจะระเบิด แต่ก็ยังหาวิธีที่จะโน้มน้าวใจสาวไทยหน้าหวานให้ยอมรับเงื่อนไขของพวกเขาไม่ได้ ทว่าจู่ๆ เจ้าของร้านอาหารไทยก็โทรมาหาพร้อมกับแจ้งข่าวดีให้ทราบ

ทางนั้นโอเคแล้วล่ะ ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวแล้วว่ะเพื่อน

จริงเหรอวะ บทจะง่ายก็ทำเอาเราอึ้งไปเลยนะ

นั่นน่ะสิ หลอกให้เรานั่งเครียดอยู่ตั้งนาน อาหารค่ำยังทานไม่ลงเลยเดวิดว่าพลางถอนใจออกมาอย่างโล่งอก

ตอนนี้ก็สบายใจได้แล้วไง น่าจะทานลงแล้วมั้ง จะสั่งแม่ครัวทำให้ใหม่ไหมล่ะไมเคิลเสนอ เพราะเขาเองก็รู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน

รอให้รายงานเจ้านายเรียบร้อยก่อนดีกว่า ค่อยหาอะไรง่ายๆ ทาน

ถึงแม้จะโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่เดวิดก็ถือว่างานของเขายังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี

ถ้างั้นนายเข้าไปรายงานเจ้านายนะ ส่วนฉันจะไปสั่งแม่ครัวทำอาหารไว้รอ

ไมเคิลรีบโยนหน้าที่นั้นให้เพื่อนรับผิดชอบไป เพราะอีกฝ่ายค่อนข้างจะสนิทกับนายหนุ่มมากกว่าเขา

โอเค เรื่องแจ้งข่าวดีไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันเข้าไปรายงานเองก็ได้ เฮ้อ...รู้สึกโล่งใจยิ่งกว่าทำงานใหญ่ระดับชาติเสียอีกว่ะ

เดวิดรับอาสาอย่างเต็มใจ พร้อมกับผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด

ก็เจ้านายเล่นเอาตำแหน่งการงานมาบีบเรานี่หว่า เอาแต่ใจเป็นบ้าเลยว่ะ

นี่แหละเจ้านายของเรา เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันตามไปที่ห้องอาหารนะ ตอนนี้ขอไปแจ้งข่าวดีให้เจ้านายทราบก่อน อยากรู้เหมือนกันว่าท่านจะทำหน้ายังไง

เดวิดกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มๆ ก่อนจะตรงดิ่งไปยังห้องนอนของผู้เป็นนายด้วยสีหน้าและท่าทางผ่อนคลาย ผิดกับสีหน้าซังกะตายก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

***********************************

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

2,678 ความคิดเห็น

  1. #2427 aemly (@aemly) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 09:36
    สงสารน้ำผึ้ง
    #2427
    0
  2. #2400 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 12:38
    สมุนคู่ใจค่อยโล่งใจเมื่อได้รับโทรศัพท์น้ำผิ้งตอบรับการทำงาน แต่น้ำผิุ้งจะคิดไหมว่า ปัญหาทั้งหมดเกิดจากทางครอบครัวเธอโดยเฉพาะน้องสาวเธอ   รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #2400
    0
  3. #2399 DalyZii (@DalyZii) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 09:54
    ชอบบบบบต่อๆๆๆ
    #2399
    0