ราคีสีน้ำผึ้ง

ตอนที่ 1 : ราคีสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12811
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    26 ส.ค. 60



บทที่ 1

มหาเศรษฐีขี้เบื่อ

 

ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องนอนใหญ่ภายในอพาร์ตเมนต์สุดหรูราคาแพงลิบลิ่วใจกลางนครนิวยอร์ก บนเตียงขนาดใหญ่ปรากฏเงาร่างสองร่างเคลื่อนไหวสอดประสานอย่างเป็นจังหวะ เสียงครางแห่งความหฤหรรษ์ของคนร่างบางดังกระเส่า เมื่อเงาร่างใหญ่โถมกายเข้าหาราวกับพายุลูกใหญ่ ซึ่งมันได้พัดพาเอาจิตวิญญาณของผู้ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของพายุลูกนั้นให้หลุดลอยไปจากร่างอย่างง่ายดาย และถึงแม้ว่าพายุสวาทลูกนั้นจะกระหน่ำรุนแรงเนิ่นนานสักแค่ไหน ก็หาได้ทำให้ผู้ถูกกระทำเจ็บช้ำหรือทรมานแต่อย่างใด ตรงกันข้ามมันกลับทำให้หล่อนติดใจจนอยากจะให้มันยืดเยื้อต่อไปอีกนานแสนนาน แขนเรียวงามไขว่คว้าขณะที่ร่างใหญ่ผละกายทันทีที่ความต้องการตามธรรมชาติของเขาถูกปลดปล่อยออกไปจนหมดสิ้น

พลีส...

เสียงครางกระเส่าเว้าวอนให้เจ้าของร่างใหญ่ที่ผละห่างออกไปให้กลับเข้ามาหาอีกครั้งราวกับว่าความสุขที่ได้รับก่อนหน้านั้นยังไม่เพียงพอสำหรับหล่อน

หมดหน้าที่ของเธอแล้วคนสวย ขอบใจที่ให้ความสำราญกับฉัน

เมื่อภารกิจบนเตียงหรูกับผู้หญิงที่ถูกคัดเลือกมาอย่างดีจบสิ้นลง เจ้าของร่างใหญ่ก็ขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหกฟุตสามนิ้ว เขาผู้นี้คือวินเซนซ์ เอลลิสัน มหาเศรษฐีหนุ่มเลือดผสมระหว่างอเมริกัน-สเปน-ไทย วัย 33 ปี ทายาทผู้ครอบครองสมบัติอันมหาศาลของตระกูลเอลลิสัน เจ้าของกิจการเรียลเอสเตทขนาดใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศ ผู้ที่เพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติที่หาตัวจับยาก เป็นที่หมายปองของสาวน้อยสาวใหญ่ในวงสังคมไฮโซและในแวดวงมายา

มือใหญ่คว้าเสื้อคลุมสีเข้มมาสวมใส่ปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่า ร่างสูงใหญ่องอาจก้าวตรงไปยังประตูห้องบานหรู เมื่อประตูถูกเปิดอ้า ก็พบสาวใช้ชาวอเมริกันสองนางยืนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่หน้าห้อง และทันทีที่นายหนุ่มของพวกเธอเดินผ่านประตูห้องออกไป ทั้งสองก็รีบเข้าไปทำหน้าที่ของตัวเองทันที

จะทำอะไรน่ะ 

สาวงามผมทองที่นอนระทวยอยู่บนเตียงท้วงเสียงสั่นพร่าเมื่อร่างที่ยังไม่คลายจากรสเสน่หาของเธอถูกประคองให้ลุกขึ้นนั่ง

เราจะช่วยคุณแต่งตัวค่ะ หนึ่งในสาวใช้บอกจุดประสงค์อย่างสุภาพ

แต่ฉันต้องการพักผ่อนนะ แล้วเวลานอนฉันก็ไม่ชอบใส่เสื้อผ้าด้วย สาวผมทองซึ่งไม่มีสิทธิ์มองเห็นสิ่งใดในตอนนี้ เนื่องจากดวงตาคู่สวยถูกผูกไว้ด้วยผ้าผืนหนา ท้วงขึ้นมาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก รสสวาทที่ได้รับทำให้เธอหมดเรี่ยวหมดแรงจนไม่อยากจะขยับเขยื้อนเคลื่อนกายไปไหน

ตอนนี้คุณต้องใส่เพราะเราจะพาคุณไปพักอีกที่หนึ่งค่ะ กรุณาให้ความร่วมมือด้วยนะคะสาวใช้อีกคนอธิบายเหตุผล ก่อนจะช่วยเพื่อนอีกคนแต่งกายให้สาวงามที่นายหนุ่มใช้เงินแลกมาเพื่อระบายความใคร่ตามประสาหนุ่มเจ้าสำราญที่ไม่อยากมีพันธะกับหญิงใด

เมื่อได้ยินคำพูดกึ่งเตือนกึ่งขอร้อง สาวผมทองจึงเลิกขืนกายเมื่อถูกประคองลงจากเตียง อีกทั้งยังยืนนิ่งให้สาวใช้ทั้งสองแต่งกายให้แต่โดยดี ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะเธอไม่อยากมีปัญหากับผู้ว่าจ้างซึ่งยอมจ่ายค่าตัวให้เธอด้วยเงินจำนวนมาก มันคุ้มเกินกว่าคุ้มกับการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ และยิ่งไปกว่าเงินจำนวนนั่นคือความหฤหรรษ์ที่เธอจะไม่มีวันลืมเลือนไปจนตลอดชีวิต

 

มาธวี อมรรัตนา หรือน้ำผึ้ง นักศึกษาปริญญาโทสาวไทยวัย 23 ปีกลับเข้ามาในห้องพักแคบๆ ของอพาร์ตเมนต์เล็กๆ แห่งหนึ่งในรัฐนิวยอร์กด้วยสภาพของคนหมดหวัง หลังจากที่เพิ่งได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากมารดาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

เงินตั้งสองแสนบาท เราจะไปหามาจากที่ไหนกันล่ะ

เสียงเจือสะอื้นผ่านออกมาจากริมฝีปากบางของสาวไทยหน้าหวานประดุจน้ำผึ้ง ดวงตาคู่งามหวานซึ้งที่ทอดมองไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมายเริ่มมีน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตา ในขณะที่สมองหวนคิดถึงคำพูดของมารดาอีกครั้ง

“แม่ขอโทษนะน้ำผึ้ง แต่แม่จำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ จ้ะ”

มาลินี อมรรัตนาสารภาพกับลูกสาวคนโตด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

“ตอนเอาบ้านไปจำนองทำไมแม่ไม่ปรึกษาน้ำผึ้งก่อนล่ะคะ”

มาธวีโวยวายทันทีที่รู้ว่ามารดาเอาโฉนดบ้านที่บิดาของเธอรักไปจำนองไว้กับผู้ปล่อยเงินกู้รายหนึ่ง

“ตอนนั้นแม่กำลังมืดแปดด้าน ค่าเล่าเรียนของน้ำตาลก็ต้องจ่าย ไหนจะค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในบ้านอีกล่ะ แม่คิดว่าถ้าน้ำตาลเรียนจบก็คงพอแบ่งเบาภาระได้บ้าง แต่ตอนนี้ความหวังของแม่อยู่ที่ลูกคนเดียวเท่านั้น”

ฝ่ายมารดาที่อยู่เมืองไทยพยายามอธิบายให้ลูกสาวเข้าใจ แต่คนฟังคาดเดาได้เลยว่าที่ปลายสายเอ่ยมาทั้งหมดนั้นยากนักที่จะเป็นไปได้ เพราะมารดาของเธอก็ไม่ได้ทำงานอะไร ทุกวันนี้ก็อาศัยทรัพย์สมบัติและเงินที่บิดาทิ้งเอาไว้ให้ก่อนตายเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันคงไม่เหลือหลอแล้วเป็นแน่

“เงินตั้งมากมาย น้ำผึ้งจะไปหาจากที่ไหนมาให้แม่ทันล่ะคะ”

มาธวีแย้งทันควัน เพราะเธอเองก็มืดแปดด้านเหมือนกัน

“ถ้าเราไม่มีเงินไปไถ่โฉนดคืนมา บ้านของเราก็จะถูกเขายึดไปนะลูก”

คำตอบของมารดาทำให้มาธวีอยากจะตะโกนออกมาดังๆ เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ หากแต่เธอก็ทำได้แค่ขอให้ท่านเลื่อนเวลาการชำระหนี้ออกไปอีกสักระยะ แม้ว่าจะยังไม่มีหนทางหาเงินจำนวนนั้นเลยก็ตาม

“เอาอย่างนี้ได้ไหมคะ แม่ไปขอเลื่อนเวลาการชำระหนี้ออกไปอีกสักพัก ยังไงน้ำผึ้งจะลองหาทางดูก่อนนะคะ”

“ได้จ้ะ แม่จะลองไปเจรจากับเสี่ยนพดูก่อน แต่แม่ไม่มั่นใจเท่าไร เพราะก่อนหน้านี้แม่ก็ไปขอผัดผ่อนเขาครั้งหนึ่งแล้วจ้ะ”

คำพูดทุกประโยคของมารดายังคงดังก้องอยู่ในหูของมาธวี ตอนนี้เธอทั้งอ่อนล้า ทั้งหมดแรงใจที่จะสู้ต่อ แต่เพราะความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะไปให้ถึงฝั่งฝันทำให้เธอไม่คิดที่จะยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้ว่าปัญหานั้นจะหนักหนาสักแค่ไหนก็ตาม

จะหางานพิเศษที่ไหนทำเพิ่มดีล่ะ ไหนจะเวลาเรียนอีก

ยิ่งคิดหล่อนก็ยิ่งกลุ้มใจ ตอนนี้หล่อนเหมือนถูกลอยแพ ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร เพราะเพื่อนแต่ละคนที่มาเรียนที่นี่ก็ล้วนแล้วแต่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัวกันทั้งนั้น เพราะทุนที่พวกเธอได้มานั้นเป็นการให้ทุนค่าเทอมเพียงอย่างเดียว

ค่ำคืนนี้เป็นคืนแรกที่มาธวีรู้สึกเหมือนตัวเองถูกทิ้งให้อยู่ตัวคนเดียวในมหานครที่กว้างใหญ่ คำว่ามืดแปดด้านเป็นอย่างไร หล่อนเพิ่งเข้าใจวันนี้เอง ร่างบางนอนร้องไห้จนผล็อยหลับไปพร้อมกับปัญหา หล่อนไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า ณิชชาเพื่อนร่วมห้องกลับเข้ามาในห้องพักตั้งแต่ตอนไหน

****************************************

สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่าน

ราคีสีน้ำผึ้งมดนำมารีอัพอีกรอบหนึ่งนะคะ สำหรับท่านที่ยังไม่เคยอ่าน

ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

ธัญวลัย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

2,678 ความคิดเห็น

  1. #2417 aemly (@aemly) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 09:07
    น่าสงสารจัง
    #2417
    0
  2. #2390 tungkn4841 (@tungkn4841) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 05:59
    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #2390
    0