พิศวาสสีรุ้ง

ตอนที่ 34 : พิศวาสสีรุ้ง : 34

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,834
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    3 ก.พ. 63



ค่าปรับเหรอคะ แล้วคุณจะเอาอะไร อุ๊บ

คำถามของปานไพลินถูกกลืนหายเข้าไปในปากของภีมวัจน์ เมื่อริมฝีปากของเขาประกบปากนุ่มของเธอทันทีราวกับจะรอต่อไปอีกไม่ไหว จากนั้นก็ทำตามใจปรารถนาที่ถูกซ่อนมาตลอดห้าวันอย่างหิวกระหาย

จุมพิตของเขาทวีความดื่มด่ำขึ้นเรื่อยๆ จนร่างบางอ่อนระทวยอยู่ในวงแขนแข็งแรงด้วยความรู้สึกวาบหวาม ปานไพลินไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองถูกพามาส่งที่หน้าตึกตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คนร่างใหญ่จุมพิตที่หน้าผากของเธอแผ่วเบาราวปีกผีเสื้อบิน

พรุ่งนี้เจอกันนะที่รัก หลับฝันดีนะครับคนสวย

ปานไพลินมองตามหลังภีมวัจน์ตาปริบๆ หญิงสาวไม่คิดเลยว่าจุมพิตของเขาจะมีอานุภาพรุนแรงถึงขั้นดึงสติของเธอออกจากร่างได้ แต่เมื่อผ่านเหตุการณ์นั้นมาถึงสองครั้งสองครา เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันไม่จริง แล้วถ้ายิ่งกว่าจูบล่ะ เธอจะอยู่ในสภาพไหน คิดมาถึงตรงนี้ร่างบางก็ร้อนวูบวาบไปทั้งกาย ปั่นป่วนไปทั้งช่วงท้อง หญิงสาวรีบขับไล่ความรู้สึกนั้นออกไปจากสมอง ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในตึกด้วยความรู้สึกละอายใจ

 

บนเครื่องบินของสายการบินชื่อดังที่กำลังเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ภูเก็ต ก้องภพเอนกายพิงพนักเก้าอี้ของที่นั่งวีไอพีอย่างผ่อนคลาย ก่อนจะหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่ล่าสุดขึ้นมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา

ทำไมมาช้านักล่ะมนัส มัวสำรวจผู้โดยสารบนเครื่องอยู่หรือไงฮึ

ก้องภพแกล้งถามเมื่อเข้าใจว่าคนที่กำลังทรุดกายนั่งข้างๆ คือผู้ช่วยคนสำคัญ ซึ่งปล่อยให้เจ้านายอย่างเขานั่งรออยู่หลายนาที โดยที่สายตายังคงไม่ละไปจากหนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่าน

ลืมปากไว้ที่บ้านหรือไงมนัส

เมื่ออีกฝ่ายยังปิดปากเงียบ ก้องภพจึงแกล้งแซวเล่นๆ และหันไปเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย แต่ทันทีที่เห็นหน้าอีกฝ่าย ความสงสัยก็กลับกลายเป็นความขุ่นข้องใจ

ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง ก้องภพถามคนมาใหม่เสียงขุ่น คิ้วหนาขมวดมุ่นอย่างไม่ชอบใจ

พี่ถามว่าน้องแยมทำแบบนี้หมายความว่ายังไงเมื่อคนข้างๆ ยังเอาแต่นั่งเม้มปาก ก้องภพก็ตะคอกถามเสียงดุ

คือแยม...แยมจะไปฝึกงานนอกสถานที่กับพี่ก้องน่ะค่ะ ยุวันดาตอบคำถามนั้นด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น เพราะเธอตระหนักดีว่า คู่หมั้นหนุ่มไม่ได้ปรารถนาให้เธอทำเช่นนี้แม้แต่น้อย เป็นเธอเสียอีกที่คอยตามติดจนเขารู้สึกรำคาญ

ที่ตัดสินใจทำแบบนี้ น้องแยมคิดดีแล้วใช่ไหม

ชายหนุ่มทวนถาม สายตาคมปลาบมองร่างบางอย่างค้นคว้า เขารู้ว่ายุวันดาไม่ได้อยากไปฝึกงานกับเขาจริงๆ หรอก แต่ต่อให้เขาเค้นถามเอาความจริง อีกฝ่ายก็คงจะตอบเช่นเดิม

ค่ะ แยมอยากไปฝึกงานกับพี่ก้องจริงๆ

ยุวันดายืนยันแต่ไม่หนักแน่นเท่าไร เพราะคำพูดที่หญิงสาวอยากบอกคู่หมั้นก็คือเธออยากอยู่ใกล้ชิดเขาตลอดเวลามากกว่า แต่ถ้าตอบไปแบบนั้น เธอจะต้องถูกส่งกลับกรุงเทพฯ ทันทีที่ถึงสนามบินภูเก็ตเป็นแน่แท้

ถ้าอยากทำพี่ก็ไม่ว่า แต่อย่ามาบ่นทีหลังว่าพี่ใช้งานเราหนักเกินไปก็แล้วกัน พี่ไม่ชอบคนนิสัยเหลาะแหละแบบนั้น หวังว่าน้องแยมคงจะเข้าใจ

ทายาทเลิศวัฒนากำชับเสียงเฉียบขาด เพื่อต้องการประกาศความเข้มงวดของตนเหมือนเช่นที่เคยทำกับหล่อน หากแต่ตอนนี้บางสิ่งบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไป นอกจากใจเขาจะไม่แข็งเหมือนเก่า ยังยอมอ่อนข้อให้คู่หมั้นสาวอย่างง่ายดาย

เข้าใจค่ะ แยมจะตั้งใจทำงาน จะไม่บ่นสักคำเลยค่ะพี่ก้อง

เมื่อคู่หมั้นหนุ่มไม่ปฏิเสธอย่างที่เธอหวาดหวั่น ยุวันดาก็รับคำเสียงหนักแน่นและยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้นดีใจ

จำคำพูดนี้เอาไว้ให้ดีล่ะ ไม่ใช่ถึงตอนนั้นจริงๆ จะมาขอถอนตัวไม่ได้นะ

ชายหนุ่มกำชับอีกครั้ง ก่อนจะรีบเมินหน้าหนีรอยยิ้มพิมพ์ใจที่เริ่มจะมีอิทธิพลต่อหัวใจของเขามากขึ้นทุกที

ถ้าเป็นงานของพี่ก้อง แม้จะต้องทำจนไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน แยมก็จะไม่ถอนตัวอย่างเด็ดขาดเลยค่ะ คนตัวเล็กยืนยันเสียงหนักแน่น ใบหน้างามยิ้มแป้นจนแก้มแทบปริ

พี่จะคอยดูว่าน้องแยมจะทำได้ดีขนาดไหน

นักธุรกิจหนุ่มตัดบทด้วยการหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน เพื่อปกปิดอาการบางอย่างบนใบหน้ายามเมื่อเหลือบไปเห็นรอยจ้ำที่ลำคอขาวผ่องของคู่หมั้นสาว รอยที่เขาได้ฝากเอาไว้ในค่ำคืนที่ผ่านมา

เอ่อ...วันนี้น้องแยมได้ส่องกระจกบ้างหรือเปล่า

ในที่สุดก้องภพก็อดไม่ได้ที่จะถาม ชายหนุ่มสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมคนขี้อายอย่างยุวันดาถึงไม่ยอมหาอะไรมาปกปิดรอยนั้นเอาไว้

เปล่าค่ะ วันนี้หน้าแยมดูแย่มากเลยเหรอคะพี่ก้อง คือแยมไม่ได้แต่งหน้าด้วยค่ะ

ยุวันดาบอกคู่หมั้นหนุ่มไปตามตรง เพราะทันทีที่ได้รับโทรศัพท์จากมารดาของก้องภพ เธอก็รีบเก็บเสื้อผ้า ไม่มีเวลาแต่งหน้าเหมือนทุกครั้ง แต่ก็ยังดีที่ได้ประแป้งบางๆ ระหว่างนั่งรถมาที่สนามบิน

ไม่หรอกครับ พี่แค่แปลกใจนิดหน่อยเท่านั้นแหละ แล้วนี่เอาคนสนิทของพี่ไปไว้ที่ไหนแล้วล่ะ

ก้องภพรีบปฏิเสธทันที ก่อนที่จะแกล้งถามหาคนสนิท ระหว่างนั้นก็คิดหาวิธีที่จะช่วยปกปิดร่องรอยบนลำคอของหญิงสาวไปด้วย

คุณมนัสนั่งด้านหลังค่ะ ถ้าพี่ก้องจะคุยเรื่องงาน เดี๋ยวแยมไปเปลี่ยนที่นั่งคืนก็ได้ค่ะ ยุวันดาเอ่ยพร้อมขยับกายหมายจะกลับไปนั่งยังตำแหน่งเดิมของตัวเอง

น้องแยมนั่งตรงนี้ก่อนก็ได้ พี่ยังไม่มีอะไรจะคุยกับมนัสหรอกครับ

ขอบคุณค่ะพี่ก้อง ยุวันดารับคำด้วยความรู้สึกชื่นฉ่ำหัวใจ

เอ่อ...ทุกทีพี่เห็นน้องแยมชอบใช้ผ้าคลุมไหล่ วันนี้เอามาด้วยหรือเปล่าล่ะครับ

ก้องภพถามหาผ้าคลุมไหล่ เมื่อคิดออกแล้วว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เขาฝากเอาไว้ที่ต้นคอขาวเนียนของยุวันดา

เอามาค่ะ พี่ก้องถามทำไมเหรอคะ

แม้จะยังสงสัยในคำถามของคู่หมั้น แต่ยุวันดาก็แอบดีใจที่อีกฝ่ายยังอุตส่าห์จำได้ว่าเธอมักจะมีผ้าคลุมไหล่ติดกายอยู่เสมอ เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเธอเลยก็ว่าได้

พี่ว่าบนเครื่องแอร์เย็นเกินไป น้องแยมเอามาพันคอไว้หน่อยก็ดีเหมือนกันนะ คือ...พี่กลัวว่าน้องแยมจะไม่สบายเอาน่ะ

อ๋อ ค่ะ ยุวันดารับคำสั้นๆ เหลือบตามองคู่หมั้นหนุ่มที่กำลังให้ความสนใจกับหนังสือพิมพ์ตรงหน้าอย่างฉงน ไม่คิดว่าคนที่แสดงท่าทีเมินเฉยต่อเธอมาตลอดจะแสดงความห่วงใยเด่นชัดเช่นนี้

******************************************************

ฝากพิจารณา e-book ด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน ขอบคุณทุกคอมเมนต์และกำลังใจค่ะ
ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

411 ความคิดเห็น