พิศวาสสีรุ้ง

ตอนที่ 26 : พิศวาสสีรุ้ง : 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    25 ม.ค. 63



หลังจากได้รับฟังคำวินิจฉัยของนายแพทย์วัยกลางคนที่เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ปานไพลินก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเพราะคาดไม่ถึงเลยว่ามารดาบุญธรรมจะป่วยด้วยโรคหัวใจ

ปานไพลินรู้สึกผิดมากที่ละเลยและไม่เคยสังเกตอาการข้างเคียงของมารดามาก่อน และกว่าจะรู้ก็ตอนที่ท่านอาการหนักถึงขั้นต้องพาส่งโรงพยาบาลกะทันหัน ทั้งยังต้องเข้ารับการรักษาอย่างทันทีทันใด

อาการของคุณแม่ต้องผ่าตัดอย่างเดียวเลยใช่ไหมคะคุณหมอ แล้วท่านจะปลอดภัยไหมคะ ปานไพลินสอบถามแนวทางการรักษาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

ถ้าเป็นปีก่อนๆ ก็ต้องผ่าตัดทำบายพาสครับ แต่ตอนนี้เรามีทางเลือกใหม่สำหรับคนไข้คือการขยายหลอดเลือด ซึ่งสะดวกและผลที่ได้ก็ปลอดภัยเช่นเดียวกับการผ่าตัด แต่การขยายหลอดเลือดจะดีตรงที่ไม่ต้องมีแผลผ่าตัด ไม่ต้องวางยาสลบ การรักษาก็ใช้เวลาประมาณสามวันเท่านั้น เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยนะครับ

นายแพทย์แนะนำวิธีการรักษาคร่าวๆ ทั้งยังยืนยันถึงประสิทธิภาพหลังการรักษาเพื่อให้ญาติคนไข้สบายใจมากขึ้น

แสดงว่าถ้าคนไข้พร้อมก็รักษาได้ทันทีเลยใช่ไหมครับ ภีมวัจน์ถามขึ้นมาบ้าง หลังจากนิ่งฟังคุณหมอชี้แจงอาการของคนไข้มาตั้งแต่ต้น

ครับ แต่ก่อนรักษาเราต้องได้รับการยืนยันจากญาติคนไข้เสียก่อนครับ นายแพทย์ตอบพร้อมให้รายละเอียดเพิ่มเติม

เอ่อ...แล้วค่าใช้จ่ายในการรักษาล่ะคะคุณหมอ

แม้จะห่วงอาการของมารดามากมาย แต่ปานไพลินก็ไม่ลืมที่จะถามถึงปัจจัยในการรักษา เพราะเธอจะได้เตรียมหาเงินจำนวนนั้นเอาไว้ ซึ่งก็พอจะทราบอยู่บ้างว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้นั้นค่อนข้างจะสูงมาก

ตอนนี้ค่ารักษาโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่สามแสนถึงห้าแสนบาทครับ

คำตอบของคุณหมอทำให้ปานไพลินถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะตอนนี้เงินหลักหมื่นยังไม่มีติดกายเธอด้วยซ้ำไป แล้วเงินหลักแสนเธอจะหาจากที่ไหนได้ทันเวลา

ถ้าญาติคนไข้ไม่มีปัญหาอะไร รบกวนเซ็นยืนยันการรักษาให้หมอด้วยนะครับ

เอ่อ...ปานไพลินลังเลที่จะเซ็นชื่อลงในเอกสารตรงหน้า เพราะถ้าเซ็นไปแล้ว ไม่มีค่ารักษา ทางโรงพยาบาลจะว่าอย่างไร

เซ็นสิปาน แม่คุณต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วนนะ ภีมวัจน์เร่งเร้าเมื่อเห็นคนข้างๆ เอาแต่มองกระดาษตรงหน้านิ่งเฉย

แต่ว่า...

ผมจะสำรองค่าใช้จ่ายให้เอง ภีมวัจน์โน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างหูหญิงสาวเบาๆ ให้พอได้ยิน ปานไพลินเหลือบมองหน้าเขาอย่างชั่งใจ ก่อนตัดสินใจหยิบปากกาขึ้นมาแล้วจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นนั้นทันที เพราะคงไม่มีทางเลือกอื่นใดที่ดีกว่าทางนี้อีกแล้ว

 

เมื่อคุยเรื่องการรักษาและค่าใช้จ่ายเสร็จสิ้น ภีมวัจน์ก็ขอตัวกลับเพราะเขาต้องรีบเข้าประชุมที่ตึกพิพัฒน์สกุลชัยในช่วงบ่าย ปานไพลินเดินไปส่งชายหนุ่มตามมารยาทเพราะเขาช่วยเป็นธุระเรื่องโรงพยาบาลให้ แม้จะยังเคลือบแคลงสงสัยกับค่าใช้จ่ายอยู่มากก็ตาม

เดี๋ยวค่ะคุณภีมวัจน์ ปานไพลินตัดสินใจเรียกชายหนุ่มเอาไว้ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะก้าวขึ้นรถคันหรู

เรื่องค่ารักษาพยาบาล ดิฉันจะทยอยจ่ายคืนให้นะคะ

ถ้าไม่ได้คุยเรื่องเงินกับภีมวัจน์ให้เข้าใจ ปานไพลินรู้ว่ายังไงเธอจะต้องไม่สบายใจเป็นแน่แท้

คำพูดของปานไพลินทำให้ภีมวัจน์ขยับยิ้มมุมปาก ก่อนขยับกายเดินกลับไปเผชิญหน้ากับหญิงสาวอีกครั้ง เมื่อถึงตัวก็โน้มใบหน้าลงไปใกล้ แล้วเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้คนฟังถึงกับอ้าปากค้าง

ผมลืมบอกไปว่าไม่ต้องการเงินจำนวนนั้นคืน แต่...ต้องการอย่างอื่นแทน

มะ...หมายความว่ายังไงคะ อะไรคืออย่างอื่นที่คุณว่าดวงตาคู่งามเบิ่งกว้าง ริมฝีปากบางที่เอ่ยถามสั่นระริก

เอาไว้แม่คุณกลับไปพักผ่อนที่บ้านเมื่อไรแล้วผมจะโทรหา ส่วนงานประชาสัมพันธ์ที่ห้างฯ คุณก็ไม่ต้องไปทำแล้วนะ ภีมวัจน์ไม่เพียงไม่ตอบคำถามแต่กลับพูดให้ปานไพลินยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่

คุณไล่ดิฉันออกจากงานเหรอคะ

ไม่ได้ไล่แต่ผมไม่ให้ทำ แล้วคำว่าดิฉันอย่าเอ่ยให้ผมได้ยินอีกนะปาน

หนุ่มวัยสามสิบสองกำชับเสียงเข้มจัด แววตาสีนิลกาฬที่จ้องใบหน้าหวานก็จริงจังเสียจนคนตัวเล็กถึงกับหวั่นใจ

ทำไมดิฉัน เพราะไม่ชอบการถูกบังคับ ปานไพลินจึงอยากจะลองดีกับภีมวัจน์ดูบ้าง

เอ่อ...ปานต้องเชื่อคุณด้วยล่ะ แต่เมื่อเห็นแววตาคู่คมของเขาวาววับ เธอก็รีบเปลี่ยนสรรพนามทันที

เพราะต่อไปนี้คุณคือผู้หญิงของผมยังไงล่ะ อย่าลืมว่าคุณยังติดค้างผมอยู่หลายอย่าง แล้วผมก็หวังว่าคุณจะไม่ละเลยที่จะรับผิดชอบ ใช่ไหมปาน

คิดเอาไว้ไม่มีผิด ว่านักธุรกิจอย่างคุณหว่านพืชแล้วย่อมต้องหวังผล

ปานไพลินประชดประชัน เมื่อมั่นใจแล้วว่าสิ่งที่เขาต้องการแทนเงินนั้นมันคืออะไร

ถึงผมจะเป็นนักธุรกิจที่ไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบ แต่ผมก็ไม่ได้ค้ากำไรเกินควรนะปานไพลิน

ภีมวัจน์ไม่ว่าเปล่าแต่ใช้นิ้วเกลี่ยที่พวงแก้มนวลของปานไพลินเบาๆ อย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

คุณภีมวัจน์ ให้เกียรติกันบ้างนะคะ ร่างบางเบี่ยงหน้าหนีเมื่อรู้ว่าสถานที่ที่ยืนอยู่นั้นคือลานจอดรถของโรงพยาบาลชื่อดัง

โอเคครับปาน เมื่อรู้ว่าเผลอทำอะไรลงไป นักธุรกิจหนุ่มก็รีบลดมือลงข้างตัว

เอาเป็นว่าอาทิตย์หน้าผมจะโทรหานะ แต่ถ้ามีอะไรด่วนก็โทรหาผมได้เสมอ นี่ครับ โทรศัพท์ที่เราจะใช้ติดต่อกัน ขอย้ำว่าเราเท่านั้นนะปาน

ทายาทพิพัฒน์สกุลชัยย้ำเสียงหนักพร้อมยัดเยียดโทรศัพท์เครื่องใหม่ไว้ในมือของหญิงสาว จากนั้นก็หมุนกายเดินกลับไปที่รถของเขาทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายหญิงได้ท้วงติงแต่อย่างใด

******************************************************

ฝากพิจารณา e-book ด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน ขอบคุณทุกคอมเมนต์และกำลังใจค่ะ
ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

411 ความคิดเห็น