พิศวาสสีรุ้ง

ตอนที่ 20 : พิศวาสสีรุ้ง : 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,041
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    20 ม.ค. 63



ครู่ต่อมายุวันดาก็เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น และเค้กเนื้อนุ่มน่าทานในจานใบเล็กสีหวาน

มาแล้วค่ะพี่ก้องเสียงใสที่แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้เอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกันนั้นก็วางของที่เตรียมมาไว้ตรงหน้าคู่หมั้นหนุ่ม

ขอบใจนะ แล้วของน้องแยมล่ะ

แยมทานที่ร้านแล้วค่ะ พี่ก้องลองทานดูนะคะ เจ้านี้เขาทำอร่อยจริงๆ ค่ะ

ก้องภพยกกาแฟขึ้นจิบสลับกับตักเค้กในจานขึ้นมาทาน รสชาติการชงกาแฟของยุวันดานับว่าใช้ได้ ส่วนเค้กที่เธอบอกว่าอร่อย เขาก็ยอมรับว่าเนื้อของมันนุ่มและรสชาติของมันก็กำลังดีทีเดียว

ระหว่างที่นั่งมองก้องภพทานของว่าง ยุวันดาก็แอบสังเกตใบหน้าและทุกอิริยาบถของเขา

แยมน่ะ ไม่ทันพี่ก้องหรอก อีกอย่างที่พี่อยากจะบอก แยมลองสังเกตแม่นั่นให้ดีๆ สิ พี่ว่ามองๆ ไปแล้วมีส่วนคล้ายพี่ก้องมากเลยนะ หรือว่าสองคนนี้จะเป็นเนื้อคู่กัน

คำพูดของรสิตาผุดขึ้นมาในสมองของยุวันดาอีกครั้ง หญิงสาวปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ก้องภพและปานไพลินมีเค้าโครงใบหน้าที่คล้ายคลึงกันจริงๆ สิ่งนี้เองที่ทำให้ยุวันดากลัดกลุ้มใจจนหาความสุขไม่ได้เลยนับตั้งแต่นั้น

 

เรื่องยัยเจนจิราพี่โทรไปต่อว่าเพื่อนให้แล้วนะปาน

ดวงกมลเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นปานไพลินวางสายจากทางบ้านผ่านทางกระจกโต๊ะเครื่องแป้งที่ตัวเองกำลังนั่งแต่งหน้าอยู่

ความจริงพี่มลไม่ต้องโทรไปต่อว่าก็ได้นะคะ คือปานไม่อยากมีเรื่องน่ะค่ะ

ได้ยังไงล่ะ งานแบบนั้นต้องถามความสมัครใจจากเจ้าตัวก่อนสิ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็พาไปประเคนให้เสี่ยบ้าตัณหานั่น ดีแค่ไหนแล้วที่ปานหนีออกมาได้ ดวงกมลบ่นพึมพำอย่างขัดใจ

ให้มันจบๆ ไปเถอะค่ะ ปานจะคิดเสียว่ามันเป็นบทเรียนสอนใจ ต่อไปจะได้ไม่ตามใครไปง่ายๆ แบบนั้นอีก รุ่นน้องสาวบอกอย่างปลงๆ ตามประสาคนที่ไม่อยากมีเรื่องกับใคร

จ้า แม่พระแสนดี ว่าแต่งานใหม่ที่ห้างฯ เป็นยังไงบ้างล่ะ ไม่เห็นเล่าให้พี่ฟังบ้างเลยดวงกมลยั่วเย้าก่อนถามถึงงานใหม่ของสาวรุ่นน้องอย่างใคร่รู้

เรื่องงานก็ดีค่ะ แต่ทำไมปานถึงได้โชคร้ายนักก็ไม่รู้ จู่ๆ ก็เจอผู้หญิงโรคจิตแกล้งสาดกาแฟใส่ มันแปลกดีไหมล่ะคะ ปานไพลินบ่นถึงเหตุการณ์ตอนถูกลูกค้าระรานให้ดวงกมลฟัง

อะไรกัน ห้างฯ ใหญ่ขนาดนั้นมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยเหรอปาน คนกำลังเสริมสวยอยู่หน้ากระจกถามกลับอย่างสงสัย

ค่ะ ท่าทางผู้หญิงคนนั้นจะไม่ธรรมดาซะด้วย เพราะเธอมีบอดี้การ์ดตามมาอารักขาด้วยค่ะ

แบบนี้ไม่ใช่คนบ้าธรรมดาแล้ว แต่เป็นพวกคุณหนูบ้าอำนาจแน่ๆ ว่าแต่เขามาหาเรื่องปานทำไมนะ

ดวงกมลวางเครื่องสำอางชิ้นสุดท้ายแล้วหันกลับไปถามรุ่นน้องสาวด้วยสีหน้างงงัน

นั่นแหละค่ะที่ปานสงสัย แต่ก็ช่างเถอะค่ะ เรื่องมันแล้วไปแล้วให้แล้วกันไป คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ ค่ะ ว่าแต่คืนนี้พี่มลไม่เข้าไปที่ผับเหรอคะ ปานไพลินเปลี่ยนเรื่องทันทีที่เหลือบไปเห็นนาฬิกาข้างผนัง

คืนนี้พี่เข้าดึกกว่าทุกคืนจ้ะ ปานไปกับพี่ไหม พรุ่งนี้เข้างานสายไม่ใช่เหรอจ๊ะ

ไม่ดีกว่าค่ะ ปานไม่ชอบกลิ่นบุหรี่กับที่แคบๆ ค่ะปานไพลินส่ายหน้าดิก

จริงสินะ พี่ลืมคิดไปว่าปานไม่ชอบเข้าผับเว้นแต่พี่จะขอร้อง พี่หมายถึงร้องเพลงน่ะจ้ะดวงกมลแกล้งเย้า ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลืมถามรุ่นน้องสาวถึงเรื่องทางบ้าน

เออ เมื่อกี้น้องปิ่นโทรมาใช่ไหม มีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่าปาน

แม่ไม่ค่อยสบายค่ะ พรุ่งนี้ปานอาจจะค้างที่บ้านโน้นนะคะ

พอเอ่ยถึงเรื่องอาการของมารดาบุญธรรม ปานไพลินก็มีสีหน้าหนักใจกับอาการป่วยของท่าน

จ้ะ ถ้ามีอะไรด่วนก็โทรหาพี่ได้ตลอดเลยนะปาน คืนนี้พี่ขอตัวไปทำงานก่อนนะ

เพราะคบหาและอยู่ด้วยกันมานานจนรู้นิสัย ดวงกมลจึงตัดบทสนทนาด้วยการขอตัวไปทำงาน ไม่เซ้าซี้ถามให้ปานไพลินไม่สบายใจ

ขอบคุณค่ะพี่มล แล้วเจอกันค่ะ

ปานไพลินฝืนยิ้มให้คนที่เธอรักเหมือนพี่สาว ก่อนก้าวตามอีกฝ่ายไปที่ประตูห้องเพื่อปิดประตูให้อย่างที่เคยทำประจำ จากนั้นก็กลับมานั่งทบทวนอาการแน่นหน้าอกของมารดาบุญธรรม รวมถึงอาการอื่นๆ ที่ปิ่นมณีสาธยายให้ฟังอย่างกลัดกลุ้มใจ

 

ยุวันดากระวนกระวายใจจนนั่งไม่ติด เธอเฝ้าคิดถึงแต่เรื่องของคู่หมั้นกับปานไพลินอยู่แทบจะตลอดเวลา เมื่อก่อนคุณหนูหัวสมัยใหม่ไม่เคยเชื่อเรื่องคู่ครองหรือดวงชะตา หากแต่ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจกับความเชื่อนั้น เพราะเคยได้ยินใครหลายคนพูดคล้ายๆ กับรสิตา แล้วหลายคู่ก็ดูเหมือนจะเป็นไปตามที่โบราณว่าเอาไว้จริงๆ

ไปทานข้าวกับตาก้องมาไม่ใช่เหรอลูก ทำไมท่าทางของลูกเหมือนไม่มีความสุขเลยล่ะ เยาวภาเห็นอาการกระวนกระวายของลูกสาวแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้

แยมมีเรื่องกลุ้มใจนิดหน่อยน่ะค่ะคุณแม่ คนเป็นลูกสาวตอบแบบเลี่ยงๆ

กลุ้มใจเรื่องตาก้องอีกแล้วล่ะสิ คราวนี้จะกลับเข้าไปนอนโรงพยาบาลอีกหรือเปล่าล่ะหากแต่คนเป็นมารดากลับรู้ทัน เพราะเรื่องที่ลูกสาวมักจะเก็บเอามาคิดนั้นมีอยู่เพียงเรื่องเดียวจริงๆ

ไม่หรอกค่ะ แยมจะพยายามเข้มแข็ง จะไม่ทำให้พี่ก้องมองว่าแยมเป็นคนขี้โรคอีกแล้วล่ะค่ะ ยุวันดายืนยัน แต่จะทำได้หรือไม่นั้นเธอเองก็ยังไม่แน่ใจ

แม่ขอถามสักนิดเถอะนะ การที่แยมเป็นคู่หมั้นกับตาก้องแล้วต้องเป็นแบบนี้ ลูกมีความสุขดีแล้วเหรอจ๊ะ คนเราจะรักกันต้องไว้เนื้อเชื่อใจกัน ถ้าลูกเอาแต่คิดในแง่ร้าย ชีวิตนี้จะมีความสุขไปได้ยังไงกัน ผู้เป็นมารดาถือโอกาสสอนและเตือนสติลูกสาว

แยมมีความสุขดีค่ะคุณแม่ ยุวันดาตอบมารดาเสียงแผ่วเบา ไม่สมกับความสุขที่เจ้าหล่อนว่าเอาไว้แม้แต่นิดเดียว

ถ้าแยมมีความสุข แม่ก็ไม่ว่าอะไร ต่อไปลองหัดใจเย็นดูบ้างสิจ๊ะ เผื่อลูกจะมีความสุขมากขึ้น

เยาวภาพยายามสอนลูกสาวอย่างใจเย็น เธอรู้ว่าวัยรุ่นสมัยใหม่เป็นพวกใจร้อนค่อนข้างมาก ดังนั้นการจะสอนสั่งควรที่จะต้องใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

แยมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเลยค่ะคุณแม่ ยุวันดารับคำเสียงอ้อมแอ้ม

แม่จะขึ้นไปนอนก่อนล่ะ สงบสติอารมณ์บ้างก็ดีนะลูก สุขภาพจิตจะได้ดีขึ้น

ผู้เป็นมารดาเตือนลูกสาวอีกครั้ง ก่อนเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นอย่างไม่สบายใจเท่าใดนัก เพราะสิ่งที่เธอสอนสั่งมันเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น หากยุวันดายังทำใจให้สงบไม่ได้ ก็จะหาความสุขในชีวิตไม่ได้เช่นกัน

คนเป็นลูกสาวมองตามหลังมารดาจนกระทั่งท่านเดินพ้นออกไปจากห้อง เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่เดินย้อนกลับมา มือเล็กก็ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรหาผู้ช่วยคนสำคัญ

******************************************************

ฝากพิจารณา e-book ด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน ขอบคุณทุกคอมเมนต์และกำลังใจค่ะ
ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

411 ความคิดเห็น