พิศวาสสีรุ้ง

ตอนที่ 18 : พิศวาสสีรุ้ง : 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    19 ม.ค. 63



พวกแกจะยืนเซ่ออยู่ทำไมล่ะ จัดการมันเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

รสิตาแหกปากเรียกบอดีการ์ดของตนเสียงดังลั่น ลืมเลือนไปว่าที่ตรงนั้นไม่ใช่ที่ลับหูลับตาคน ปานไพลินเห็นท่าไม่ดีก็รีบวิ่งหนีไปอีกทาง ส่วนบอดี้การ์ดของลูกสาวนักการเมืองดังก็รีบทำหน้าที่ของตัวเองทันที โดยวิ่งจี้ตามร่างบางไปติดๆ

อย่ามีเรื่องกันเลยนะคะพี่ริต้า เรารีบกลับกันเถอะค่ะ ยุวันดาปรี่เข้าไปห้ามรุ่นพี่สาวเพราะไม่อยากให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โต

ไม่ได้! พี่จะต้องตบมันให้หายเจ็บใจก่อน

รสิตาดึงดันตามประสาคุณหนูเอาแต่ใจและไม่เคยยอมให้ใครมาก่อน ยุวันดาก็ได้แต่ทอดถอนใจและภาวนาขอให้สาวผู้เคราะห์ร้ายหนีรอดจากเงื้อมมือของบอดีการ์ดทั้งสองไปได้

 

ปานไพลินเดินแกมวิ่งออกมาจากที่เกิดเหตุเพื่อจะกลับไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ หากแต่เสียงชายสองคนที่ตะโกนตามหลังมานั้นทำให้เธอต้องหลบไปอีกทาง ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่รู้ว่ามันจะทะลุออกไปที่ไหน เพราะเธอเองก็เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้เพียงไม่กี่วัน จะให้รู้ทุกซอกทุกมุมของห้างฯ ย่อมเป็นไปไม่ได้ และเมื่อใกล้จะถึงทางแยกซ้ายขวาด้านหน้า หญิงสาวก็หันกลับไปมองชายสองคนที่วิ่งตามมาอีกครั้ง

อื้อ...อ่อยนะ

ทว่าชั่ววินาทีต่อจากนั้น ร่างบางก็ถูกใครบางคนรวบตัวเอาไว้จากทางด้านหลัง ทั้งยังถูกปิดปากและจมูกเอาไว้แน่นจนเธอหายใจไม่ถนัด จากนั้นอีกฝ่ายก็รั้งเธอเข้าไปในลิฟต์ตัวหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่าง

ปล่อยนะไอ้บ้า! ไอ้พวกอันธพาล!” ประตูลิฟต์ปิดลงพร้อมๆ กับที่ร่างบางถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เธอจึงถือโอกาสนั้นผละห่างพร้อมกับด่าทออย่างเกรี้ยวกราด

แล้วกัน ผมกลายเป็นพวกอันธพาลไปแล้วหรือครับ

เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้คนที่โกรธจนเลือดขึ้นหน้าหันกลับไปมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่เมื่อสายตาพานพบร่างสูงใหญ่ที่ยังติดตาฝังใจ เธอก็ถึงกับอ้าปากค้าง

คุณภีมวัจน์!”

เจ้าของชื่อเห็นอาการตื่นตะลึงของอีกฝ่ายก็ได้แต่อมยิ้มขำ

เอ่อ ขอโทษค่ะ ดิฉันคิดว่าคุณเป็นคนของผู้หญิงคนนั้น

ปานไพลินรีบกล่าวคำขอโทษเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าที่แดงเพราะความโมโหก่อนหน้ากลายเป็นแดงเพราะความประหม่าในทันที

ไม่เป็นไรครับ เจ้าของห้างฯ หนุ่มเอ่ยเบาๆ สายตาคู่คมของเขากวาดมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าอย่างสำรวจตรวจตรา

ชุดคุณเลอะหมดแล้วนี่ครับ เดี๋ยวผมพาขึ้นไปเปลี่ยนชุดใหม่บนห้องก็แล้วกันนะ

เอ่อ ไม่ดีกว่าค่ะ ดิฉันจะรีบกลับไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ป่านนี้พวกพี่ๆ คงคิดว่าดิฉันเถลไถลแน่ๆ เลยค่ะ

ปานไพลินปฏิเสธความหวังดีของอีกฝ่ายอย่างเกรงใจ อีกอย่างคือเธอไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณเขาเป็นครั้งที่สอง ที่สำคัญห้องที่เขาว่านั้นคือห้องอะไรกันล่ะ

เรื่องงานเดี๋ยวผมจัดการให้ รับรองไม่มีใครกล้าว่าคุณแน่ แต่ถ้าคุณกลับลงไปในสภาพนี้ ผมว่ามันดูไม่ดีเลยนะ

เจ้าของร่างใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานสีเข้มแนะนำอย่างหวังดี หากแต่ก็มีนัยแอบแฝงอยู่บ้าง

เอ่อ คุณทำงานอยู่ที่นี่เหรอคะ

คำพูดเหมือนชี้นิ้วสั่งได้ของภีมวัจน์ทำให้ปานไพลินอดที่จะสงสัยไม่ได้ ที่สำคัญทำไมเขาต้องมาประจวบเหมาะเอาตอนที่เธอเกิดเรื่องทุกครั้ง

ใช่ครับ แต่ผมแวะมาเป็นบางครั้ง ห้องทำงานผมอยู่ข้างบน เดี๋ยวผมสั่งเด็กให้เอาชุดใหม่ขึ้นมาให้คุณเปลี่ยนนะ ว่าแต่คุณไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม ภีมวัจน์บอกรายละเอียดคร่าวๆ ก่อนย้อนถามสาวหน้าหวานอย่างห่วงใย

ก่อนหน้านี้คนของเขาโทรขึ้นไปแจ้งข่าวว่าปานไพลินมีเรื่องกับลูกค้าคนสำคัญ นักธุรกิจหนุ่มได้ยินดังนั้นก็รีบลงมาหาอย่างร้อนใจ เขายังกลัวอยู่ว่าจะลงมาไม่ทัน แต่ก็โชคดีที่ปานไพลินวิ่งไปทางที่เขาใช้ขึ้นลงเป็นประจำพอดี

ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แค่เจอลูกค้าโรคจิตหาเรื่องนิดหน่อยเท่านั้น แต่ดิฉันก็ตอบโต้กลับไปเหมือนกันนะคะ ถ้าหัวหน้าแผนกรู้ ดิฉันคงถูกไล่ออกแน่ๆ เลยค่ะ

น้ำเสียงที่ตอบชายหนุ่มบ่งบอกถึงความกลัดกลุ้มใจ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยแววหวาดหวั่น กลัวว่าจะถูกไล่ออกจากงานทั้งที่เพิ่งทำได้ไม่นานนี่เอง

พนักงานที่นี่จะไม่ถูกไล่ออกหากไม่ได้ทำความผิดจริง เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องกังวลไปหรอกนะครับ ผมรับรองได้ชายหนุ่มยืนยันเสียงหนักแน่น

คุณพูดเหมือนเป็นเจ้าของห้างฯ เองเลยนะคะ แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณที่ช่วยดิฉันไว้อีกครั้งค่ะคุณภีมวัจน์

ปานไพลินขอบคุณอีกฝ่ายอย่างจริงใจ แม้บางครั้งจะนึกสงสัยอยู่บ้างว่าทำไมเธอต้องมาพบผู้ชายคนนี้ในสถานการณ์ที่แย่ๆ แต่สุดท้ายเธอก็หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้

ผมขอเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอาหารมื้อกลางวันดีกว่านะครับ หวังว่าคุณคงจะไม่ขัดข้อง

นักธุรกิจหนุ่มบอกความต้องการอย่างไม่ให้เสียเวลา และถ้าฟังให้ดีจะรู้ว่าประโยคหลังเหมือนจะเป็นการบังคับกลายๆ

เอ่อ เที่ยงนี้ดิฉันมีนัดแล้วค่ะ ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ

กับใคร!”

ภีมวัจน์เข้าใจว่าคนที่หญิงสาวนัดอาจจะเป็นก้องภพหรือชายคนใดคนหนึ่ง เขาจึงถามกลับเสียงกระด้างอย่างลืมตัวไปชั่วขณะ แต่เมื่อถูกอีกฝ่ายเพ่งมองมาด้วยแววตาสงสัย เขาก็รีบกลบเกลื่อนพิรุธด้วยการยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นดูเวลา 


******************************************************

พิศวาสสีรุ้ง จัดโปรโมชั่น e-book ราคาพิเศษ 139 บาท เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงแล้วนะคะ
หมดโปรฯ ราคา e-book จะอยู่ที่ 209 บาทค่ะ

ฝากพิจารณาด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน ขอบคุณทุกคอมเมนต์และกำลังใจค่ะ
ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

411 ความคิดเห็น