ขอโทษค่ะ .. บังเอิญรักซุปเปอร์สตาร์

ตอนที่ 25 : Chapter 25 - สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,083
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 ก.ค. 56

Chapter 25 -  สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก

 

             กียองชี้ให้ฉันดูยอดเขา ที่วันนี้เราจะมีปีนขึ้นกัน เขายิ้มให้ฉันอย่างท้าทาย   เผื่อเขาไม่รู้   ฉันมันก็พวกชอบเอาชนะคนนึงเหมือนกันนะ   มาท้าทายกันแบบนี้ เรื่องอะไรจะยอมง่าย ๆ

            วันหยุดสั้นๆ ของกียอง ช่วงก่อนเทศกาลคริสมาสต์ต่อถึงปีใหม่ แต่กียองได้พักแค่ไม่กี่วัน เพราะช่วงปีใหม่ เขามีตารางงานที่ต้องขึ้นโชว์ให้กับสถานีโทรทัศน์มากมาย

            “ผมไมได้อยู่เคาท์ดาวน์กับเอยเลย” กียองบ่น พลางทำสายตารู้สึกผิดเกินจริงมาให้ฉันอีกแล้ว ฉันบอกเขาครั้งที่พันแล้วได้มั้ง ว่าฉันไม่ยึดติดกับเทศกาลอะไรทั้งสิ้น  ขอแค่เขายังเป็นเขาอย่างนี้เหมือนเดิมทุกวันฉันก็ดีใจแล้ว

            “แข่งกันไหม” ฉันท้าเขา กียองยิ้มกว้างส่ายหัว แต่ฉันไม่รอคำตอบจากเขา ชิงวิ่งขึ้นบันไดขึ้นเขามาก่อน

            เสียงกียองเรียกฉันตามหลังฉันมาติดๆ นั่นทำให้ฉันรีบสาวเท้าหนีเขาให้เร็วขึ้น อากาศตอนนี้แค่เลขตัวเดียว แต่ฉันกำลังเหงื่อออกเต็มตัว เพราะวิ่งขึ้นเขามา แต่แล้วสถิติการวิ่งขึ้นเขาของฉันก็สะดุดลง เมื่อรองเท้าเจ้ากรรมดันไปเกี่ยวเอากับรากไม้ที่ขวางทางอยู่ ฉันไม่ทันระวัง จึงสะดุดล้มลงทั้งตัว แล้วเจ็บแปล๊บที่ข้อเท้าตัวเอง ฉันเอื้อมมือไปจับข้อเท้าตัวเองไว้ มันดูไม่มีอะไรผิดปกติ นอกจากความเจ็บ ข้อเท้าเจ้ากรรม ข้างที่มันพลิกแพลงได้ทุกเมื่อ แต่คราวนี้เจ็บกว่าครั้งก่อนๆ มาก

            กียองที่วิ่งตามหลังมา ถลามาดูฉันทันทีที่เห็นว่าฉันล้มลง เขาค่อยๆ ประครองให้ฉันลุกขึ้นยืน ก่อนจะบอกให้ฉันค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักลงเท้าข้างที่เจ็บ แต่แค่แตะพื้น ฉันก็สะดุ้งเจ็บไปถึงไหน ๆ

            “คงต้องลงจากเขาก่อน” เขาบอกฉัน พยายามหาสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อแจ้งรถพยาบาล แต่ฉันไม่อยากนั่งรถพยาบาลเลยจริงๆ ไม่เคยรู้สึกดีกับมันเลยสักครั้ง

            “คุณพาฉันไปโรงพยาบาลเองไม่ได้เหรอ ไม่อยากนั่งรถพยาบาลเลย” ฉันบอกกับกียอง เจ็บก็เจ็บนะ แต่ขอเรื่องมากนิดนึงได้ไหม

            กียองมาส่งฉันที่โรงพยาบาล ทำเอาโรงพยาบาลแตกตื่นกับการมาของจีวายพอสมควร และนั่นทำให้ฉันได้รับการดูแลอย่างดีจากทั้งคุณหมอสาวหน้าใส และทีมพยาบาล

            ฟิล์มเอ็กซเรย์บอกว่า ข้อเท้าของฉันร้าว ถึงมันจะไม่มาก แต่ก็ต้องใส่เฝือกเอาไว้ กียองดูเครียดกับมันมาก ขณะที่ฉันนั่งหมอคุณหมอพันเฝือกให้ฉัน มันแน่น และอึดอัดชอบกล

            “คุณจะแจกลายเซ็นบนเฝือกให้ฉันก็ได้นะ มันคงมีราคาขึ้นมาทันที ถ้ามีลายเซ็นของจีวายอยู่บนนั้น” ฉันบอกกียอง คุณหมอมองหน้าเราสองคนแล้วยิ้ม

            เพราะต้องใส่เฝือก ทำให้ฉันกลับเมืองไทยช่วงปีใหม่ไม่ได้ แม่บ่นฉันจมหูเรื่องที่กลับบ้านไม่ได้พอๆ กับเรื่องความซุ่มซ่ามตลอดกาลของฉัน ที่ไม่เคยทำให้ท่านหายห่วงได้เลย   ฉันให้สัญญากลับแม่ว่า หลังจากปีใหม่แล้ว ฉันจะกลับไทยให้ได้ อาจจะตรงกับช่วงงานแต่งงานของโอ๋เลยทีเดียว

            กียองเอาภาพทะเลที่เมืองไทยมาให้ฉันดู เขาบอกว่า หลังจากเสร็จงานคอนเสิร์ตของเขาแล้ว ก็อยากจะไปทิ้งตัวอยู่ในทะเลไทยนานๆ ซักครั้ง ซึ่งฉันก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง .. อ่า คิดถึงความร้อน แสงแดด และทะเลที่ไทยจัง

            และเพราะฉันจะออกไปไหนมาได้อีกเกือบเดือน หรือตลอดช่วงวันหยุดยาวนี้เลย เลยฝากให้กียองไปซื้อของสำหรับทำโมเดลเพนชั่นของกียองเข้ามาเลยทีเดียว

            ฉันเริ่มออกแบบบางส่วนของเพนชั่นไปบ้างแล้ว แต่เพราะมีเวลาเหลือเยอะมาก ระหว่างพักรักษาตัว ทำให้อาจจะได้ขึ้นโมเดลในเร็วๆ นี้

            ฉันโทรไปคุยกับชินอิจิ ถึงเรื่องข้อเท้ากับเขา ชินอิจิแสดงความห่วงใยมาพร้อมกับแบบงานชุดใหญ่ผ่านทางอีเมล์มา ฉันยิ้มให้เจ้านายฉันอย่างแห้งแล้งเต็มที เขาไม่ได้หล่อทุกมุมเหมือนหน้าตา เมื่ออยู่ด้วยกันบ่อยๆ ชินอิจิก็จะแสดงความเป็นกันเองกับฉันมาก แต่นั่นทำให้เราเหมือนคู่หูที่ทำงานด้วยกันราบรื่นเป็นอย่างดี

            และเพราะฉันออกไปข้างนอกไม่สะดวก กียองเลยซื้อของมาตุนใส่ตู้เย็นไว้จนเต็มไปหมด จนฉันอดบ่นไม่ได้ เพราะนอกจากจะกินไม่ทันแล้ว มันจะเสียเอาด้วย

            ฉันกดโทรศัพท์ โทรชวนวายบีและพี่จีฮเยมาจัดปาร์ตี้เล็กๆ ที่บ้านกันแก้เบื่อ ฉันไม่ได้เจอสองคนนี้มาสักพักนึงแล้ว และได้ข่าวว่า พี่จีฮเยเธอกำลังออกเดทอยู่ ฉันเลยให้เธอชวนมาพร้อมกันเลยทีเดียว แต่พี่จีฮเยปฏิเสธ เพราะเธอยังไม่พร้อมจะเปิดตัวตอนนี้

            แต่เหมือนฉันคิดผิด ที่จะจัดปาร์ตี้ขึ้นมา เพราะนั่นทำให้กียองต้องออกไปซื้อของคนเดียว เพราะเขาไม่ให้ฉันออกไปเดินเลือกด้วย แถมยังเข้าครัวคนเดียว เพราะไม่ยอมให้ฉันไปถือไม้เท้าอยู่ใกล้ๆ เขา เพราะกลัวจะชนล้มแล้วฉันจะเจ็บไปกันใหญ่

            “ถ้าเป็นแบบนี้ คราวหน้าจะไม่ชวนใครมาแล้ว” ฉันบอกกียอง ความเป็นห่วงอย่างโอเวอร์ของเขา ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่นัก ฉันยังมีขาอีกข้างและมืออีกสองฉันสามารถทำอะไรได้เป็นปกติ แต่ดูเหมือน    กียองจะไม่คิดอย่างนั้น

            “ผมไม่อยากให้เอยเหนื่อย”

            “ก็มันไม่ได้เหนื่อยอะไร ให้นั่งๆ นอนๆ อยู่เฉยๆ เบื่อจะแย่อยู่แล้ว” ฉันบ่น พยายามจัดเรียงหมอนบนโซฟาให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมรับแขก

            กียองจับหน้าฉันไว้ด้วยมือสองข้าง ก่อนจะจุ๊บปากฉันเบาๆ แล้วยิ้มกว้าง

            “ก็กลัวจะเจ็บตัว แค่เห็นเดินย๊องแย๊งไปมา ไม่ใช้ไม้เท้านี่ก็กลัวจะล้มจะแย่แล้ว .. บ่นเก่งนะเราเดี๋ยวนี้” ฉันย่นจมูกใส่กียอง

            “ตัวเองก็ใช่ย่อยหรอก” ฉันว่าเขาบ้าง กียองบ่นฉันได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะทำอะไร ก็นะ .. ฉันแค่ทำอะไรไม่ถนัดนิดหน่อย ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ซักหน่อย

            เริ่มตั้งแต่เมื่อเช้า ฉันอยากสระผม แต่เพราะไม่ถนัดเท่าไหร่ ฉันเลยเผลอทำโครมครามอยู่ในห้องน้ำ ไม่ถึงนาที กียองก็วิ่งมาเคาะประตูห้องน้ำแล้ว เพราะเขาคิดว่าฉันหกล้มอยู่ในนั้น แต่เมื่อเห็นสภาพหัวเปียกชมพูแถมตัวยังเจิ่งนองเปียกไปทั้งตัว ฉันเห็นหน้ากียองพยายามจะกลั้นหัวเราะฉัน ยิ่งยั่วให้โมโหหนักขึ้นกว่าสระผมเองไม่ได้ซะอีก

            กียองช่วยฉันสระผมและพาไปเป่าผมให้อย่างดี ฉันเริ่มติดการเอาใจใส่ของกียองแล้วซิ ถึงบางอย่างจะมากไปหน่อย แต่ก็รู้ว่า เขาทำเพราะเป็นห่วงฉัน

            วายบีหิ้วเค้กมาฝากฉันตามสัญญา เราจัดปาร์ตี้เล็กๆ กัน พี่จีฮเยดูสวยขึ้นกว่าเดิมมาก จนฉันอดแซวไม่ได้ วายบีบอกว่า ผู้หญิงเวลามีความรักแล้วสวยเสมอ พี่จีฮเยเลยฟาดแขนวายบีไปเบาๆ แก้เขิน

            แขกรับเชิญของเราสองคนขนเครื่องดื่มมาเพียบ ตอนแรกฉันคิดว่ามันเยอะไปที่จะกินกันหมด แต่กียองและเพื่อนก็จัดการมันซะแทบไม่เหลือ

            “เอยทำให้กียองเปลี่ยนไปเยอะเลยนะรู้ไหม” วายบีบอก พี่จีฮเยพยักหน้าเห็นด้วย

            “แต่ก่อนหน่ะ ไม่เคยจะกลับหรอกบ้านหน่ะ นอนมันอยู่ที่สตูดิโอกันทั้งวันทั้งคืน จนพี่ฮยอนดนต้องบอกว่า ให้นอนกลางคืนตื่นกลางวันบ้าง เพราะเขาที่อยู่ด้วยตลอดเวลา จะตายเอา เพราะแทบจะไม่ได้นอนเลย แล้วยังต้องปรับเวลาตามกียองอีก” วายบีเปิดฉากเผาเพื่อนทันที

            “ใช่ !! จริง แต่ก่อนฉันต้องซ้อมเต้นกับกียองแทบทั้งคืน แต่ตอนนี้นะ ฉันหาแฟนได้ก็เพราะเธอเลยเอย กียองยอมปล่อยให้ฉันไปหาแฟนได้ เพราะเขาต้องกลับมาหาเธอ ไม่งั้น ฉันว่าจะฟ้องเรียกเงินจากเขาแทน โทษฐานที่ทำให้ฉันไม่มีเวลาไปหาแฟน เพราะต้องมาซ้อมอยู่กับเขาเนี่ยแหละ” ฉันหัวเราะก๊าก กับความในใจของพี่จีฮเย ส่วนกียองปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เขาทั้งส่ายหน้าและโบกมือไปพร้อมๆ กัน

            “มิน่าหล่ะ ตอนแรกพี่ฮยอนดนเหมือนจะไม่ชอบฉัน แต่ตอนนี้ พี่เขาซื้อขนมมาฝากฉันด้วยนะบางที” ฉันเสริม เรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนหนักขึ้นไปอีก

            “แต่ท่านประธานคงไม่ชอบเธอเท่าไหร่ เพราะว่าต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นของกียองบ่อยเกิน บางทีเปลี่ยนไฟล์ทมันหน้าสนามบินซะอย่างนั้น อันนี้วงในสุดๆ ฉันได้ข่าวจากทีมเลขามาเลย” วายบีกระซิบบอกฉัน เหมือนมันจะสนุกนะ แต่ฉันกลับรู้สึกไม่ดีเลย ที่กียองทำแบบนี้

            “ฉันคิดว่า กียองจ่ายค่าตั๋วสำหรับมาฉันเองซะอีก” ฉันถามวายบี

            “บางครั้ง ฉันว่าต่อไป ท่านประธานอาจต้องมาเก็บค่าเปลี่ยนตั๋วจากกียองด้วยแล้ว” วายบียังคงสนุกกับนี้ แต่ฉันไม่แล้วหล่ะ กียองกำลังเสียระบบจัดการชีวิตตัวเองเพราะฉันมากเกินไป

            วายบีกับพี่จีฮเยกลับไปหลังเที่ยงคืนไปพอสมควร ท่าทางสองคนนั้นเมาได้ที่ กียองลงไปเรียกแท๊กซี่ให้เพื่อน     ฉันเลยจัดการเก็บของที่ เลอะเทอะไว้ไปล้าง แต่เมื่อกียองขึ้นมา เราก็ต้องมานั่งเถียงกันเรื่องใครควรจะล้างจาน ฉันเบื่อจะทะเลาะกับเขาด้วยเรื่องเดียวแบบนี้มาทั้งวันแล้ว เลยทิ้งจานไว้ในอ่างอย่างนั้น ก่อนจะเดินเข้าห้อง และด้วยนิสัยเสียของฉัน จึงอดไม่ได้ที่จะเผลอปิดประตูเสียงดังอย่างใส่อารมณ์มากเข้าไปด้วย

            เสียงก๊อกแก๊กจากครัวยังดังมาเรื่อยๆ พอมันเงียบหายไปสักพัก ก็มีการ์ดเล็กๆ เสียบผ่านใต้ประตูห้องนอนฉันมา ฉันเดินเขยกไปหยิบมันมาอ่าน ไม่ต้องคิดมากเลย ว่ามาจากใคร ในเมื่ออยู่กันสองคนแบบนี้

            การ์ดเล็ก ๆ ที่เขียนลายมือระดับต้องแกะอ่านทีละตัวของกียอง กลับเป็นลายมือที่ฉันคุ้นเคย ไม่ต้องใช้เวลาในการอ่านกับมันมาก .. ถ้าฉันไม่ร้องไห้ซะก่อนแบบตอนนี้

            “เอยจ๋า .. อย่ารำคาญผมเลย ที่ผมทำไป เพราะผมรู้สึกว่า ที่ผ่านมา ผมดูแลเอยไม่ดีมากพอ ผมปล่อยปะละเลยให้เอยต้องอยู่ในที่ไม่คุ้ยเคย ทั้งที่นี่และที่ญี่ปุ่นคนเดียว พอมีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน ผมก็อยากที่จะดูแลเอยบ้าง ถึงมันจะทดแทนกันไม่ได้ แต่ผมแค่อยากทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ให้เอยมีความสุขได้มากที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้ .. เท่านั้นเอง”

            ฉันปาดน้ำตาที่หน้าอย่างตื้นตัน กียองกำลังทำให้ฉันรู้สึกผิดที่ใส่อารมณ์กับเขาเมื่อกี้นี้ แต่นั่นแหละ ฉันยอมแพ้แล้ว กียองกำลังทำให้ฉันเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด โดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว

            ฉันเปิดประตูห้องออกมา เห็นกียองกำลังนั่งดูหนังอยู่ที่โซฟา เขากอดอกผิวปากอย่างอารมณ์ดี ฉันกัดปากตัวเองแน่น ไม่เคยสักครั้ง ต้องมาง้อคนโต้งๆ แบบนี้เลย ฉันเดินเขยกไปมา วนเวียนอยู่ข้างหลังเขา อย่างไม่รู้จะทำยังไงดี ก่อนจะตัดสินใจได้ซะทีว่าควรทำอะไร

            ฉันกระโดดไปท้าวแขนกับโซฟาด้านหลังของกียอง หายใจลึกๆ เข้าปอดอยู่หลายที ก่อนจะจูบที่แก้มของกียองแรงๆ และจะชิ่งหนี แต่ช้ากว่ากียอง    ที่เขาคว้าฉันไว้ทัน  พร้อมกับสายตาเจ้าเล่ห์ ที่ให้ตายเหอะ      ฉันอยากจิ้มตาคู่นั้นจริงๆ เลย

            “ทำแบบนี้ หายงอนแล้วใช่ไหม” กียองถาม ฉันไม่ตอบ ได้แต่แกล้งทำปากจู๋ มองไปทางอื่นแทน และแขนแข็งแรงของกียองก็จับฉันข้ามโซฟามาที่ด้านหน้าได้ไม่ยากนัก ฉันยึดตักเขาเป็นหมอนหนุนคอ กียองเอื้อมไปหยิบผ้าห่มผืนเล็กของฉันที่วางอยู่ใกล้ๆ มาห่มให้ฉัน

 

            ไม่ต้องมากไปกว่านี้หรอกนะ .. แค่นี้ฉันก็ไม่รู้จะรักเขาให้มากเท่ากับรักของกียองยังไงแล้ว ...
 




 

สามารถพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ที่ 

     

ผลงานเรื่องอื่นๆ 

  


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

427 ความคิดเห็น

  1. #408 Minni Baby (@leepatelf) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:39
    ตาร้อนเลยค่ะ5555555
    #408
    0
  2. #312 nooparnkiss (@nooparnsj) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 มีนาคม 2556 / 22:24
    มันเรื่อยๆ แต่แอบร้อนแรงอะ
    #312
    0
  3. #250 melonnn (@pomelonnn) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 22:05
    ยิ้มจนปากจะฉีกถึงหูแล้ววววว >__<
    #250
    0
  4. #120 brigitte-pat (@n4927) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 22:53
    สร้างความอิจฉาให้กับคนไม่มีคู่จริง ๆ คู่นี้นี่ O3O
    #120
    0
  5. #117 dew (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 21:46
    อ๊าาาาากกกก เขิลอ่ะ

    หมอนกระจุยเลยซีนนี้
    #117
    0
  6. #116 ตาตี่แล้วงัย (@pokoopong) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 18:04
    อ๊ายยย ย ย    มดขึ้นๆๆๆ ๆ


    หวานซ้าาาา~
    #116
    0