ขอโทษค่ะ .. บังเอิญรักซุปเปอร์สตาร์

ตอนที่ 22 : chapter 22 - จงเติมความรู้สึก ลงในช่องว่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    22 ก.ค. 56

chapter 22 - จงเติมความรู้สึก ลงในช่องว่าง

 

             ผมมองไฟสีแดงที่ปลายบุหรี่อย่างครุ่นคิด ผมไม่ได้คุยกับเอยมาเกือบสี่วันแล้ว นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เราคบกัน แล้วไม่ได้คุยกันนานขนาดนี้ แถมยังมีเรื่องคาใจที่ยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกันอีกต่างหาก  

            ผมถูกเรียกตัวกลับทันที ที่มีข่าวพวกนั้นเกิดขึ้น ผมรู้ชัดว่ามันมาจากมือถือของเอย และน่าจะเป็นเหตุผลนึง ที่ทำให้ผมติดต่อกับเอยไม่ได้ ผมพยายามจะไปหาเอยที่ห้อง แต่พี่ฮยอนดนสั่งห้ามผมอย่างเด็ดขาด เพราะกระแสร้อนแรงของข่าว ทำให้คนมารอพวกเราที่หน้าโรงแรมเต็มไปหมด  

            กระแสข่าวในเกาหลีก็ร้อนแรงไม่แพ้ญี่ปุ่น แฟนคลับมากมายถามผมถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทุกช่องทางที่พวกเขาจะติดต่อกับผมได้ ท่านประธานเรียกผมไปสอบถาม ก่อนจะบอกให้ผมสนใจแต่เรื่องคอนเสิร์ตและการซ้อมเท่านั้น แต่ผมกำลังเป็นห่วงเอย เธอกำลังเผชิญเรื่องเลวร้ายอยู่เพียงลำพัง ไหนจะเรื่องวันก่อน ที่เธอเห็นนั่นอีก ผมยังไม่มีโอกาสอธิบายหรือแก้ตัวอะไรเลย

            ผมขอเปลี่ยนเที่ยวบินจากฟูกุโอกะไปโอซาก้าแทน โดยเดินทางเร็วจากกำหนดเดิมขึ้นมาอีกสองวัน   ผมไม่สามารถใจเย็นรอเจอเอยได้อีกต่อไปแล้ว

            ผมบินมาโอซาก้าด้วยเที่ยวบินสุดท้ายจากเกาหลีอย่างเงียบๆ คนเดียว เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต แล้วรีบไปที่ห้องของเอยทันที แต่เธอยังไม่กลับ ฝนข้างนอกกำลังตก อากาศเย็นมาก จนผมรู้สึกเหมือนจะเป็นหวัดเอาง่ายๆ ผมหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดแก้หนาว และหวังให้มันช่วยให้ใจผมเย็นลง

            ฝนหยุดแล้ว แต่เอยก็ยังไม่กลับ ตอนนี้เลยใกล้หมดเวลาเดินรถของรถไฟแล้ว ผมพยายามมองหาเอย ให้เจอเธอให้เร็วที่สุด และรถแท๊กซี่คันนึงก็มาจอดเทียบตรงหน้าผม มีผู้ชายคนนึงลงมาจากรถ พร้อมกับเอย เธอดูเดินไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ ผมจึงรีบเข้าไปช่วยประคองเอยแทน เพราะไม่อยากเห็นผู้ชายคนนั้นที่เป็นใครไม่รู้มาใกล้ชิดเอยต่อหน้าต่อตาแบบนี้

            เอยมองหน้าผมก่อนจะเรียกชื่อเบาๆ ก่อนจะค่อยแกะแขนของเธอที่ผมจับเอาไว้ออก เอยแนะนำเพื่อนเธอกับผม แต่กับผม เธอไม่ได้อธิบาย ว่าผมเป็นใคร เอยขอตัวจากเคนจิ ก่อนจะประคองตัวเองเดินขึ้นบันไดไป โดยไม่ยอมให้ผมช่วย และไม่พูดอะไรกับผมด้วย ยังดีที่เธอยังยอมให้ผมเข้าไปในห้องด้วย

            เอยหลบเข้าไปอาบน้ำทันที ผมได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ปนมากับเสียงสายน้ำ ผมทุบประตูอยู่หลาย เอยก็ไม่ตอบกลับมา จนกระทั่งเสียงน้ำหยุดไหล

            เอยออกมาพร้อมกับผมที่เปียกโชก และตาแดงบวมเป่งจากการร้องไห้ เธอเดินโขยกเขยกกลับไปที่เตียง ก่อนจะหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลที่ขาและแขนของเธอ

            ผมยืนมองเอยทำแผลที่แขนอย่างไม่ถนัด ก่อนจะเข้าไปช่วย เอยปัดมือผมทิ้ง แต่ผมไม่ยอม ก่อนจะช่วยเธอใส่ยาที่แขน เอยร้องไห้อีกแล้ว ผมก็เช่นกัน น้ำตาของเราไหลออกมาเงียบๆ จนผมทำแผลให้เธอเสร็จ ผมปาดน้ำตาที่แก้มของเอย แต่เหมือนมันจะยิ่งทำให้ไหลมากขึ้น ผมจึงดึงเธอเข้ามากอด นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เรากอดกันร้องไห้แบบนี้ ผมได้แต่พร่ำบอกขอโทษเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งๆ ที่ผมรู้ว่า เท่าไหร่มันก็ไม่พอ

            เอยไม่ได้พูดหรือว่าต่อว่าอะไรกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น นั่นทำให้ผมรู้สึกผิดกับเธอมากขึ้นอีกร้อยเท่าพันเท่า เธอหลับทั้งที่ยังพิงไหล่ผมที่ข้างเตียงอยู่แบบนี้

            เอยตื่นแต่เช้าไปทำงานเป็นปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เธอยังไม่ยอมพูดกับผม นั่นทำให้ผมรู้สึกกดดันเอามากๆ การที่เอยมองไม่เห็นผมอยู่ในสายตาแบบนี้ มันทำร้ายจิตใจผมซะยิ่งกว่าเธอตะโกนต่อว่าผมแรงๆ ซะอีก

            ผมอาสาจะปั่นจักรยานไปส่งเธอที่ทำงาน    แต่เอยปฏิเสธแล้วจะเดินหนี ผมจับแขนเธอดึงเบาๆ ให้มานั่งซ้อนท้ายจักรยานแล้วจับแขนเธอสองข้างให้มากอดเอวผมไว้ ก่อนจะเริ่มปั่นจักรยาน

            ระหว่างทางไปได้ไม่ไกล ผมก็รู้สึกเหมือนเอยเอาหน้ามาพิงกับหลังผม พร้อมๆ กับรู้สึกเปียกที่เสื้อด้านหลัง อ้อมกอดของเอยที่กอดเอวผมอยู่กระชับแน่นขึ้น ผมลูบแขนที่กอดผมแน่นนั้นอย่างชื่นใจ น้ำตาผมไหลอีกแล้ว ถ้าใครบอกว่า การร้องไห้แต่เช้าเป็นเรื่องไม่ดี แต่เช้านี้ เป็นเรื่องที่ดีที่สุดของผมเลย ผมมองเส้นทางจักรยานที่ทอดไปข้างหน้า พ้นแยกไฟแดงนี้ไปก็ถึงที่ทำงานเอยแล้ว แต่ผมอยากปั่นมันไปอีกไกลแสนไกล ตราบเท่าที่แขนนี้ยังเกาะเกี่ยวเอวผมไว้อย่างนี้เลย

            ระหว่างทางกลับจากที่ทำงานของเอยมาที่ห้อง ผมแวะซื้อของสดหลายอย่างติดมือมา ตอนช่วงที่ผมเดบิ้วที่ญี่ปุ่นใหม่ๆ พวกเรายังต้องอยู่กันแบบประหยัด การทำอาหารเองเป็น จะช่วยได้เยอะ นั่นทำให้ผมมีประสบการณ์ในการทำอาหารญี่ปุ่นอยู่บ้าง

            ผมซื้ออุปกรณ์พร้อมส่วนประกอบมาเตรียมทำข้าวกล่องอาหารกลางวันให้เธอ ผมไม่ได้หวังว่าจะให้เธอปลื้มใจจนหายโกรธผม ผมแค่อยากให้เธอได้รู้จักผม จากการทำอาหารดูบ้าง หลังจากที่เธอหมั่นทำอาหารอร่อยๆ ให้ผมทำอยู่เสมอ ตอนที่เราอยู่ด้วยกันที่เกาหลี

            ก่อนเวลาพักเที่ยงไม่นาน ผมก็จัดการกล่องอาหารกลางวัน ที่ตกแต่งอย่างน่ารัก เท่าที่ผู้ชายอย่างผมจะทำได้ แล้วรีบใส่ผ้าห่อแบบสไตล์ญี่ปุ่น ก่อนจะปั่นจักรยานไปหาเอยที่ทำงาน

            ผมยื่นห่อผ้าที่ใส่ข้าวกลางวันให้เอย    เธอรับมาอย่างงุนงงปนเขินอาย ผมไม่ค่อยได้เห็นเอยในมุมนี้เท่าไหร่ ผมกับเอยข้ามมากินอาหารกล่องด้วยกัน ที่สวนสาธารณะเล็กที่อยู่ใกล้ๆ เอยดูผ่อนคลายลงมาก เธอบ่นเรื่องภาษาญี่ปุ่นของเธอไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้มีปัญหาในการคุยเรื่องงานอย่างมาก เพราะเพื่อนร่วมงานเธอบางส่วน ไม่ถนัดที่จะใช้ภาษาอังกฤษกับเธอ ทำให้บางครั้งรู้สึกถึงสูญญากาศเล็กๆ ในกลุ่มทีมงานด้วยกันเอง

            ก่อนกลับ ผมบอกเอยว่าตอนเย็น ผมจะมารับเธอ เอยอึกอัก เพราะยังไม่รู้ว่าจะเลิกงานกี่โมง และเกรงว่าออฟฟิศเธอจะป่วนไปมากกว่านี้ ถ้าผมมาบ่อยๆ ผมจึงบอกเอยว่า จะมารับตอนหนึ่งทุ่ม และจะรอที่สวนนี้แทน ไม่เข้าไปที่ทำงาน เพื่อที่เอยจะได้ไม่อึดอัดด้วย

            ผมเปิดคอมพิวเตอร์ของเอยใช้ เธอใส่รหัสผ่านก่อนเข้าเครื่อง ผมลองเดาเล่นๆ แต่แอบลุ้นระทึกในใจ ก่อนจะกดเลขปีเกิดตัวเองลงไป โป๊ะเช๊ะ !! มันผ่าน เอยใช้ปีเกิดผมเป็นรหัสผ่าน เราใจตรงกันไปไหม เพราะผมก็ใช้เลขปีเกิดของเอยเป็นรหัสผ่านเช่นกัน นั่นมันทำให้ผมยังรู้สึกดีอยู่นิดนึง ว่าเรื่องที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้ผมหลุดออกจากชีวิตของเอยไป

            ผมเปิดดูข่าวโน่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย ประกอบกับการฟังเพลง ชีวิตผมแทบจะห่างเสียงเพลงไม่ได้เลยจริงๆ แล้วผมก็คิดอะไรได้อย่างหนึ่ง ที่จะทำให้ผมกับเอย ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ในขณะที่เราต้องห่างกันแบบตอนนี้

            ผมไปรับเอยกลับมาบ้านตามเวลาที่นัดไว้ เอยยังเงียบมากกว่าพูด จนผมรู้สึกได้ว่า เธอคงยังมีตะกอนบางอย่างในใจอยู่ วันนี้ผมทำสุกี้กิน เอยบ่นเรื่องผมซื้อของมาตุนไว้เยอะเกินไป เธออยู่คนเดียว กินไม่ทันแน่นอน

            หลังอาหารเย็น ผมเตรียมเค้กไว้สำหรับเอย เอยยังเงียบไม่ค่อยพูดอะไร ผมจึงชวนเอยเปิดคอมแล้วให้ดูอะไรบางอย่างที่ผมเตรียมสำหรับเราสองคน

            ผมเปิดบลอคไว้สำหรับเราสองคนคุยกัน เหมือนเป็นการเขียนไดอารี่ออนไลน์ของเราสองคน ผมกับเอยเท่านั้น มันเป็นความลับเล็กๆ ในโลกกว้าง ผมไม่ได้ใช้ชื่อจริงในบลอค มันจะเป็นเหมือนแค่บลอคไดอารี่ของคู่รักทั่วๆ ไป จุดประสงค์ของผมคือ อยากรู้ว่าเอยคิดยังไง ระหว่างที่เราอยู่ห่างกัน และผมจะได้บอกกับเอย ในสิ่งที่ผมอยากบอกเธอ นอกเหนือจากการที่เราคุยกันเป็นปกติ

            “เอยชอบไหมแบบนี้ เราจะได้คุยกันตลอด ผมชอบเขียนไดอารี่นะ เวลาย้อนกลับมาอ่าน จะได้จำกันได้”

            “ถ้าเวลาผ่านไป กียองจะจำเอยได้ไหม” เอยหันหน้ามาถาม นี่เป็นครั้งแรกที่เอยเรียกชื่อผมและชื่อตัวเองแทนตัวเอง ฟังแล้วมันดูน่ารักดี แต่ข้อความที่เธอพูด มันตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

            “เอย .. ทำไมพูดแบบนี้” ผมเผลอตัว จับไหล่เธอหันมาเผชิญหน้ากับผมอย่างตกใจ

            “ถ้าเราห่างกันไปนานๆ วันนึงข้างหน้า เรายังจะจำกันได้ไหม มันจะมีวันที่กียองลืมเอยไป เพราะเราอยู่กันคนละโลกไหม”

            “เอย !!!” ผมเผลอตวาดเรียกชื่อเธอเสียงดัง เอยกำลังจะทำให้ผมเป็นบ้านะแบบนี้

            ผมปล่อยไหล่เอยออก ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างสุดอารมณ์ ข้างนอกฝนตกปรอยๆ อากาศเย็นมาก ผมไม่ได้หยิบเสื้อหนาวออกมา เพราะอารมณ์โกรธ เอยกำลังจะทำให้ผมเป็นบ้า ผมไม่รู้จะทำยังไงดี ผมระบายอารมณ์โดยการชกหมัดลุ่นๆ ไปใส่กำแพงอย่างลืมเจ็บ .. มันจะเจ็บได้ยังไง ในเมื่อตอนนี้ หัวใจผมเจ็บกว่านั้นมาก

            ผมมองเลือดตัวเองในมือ อารมณ์โกรธของผมลดลงไปบ้าง แต่มันยังไม่หายไปหมดซะทีเดียว ทำไมเอยไม่ยอมรับรู้บ้างนะ ว่าผมคิดถึงและเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน ในช่วงเวลาแย่ๆ ที่ผ่านมา ผมทำให้เธอต้องโดนต่อว่าอย่างเสียหายอย่างมาก ผมกำลังทำให้เธอมีช่วงเวลาที่ลำบาก แต่ผมกลับปกป้องเธอไม่ได้อย่างที่ตั้งใจไว้

            ผมเปิดประตูเข้าห้องไป จังหวะเดียวกับที่เอยกำลังจะเปิดประตูออกมา อ่า .. ผมทำให้เอยร้องไห้อีกแล้ว ตาเธอบวมเป่ง น้ำตายังคลออยู่ ผมดึงเอยมากอด เราร้องไห้ด้วยกันอีกแล้ว ผมกำลังร้องไห้ เพราะผมทำให้เอยร้องไห้ ผมจะทำยังไงกับมันดี

            เอยทำแผลที่มือให้ผมเงียบๆ ไม่พูดอะไร เมื่อวานผมทำแผลให้เธอ วันนี้เธอทำแผลให้ผม มันเกิดอะไรขึ้นกับเราสองคน สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราผ่านเรื่องเลวร้ายอะไรมามากมาย จนผมรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน วันพรุ่งนี้ผมต้องไปฟูกุโอกะแล้ว แต่ระหว่างผมกับเอย ยังมีกระจกใสบางๆ ที่มองเห็น ที่จับต้องไม่ได้มาขวางไว้อยู่ ผมจะทำยังไงดี 

            ผมต้องออกจากโอซาก้าแต่เช้า เพื่อนั่งรถไฟไปฟูกุโอกะ ผมกำลังนั่งคิดถึงตอนที่ผมกับเอยนั่งรถไฟจากปูซานมาโซลด้วยกัน ตอนนั้นผมใจเต้นแรงมาก ตอนที่ชวนเอยมาพักที่บ้าน  ถ้าเอยปฏิเสธผมจะพูดยังไงดีนะ ผมจะทำยังไงให้ได้เจอเธอต่อไปอีก ผมลุ้นในใจแทบตาย แต่สุดท้าย เอยก็เลือกคำตอบที่ผมอยากฟังมากที่สุดให้ผม

            ผมเปิดบลอคที่ผมตั้งใจจะเขียนไดอารี่ระหว่างผมกับเอยขึ้นมา ตั้งใจว่าจะเขียนอะไรบางอย่างลงไปในนั้น ให้เอยได้รู้ เพราะผมไม่สามารถอธิบายมันออกมาได้เมื่อคืนนี้ แต่ผมกลับต้องเซอร์ไพร์สแทน เมื่อบลอคมีการอัพเดทก่อนหน้านี้แล้ว

            “มันเป็นเรื่องยากใช่ไหม สำหรับเราสองคนที่ผ่านมา ฉันท้อใจกับมันจนอยากจะปล่อยมือ แต่ฉันก็ได้รู้ว่า มือใหญ่ของคุณต้องเจ็บปวด เพราะความเห็นแก่ตัวของฉัน มันทำให้หัวใจของฉันเจ็บปวดยิ่งกว่า ฉันมองมือใหญ่ๆ ที่กุมมือเล็กๆ ของฉันไว้ จะมีมือไหนที่ปกป้องมือของฉันได้ดีเท่ามือนี้อีกนะ มือที่ไม่เคยปล่อยมือฉันทิ้ง มือที่ให้สัญญาว่าจะจับมือฉันไว้ตลอดไป แล้วฉันจะปล่อยมือของฉันไปได้ยังไงกัน”

            ผมอ่านข้อความนั้นด้วยหัวใจที่พองฟู ขอบคุณเอย ที่เธอไม่ปล่อยมือของผมไปซะก่อน ข้างนอกฟ้าครึ้มและฝนกำลังตก แต่ตอนนี้หัวใจของผมกำลังเบิกบาน เหมือนอยู่ท่ามกลางฤดูใบไม้ผลิ บนยอดเขาสูงเลย

            “มือของผมจะปกป้องมือของเอยให้ดีกว่านี้ .. ผมสัญญา” ผมพิมพ์ข้อความนี้ไว้บนบลอคของเรา 
 


 

สามารถพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ที่ 
 

  



ผลงานเรื่องอื่นๆ 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

427 ความคิดเห็น

  1. #405 Minni Baby (@leepatelf) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:46
    เอยกับพี่จีเข้าใจกันสักทีดีใจอะㅜㅜ
    #405
    0
  2. #309 nooparnkiss (@nooparnsj) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มีนาคม 2556 / 22:07
    ห้า ในที่สุดมันก็ผ่านไปปปปปปปปปปปปปป
    #309
    0
  3. #247 melonnn (@pomelonnn) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 21:46
    ตอนสุดท้ายแอบซึ้งอ่าาา เราน้ำตาคลอ TT"
    #247
    0
  4. #93 สาวนักอ่าน (@kamolkrit) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:22
    ชอบมากเลย
    #93
    0
  5. #92 ตาตี่แล้วงัย (@pokoopong) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:21
    กรี้ดด ด ด   ฟินนน!!!


    รักคู่นี้จังงงงงงงงงง♥♥♥
    #92
    0
  6. #90 ฺBlue (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 / 12:43
    ไรเตอร์อัพแล้ว!!! เย้!!

    กลับมาเป็นปกติสะทีนะ ^^ กียองอ่า.... ผู้ชายที่รักผู้หญิงจริงๆอย่างนั้นจะมีสักคนบนโลกใบนี้ไหมนะ?
    #90
    0
  7. #89 modmodjang (@modmodjang) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 / 12:05
    กลับมาแล้ว...ดีใจจัง
    ได้เจอกันสักทีนะ
    แต่ไม่รู้ยังไง มันยังรู้สึกหน่วงๆ เหมือนไม่เคลียร์
    ทั้งคู่จะเจอกับอะไรอีก

    อ่านไปน้ำตาก็คลอไปด้วย
    รออ่านต่อนะคะ สู้ๆๆๆๆ
    #89
    0