ขอโทษค่ะ .. บังเอิญรักซุปเปอร์สตาร์

ตอนที่ 18 : Chapter 18 - เปิดอก เปิดใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,446
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 ก.ค. 56

Chapter 18 - เปิดอก เปิดใจ

          กียองไม่ได้พาฉันกลับโซลทันที แต่กลับพาฉันห่างออกจากโซลไปอีกไม่ไกล ทางด้านฝั่งตะวันออก ชายหาด และทะเลสีคราม เราไม่ได้ไปเที่ยวทะเลกันนานแล้วนะ ตั้งแต่ที่หาดแฮอึนแด ที่ปูซาน เมื่อครั้งที่เราเจอกันแรกๆ โน่นแหนะ

ช่วงเวลาที่ผ่านมา จะว่าเร็วก็เร็ว จะว่าช้าก็ช้า แต่มีเรื่องราวและเหตุการณ์อะไรผ่านมากมายเหลือเกิน จนฉันรู้สึกผูกพันธ์กับกียอง อย่างกับเราเจอกันมาตั้งแต่เกิดอย่างนั้นแหละ

            ชายหาดที่นี่คล้ายๆ กับที่แฮอึนแด เป็นหาดทรายกว้างๆ น้ำทะเลนิ่งสงบ และไม่มีคนลงเล่นน้ำ ถึงแม้ตอนนี้ อากาศจะไม่หนาวสุดขั้วเหมือนตอนนั้นแล้วก็ตาม

            กียองขับรถออกเลียบชายหาดไปจนสุดถนน ก่อนจะเลี้ยวเข้าทางถนนเล็กๆ ตรงปลายทางนั้น แล้วเขาก็ลงจากรถไป ก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้านหลังนึง แล้วกลับออกมาพร้อมกับคุณลุงคุณท่าทางใจดี ดูคุณลุงดีใจมากที่กียองมาหา

            กียองพาฉันไปที่บ้านหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับชายหาด ไม่ห่างจากบ้านคุณลุงมากนัก คุณลุงไขกุญแจให้กียอง ก่อนจะส่งกุญแจให้เขา แล้วขอตัวไปเตรียมอาหารเย็นให้เรา

            ภายในบ้าน เป็นบ้านโล่งๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไร แต่ที่ฉันชอบมากคือ กำแพงด้านที่หันหน้าไปทางทะเล เป็นประตูกระจกใสกว้าง มองเห็นท้องฟ้าและทะเลแบบพาโนรามา ชนิดที่ไม่มีอะไรแปลกปลอมมาบดบังได้เลย

            “ชอบไหม” กียองถาม แน่นอนที่สุด ฉันพยักหน้า

            บ้านหลังนี้เรียบง่าย ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไร นอกจากตู้ใบเล็กๆ สำหรับใส่เครื่องนอน และโต๊ะญี่ปุ่นเอนกประสงค์ ที่ไว้สำหรับกินข้าวหรือกิจกรรมอย่างอื่นได้ ไม่มีห้องนอน มีเพียงห้องน้ำเล็กๆ เท่านั้น ฉันชอบมันมาก มันทั้งเรียบ และง่าย เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

            “คุณรู้จักที่นี่ได้ไง”

            “ตอนช่วงที่ผมมีข่าวแย่ๆ ผมรู้สึกว่าอึดอัดที่จะเก็บตัวอยู่ที่บ้านหรือว่าที่บริษัท และไม่อยากเจอใครด้วย ผมเลยขับรถมาเรื่อยๆ จนมาถึงที่นี่ พอได้เจอบ้านหลังนี้  ผมเลยยึดไว้เป็นที่พักแบบไม่บอกใคร แม้แต่พี่ ฮยอนดนก็ไม่รู้นะ” กียองพูดพลางเปิดประตูกระจกกว้างนั้นออก ลมทะเลผสมลมหนาวเบาพัดมาปะทะหน้าฉัน ฉันประทับใจกับวิวสงบเงียบตรงหน้ามาก มันเนิ่บนาบ แต่อ่อนช้อย ละมุนละไม ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก

            “แต่ฉันรู้แล้ว” ฉันบอก ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เขา

คุณลุงเตรียมอาหารเย็นให้เราสองคน อาหารเกาหลีพื้นบ้าน รสชาดกลางๆ แต่ดูน่าอร่อยสำหรับกียอง ฉันรู้สึกดีมากที่เขาไม่พาฉันไปพักในโรงแรมห้าดาวที่ไหนอีก บอกตามตรง ในบางครั้งความฟุ้งเฟ้อของจีวาย ทำให้ฉันปรับตัวยากมาก ฉันไม่คุ้นกับการทำตัวอยู่ในแสงไฟตลอดเวลา อย่างที่จีวายคุ้นเคย  

            ใกล้มืดแล้ว แต่ที่นี่ไม่มีพระอาทิตย์ตกให้ดูสวยๆ  มีเพียงแสงสีส้มที่กระทบเล่นกับผิวน้ำทะเล ล้อคลื่นอย่างสวยงาม  และนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นดาวเต็มท้องฟ้าที่เกาหลี มันสวยไม่แพ้เมืองไทยเลยเชียว โดยเฉพาะเมื่อได้นั่งดูกับคนที่เรารักอย่างนี้ กียองหยิบผ้าห่มผืนใหญ่ มาคลุมไหล่เราสองคนไว้

            “เอย .. ทำไมถึงรักผมหล่ะ” กียองถาม ใบหน้าของเขาวางอยู่บนไหล่ฉัน เสียงงัวเงียๆ เล็กๆ ของเขา ที่พูดอยู่ข้างหูฉัน ทำเอาฉันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

            “ไม่รู้ .. เริ่มเมื่อไหร่ยังไม่รู้เลย จริงๆ นะ ไม่ได้พูดให้มันดูสวยเว่อร์อะไร” ฉันยืนยันกับเขา

“แล้วคุณหล่ะ” ฉันถามกลับ

            “ผมเหรอ เหมือนเอยเดินมาเติมส่วนที่ผมขาดตอนที่ผมกำลังได้ต้องการได้พอดีเลย ตอนที่ผมเจอเอย ผมกำลังอยู่ในอารมณ์ไม่อยากให้ใครรู้จักจีวาย เอยก็ดันไม่รู้จักผมอีกตอนนั้น เวลาจะไปไหนที ผมไม่เคยต้องเตรียมตัวอะไรเลย ถึงเวลาพี่ฮยอนดนก็จะพาผมไป แต่ผมกลับต้องมาเตรียมข้อมูลเพื่อที่จะพาเอยไปเที่ยวโน่นนี่ แล้วคิดว่าจะโดนบ่น เรื่องพาให้เดินไกล หรือว่าปั่นจักรยานซะรอบเมือง ทั้งไกลทั้งร้อนนะตอนนั้น แต่นอกจากเอยจะไม่บ่นแล้ว เอยยังชอบอีก และที่สำคัญเลย ทั้งๆ ที่เราเพิ่งเจอกัน แต่เอยรู้ใจผมมาก ว่าเมื่อไหร่ที่ผมอารมณ์เสียหรืออารมณ์ดี ทั้งๆ ที่ผมก็มีอยู่หน้าเดียวนี่แหละ”

            “ใครว่า หน้าควอนกียองหน่ะ มีประมาณร้อยหน้า เท่ากับอารมณ์ที่มีร้อยอารมณ์นั่นแหละ อารมณ์เสียมากเสียน้อย ดูคิ้วดูปากก็รู้ ไวกับความรู้สึกก็ที่หนึ่ง ช่างเหวี่ยง ไม่พอใจอะไรไปซะทุกอย่าง เอาแต่ใจที่สุด เจ้าอารมณ์ไม่มีใครเกิน อันนี้รู้ได้แค่ห้าวันในปูซาน ไม่ต้องมากกว่านั้นเลย”

            “ผมดูง่ายขนาดนั้นเลย”

            “ก็ไม่ยาก ถ้าจะสังเกต ฉันมันพวกชอบเรียนรู้พฤติกรรมคนที่อยู่ใกล้ๆ ไม่รู้ทำไม มันเป็นไปตามสัญชาติญาณ”

            “ถ้างั้นถามอีกที .. รักผมเพราะอะไร”

            ฉันเงียบ เสแกล้งมองฟ้ามองทะเลไปเรื่อย ไม่ใช่ไม่รัก แต่เหตุผลมีเป็นล้านเลย จะให้หยิบออกมาอธิบายยังไงดีหล่ะ  ฉันครุ่นคิดอยู่พักนึง แล้วจึงหันไปบอกเขา

            “เหตุผลที่รักคุณเหรอ คือหัวใจที่ไร้เหตุผลของฉันไง ถ้ามันมีเหตุผลกว่านี้ซักนิด ฉันไม่ได้มาอยู่ที่นี่ มานั่งกอดผู้ชายทำให้ชีวิตเป็นสีรุ้งได้ในวันเดียว รักของฉันกับกียอง ไม่ได้มีแต่สีชมพูชวนเลี่ยนอย่างเดียว แต่เรามีหม่น สำหรับที่เราต้องห่างกันในอีกสองวันข้างหน้า มีสีสดใส สำหรับเพนชั่นของเรา ในอนาคต และมีสีกลางๆ ในช่วงเวลาที่เราคิดถึงกัน และความคิดถึงนั้น ก็ผลักดันให้เรามาเจอกัน”     

            “อ่า .. ผมคิดว่า ผมจะคิดถึงเอยมากอยู่คนเดียว จนทนไม่ไหว จนต้องหาทางรีบมาเจอให้ได้”

            “ทำไมหล่ะ ฉันก็คิดถึงคุณนะ ห่างกันแค่ไม่กี่วัน ยังแทบตายเลย อยากเจอ อยากนั่งคุยด้วย อยากเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟังมากมาย คุณไม่รู้หรอก ว่าฉันคิดถึงคุณมากแค่ไหนในแต่ละวัน”

            “จริง .. ไม่รู้จริงๆ นะ ก็เอยหน่ะ ชอบทำหน้าเฉยๆ เงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไร มีแต่ผมโวยวายอยู่คนเดียว ตอนแรกผมก็จะท้ออยู่แล้ว ที่เอยนิ่งสนิทซะขนาดนี้”

            “อะไร ฉันออกจะแสดงออกเยอะขนาดนี้” ฉันเถียงเสียงสูง จริงนะๆ ฉันว่าฉันแสดงออกจะตาย

            “เอยจ๊ะ ถ้าตอนนั้น เอยไม่มาถามผม ว่าจะไปด้วยกันไหมเนี่ย บอกตามตรง ตอนนั้นผมท้อมาก ให้ตอบคำถามใครๆ ยังไงก็ไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ก่อนหน้านั้น เอยไม่เคยให้ความมั่นใจอะไรผมเลย เอยไม่ได้ตื่นเต้น ที่ผมเป็นจีวาย แถมยังไม่โกรธ ไม่ว่าอะไร ตอนที่รู้อีก มีแต่คนที่เขาไม่มีความรู้สึกต่อกันเท่านั้นแหละ ที่จะเป็นแบบนี้” กียองบอก พร้อมกับโยกหัวฉันไปมา ฉันหัวเราะก๊ากเลย

            “ขนาดนั้นเลยเหรอ”

            “ใช่ซิขนาดนั้นเลย ถ้าทุกวันนี้เอยไม่วิ่งมากอดผม เวลาผมจะไปทำงานนะ ผมยังไม่มั่นใจเลย ว่าเรื่องของเรามันจริงหรือฝันไปกันแน่”

            นั่นทำให้ฉันหัวเราะหนักขึ้นอีก สงสัยต่อไปต้องปรับปรุงตัวให้มากกว่านี้ซะแล้ว

            “เอยรู้ใช่ไหม ว่าผมเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองมาก” กียองหันมาถามฉัน ซึ่งฉันก็พยักหน้าตอบ ใครหล่ะไม่รู้ข้อนี้ของกียองและจีวายบ้าง

            “แต่เอยทำให้ผมไม่มีความมั่นใจเลย ตอนอยู่บนเครื่องที่ผมคิดว่าเอยจะต้องกรี๊ดแน่ๆ ที่นั่งข้างผม แต่นอกจากจะไม่กรี๊ดแล้ว ยังไม่สนใจผมอีกต่างหาก   จนผมต้องเสนอตัวไปคุยด้วย   แล้วยังตอนที่เอยรู้ว่าผมเป็น จีวายเอยก็เฉยๆ    เหมือนผมเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนคุณอย่างนั้นแหละ หมดกัน เสน่ห์ของจีวาย ที่ใครๆ ก็หลงใหล ดับสนิทเมื่อเจอเจ้าเอยเลย” ฉันมองหน้ากียอง นี่เขากำลังเล่าเรื่องตลกให้ฉันฟังใช่ไหมเนี่ย เพราะฉันไม่ได้แค่จะหัวเราะอย่างเดียว ตอนนี้ ฉันต้องกุมท้องเพราะมันเจ็บ จากการขำแบบหยุดไม่อยู่ของฉันแล้วจริงๆ

            “ย่าห์ ควอน กี ยอง นอกจากคุณจะเป็นนักร้อง นักแต่งเพลงแล้วนะ คุณยังเป็นตลกอีกต่างหาก เห็นหน้านิ่งๆ แบบนี้ พูดเรื่องตลกขำเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย”

            “ผมไมได้พูดตลกนะเอย บอกว่าอย่าขำไง” กียองพยายามปิดปากไม่ให้ฉันหัวเราะ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ นี่นา คนอะไรมั่นใจไปซะทุกอย่าง กลับมาเสียความมั่นใจเพราะเรื่องแค่นี้เอง

            “โอเค ไม่หัวเราะแล้ว สัญญา ว่าต่อไป จะแสดงความรักต่อ ควอนกียองให้มากกว่านี้อีกเป็นสิบเท่า ล้านเท่าเลย” ฉันสัญญา พร้อมกับยื่นนิ้วก้อยให้เขา

            “สัญญานะ ว่าจะแสดงความรักกับผมมากๆ ความรักของเอย หล่อเลี้ยงให้ผมหายใจได้อยู่ต่อจากนี้ไปเลยนะ” กียองบอกกับฉัน

            นอกจากเกี่ยวก้อยสัญญาที่มือแล้ว ฉันยังเกี่ยวก้อยสัญญาที่ใจกับเขาอีก ไม่ใช่แค่กียองหรอก ที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตไว้ด้วยความรักจากฉัน ฉันเองก็เหมือนกัน ไม่ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ฉันก็จะเอาความรักของเขา เป็นแรงผลักดันให้ชีวิตฉันดำเนินต่อไป 
 




~ จุดเริ่มต้นความรัก นั้นล้วนมาจากใจ อาจไม่มีเหตุผล แต่ฉันรู้ว่ามันใช่ ~
 


 

สามารถพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ที่ 

  

ผลงานเรื่องอื่นๆ 




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

427 ความคิดเห็น

  1. #401 Minni Baby (@leepatelf) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:25
    หวังว่าคงจะไม่มีอะไรที่ไม่ดีมาขัดขวางความรักของเอยกับพี่จีนะ
    #401
    0
  2. #305 nooparnkiss (@nooparnsj) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มีนาคม 2556 / 21:42
    ตามความเห็นที่ 72 เลย
    ถึงเราจะเม้นไม่เก่งแต่ขอเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจเหมือนกัน
    มันน่ารักอ่านแล้วอบอุ่นหัวใจจริงๆ
    เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะคะ
    #305
    0
  3. #74 ตาตี่แล้วงัย (@pokoopong) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 / 11:44
    ยิ่งอ่านยิ่งรักเรื่องนี้ขึ้นทุกที

    เป็นความรักที่เกิดจากความผูกพัน แล้วก็ความเข้าใจ จริงๆ คะ

    ทำให้มีอารมณ์ความรู้สึกร่วมไปกับเนื้อเรื่องจริงๆ

    เหมือนเราเข้าไปอยู่ในนั้นด้วยเลย "


    #74
    0
  4. #72 Iloveseolady (@iloveseolady) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 / 03:19
    อ่านรวดเดียว 16 ตอน ขอเม้นต์ทีเดียวรวมๆเลยล่ะกันนะคะ

    คห.ส่วนตัวชอบการดำเนินเรื่องค่ะ ค่อนข้างเร็ว ด้วยความที่กียอง เป็นคนที่ชัดเจนในความรูสึกของตัวเอง(ชอบมาก คนชัดเจนแบบนี้) ความรักของทั้งสองเลยก่อตัวขึ้นได้ไว แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองกลับดำเนินไปเรื่อยๆเหมือนคู่รักทั่วไป ไม่เน้นไปทางxxx ดีนะคะ ชอบๆมันดูว่าเค้าค่อยศึกษากัน เป็นความรักแบบค่อยเป็นค่อยไป

    การบรรยายถึงบรรยากาศรอบด้านทำให้จิตนาการภาพตามในเรื่องของสถานที่ต่างๆและสัมผัสความรู้สึกของตัวละครได้ดี
    ชอบอีกอย่างคือการแบ่งพาทบรรยายความรู้สึกของทั้งสองคนได้อย่างสมูท อ่านแล้วเพลินไปกับความคิดของทั้งสองคน 

    ในส่วนของเอยเหมือนบุคคลิกยังไม่ชัดเจนและรู้สึกว่าตัดใจจากแฟนเก่าเร็วไป มันยังไม่มีประเด็นที่ว่าทำไมถึงตัดใจจากพี่เต้ได้ขาดแล้วเริ่มรู้ตัวว่ารักกียองยองเมื่อไหร่ไม่รู้(เอยเองยังเป็นคนพูดเองเลยว่ารักเมื่อไหร่ไม่รู้ อิอิ) แล้วพี่เต้ก็โผล่มา จริงๆน่าจะดราม่าได้มากกว่านี้ หรือ เอยน่าจะหวั่นไหวในความรู้สึก หรือเฮิร์ทได้มากกว่านี้นะคะ แลดูตัดใจได้อย่างเด็ดขาดเกินไปไหม?

    ตอนที่เอยจะกลับเมืองไทย เป็นอะไรที่บรรยายฟิลลิ่งได้ดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วน้ำตาคลอ มันเป็นการบรรยายความรู้สึกที่ต้องจากกันทั้งๆที่รู้ว่าต้องได้เจอกันอีกแน่ๆแต่มันก็เสียใจ ลึกๆในความรู้สึกคือมันคิดถึงกันมาก ไรเตอร์บรรยายได้กินใจจริงๆค่ะ

    ปกติไม่ได้เป็นคนที่อ่านหนังสืออะไรมากมาย เลยคอมเม้นต์ได้ประมาณนี้ ติบ้าง ชมบ้าง ก็ขออภัยนะคะ หรือ อาจจะงงไปบ้างนะคะ ไรเตอร์อย่าว่ากันเลยน๊าาาา อิอิ

    สรุปง่ายๆคือ สนุกมาก ได้ความรู้เรื่องการท่องเที่ยวไปในตัวด้วย ประทับใจค่ะ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ จิตนาการสวยๆที่มาแบ่งปันให้อ่านกันนะคะ

    จะรอติดตามผลงานต่อไปนะคะ ไ ร เ ต อ ร์ ไ ฟ ล์ ติ้ ง ! ! ! 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2556 / 03:37
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2556 / 03:41
    #72
    0
  5. #71 brigitte-pat (@n4927) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:38
    ขอบคุณค่ะ

    ไม่อยากให้ทั้งคู่จากกันเลยอ่าาาาาา  
    #71
    0