(sf/os) produce 101 | twenty one radio on-air

ตอนที่ 2 : | holin | Wine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    27 ม.ค. 61



play : ไวน์ (Wine) - Max Jenmana













“ทำไมนายยังทำแบบนั้นอยู่ล่ะ"

 

เคยมีคนถามไลควานลินแบบนั้น แต่ถ้อยคำที่เหมือนต่อว่าหน่อยๆ ก็ไม่อาจทำให้รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าใสเหือดแห้งลงในขณะที่เขาถามกลับ

 

"ทำไมหรอครับ?"

 

"พี่ดงโฮน่ะดูเป็นคนหวงตัวจะตาย นายเข้าไปเกาะแกะเขาแบบนั้นเดี๋ยวก็ทำให้เขาอึดอัดหรอก  ต่อหน้ากล้องเขาก็ต้องทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้ว แต่จริงๆ เขาอาจจะอยากต่อยนายอยู่ก็ได้ที่เข้าไปรั้งแขนเขาไว้อ่ะ"

 

ควานลินหัวเราะให้กับคำพูดจริงจังของรุ่นพี่ในวง

 

"ดงโฮฮยองไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกพี่จินยอง" เขาหลับตาเพราะถูกช่างแต่งหน้าบรรจงทาอายแชโดว์ให้  ถึงจะมองอะไรไม่เห็นแต่ควานลินแน่ใจว่าคนที่กำลังนั่งทำผมอยู่ข้างๆ คงตั้งใจฟังอยู่

 

"เขาไม่ต่อยผมหรอกครับ พี่ดงโฮใจดีจะตาย"

 

"หรอ"

 

แพจินยองเหลือบมองรูปที่เปิดค้างอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของรุ่นน้อง เป็นภาพของเจ้าตัวในเสื้อสีแดงสดกำลังโอบแขนรอบไหล่หนาของไอดอลรุ่นพี่สูทสีดำบนเวทีงานดนตรีขนาดใหญ่ ผู้คนมากมายร่วมอยู่ในเฟรมแต่ไม่มีใครโดดเด่นเท่าอ้อมกอดของทั้งคู่ และแม้จะมีหมวกแก๊ปสวมอยู่ก็ไม่อาจปกปิดสีหน้าเป็นประกายของไลควานลินได้

 

"แปลกเนอะ"

 

"พี่ดงโฮเค้าดูเข้าถึงยากจริงๆ อ่ะ  ดูอย่างแดฮวีสิ ยังใช้เวลาตั้งนานกว่าจะเลิกกลัว"

 

"อะไรรร"

 

คนที่นั่งแต่งหน้าอยู่ที่เก้าอี้ตัวถัดไปเหวใส่เมื่อได้ยินว่าตัวเองถูกพาดพิง  จินยองมองท่าทางขู่ฟ่อนั้นจากในกระจกแล้วแอบอมยิ้ม

 

"ควานลินพูดถูกนะ พี่ดงโฮเค้าเป็นคนใจดีมากเหอะพี่"

 

"แต่ไม่รู้สิ เป็นผมก็ไม่กล้าเดินเข้าไปกอดเค้าแบบนั้นเหมือนกันอ่ะ ถึงพี่ดงโฮจะใจดี แต่เค้าก็ดูมีความ...ยังไงดีล่ะ เข้าถึงยากนั่นแหละ"

 

"ผมยังไม่ค่อยกล้าเล่นกับเค้ามากเลย ทั้งที่ในรายการก็ได้คุยกันบ่อย ก็น่าจะสนิทพอๆ กับควานลินเลยมั้ง"

 

"แต่ทำไมนายถึงกล้าล่ะควานลิน?"

 

คนถูกถามยังคงหลับตาอยู่หน้ากระจก อมยิ้มจนรุ่นพี่ทั้งสองที่รอฟังหันไปสนใจอย่างอื่นเพราะคิดว่าน้องเล็กของวงคงหลับในไปแล้วแน่ๆ  พวกเขาต้องตื่นมาแต่งหน้ากันตั้งแต่เช้ามืด ทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะกลับมาถึงหอก็ดึกดื่น  อาการสติวูบหายไประหว่างแต่งหน้าจึงเกิดขึ้นได้จนไม่หน้าแปลกใจ อันที่จริงพวกฮยองที่นั่งรอทำผมอยู่ข้างหลังก็สลบสไลอยู่เหมือนกัน

 

ควานลินลืมตาขึ้นมา หลังจากแน่ใจว่าคนที่นั่งอยู่เก้าอี้ตัวข้างๆ ไม่ได้สังเกต ปลายนิ้วเรียวก็กดไปบนหน้าจอโทรศัพท์ซึ่งยังโชว์รูปที่แฟนคลับถ่ายมาจากงานเมื่อคืน

 

'save photo'

 

ทำไมเขาถึงเดินเข้าไปหาพี่ดงโฮเมื่อคืนแล้วทำในสิ่งที่รุ่นน้องส่วนใหญ่ของพี่คนนั้นไม่กล้าทำน่ะหรอ

 

เพราะเมื่อคืนหนาว และลมแรงมาก

 

ไม่สิ

 

เพราะเคยทำแบบไหน ก็ทำแบบนั้นล่ะมั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 









 

 

"ทำไมนายไม่บอกเค้าไปล่ะ"

 

เคยมีคนถามคังดงโฮแบบนั้น เมื่อดวงตาเรียวแอบเห็นเพื่อนจ้องมองภาพของไอดอลรุ่นน้องชาวไต้หวันบนหน้าจอโทรศัพท์นานกว่าปกติ คำถามนั้นทำให้มือหนารีบเลื่อนนิ้วปัดรูปไปที่หน้าอื่น และแสร้งทำเป็นอ่านข้อความอะไรไม่รู้อย่างตั้งใจ

 

คิมจงฮยอนขำเบาๆ เขาแน่ใจว่าเพื่อนร่วมวงคนอื่นในรถตู้น่าจะหลับจนไม่มีใครฟังบทสนทนานี้ แต่ถึงได้ยิน ทุกคนก็รู้เรื่องนี้กันหมดแล้วล่ะตั้งแต่ก่อนจบรายการเมื่อเดือนมิถุนา

 

เขาจึงถามเพื่อนที่กำลังตีหน้าซื่อใช้มืออีกข้างนวดคออีกครั้ง

 

"ไหนบอกจะตัดใจแล้วไง"

 

คังดงโฮนิ่ง ผ่อนลมหายใจออกมาแทนคำตอบ และคิดว่าจะไม่พูดอะไรออกไปจนกว่าเพื่อนที่จ้องมองเขาอยู่จะเลิกสนใจไปเอง

 

"คุณคังแบคโฮครับ ไม่ต้องมาทำเป็นเงียบเลยนะ"

 

แต่ไม่มีทาง ยิ่งเขาไม่โต้ตอบ จงฮยอนก็ยิ่งกระเซ้าหนักขึ้นโดยการกระทุ้งศอกมาที่ไหล่ของคนที่วางแขนอยู่บนที่นั่งข้างๆ

 

"ถ้ายังตัดใจไม่ได้ก็บอกเค้าไปเลยดีกว่า"

 

ดงโฮวางโทรศัพท์ลงบนตัก หันหน้ามาหาคำพูดนั้นก่อนจะเอ่ยเสียงเนือย

 

"บอกไปตอนนี้แล้วจะได้อะไรล่ะ?"

 

"อย่างน้อยน้องก็จะได้รู้ไง"

 

จงฮยอนยิ้มน้อยๆใส่เพื่อนที่ฟังแล้วส่ายหัว "จริงๆ นะดงโฮ อย่างน้อยควานลินก็จะได้รู้ว่านายเองก็คิดเหมือนกันกับน้องน่ะ"

 

"แล้วยังไงต่อ?"

 

"อ่า..."

 

"มันก็ได้แค่นั้นแหละ"

 

วันที่ประกาศผลผู้เข้ารอบในรายการรอบที่สอง หลังจากดงโฮได้ยินเจ้าเด็กฝึกหกเดือนคนนั้นเอ่ยชื่อเขาออกมาเพื่อขอบคุณต่อหน้ากล้อง  พอการถ่ายทำจบ เขาก็เดินเข้าไปหาคนที่ได้อันดับสองเพื่อตั้งใจจะแสดงความยินดี 

 

อย่างที่เด็กฝึกคนอื่นๆ ในรายการรู้  พวกเขาทั้งคู่สนิทสนมกันตั้งแต่ได้อยู่ทีมเดียวกันในตอนแรกๆ  ถึงไลควานลินจะอ่อนประสบการณ์ ทำให้ดงโฮเป็นห่วงจนอดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วยรุ่นน้องคนนี้ในทุกๆ อย่างจนพวกเขาตัวติดกันตลอดเวลาที่เตรียมการแสดง แต่ดงโฮก็คิดว่าการเอ่ยชื่อเขาออกมาแบบนั้นมันทำให้เขินพิลึก แต่ก็น่าดีใจเช่นกันจนคนพี่ต้องแอบก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มอยู่ข้างหลัง ไม่เห็นต้องพูดขนาดนั้น

 

และในวันนั้น บทสนทนายืดยาวข้างหลังฉากก็พาให้ดงโฮได้ยินสิ่งที่ทำให้รอยยิ้มที่เกิดขึ้นในช่วงหลังมานี้ฉีกกว้างยิ่งกว่าเดิม

 

"เพราะผมชอบพี่มากไงครับ"

 

"ดงโฮฮยองพิเศษสำหรับผมมาก....นะครับ"

 

เขาไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำสารภาพแบบนั้นจากปากของรุ่นน้องที่เขาเอ็นดู  ไม่สิ... อาจเรียกได้ว่ายั้งใจไม่ให้ชอบมาตลอดเวลาที่อยู่ใกล้กัน  ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาอย่างกระทันหันแบบนั้นทำให้ดงโฮได้แต่ยิ้มรับ และมองร่างสูงที่ถูกเมเนเจอร์เรียกตัวให้ขึ้นรถตู้กลับหอไปพร้อมยูซอนโฮ

 

หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้อีก

 

ไลควานลินทิ้งคำสารภาพเหล่านั้นไว้ในอากาศที่คังดงโฮใช้หายใจ 

 

ไม่ว่าจะทำอะไร ดงโฮก็ได้แต่คิดถึงความรู้สึกของรุ่นน้องที่ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกในใจของเขาเอง  ทุกครั้งที่กลับมาถ่ายรายการ พวกเขาเจอหน้ากัน คุยเล่นกัน นั่งข้างๆ กัน แปะมือเล่นถึงตัวกันโดยที่ในสายตาเด็กฝึกคนอื่นๆ อาจดูไม่ปกติอยู่บ้างที่ทำไมไลควานลินถึงกล้าเข้าไปหาพี่ดงโฮขนาดนั้น

 

ดงโฮเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน  เขาไม่เคยเอ่ยตอบรับความรู้สึกที่น้องบอก และไม่เคยพูดถึงเลยว่าเคยได้ยินอะไรแบบนั้น ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะโกรธ ตีตัวออกห่าง หรือเข้าใจว่าถูกปฏิเสธไปแล้ว แต่ทำไมเจ้าเด็กคนนี้ถึงยังเข้ามาหาเขา แทรกตัวมานั่งในที่ว่างแคบๆ บนโซฟาตัวเดียวกับเขา หรือยอมให้เขาสวมที่คาดผมให้ระหว่างอยู่ในคอนเสิร์ตได้อีก

 

หรือว่ากำลังรออยู่

 

เพื่อนๆ ที่ดงโฮเชื่อใจพอจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาต่างก็พูดแบบนั้น น้องกำลังรอให้เขาบอกความรู้สึกของเขาออกไปเหมือนกันหรือเปล่า  แววตาที่จ้องมองมาคงตลอดคงอยากได้ยินสิ่งที่อยู่ในใจดงโฮบ้าง  ไม่ได้ต้องการแค่การแสดงออกเจือจางว่าเขาเองก็คิดแบบเดียวกัน

 

แต่ดงโฮไม่อยากปล่อยความรู้สึกของเขาออกมาทำลายสิ่งดีๆ ที่น้องกำลังจะได้เจอ

 

"จงฮยอน นายก็รู้นี่ว่าความรู้สึกแบบนี้ถ้ามันเกิดขึ้นกับพวกเราแล้วน่ะ ดันทุรังไปก็มีแต่จะเจ็บปวด"

 

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยตั้งใจจะบอก

 

วันที่ประกาศผลสิบเอ็ดคนสุดท้าย วันที่น้ำตา ความยินดี และความอ่อนไหวล่องลอยอยู่ในบรรยากาศ เขาเดินไปหาร่างสูงที่กำลังได้รับการแสดงความยินดีจากคนอื่นๆ   และเมื่อดวงตากลมเหลือบมาเห็นเขา รอยยิ้มดีใจนั้นก็ทำให้เขากลืนคำพูดที่เตรียมมาลงคอ

 

"ขอโชคดีกับการเดบิวท์นะควานลิน"

 

อ้อมกอดที่มอบให้กันในตอนนั้นเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เขาผละจากร่างเพรียวและเดินไปทางอื่นแทบจะในทันทีหลังจากได้เอ่ยคำพูดซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจมาพูดจริงๆ

 

แต่เขาว่าตัวเองตัดสินใจถูกแล้ว

 

การปล่อยความรู้สึกทั้งของน้องและของเขาทิ้งไว้อย่างนั้นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ไม่ต้องตอบรับ ไม่ต้องพูดออกมาอย่างชัดเจนหรอกว่าเขาเองก็รู้สึกเหมือนกัน สุดท้ายทุกอย่างมันก็คงสูญเปล่า

 

"รายการจบลงแล้ว ฉันกับเค้าไม่มีทางจะได้อยู่ด้วยกันอีกแล้ว ต่อให้บอกความรู้สึกไปก็มีแต่จะรั้งเค้าไว้หรือเปล่า"

 

"ควานลินตอนนี้น่ะ...ไปไกลมากๆ เกินกว่าที่ฉันจะเอื้อมคว้าไว้  ฉันไม่อยากให้อะไรมาทำลายโอกาสดีๆ ของเค้าลงไป"

 

"แล้วอีกอย่างนะ  น้องจะยังรู้สึกแบบที่ฉันรู้สึกหรือเปล่าก็ไม่รู้"

 

สุดท้ายทุกอย่างก็คงสูญเปล่า

 

ไลควานลินคงลืมความรู้สึกที่มีต่อเขาได้ เมื่อเทียบดูแล้วกับอีแค่ระยะเวลาในรายการสั้นๆ เด็กคนนั้นน่าจะได้เจออะไรดีๆ อีกมากบนเส้นทางดอกไม้ตอนนี้

 

"แต่ฉันว่านะ ดูจากรูปนี้แล้ว...."

 

จงฮยอนเปิดโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาโชว์ภาพงานประกาศรางวัลที่เพิ่งผ่านมาได้ไม่นาน  ดงโฮรู้สึกว่าหัวใจที่เต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อเห็นตัวเองอยู่ในภาพนั้น เขานึกถึงมือเรียวที่คว้าหมับเข้ามาที่แขน ความรู้สึกนั้นยังหลงเหลือเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

 

"น้องยังรู้สึกอยู่แน่เลยว่ะ"

 

อย่าบอกนะว่ามันเซฟรูปนี้ไว้เพื่อแซวเขาโดยเฉพาะ

 

ใครจะไปคิดล่ะว่าวันนั้นน้องจะกล้าอ้าแขนเข้ามาชาร์ตเขาต่อหน้าคนอื่น

 

ดงโฮเบือนหน้าไปทางกระจก ทอดสายตามองวิวข้างทาง ไม่หันไปสนใจเพื่อนจอมกวนประสาทที่ยังพยายามสะกิดเขาให้หันไปคุยในหัวข้อสนทนาเดิม    โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าทิวทัศน์ข้างนอกที่มืดสนิททำให้รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าตอนนี้สะท้อนภาพออกมาจากกระจก

 

และนั่นยังทำให้ดงโฮไม่เห็นด้วยว่า เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ แอบส่ายหัวให้กับความใจแข็งไม่เข้าเรื่องของเขา ไม่ว่าใครจะพูดยังไง คังดงโฮจะไม่ยอมให้ตัวเองมีความสุขเลยล่ะมั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 











 

 

ควานลินกำลังเฝ้ารอโอกาสที่กำลังมาถึง

 

เขาตั้งใจทุกอย่างไว้แล้วล่วงหน้า แขนยาวยื่นเปิดช่องว่างข้างๆ ตัวให้คนที่กำลังจะเดินขึ้นไปบนเวที ก่อนที่ดวงตาทั้งคู่จะประสานกัน และคนคนนั้นจะหลุดยิ้มอ่อนใจที่ตัวเองหนีไปไหนไม่รอด

 

ไลควานลินยิ้มกว้าง รับอ้อมกอดของคังดงโฮที่สวมเข้ามาอย่างที่เขาคาดการณ์ สัมผัสอบอุ่นนั้นแทบไม่นานพอที่จะทำให้ใครสังเกต แต่ก็ทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นแรงมากกว่าเดิม เพิ่มจากความยินดีหลังจากได้ยินเสียงประกาศรางวัล

 

เขาลากมือผ่านลำแขนของคนที่ผละไป ก่อนจะร่วมปรบมือแสดงความดีใจเช่นเดียวกับพี่ในวงคนอื่นๆ

 

.

 

.

 

.

 

"เอาอีกแล้วนะ"

 

ลีแดฮวีชะโงกหน้ามาดูวีดีโอที่ควานลินเปิดค้างไว้ที่หน้าจอระหว่างนั่งอยู่บนรถตู้

 

"วันนี้ก็กอดพี่ดงโฮอีกแล้ว กล้ามากนะนายเนี่ย"

 

"ก็สนิทกัน อยากแสดงความยินดีกับเค้าไง"

 

"มือไวตลอด" แดฮวีหดตัวกลับมาที่ที่นั่งตัวเอง เหล่ตามองเด็กแก้มบุ๋มที่ยังยิ้มกริ่ม ลากนิ้วกรอวีดีโอที่บันทึกภาพงานประกาศรางวัลเมื่อกี้เพื่อดูฉากนั้นอีกครั้ง

 

"จะดูทำไมหลายรอบเนี่ย ภูมิใจหรอที่ได้กอดพี่ดงโฮอ่ะ"

 

"ใช่ ภูมิใจมากๆ"

 

"ไว้งานหน้าฉันทำใจกล้าเดินไปหาพี่เค้าบ้างดีมั้ย จะโดนล็อคคอมั้ยนะ..."

 

"โดนแน่ๆๆ อย่าไปทำเชียวล่ะ"

 

คำขู่อย่างจริงจังของควานลินทำให้พี่คนอื่นๆ ในรถหัวเราะ แดฮวียู่หน้าแกล้งกลับ และหันมาสนใจดูวีดีโอการแสดงของวงในโทรศัพท์ของตัวเอง  ไม่ทันสังเกตว่าคนข้างๆ ก็ยังนั่งกรอคลิปนั้นกลับไปกลับมาอีกหลายรอบ

 

เพียงแค่วินาทีที่ได้เจอหน้ากัน

 

ขอเพียงโอกาสให้เขาแสดงให้คนคนนั้นเห็น ว่าส่ิงที่เขารู้สึก ก็ยังเป็นสิ่งที่เขารู้สึกอยู่

 

"เพราะผมชอบพี่มากไงครับ"

 

พี่ดงโฮไม่เคยตอบอะไรกลับมา แต่การกระทำทุกอย่างที่ไม่เคยเปลี่ยนก็ทำให้ควานลินคิดเข้าข้างตัวเองอย่างไม่มีข้อกังขาว่าภายในใจรุ่นพี่คงมีความรู้สึกไม่ต่างกัน  เขาไม่คิดอยากคาดคั้น ไม่เคยคิดอยากพัฒนาความสัมพันธ์ เพราะมันคงทำลายทุกอย่างที่อีกฝ่ายพยายามอดทนสร้างมาตลอด

 

เขารู้ดี

 

เพราะอย่างนั้น ในตอนนี้เขาจึงมีความสุขกับการแค่ได้นึกถึง และโอกาสเล็กๆ น้อยอย่างในวันนี้มันก็เพียงพอแล้วที่จะหล่อเลี้ยงความรู้สึกที่ไม่เคยจางลงต่อไป

 

เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อคนคนนั้นจะมีต่อไปถึงเมื่อไหร่ แต่ก็อย่างที่เคยพูดไว้

 

"ดงโฮฮยองพิเศษสำหรับผมมาก....นะครับ"

 

ควานลินรู้ดีอีกนั่นแหละว่า เขาไม่อาจลบเลือนความประทับใจที่มีต่อพี่ชายผู้คอยดูแลเขามาตลอดระยะเวลาในรายการ  มันน่าจะยากพอๆ กับการห้ามซอนโฮไม่ให้ทำท่าทางตลก หรือห้ามแดเนียลฮยองกับจีฮุนฮยองไม่ให้เล่นเกมจนดึกดื่นทั้งที่วันรุ่งขึ้นต้องตื่นเช้า

 

ร่างเพรียวเอนตัวพิงเบาะ จมจ่อไปกับอ้อมกอดเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในงานที่เพิ่งจบลง ความคิดถึงพาลทำให้หัวใจพองโต  เขามีความสุข แต่ในขณะเดียวกันความรู้สึกนั้นก็เลือนลอยจนทำให้ปวดหน่วงหัวใจในเวลาเดียว

 

หากเจอกันคราวหน้า

 

ถ้าพี่ดงโฮเป็นฝ่ายเดินมาหาเขาบ้างก็คงดี

 

.

 

.

 

.

 

"ใกล้ถึงร้านแล้วนะทุกคน"

 

พี่จีซองปรบมือมาจากเบาะด้านหน้า ทำให้เมมเบอร์แต่ละคนที่กำลังหลับ ไม่ก็นั่งอยู่ในโลกของตัวเองสะดุ้งเบาๆ ควานลินกับแดฮวีที่เอนหลับคอพับก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

"ควานลินอา นายรีบกินแล้วรีบกลับนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปแต่งหน้านี่"

 

"วาเลนติโน่ๆ"

 

พี่ๆ ในวงแสดงความยินดีกึ่งหยอกเหย้างานเดี่ยวที่จะมีขึ้นพรุ่งนี้ของไลควานลิน เขายิ้มเขินๆ ให้พี่ซองอูซึ่งทำเป็นปรบมือเล่นใหญ่เล่นโตให้เขามาจากด้านหน้า ทุกคนต่างรู้ดีว่าควานลินตื่นเต้นที่จะได้บินไปร่วมงานที่ฮ่องกงในวันพรุ่งนี้ขนาดไหน

 

และจากเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้  ควานลินก็ขอให้งานเดี่ยวในวันพรุ่งนี้ราบรื่นเหมือนกัน

 

"นี่ แดฮวี"

 

"ครับ"

 

"เมื่อกี้ฉันเมสเสจชวนพวกจงฮยอนมากินข้าวกับพวกเราด้วยล่ะ"

 

ฮวังมินฮยอนหันมาคุยกับลีแดฮวี ด้วยบทสนทนาที่ไม่ได้เกี่ยวกับไลควานลินสักนิด  แต่เขากลับนั่งฟังนิ่ง

 

"จะมากันครบเลย"

 

"ถ้าอยากกอดดงโฮก็ทำได้เลยนะ เดี๋ยวบอกให้"

 

"ผมแค่ล้อเล่นเฉยๆ น่า"

 

สองคนนั้นหันมาหัวเราะใส่กัน  คำพูดเหล่านั้นทำให้ควานลินใจเต้น

 

ก่อนงานเดี่ยววันพรุ่งนี้จะมาถึง

 

ดูเหมือนจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นอีกอย่างแล้ว

 

 

 












 

ไลควานลินนั่งชะเง้อมองไปแถวๆ ประตูหน้าร้าน  เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ประตูกระจกจะถูกผลักเข้ามาด้วยกลุ่มคนที่พี่มินฮยอนบอกว่าพวกเขากำลังจะมาถึง

 

มาแน่หรอ?

 

เขาอยากจะแอบสะกิดถามฮวังมินฮยอนที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่อยากให้เกิดบทสนทนาที่น่าจะมีต่อหลังจากนั้น   พี่มินฮยอนเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ความลับว่าควานลินรู้สึกกับคังดงโฮยังไง  แต่เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรก้าวก่าย  มินฮยอนจึงไม่ค่อยเอ่ยปากพูดเรื่องนี้กับควานลินเท่าไหร่นัก จะมีบ้างที่เอ่ยแซว ไม่ก็ถามยิ้มๆ ว่า 'ยังคิดถึงเค้าอยู่หรือเปล่า?

 

ไม่รู้ว่าคำตอบที่พูดไปพี่มินฮยอนจะเคยเอาไปเล่าให้เพื่อนที่ติดต่อกันอยู่ตลอดบ้างไหม

 

จนกระทั่งไลควานลินจัดการพาสต้าในจานตัวเองเสร็จเรียบร้อยก็ยังไม่มีวี่แววของไอดอลรุ่นพี่ที่บอกว่าจะมาร่วมวง  วันนี้ผู้ดูแลพาพวกเขามาที่ร้านอาหารของสปอนเซอร์ที่ยอมเปิดดึกเพื่อให้พวกเขาฉลองรางวัลที่ได้รับ  เป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลี่ยน

 

"พี่  ขอไวน์อีกได้ป่าว?"

 

คังแดเนียลสะกิดถามลีดเดอร์ซึ่งเหลือบมองไปทางผู้ดูแลซึ่งยอมพยักหน้าอย่างเหนื่อยใจ  ยุนจีซองจึงเรียกพนักงานและขอไวน์เพิ่มอีกขวด เรียกเสียงโห่ร้องยินดีจากพวกลิงทะโมนนำโดยแจฮวานและอูจิน

 

"นี่! พวกนาย!  เบาๆ กันหน่อย   อูจินกับจีฮุนก็อย่ากินเยอะนักสิ คิดว่ากินได้แล้วจะกินเท่าไหร่ก็ได้รึไงฮะ"

 

"ถ้าพรุ่งนี้ตื่นไปทำงานไม่ไหวจะทำไง"

 

"เออ ควานลิน ถ้านายอิ่มแล้วก็ไปที่รถได้เลยนะ เดี๋ยวคุณจูฮยอกจะเป็นคนพานายไปกลับหอก่อน  พักผ่อนซะ พรุ่งนี้ต้องไปแต่งหน้าก่อนขึ้นเครื่องนี่"

 

พี่จีซองคงเห็นจานอาหารตรงหน้าควานลินว่างเปล่า  เขาจึงไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรมาถ่วงเวลานั่งรอคนที่กำลังมาอยู่ที่โต๊ะ  คุณจูฮยอกหนึ่งในผู้ดูแลของวงก็เตรียมตัวออกไปสตาร์ทรถข้างนอกแล้วด้วย ควานลินจึงไม่มีทางเลือก ใบหน้าใสซ่อนความผิดหวังเอาไว้ระหว่างโค้งบอกลาทุกคนเพื่อขอตัวกลับไปที่หอก่อนคนอื่นๆ

 

ร่างสูงรับแพดดิ้งจากพนักงานของร้านมาสวม ในระหว่างที่ผลักประตูออกมาเจอเข้ากับอากาศเย็นภายนอก กลุ่มคนที่เพิ่งลงรถตู้มาก็ทำให้เขาตกใจ

 

"โอ๊ะ ฮยอง"

 

"ไงควานลิน"

 

คิมจงฮยอนรับโค้งของเขาก่อนจะเดินเข้ามาแปะมือเด็กหนุ่มอย่างสนิทสนม ควานลินโค้งให้พี่อารอน พี่มินกิ ก่อนจะเห็นหน้าผู้ชายคนสุดท้ายที่เดินทิ้งห่างจากเพื่อเพราะกำลังวุ่นวายกับการใส่แพดดิ้งตัวยาว

 

"ดงโฮฮยอง"

 

เสียงเรียกของเขาทำให้คนที่กำลังเดินมาก้าวขาหยุดชะงัก  ไลควานลินยกยิ้มน้อยๆ บนใบหน้าหวาน  ทำให้สามคนที่รู้ตื้นลึกหนาบางหันมามองตากัน ก่อนจงฮยอนจะรีบบิดลูกบิดประตู

 

"เดี๋ยวพวกพี่เข้าไปก่อนดีกว่า  แล้วเจอกันข้างใน"

 

"อ่า จริงๆ ผมจะกลับแล้วล่ะครับ พรุ่งนี้มีงานเดี่ยว"

 

"อ้าว หรอ" มินกิตาโต "ดีเลยนี่"

 

"แต่พี่คนอื่นยังอยู่ข้างใน น่าจะอีกนานเลยครับกว่าจะกลับกัน"

 

"งั้นนายไปพักผ่อนเถอะ" พี่จงฮยอนหันมายิ้มให้เขาอย่างใจดี มือเปิดประตูร้านอ้าเอาไว้ครึ่งหนึ่ง

 

"โชคดีนะ ไว้เจอกันใหม่คราวหน้าล่ะ"

 

"ครับพี่"

 

ทุกคนโบกมือให้ควานลินซึ่งโค้งลาอย่างนอบน้อม ก่อนทั้งสามจะรีบร้อนเดินเข้าไปในร้านอาหารอิตาลีอย่างมีนัยสำคัญ  ประตูซึ่งตีปิดเข้าไปทำให้กระดิ่งที่ติดอยู่ตรงกระจกลั่นเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง ระหว่างที่ควานลินหันกลับมาเพื่อพบกับร่างสูงที่ยังไม่ยอมขยับไปไหน 

 

คังดงโฮยืนมองใบหน้าของรุ่นน้อง ก่อนเสียงนุ่มจะเอ่ยถามเขินๆ

 

"พรุ่งนี้มีงานเดี่ยวหรอ?"

 

เพราะอ้อมกอดที่อีกฝ่ายเพิ่งมอบให้เขาในงานที่เพิ่งไปร่วมมาสดๆ ร้อนๆ  คังดงโฮจึงรู้สึกแปลกๆ เมื่อต้องมาเจอหน้าคนที่ทำให้เขาต้องกลั้นยิ้มแทบบ้า ก่อนขึ้นไปบนเวที

 

"ครับ"

 

"ไปฮ่องกง"

 

ไลควานลินซุกมือลงไปในกระเป๋าเสื้อกันหนาวระหว่างที่เดินเข้าไปใกล้ร่างสูง การกระทำในงานเมื่อกี้ก็ทำให้ดวงตากลมไม่กล้าสบนัยน์ตาสีเฮเซลนัทตรงหน้าเช่นกัน  

 

ถึงเขาจะทำใจกล้าพุ่งเข้าไปหาก่อน แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เขินซักหน่อย

 

"อ่า..."

 

"ดีจังเลยเนอะ"

 

ไอจากความหนาวเย็นออกมาทางลมหายใจของคนพี่ที่พูดแต่ละคำอย่างเก้ๆ กังๆ   ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยคุยกันมาก่อน   หลังเวทีตามงานต่างๆ หรือแม้แต่ทางข้อความโทรศัพท์  พวกเขายังติดต่อกันและกันเสมอ

 

เพียงแต่อย่างที่บอก  สิ่งที่เกิดขึ้นในงานเมื่อกี้ต่างทำให้ทั้งคู่รู้สึกขัดเขินอยู่พอสมควร  และท่าทางจะเป็นฝ่ายคังดงโฮที่รู้สึกมากกว่าด้วย

 

"ฮยอง   ไม่รู้สึกอึดอัดใช่มั้ยครับที่เมื่อกี้ผมอยากกอดแสดงความยินดี"

 

คนอายุน้อยกว่าจึงตัดสินใจถามออกไปตรงๆ ด้วยรอยยิ้มแห้งๆ แสดงความเกรงใจ "ถ้าพี่ดงโฮลำบากใจ คราวหน้าผมไม่ทำอีกแล้วก็ได้"

 

"ลำบากใจ? ...ไม่หรอก"

 

คังดงโฮซุกมือลงไปในกระเป๋าพลางเดินมาข้างหน้า "ก...ก็... ถ้าอยากกอดก็ได้นี่  ใครเค้าก็กอดแสดงความยินดีกันนี่นา"

 

"แต่ในงานเมื่อกี้พี่ดูไม่อยากกอดผมเท่าไหร่เลยนะ"

 

เสียงทุ้มของคนน้องเหย้าแหย่  แม้เขาจะรู้ว่าไม่มีทางทำให้อะไรดีขึ้นมา แต่ควานลินก็อดไม่ได้ที่จะใช้โอกาสที่ได้ยืนคุยกันตามลำพังแบบนี้พูดตามสิ่งที่ตัวเองคิด ให้คนที่อยากให้ได้ยินฟัง

               

"ก็คนมันรีบนี่" ดงโฮผ่อนลมหายใจจนไอเย็นลอยออกมาจากปาก ควานลินจึงหัวเราะกลบเกลื่อน

 

"งั้นไว้คราวหน้า  พี่เป็นฝ่ายมากอดแสดงความยินดีกับผมบ้างนะครับ"

 

เขาแทบไม่ได้คิดว่าคำพูดที่พูดออกไปโดยไม่ทันได้กลั่นกรองอาจทำให้พี่ดงโฮลำบากใจหรือเปล่า ควานลินจึงรีบแก้สถานการณ์เมื่อเห็นดงโฮเลิกคิ้ว

 

"ใครเค้าก็กอดแสดงความยินดีกันใช่ไหมล่ะครับ  อ่า... แต่ผมเข้าใจ"

 

"เราไม่ได้อยู่ในรายการเหมือนเดิมแล้ว  จะมาทำให้ใครเห็นว่าสนิทกันคงไม่ดีเนอะ"

 

ควานลินหลับตาลงด้วยความขัดใจ ไม่ใช่กับใครที่ไหนนอกจากตัวเอง ดูเหมือนยิ่งพูดอะไรไปก็ยิ่งทำให้เขาดูแย่  เหมือนเป็นเด็กขี้น้อยใจ ไม่เป็นผู้ใหญ่เอาเสียเลย

 

ทั้งหมดนั้นก็เพราะความคิดบ้าๆ ตลอดเวลาที่นั่งรถมา  ว่าอยากให้พี่ดงโฮเป็นฝ่ายเข้าหาเขาบ้างซักหน่อย

 

จะบ้าหรือไงล่ะ

 

"แต่นายดูดีขึ้นเยอะเลยนะควานลิน หลังจากจบรายการมาน่ะ" ดงโฮคงเห็นท่าทางอีกฝ่ายเริ่มแปลกไป จึงรีบหาทางกลบเกลื่อนด้วยการพูดเรื่องดีๆ ไม่ให้บรรยากาศแย่ลง

 

"ดีแล้วล่ะ พรุ่งนี้จะมีงานเดี่ยวด้วยนี่ คงดูเป็นซูปเปอร์สตาร์ขึ้นเยอะเลย"

 

บางทีอาจจะมีแค่เขาคนเดียวที่คิดถึงอีกฝ่ายมาตลอดก็ได้

 

พี่ดงโฮไม่เคยตอบรับมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่นา

 

อารมณ์ที่อ่อนไหวจนกู่ไม่กลับของไลควานลินตอนนี้  ไม่ว่าพี่ดงโฮจะพูดอะไรก็ไม่เข้าหูคนที่ขัดใจกับทุกอย่างจนพาลขุดเอาเรื่องเมื่อหลายเดือนก่อนกลับมาให้ตัวเองเจ็บใจเล่น ทั้งที่เจ้าตัวก็รู้นั่นแหละว่ามันไม่ใช่ความผิดของอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว

 

พี่ดงโฮชัดเจนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเขาตั้งใจจะปล่อยให้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในรายการนั้นค่อยๆ จางหาย

 

มีแต่เขาเองนั่นแหละ ที่ไม่ยอมตัดใจ

 

"พี่ดงโฮ  จริงๆ แล้วผมไม่ได้เปลี่ยนไปเลยนะครับ ตั้งแต่จบรายการมา"

 

.

 

.

 

"พี่ลองมองดีๆ สิครับ  ผมไม่มีอะไรเปลี่ยน ไม่เคยเปลี่ยน และไม่คิดว่าจะเปลี่ยนด้วย"

 

ใบหน้าหวานสะกดกลั้นอารมณ์ ไม่ให้คนที่ยืนนิ่งฟังคำพูดเหล่านั้นเห็นว่าเขากำลังเจ็บปวด  

 

แล้วพี่ดงโฮก็จ้องมองอย่างที่ควานลินร้องขอจริงๆ

 

"อ่า..." นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กงี่เง่า เขาหันไปมองที่รถของทีมงานซึ่งติดเครื่องยนต์รออยู่ จึงหาข้ออ้างออกไปจากสถานการณ์ที่ตัวเองกำลังทำให้มันย่ำแย่ขึ้นได้

 

"ผมต้องไปแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า"

               

"ไปก่อนนะครับ ...ไว้เจอกันใหม่"

 

ทั้งที่คิดว่าวันนี้มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นแล้วแท้ๆ   ทำไมถึงมาปิดท้ายด้วยความรู้สึกแบบนี้ได้กันนะ

 

"เดี๋ยวก่อน"

 

เสียงนุ่มเรียกคนที่เพิ่งเดินเลยไปให้หันกลับมา  ควานลินเลิกคิ้วน้อยๆ ด้วยความสงสัย

 

แล้วความสงสัยนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความตกใจ เมื่อร่างกายของเขาได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของคนที่เดินดุ่มๆ เข้ามาหาอย่างกระทันหัน   วงแขนแกร่งโอบรัดร่างเพรียวเข้าไปแนบอกจนควานลินไม่แน่ใจว่าความร้อนที่เกิดขึ้นมาส่งต่อมาจากคนตรงหน้า หรือเพราะใบหน้าของเขากำลังขึ้นสีจัดกันแน่

 

"ยินดีด้วยสำหรับงานพรุ่งนี้นะ"

 

"ถือว่าตอนนี้เป็นคราวหน้าเลยแล้วกัน"

 

แต่สิ่งที่ได้รับนั้นเทียบไม่ได้เลยกับคำพูดซึ่งกระซิบข้างหูให้เขาได้ยิน

 

"และพี่ก็อยากให้มีครั้งต่อไปอีกเหมือนกันนะ”

 

 

 

 

 







 

"ยิ้มอะไรอยู่น่ะ"

 

ผู้จัดการที่ทางบริษัทส่งมาสะกิดควานลินซึ่งนั่งหันหน้าออกไปทางกระจกรถ ดูเหมือนพี่เขาจะแอบมองเด็กหนุ่มอยู่นานกว่าจะกล้าถาม

 

"ตื่นเต้นหรอ?"

 

"อ่า... นิดหน่อยครับ" ควานลินพยักหน้าเบาๆ กระชับเสื้อแจ็คเกตแบรนดังที่สวมอยู่ให้แนบตัว

 

"ไม่สิ ตื่นเต้นมากๆ เลยล่ะครับ ออกมาทำงานคนเดียวครั้งแรกนี่นา"

 

"วันนี้เราดูอารมณ์ดีมากเลย มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นหรอ?"

 

"อ๋าา  เพราะได้ออกมาทำงานสินะ"

 

ไลควานลินคลี่ยิ้มหวาน รับคำของผู้จัดการซึ่งนั่งอยู่บนเบาะข้างๆ ที่พูดถูกว่าเขาอารมณ์ดีขนาดนี้เพราะตื่นเต้นที่จะได้ทำงานทางด้านแฟชั่นที่เขาสนใจ แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดซะทีเดียว

 

"เมื่อวานมีเรื่องดีๆ วันนี้ก็มีเรื่องดีๆ"

 

"และผมว่าต่อไปก็ต้องมีเรื่องดีๆ อีกมากมายเกิดขึ้นแน่เลยครับ"

 

 

 

_ _ _

 

 

 







#21เรดิโอ


ทำไมถึงเลือกเพลงไวน์

เพราะคงแทนความรู้สึกของทั้งควานลินและพี่ดงโฮนั่นแหละค่ะ

จะว่าเรื่องนี้ถือว่าแฮปปี้เอนดิ้งมั้ย ในเมื่อเพลงที่เลือกมาเศร้าขนาดนี้ แต่ตอนจบควานลินก็ดูมีความสุขดีนี่


ไม่รู้เหมือนกันค่ะ

ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกของพวกเขาจะเป็นยังไงต่อไป

แต่ในฐานะชิปเปอร์แล้ส เรามารอดูโมเม้นที่จะต้องมีอีกในอนาคตกันอย่างใจจดใจจ่อกันดีกว่าเนอะ

(ฟิคเฉลิมฉลองโมเม้น 25/01/18 )


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

92 ความคิดเห็น

  1. #76 ohhoimim1215 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 01:56
    ‪กรี้ดดดดด ฮือๆๆๆๆๆ เปลี่ยนไวน์ ให้เป็นน้ำ เปลี่ยนฉันให้ไม่รักเธอคงไม่ได้ แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพิ่งได้มาอ่านค่า นี่เอาเรื่องจริงมาเขียนหรือเปล่าคะถามจริง มันจริงไปหมดเลยอ่ะ ตั้งแต่ที่น้องบอกขอบคุณตอนประกาศผลครั้งที่2 ตลอดจนทุกโมเม้น พี่ดงโฮคะ!!!! พี่ต้องพายบ้างแล้วนะคะ!!!!! ฮือออ คิดถึงจังเลยๆๆๆๆๆ ยังไงปีนี้ก็ขอรอโมเม้นต่อไปนะคะ ‬
    #76
    0
  2. #28 +Ayame+ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 13:46
    อ่านแล้วอยากนอนกลิ้งไปมา มีความจั๊กจี้ พี่ดงโฮปากแข็งงง น้องให้เต็มหัวใจมากๆ
    #28
    0
  3. #23 doldo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 23:39
    บางความรู้สึกมันเหมือนไวน์จริงๆนะ  ต่อให้เจอจางแค่ไหน มันก็ยังเป็นไวน์อ่ะ บางความรู้สึกมันเปลี่ยนกันยากจริงๆนะ มันทั้งสุขทั้งหน่วงเลยอ่ะ เรียลมาก เพราะชีวิตจริงเรามันไม่ได้ทีแต่เรื่องดีๆ มันมีทั้งหน่วงและสุขใจแบบในเรื่องจริงๆ ฮือออ   อินอ่ะ อินมากเลย  ไรท์บรรยายออกมาได้ดีมากเลยค่ะ เข้าถึงอารมณ์ของทั้งพี่ดงโฮทั้งน้องเลย 
    #23
    0
  4. #22 S to the M to the T (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 23:21
    เป็นตอนที่อ่านแล้วยิ้มได้ทั้งตอนเลยค่ะ

    ถึงจะมีความหม่นๆ ลอยอยู่บ้าง แต่ก็แฮปปี้นะ

    สุดท้ายแล้วคนพี่ก็กล้ากอดน้องก่อนบ้างเนอะ

    ปักหลักรอโมเม้นต์ต่อไปในวันวาเลนไทน์ด้วยคนค่ะ /พาย
    #22
    0
  5. #21 Rose_Korakoch (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 21:26
    พี่แบคคนกาก แต่หลินชัดเจนมาตลอดเลยนะ เมื่อไหร่จะกล้าเข้าหาน้อง (จ่อไมค์ถาม)
    #21
    0
  6. #19 ptrp. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 20:11
    รู้สึกเรียลมากเลยค่ะ พี่ดงโฮคนซึนให้น้องแสดงออกก่อนตลอด 555
    #19
    0
  7. #17 ace.v (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 14:21
    โอ้ยยยยยยยยยยยยย ไม่รู้จะหวีดเป็นคำพูดยังไง แบบพี่คะ พี่อย่าคิดเองเออเองได้มั้ยอ่ะคะ น้องแบบรุกแรง น้องชัดเจนมาตลอดนะคะพี่ พี่ต้องกล้าๆบ้างนะคะ
    #17
    0
  8. #16 Rika Rikatkk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 09:26
    พี่ดงโฮคนใจแข็งเกือบทำน้องนอยด์แล้วมั้ยหล่ะ ดีนะที่มีสติทัน55555 จะรอดูวันที่คนพี่พุ่งหาน้องเองบ้าง นานแค่ไหนก็จะรอ ฮือออ
    #16
    0
  9. #14 ญ ณิศา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 01:22
    งื้ออออออ เขินแทนจังเลยยยย รอบหน้ากอดกันนานกว่านี้ก็ดีเนาะ พี่รีบไปหน่อย ^ ^"
    #14
    0