แสงจันทร์ของโรม

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 เป้าหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 ส.ค. 63

เคที! เดินระวังหน่อยสิ” อาทิตยาพยายามดันเพื่อนสาวให้เดินตรงๆ หลังจากที่อีกฝ่ายเอียงไปทางด้านหนึ่ง

“ก็พื้น.. มันเอียงนี่ ซันนีจ๋า” คนเมามากตอบกลับเสียงอ้อแอ้

อาทิตยาเห็นประตูลิฟต์กำลังจะปิดลงพอดี จึงตะโกนบอกคนที่ยืนอยู่ด้านในอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นก็ออกแรงดันร่างของเคทีจากด้านหลังให้ก้าวเดิน

“รอด้วยค่ะ รอด้วยค่ะ ว้าย!” อาทิตยาอุทานอย่างตกใจเมื่อแม่เพื่อนสาวตัวดีสะดุดเข้ากับขอบประตูลิฟต์ พาเธอถลาเข้าไปข้างหน้าจากการที่กำลังออกแรงผลักเคทีอย่างเต็มที่

เคทีโผเข้าไปกอดชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในลิฟต์ก่อนหน้านี้แล้ว เวลานั้นรองเท้าเจ้ากรรมของอาทิตยาซึ่งสูงถึง 4 นิ้วเกิดพลิกขึ้น ทำให้ร่างถลาไปอีกด้าน ลำแขนของผู้ชายคนหนึ่งก็ตวัดเข้ามาโอบและช่วยพยุงเอาไว้พอดี

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ขอบคุณค่ะที่ช่วย” ปากกล่าวขอบคุณเสร็จก็พยายามพยุงตัวเองให้ออกจากอ้อมแขนของคนแปลกหน้า

มือหนาสะอาดกดลิฟต์ให้หญิงสาวโดยไม่ต้องถาม ลำแขนของเขายังคงโอบเอวบางอยู่อย่างไม่ยอมปล่อยออก แถมดึงร่างบางเข้าหาร่างกายเขาอีก

อาทิตยาพยายามดันตัวเอง เมื่อเธอรับรู้ถึงแรงกอดที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ เธอกำลังถูกลวนลามในลิฟต์หรือเนี่ย อารมณ์โมโหคนที่กำลังลวนลามเธออยู่พุ่งขึ้นมาเป็นริ้วๆ

“ปล่อยฉันนะ!” หญิงสาวเค้นน้ำเสียงดุอย่างคนโมโหจัด สองมือก็พยายามผลักและดัน มัวแต่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อที่ต้องการจะให้หลุดออกจากวงแขนของอีกฝ่ายโดยไม่ทันได้สนใจว่าเป็นใคร แต่พอเงยหน้าขึ้นมองเท่านั้น ใจของอาทิตยาก็เต้นรัวและแรงทันที 

“กรุณาปล่อยฉัน!” น้ำเสียงลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ ความกลัวชายตรงหน้าแล่นเข้ามาสู่หัวใจ เพราะคำว่ามาเฟียมันก้องดังอยู่ในหัวของเธอ ทั้งๆที่ชายตรงหน้าก็แสนหล่อเหลาปานเทพบุตร แต่เขาเป็นตัวอันตรายที่สุด ให้ตายยังไงก็ไม่คิดที่อยากจะเข้าไปยุ่งด้วยเด็ดขาด

ลอเรนโซได้แต่มองเฉยๆ เขาหลุบเปลือกตามองริมฝีปากบางที่สั่นน้อยๆอย่างชอบใจ มือหนาเลื่อนขึ้นช้อนท้ายทอย และริมฝีปากร้อนๆ ก็ประทับจูบลงมาทันทีเหมือนที่ใจเขาอยากทำ

อาทิตยาตกใจ เบี่ยงใบหน้าหนีทันที หนีริมฝีปากร้อนๆ ที่มีรสชาติของวิสกี้ชั้นดีอย่างตกใจและหวาดกลัว

“ไม่! ไม่นะ!” เล็บจิกดึงเสื้อสูทอาร์มานี่ที่อีกฝ่ายสวมอยู่อย่างต่อต้าน

ตึ๋ง.. เสียงเตือนว่าประตูลิฟต์ที่กำลังจะถูกเปิดออกดังขึ้น เมื่อบานประตูออกที่ชั้นที่ 13 ลอเรนโซถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย มองหญิงสาวที่ยืนนิ่งเงยหน้ามองเขาเฉย อาทิตยากำลังงง ใจเต้นแรง ความหวานรายล้อมรอบตัวเธอ มึนกับจุมพิตที่แสนเร่าร้อน หิวกระหาย และแสนเรียกร้องนั้น

“อุ้มเธอไปส่งที่ห้อง” มาเฟียหนุ่มสั่งจ๊าคเสียงเรียบ

จ๊าคยืนค้าง สองมือชูขึ้น มัวแต่ตะลึง ที่ยืนอยู่ดีๆ ก็มีหญิงสาวโผเข้ามากอดเขา ใบหน้าสวยใสของเธอกำลังซบอยู่ที่ซอกคอความหอมจากเรือนผมและลมหายใจของเธอทำให้จ๊าคแข็งเป็นหิน ลืมอาการแพ้ของตัวเองไปเลยทีเดียว

และทันทีที่เขาได้ยินเสียงของลอเรนโซสั่ง จึงหันไปมองดอนหนุ่มเขานิด แล้วตวัดแขนอุ้มร่างบางที่พิงเขาอยู่ขึ้น ในขณะที่เคทีเมาหลับสบายอารมณ์ ซบอกอุ่นๆ ของอีกฝ่ายไปเลย จ๊าคก้าวเท้าออกจากลิฟต์ ปล่อยให้ดอนหนุ่มอยู่กับหญิงสาวอีกคนข้างหลัง

อาทิตยามองตามร่างใหญ่ยักษ์ของคนที่อุ้มเพื่อนสาวของเธอไปตาปริบๆ ก้าวเท้าจะออกจากลิฟต์ตาม ก็ถูกมือหนากระชากให้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาเสียก่อนที่ลิฟต์จะปิดลงอีกครั้ง

หญิงสาวต่อสู้ดิ้นรนกับลอเรนโซอีกครั้งทันทีในลิฟต์แคบๆ นั้น

“คุณต้องการอะไรจากฉัน” เธอยืนหอบอยู่อีกข้างของผนังลิฟต์ มองอีกฝ่ายตาวาวอย่างกับแม่เสือ ลอเรนโซกอดอกพิงผนังลิฟต์ มองอีกฝ่ายอย่างพอใจ เขามองเธอด้วยสายตาชนิดหนึ่งที่ทำให้อาทิตยาเกิดหนาวๆ ร้อนๆ แทบจะเป็นไข้ และเธอก็หน้าแดงขึ้นมาให้เขาเห็น

“พวกคุณจะทำอะไรเพื่อนฉัน” ในใจกลัวแสนกลัว และก็สั่นอย่างบอกไม่ถูก

ลอเรนโซก้าวเข้าไปหาหญิงสาวแค่ก้าวเดียว.. ก็ถึงตัวเธอแล้ว ในขณะที่อาทิตยาผวาจะหลบไปอีกด้าน ก็ถูกกักเอาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่าย

“ซันนี”

ดวงตาโตๆ ของคนฟังเบิกกว้างอย่างกับคนไม่เคยเห็นอะไรที่มันแปลกๆ เขารู้ชื่อของเธอได้ไง อย่างนี้ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่

“มากับฉัน” น้ำเสียงช้าๆ แต่ว่าชัดเจน ทำเอาอาทิตยาส่ายหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องคิด เกิดความเงียบระหว่างกัน

จนกระทั่งเสียงดังตึ๋งที่ว่าประตูกำลังจะเปิดออกดังขึ้น ลำแขนหนาก็ตวัดร่างบางยกอุ้มขึ้นพาดบ่าอย่างรวดเร็ว สาวเท้าออกจากตัวลิฟต์มุ่งหน้าไปตามทางทันที

“ว้าย!ปล่อยฉันนะ” ขาเตะสะเปะสะปะไปมา มือบางกำเสื้อสูทของอีกฝ่ายไว้แน่น เพราะถึงอย่างไรเธอก็กลัวที่จะหล่นตุ๊บลงไป อาทิตยาเริ่มคิด ทำยังไงดีที่จะให้หลุดออกไปจากมือของนายมาเฟียนี้ได้ แต่หนทางมันไม่มีให้เธอได้หนีรอดไปได้เลยด้วยซ้ำ

ลอเรนโซพาหญิงสาวตรงไปยังห้องเพรสซิเด็นท์ที่ถูกจองเอาไว้อย่างง่ายดาย เดินตรงดิ่งเข้าห้องนอนโดยที่ไม่สนใจการร้องโวยวายของหญิงสาว จับร่างบางโยนลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์สีครีม ทำให้กระโปรงบานของอาทิตยาเลิกขึ้นมาถึงด้านบน เผยให้เห็นอันเดอร์แวร์สีขาวของเธอ มือบางรีบปัดกระโปรงลงอย่างรวดเร็ว จ้องมองอีกฝ่ายตาเขียวความกลัวหายไปหมด ตอนนี้เหลือแต่อารมณ์โกรธแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โกรธจนหูอื้อตาลาย เห็นราชสีห์เป็นแมวเลยทีเดียว

“ถ้าฉันหลุดไปได้! จะแจ้งตำรวจมาจับนายให้เข้าคุก คอยดู!” เธอแค่นเสียงอย่างเดือดดาลเต็มที จ้องมองชายหนุ่มทุกฝีก้าว

“ก็ลองดูสิ” น้ำเสียงไม่ทุกข์ร้อน

คำตอบที่ได้รับทำให้ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น จ้องมองชายหนุ่มที่กำลังเริ่มปลดกระดุมเสื้อสูทออก มือหนาจัดการพาดมันไว้กับโซฟาเล็กๆ หน้าเตียง แล้วก็กำลังลงมือแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตอยู่อย่างใจเย็น แผงอกที่เป็นลูกๆ ค่อยๆ เผยออกมาสู่สายตาของหญิงสาวที่กำลังนั่งกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง

อาทิตยาอยากจะหันหน้าหนีภาพนั้น แต่สายตาของเธอก็ยังคงมองชายหนุ่มอยู่ เหมือนถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด ขนสีน้ำตาลเข้มที่ขึ้นอยู่รำไรเป็นแถวยาวเรียงกันสวยงาม ยาวจนหายเข้าไปในขอบกางเกงสแล็ก มันเรียงกันอย่างกับมีคนมาจับมาวางเอาไว้ ทำใจของอาทิตยากำลังเต้นเร็วและระรัว ขยับตัวไปมาอย่างอึดอัด ลมหายใจเริ่มติดหายใจไม่ทั่วท้อง เกิดอาการขนลุกขึ้นมาเฉยๆ เสียอย่างนั้น

“ทำไมต้องเป็นฉัน คนอย่างคุณมีคนที่เต็มใจอยากจะมีเซ็กซ์ด้วยมากมายไม่ใช่หรือ อย่างดาราสาวคนนั้นไง!” เธอถามเสียงสั่น

มาเฟียหนุ่มมองหญิงสาวที่นั่งพับเพียบอยู่บนเตียงที่เขาต้องการไว้ใช้นอนในคืนนี้กับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า ไล่สายตาจากข้อเท้าที่ยังคงมีรองเท้าส้นสูงสวมอยู่ ขึ้นมาถึงด้านบนเอวคอด หยุดลงตรงทรวงอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงหายใจ นัยน์ตาเป็นประกายเล็กน้อยอย่างพอใจ 

ไม่มีคำตอบจากอีกฝ่าย ยิ่งทำให้อาทิตยาอึดอัดเข้าไปอีก กัดริมฝีปากของตัวเองเอาไว้ เพราะเธออยากจะกรี๊ดใส่อีกฝ่ายออกมาดังๆ มองลอเรนโซที่เริ่มจะถอดรองเท้าและถุงเท้าออก สายตาเลื่อนไปตามมือของชายหนุ่มที่กำลังปลดกระดุมกางเกงอย่างตกใจ เมื่อลอเรนโซจัดการรูดซิปลงเพียงเท่านี้ ใบหน้านวลก็ต้องสะบัดหน้าหนีทันที เพราะเธอทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว ใจกำลังเต้นแรง จนมันจะหยุดเต้นเสียให้ได้

และเพียงไม่นานในความเงียบ อาทิตยาก็ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำเปิดและก็ปิดลง รีบกระโดดลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว เข้าไปหาประตูทันที

“เอ๊ะ! เปิดไม่ออก” มือบางพยายามเปิดเท่าไรก็เปิดไม่ออก จนกระทั่งเหลือบเห็นกล่องเล็กๆ ที่ติดอยู่ด้านข้างของประตูนั้น 

“โธ่โว้ย! โรงแรมบ้าอะไรวะเนี่ย ทำไมมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างนี้วะ” เสียงใสดังออกมาอย่างผิดหวัง เมื่อต้องใส่รหัสตัวเลข 4 ตัวเพื่อให้ประตูเปิดออก หันซ้ายหันขวามองหาทางหนี ไม่มีทางออกไปจากห้องนี้ได้เลย ถ้าออกไปทางหน้าต่างก็มีหวังร่วงลงไปตายแน่นอน เพราะว่าตอนนี้เธออยู่ที่ชั้นที่ 16 ร่างกายของเธอคงแหลกเหลวพอดี มีแต่ตายกับตายเท่านั้น จึงคว้าแจกันที่ตั้งโชว์ไว้ด้านข้างขึ้นมาถือโดยไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านี้แล้ว

สิบห้านาทีผ่านไป ชายหนุ่มก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูผืนเดียว ในขณะคนที่มองอยู่ถอยหลังหนี แผ่นหลังไถลไปตามผนังติดตู้เลยทีเดียว

“อย่าเข้ามานะ!” ใบหน้านวลหันหนี เพราะทนมองอีกฝ่ายไม่ได้

การที่อาทิตยาไม่ได้หันไปมองนั้น ทำให้ไม่รู้ตัวเลยว่า ร่างกำยำเดินเข้ามาใกล้เธอเพียงใด สายตาที่เรียบเฉยมองตรงมาเหมือนกับจะเป็นยิ้ม แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย

“กรี๊...ด!” อาทิตยาร้องเสียงดังเมื่อลำแขนหนาโอบรัดรอบตัวของเธอ

แจกันที่ถืออยู่ในมือถูกดึงและโยนตกอยู่ที่พื้นพรมหนา ลอเรนโซยกหญิงสาวครั้งเดียว ร่างบางก็ลอยกลับมาที่เตียงกว้างอีกครั้ง ติดตามด้วยร่างกายของเขาทับลงมาติดๆ เสียงร้องด่าบริภาษถูกปิดด้วยริมฝีปากหนาร้อนผ่าวทันที

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น