แสงจันทร์ของโรม

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 สืบประวัติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 ส.ค. 63

หลังจากที่อีกฝ่ายหลบตาของลอเรนโซไปแล้ว เขาจึงขยับกายออกห่างจากดาราสาวทันที 

“จ๊าคให้คนไปส่งมิเชลด้วย”

มิชาแอลล่าซึ่งกำลังขยับตัวนั่ง หลังจากที่ชายหนุ่มผละออกเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย นัยน์ตาของเธอยังคงหวานฉ่ำ ตอนนี้เธอไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกลับไปโดยที่ไม่มีเธอไปด้วย

“ทำไมล่ะคะ ลอเรน มิเชลอยากไปกับคุณคืนนี้ ”มิเชลแอลล่ามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเธอตาหวาน สบเข้ากับสายตาที่แสนเย็นชาเขียวขุ่นคู่นั้น ทำเอาเธอรู้สึกไม่แน่ใจในตัวเองแล้ว 

“ผมมีธุระ”

“นะคะ อยู่กับมิเชลคืนนี้ ถ้าธุระของคุณไม่สำคัญมาก” ดาราสาวยังคงออดอ้อนไม่ยอมแพ้ ขยับตัวไล้ฝ่ามือไปมาตามคาง ก่อนที่จะชะโงกหน้าขึ้นจูบเบาๆ อย่างเชิญชวน

“เอาไว้คราวหน้า” มือของลอเรนโซคว้ามือของอีกฝ่ายที่กำลังลูบใบหน้าของเขาเอาไว้แล้วผลักออก จากนั้นก็ยันตัวลุกขึ้นยืน 

“ให้คนไปส่งด้วย” เขาสั่งเสียงเรียบจนมิชาแอลล่าเดาใจไม่ถูก ไม่รู้จะดื้อดึงต่อไปดีหรือไม่ สุดท้ายก็ตัดสินใจยอมแพ้ 

“ก็ได้ค่ะ แต่อย่าลืมโทร.หามิเชลนะคะ” ดาราสาวพยายามรักษาระดับน้ำเสียงไม่ให้งอนมากเกินไป เพราะไม่อยากตอแยกับคนอย่างลอเรนโซสักเท่าไร ที่ทั้งนิ่งและเย็นชาจนน่ากลัว

“แล้วจะโทร.หา” เขาตอบอย่างไม่สนใจ ไม่มีการเอาใจใส่จากมาเฟียหนุ่ม แล้วก็สาวเท้าก้าวเดินออกไปเงียบๆ 

ลอเรนโซและจ๊าคเดินขึ้นมายังชั้นสาม ด้านบนของตัวคลับ ขณะที่ลอเรนโซเดินนำหน้า จ๊าคเดินตามหลังกำลังคุยโทรศัพท์

“สืบประวัติคนที่พวกนายเห็นด้วย” จ๊าคสั่งเสียงเรียบก่อนจะตัดสัญญาณโทรศัพท์

คลับนี้มีจ๊าคเป็นเจ้าของ นี่คือธุรกิจส่วนตัวของคนสนิทของลอเรนโซ นอกเหนือจากการทำงานให้มาเฟียหนุ่ม

ทันทีที่เปิดประตูเข้ามายังชั้นสามก็จะพบกับโซฟาชุดรับแขกสีดำหุ้มด้วยหนังแท้ชุดใหญ่กลางห้อง ทางด้านซ้ายมือมีบาร์ขนาดกลางไม้เนื้อแข็งสีดำตั้งอยู่ ส่วนทางด้านขวาตรงข้ามบาร์มีประตูใหญ่บานยักษ์ปิดสนิทอยู่ เป็นประตูทางเข้าไปสู่ห้องนอน ส่วนฝาผนังด้านหน้าถูกกรุด้วยกระจกทั้งแถบสำหรับมองลงไปยังด้านล่างของคลับได้ มีโต๊ะทำงานตัวใหญ่สีดำเข้าชุดกับเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดตั้งอยู่เบื้องหน้ากระจกนั้น

ลอเรนโซก้าวเดินเข้าไปด้วยฝีเท้าที่มั่นคง ร่างสูงโปร่งกำยำทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงาน จากนั้นก็หมุนเก้าอี้หันเข้าหากระจกเพื่อมองหาบางสิ่งอย่างใจจดใจจ่อ 

จ๊าคหาเครื่องดื่มให้นายของเขาอยู่หน้าบาร์ มือหยิบจับแก้วคริสตัลสองใบก่อนจะคว้าขวดวิสกี้ หลังจัดการเทวิสกี้ลงใส่แก้วแล้วก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ และยื่นแก้วใบหนึ่งให้คนที่นั่งอยู่

“ขอบใจ” ลอเรนโซพูด แต่สายตาไม่ละไปจากภาพตรงหน้าเลยสักนิด

ตืด.. 

ตืด.. 

ปรี๊ด.. 

เสียงเครื่องแฟกซ์ดังขึ้นฝ่าความเงียบขึ้นมา จ๊าคยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่แล้วขยับตัวเดินเข้าไปหยิบจับกระดาษขึ้นดู

“ว่ามาสิ” ลอเรนโซยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปากก่อนกระดกขึ้น

“เธอชื่อซันนี ออเบิร์น อายุยี่สิบสาม ยังโสด สัญชาติอังกฤษ เชื้อชาติไทย ทำงานเป็นผู้ช่วยดีไซน์เนอร์ให้กับห้องเสื้อ Schott & Co. ในลอนดอน มาดูงานที่อิตาลีกับเพื่อนชื่อเคที แม็คไกว์” จ๊าคอ่านรวดเดียวจนหยุด จากนั้นก็อ่านต่อออกมา “อีกคนชื่อเจสซิก้า อาร์ตีนี่ ทำงานให้กับหนังสือแฟชั่นแอดมิร่าเบลดีไซน์”

มุมปากของลอเรนโซขยับขึ้นยิ้ม แก้วในมือถูกแกว่งเล่นไปมาขณะที่จ้องมองหญิงสาวที่อยู่ด้านล่างอย่างใช้ความคิด

จ๊าคเดินเข้ามาหาพร้อมกับที่ในมือมีกระดาษแฟกซ์ นัยน์ตาสีเทาควันบุหรี่จับจ้องอยู่ที่กระดาษ แล้วรายงานต่อเสียงเรียบให้อีกฝ่ายฟัง

“ตอนนี้พวกเธอพักกันอยู่ที่โรงแรมมิลาโน ห้องหนึ่งสามหนึ่งศูนย์ มีกำหนดกลับอีกสองวัน” 

สายตาของคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้มีแววรื่นเริงขึ้นมาอีกนิด แก้วเหล้าถูกยกขึ้นจ่อที่ริมฝีปากอีกครั้ง จากนั้นวางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะ 

“เปิดห้องที่โรงแรมมิลาโนให้ด้วย”

“ครับ” จ๊าคขานรับพร้อมยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะว่าไม่เคยเห็นดอนหนุ่มของเขาจะเคยเป็นอย่างนี้มาก่อน 

“ยิ้มอะไร!?” ลอเรนโซถามโดยสัญชาตญาณว่าจ๊าคกำลังยิ้มอยู่ จากนั้นก็หันหน้าไปมองหน้านิดหน่อย แล้วก็หันสายตากลับไปมองที่เดิม

“แค่แปลกใจอะไรนิดหน่อยเท่านั้นครับ” จ๊าคยกหูโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้น หลังจากคุยอะไรอยู่สองสามประโยคก็วางหูโทรศัพท์ลงบนแป้น

“เรียบร้อยแล้วครับ” จ๊าครายงานเสร็จก็คว้าแก้วเปล่าของลอเรนโซขึ้นเดินไปยังบาร์เพื่อเติมวิสกี้ให้ 

ใช่ว่า.. จ๊าคจะแปลกใจ เขาเองก็ยังแปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมถึงได้สนใจผู้หญิงที่อยู่ข้างล่างนักหนา ตั้งแต่เขาเห็นเธอที่งานแฟชั่นโชว์แล้ว แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายจนกระทั่งมาเห็นที่นี่อีกครั้ง เธอทำให้เขาคิดถึงดวงตากลมโตที่มองมา มันทำให้ลอเรนโซติดใจในดวงตาคู่นั้นอย่างประหลาด ความต้องการอยากที่จะได้พวยพุ่ง สิ่งไหนที่เขาอยากได้.. เขาต้องได้!

จ๊าคเปิดขวดวิสกี้รสดีเก่าแก่สีเหลืองอำพันน่าลิ้มลองเทลงใส่แก้ว จากนั้นก็หันไปมองลอเรนโซอย่างแปลกใจ เมื่ออีกฝ่ายขยับตัวไปมาอย่างรวดเร็วบนเก้าอี้เหมือนกับว่ามีอะไรที่ดึงดูดความสนใจอีกฝ่ายอย่างแรงที่ข้างล่างนั้น 

ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งเขาและลอเรนโซจะเรียกได้ว่าเป็นทั้งเพื่อนและพี่น้องกันเลยก็ได้ เพราะว่าอีกฝ่ายไม่เคยแบ่งแยกสถานะกับเขาเลย มีแต่เขาเสียอีกที่นอบน้อมให้ ทั้งๆ ที่เขาก็แก่กว่าลอเรนโซอยู่สามปี สองของจ๊าคคว้าแก้วเหล้าที่ถูกเติมเสร็จแล้วขึ้นถือ จากนั้นก็เดินกลับมาหยุดยืนข้างเก้าอี้อีกครั้ง และยื่นส่งแก้วให้ผู้ที่นั่งอยู่ 

จ๊าคเบนสายตามองไปยังด้านล่างอีกคนแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

“ไม่เห็นจะแปลกอะไร..”

ภาพที่พวกเขากำลังเห็นนั้น มีหนุ่มๆ หน้าตาดีเข้าไปจีบทั้งสามสาว หัวเราะต่อกระซิกสนุกสนาน จ๊าคยืนพิจารณาหญิงสาวทั้งสามมานานแล้วเช่นกัน ตั้งแต่ที่ลุกออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนจะเป็นหนี และเขาก็รู้ด้วยว่ามีสายตาอีกคู่สนใจพวกเธออยู่เช่นกัน โดยเฉพาะสาวผมดำหน้าตาออกไปทางเอเชีย

เคที แม็คไกว์ สาวนิสัยร่าเริง ใจกล้า เสียงดัง คุยจ้ออยู่ตลอดเวลา เพราะการสนทนาทั้งหมด เธอครอบครองไว้เพียงผู้เดียว นัยน์ตาสีเทาควันบุหรี่ของจ๊าคจ้องมองผมยาวๆ เป็นลอนสีบลอนด์ทองยาวเคลียไหล่เปลือย ชุดแซกเกาะอกสีดำอวดโชว์เนินอกอิ่มจนใจของเขาสั่นระรัว แถมชุดแซกนั้นก็สั้นแค่เข่า เผยขาเรียวนวลกระจ่างตาอย่างที่ผู้ชายทุกคนต้องหันหลังกลับมามอง

ส่วนอีกคนที่จ๊าคเฝ้ามองอย่างสนใจเช่นกัน ก็เพราะดอนตระกูลเดอ ซีวานจ้องมองตาไม่กะพริบ สาวสวยเค้าโครงหน้าเอเชียแท้ ดูน่ารักอ่อนหวาน ผมยาวดำถึงกลางแผ่นหลัง ใบหน้านวลเปล่งปลั่ง จมูกโด่งเป็นสันน้อยๆ ริมฝีปากบางระเรื่อแดง คางเล็กจิ้มลิ้มดูน่าทะนุถนอมเอาใส่ไว้ในกรงแก้วซะมากกว่า 

ส่วนหญิงสาวอีกคน.. คนนี้เขามั่นใจว่าเธอเป็นคนอิตาลีร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็เพราะว่าโครงหน้าที่เปรี้ยวและคม ผมหยักเป็นลอนแดงยาวถึงบั้นท้าย ชุดลายดอกไม้สีแดงดอกใหญ่สไตล์ลาติน ยิ่งบอกเชื้อชาติของคนใส่ได้ดี

ลอเรนโซยังคงจ้องมองเหตุการณ์เบื้องล่าง แล้วแก้วที่อยู่ในมือก็ถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้ง ใบหน้าของเขาเงียบขรึมอย่างคนใช้ความคิด 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น