แสงจันทร์ของโรม

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 คนไทยน่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 ส.ค. 63

 

“ซันนี! ทำไมเธอดูไม่เหมือนคนแถบยุโรปเลย เธอดูเหมือนพวกเอเชียมากกว่า” เจสซิก้าถามขึ้นมาตอนหนึ่งในระหว่างการสนทนา 

“มันก็แน่อยู่แล้วล่ะ เพราะว่าซันนีเป็นคนเอเชียน่ะสิ คนไทยน่ะ” เคทีตอบแทน ส่วนอาทิตยาก็ได้แต่ยิ้มเท่านั้น เพราะรู้จักกับเคทีมาตั้งแต่เด็ก เคทีคือเพื่อนคนแรกของเธอเลยทีเดียว เพราะเป็นลูกติดจากแม่คนไทยที่มาแต่งงานกับหนุ่มชาวอังกฤษ โดยที่พ่อเลี้ยงไม่รังเกียจเธอ แถมรักเธอเหมือนลูกจริงๆ เสียอีก

อาทิตยามองเคทีที่กำลังคุยจ้อกับเจสซิก้าอย่างสนุกสนาน ทั้งๆ ที่เพิ่งจะรู้จักกันได้เมื่อเจ็ดชั่วโมงที่แล้วนี้เอง

“ฉันจะไปห้องน้ำ” เจสซิก้าเอ่ยขึ้น มองอาทิตยาและเคทีเหมือนอยากจะถามว่าจะไปด้วยไหม แล้วขยับตัวลุกขึ้นยืน

“ฉันไปด้วย” เคทีลุกตามพลางหันมาถามอาทิตยา

“อืม.. ไม่ล่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าตอบ และถามกลับ “จะให้ฉันสั่งเครื่องดื่มเพิ่มเลยไหม”

“โอเคจ้า” เคทีตอบยิ้มร่า แล้วทั้งคู่ก็เดินออกไป

หลังจากที่สั่งเครื่องดื่มเพิ่มกับบริกรเรียบร้อยแล้ว ก็กวาดสายตามองการตกแต่งของคลับแห่งนี้ ซึ่งจัดได้มีรสนิยมอย่างมากในความคิดของเธอ บรรยากาศแบบสบาย เป็นกันเอง เสียงเพลงแผ่วเบาหวาน แถมแสงไฟก็ไม่มืดมากจนเกินไป มันสว่างแบบพอดีเลยด้วยซ้ำ ระเรื่อยสายตาจนมาปะทะเข้ากับสายตาคู่หนึ่งอย่างจัง ซึ่งสะกดให้เธอมองเขา สายตาเข้มของชายคนนั้นที่กำลังมองมายังเธอ ทำให้เกิดอาการรู้สึกอึดอัดร้อนๆ หนาวๆ อย่างประหลาดเหมือนกับจะเป็นไข้ และหายใจไม่ทั่วท้องอย่างไรชอบกล

แต่เอ๊ะ เขา! จำได้แล้ว ลอเรนโซ เดอ ซีวาน คนที่เคทีชี้ให้ดูที่งานแฟชั่นโชว์นี่ และเขาก็กำลังนั่งอยู่กับดาราสาวคนนั้น

เธอมองเห็นดาราสาวกำลังคลอเคลียชายหนุ่มเหมือนลูกแมวตัวน้อยขนปุย มองขาเรียวๆ ที่ใครๆ ก็อยากได้ พาดอยู่บนตักของอีกฝ่าย มือเรียวของดาราสาวกำลังลูบไล้แผงอกกว้าง สอดเข้าไปด้านใน จนอาทิตยารู้สึกเขินกับภาพๆ นั้น

ลอเรนโซจ้องมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านิ่ง ดวงตาของเธอกลมโตจ้องมองเขาอย่างไม่วางตา อารมณ์ดีๆ ที่มีไม่บ่อยครั้งนัก กำลังเกิดขึ้นกับเขาในตอนนี้ ถึงขนาดใช้ปลายลิ้นตวัดเล่นไล้เลียติ่งหูของสาวข้างกาย แต่สายตายังคงจับจ้องมองอยู่ที่อีกคน 

การกระทำของลอเรนโซ ทำให้อาทิตยารู้สึกสั่นสะท้าน เหมือนกับอีกฝ่ายกำลังทำกับเธอ จนกระทั่งเผลอลืมตัวตวัดปลายลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเอง ในขณะที่สายตายังคงไม่ได้ละไปจากเขา

อาทิตยาไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำนั้นเป็นการจุดประกายไฟแห่งความต้องการในตัวของลอเรนโซออกมาอย่างเงียบๆ

“มองอะไร ซันนี!” เสียงถามของเคทีดังขึ้นอยู่ข้างๆ ทำให้อาทิตยาสะดุ้ง หลุดจากภวังค์ทันที

“มะ.. ไม่ได้มองอะไร ก็มองไปเรื่อยๆ” เธอไม่กล้าหันหน้ากลับไปมองฝั่งตรงข้าม จนกระทั่งเคทีนั่งลง

“เจสซิก้า..” เธอถามหาเพื่อนอีกคนเมื่อเห็นเคทีกลับมาคนเดียว

“เธอเจอเพื่อนเลยอยู่คุย เดี๋ยวก็คงมา”

บริกรหนุ่มนำเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟพอดี

“ขอบคุณค่ะ” เคทีเงยหน้าส่งยิ้มหวานกับบริกรหนุ่มรูปหล่อ

“ที่อิตาลีนี้มีแต่หนุ่มหล่อๆ ทั้งนั้น” เคทียิ้มอย่างถูกใจ หลังจากที่บริกรรูปหล่อไปแล้ว 

“เคที เมื่อกี้ฉันเห็นชายในฝันของแก” อาทิตยาบอกเสียงเบา คิดว่าเคทีต้องอยากรู้แน่นอน

“ใคร?” คู่สนทนาถามอย่างสนใจ

“ลอเรนโซ เดอ ซีวานพร้อมด้วยคู่ควงของเขา” ทันทีที่บอกเคทีออกไป

“จริงเหรอ ไหน” เคธีถามกลับอย่างสนใจ มองซ้ายมองขวา

“นั่งอยู่ด้านในข้างโต๊ะเราไง!” หญิงสาวบอกโดยไม่หันกลับไปมอง

เคทีมองตรงๆ จนทำให้อาทิตยากลัวขึ้นมา ถ้าเกิดนายมาเฟียนั้นเกิดไม่พอใจ คงเป็นเรื่องแน่ แค่นึกถึงสายตาของชายหนุ่มที่มองมายังเธอนั้น อาการหนาวๆ ร้อนๆ สั่นสะท้านก็แล่นขึ้นมาตามร่างกาย จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นความกลัว

“ไม่เห็นมีใครเลย” เคทีบอกอย่างนั้น จนทำให้อาทิตยาต้องหันไปมองตรงๆ ไม่มีจริงๆ ด้วย ไปเร็วอะไรอย่างนี้ ความรู้สึกโล่งอกเข้ามาแทนที่โดยไม่รู้ตัว

“พวกเขาคงไปกันแล้วกระมัง” เธอบอกพร้อมกับกวาดสายตามองหา

“คุยอะไรกันอยู่จ๊ะ เจสซิก้าถามขึ้นเมื่อมาหยุดยืนข้างๆ โต๊ะแล้ว

“ก็กำลังคุยกันถึงสุดหล่อ อันตราย.. ลอเรนโซ” เคทีลากเสียงบอกเสียจนเหมือนนักประกาศข่าวอย่างไงอย่างงั้น

“จริงหรือ ไหนล่ะ” เจสซิก้าถาม 

ให้ตายสิ! เธอถามเหมือนเคทีเปี๊ยบเลย

“ไปแล้วล่ะ” อาทิตยาตอบ ในขณะที่หยิบแก้วมาตินี่ขึ้นจรดริมฝีปาก

“เฮ้ย! นั่นแพททริก เมย่อนเซ่นนี่ ว้าว.. หล่อ สุดยอดเลย” เคทีบอกเสียงแหลม โรคเก่ากำลังกำเริบอีกแล้ว โรคบ้าคนหล่อนี่ ทำให้อาทิตยากับเจสซิก้าหันไปมองตามมือของเคทีทันที

“ใช่! นายแบบสุดหล่อชื่อดังแห่งปี” เจสซิก้าขยับตัวลงนั่ง

“และเขาก็เป็นคนอิตาลีเสียด้วย” อาทิตยากล่าวต่อ เท่าที่เธอรู้ก็มีแค่นี้ ส่วนเคทีก็ได้แต่มอง เพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลย

“ใช่จ้ะสาวๆ แต่เขาเป็นเกย์” คำต่อมาของเจสซิก้าทำเอาเคทีที่กำลังมองชายหนุ่มอยู่หันกลับมามองคนพูดตาโต

“จริงหรือ..” ถามอย่างไม่อยากเชื่อ

“จริงสิ” เจสซิก้ายิ้ม

“โธ่! โลกช่างไม่ยุติธรรมเลย” เป็นอีกครั้งที่เคทีรำพันอย่างเสียดาย


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น