หนี้ดอกรัก

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 เลิกรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    4 ก.พ. 63


 


 

ในห้องเช่าแห่งหนึ่งที่สาลิกาลงทุนเช่าเป็นรายเดือน หลังจากที่ทั้งคู่รู้แล้วว่าองค์อินทร์กลับมาจากต่างประเทศอย่างกะทันหันจากแม่ของขจร แรกต่างตื่นตกใจเป็นอย่างมาก จากนั้นก็พากันสงบจิตสงบใจ และเริ่มปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกกันอย่างเคร่งเครียด

“สาจะเลือกใคร สาเลือกเขาใช่ไหม” ขจรถามอย่างออดอ้อนออเซาะ ด้วยว่าไม่ยอมที่จะเลิกรากับสาลิกาแน่ๆ เพราะได้ทั้งตัวทั้งเงินฟรีๆ แบบนี้ เป็นใคร ใครจะไม่เอา

สาลิกาหมดรักองค์อินทร์แล้ว และกำลังหลงรักขจรอย่างหัวปักหัวปำ เพราะขจรเป็นผู้ชายช่างเอาอกเอาใจ และปากหวานพูดเพราะ ส่วนเรื่องบนเตียงก็ทำให้มีความสุขเป็นอย่างมาก แม้จะคุยผ่านโทรศัพท์มือถือกับองค์อินทร์อยู่ทุกวัน แต่ความใกล้ชิดทางร่างกายห่างไกล ไฟสิเน่หาที่มีย่อมจืดจางลง คนอยู่ใกล้ก็ย่อมที่จะชนะคนที่อยู่ไกลกว่า

“สาเลือกตัวเอง.. พวกเราจะอยู่ด้วยกัน” สาลิกาตอบออกไปอย่างไม่มีลังเล

“แต่ว่านะ พวกเราไม่มีงานทำ ถ้าพวกเราไปอยู่ที่อื่นกัน ต้องมีเงินติดตัวไปด้วย..” ขจรเป็นห่วงอนาคตของตัวเองเป็นที่สุด เขากลัวความลำบาก อดอยาก หรือไม่มีเงินใช้

“สามีเงินอยู่ในธนาคารอีกหลายแสน รถกระบะคันนั้นก็เป็นของสา แต่ว่าที่ดินที่ปลูกบ้านเป็นชื่อของพี่อินทร์..” สาลิกาบอกประหนึ่งว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอมีเงินก้อนหนึ่งติดตัวไปด้วย

“สาขอให้พี่อินทร์โอนที่ดินให้เป็นชื่อของสาสิ” ขจรยุแยงด้วยความโลภ

“อืม..” สาลิกาครุ่นคิด

ขจรอ้าปากจะพูดยุแยงอะไรอีก แต่โทรศัพท์มือถือของเขาส่งเสียงดังขึ้นมาขัดเสียก่อน เมื่อเห็นว่าเป็นมารดาโทร.มาหาก็รีบกดปุ่มรับสาย ด้วยว่าอยากรู้ว่าทางโน้นเป็นยังไงบ้าง

“ไอ้ขจร.. ไอ้อินทร์มันรู้แล้วนะว่าเมียมันมีชู้กับเอ็ง มันยังบอกว่าจะฆ่าเอ็งด้วย โชคดีที่ข้าโทร.ไปบอกเอ็งก่อนว่าไม่ต้องกลับบ้าน ว่าแล้วเชียว! ..ที่มันกลับมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ที่แท้ก็มีคนไปบอกมัน!”

“ใครบอก!? นังรักใช่ไหมแม่! มันเคยบอกฉันว่าจะไปฟ้องพี่อินทร์ นังรักเป็นคนไปบอกใช่ไหมแม่..” ขจรโทษว่าเป็นน้องสาวในทันที เพราะยังจำคำพูดของดอกรักที่พูดเอาไว้กับตนได้

“นังรักหรือ.. เดี๋ยวกูถามมันก่อน!”

ขจรฟังมารดาตะโกนถามดอกรักด้วยความไม่พอใจ ซึ่งดอกรักก็เถียงกลับมาว่าไม่ได้เป็นคนบอก อีกทั้งพูดจาเหน็บแนมกลับมาอีกว่า.. คนทั้งหมู่บ้านต่างรู้กันหมดแหละว่าพี่ขจรเป็นชู้กับพี่สา ถ้าจะมีใครไปบอกพี่อินทร์ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

“มันบอกว่าไม่ได้บอก” อังกาบหันกลับมาคุยโทรศัพท์กับลูกชายต่อ

“แม่ง.. ไอ้หมาตัวไหนคาบข่าวไปบอกว่ะ” ขจรด่าด้วยความเกรี้ยวกราด ทั้งผู้หญิงทั้งเงิน เขาอยากได้ทั้งสองอย่าง เมื่อไม่นานมานี้.. สาลิกาบอกว่าจะออกบิ๊กไบค์ให้เขาขี่ ตอนนี้คงอดเสียแล้ว

“เอ็งยังไม่ต้องกลับบ้าน แล้วนังสามันเอายังไงกับเอ็ง” อังกาบถามกลับ

“จะหนีไปด้วยกันแม่ แต่สาต้องกลับไปเอาบัญชีธนาคาร สมุดรถ และรถกระบะก่อน”

“แล้วลูกมันล่ะ”

“ไม่เอาไปด้วยหรอก”

สาลิการอจนขจรตัดสัญญาณโทรศัพท์ ตอนนี้ทั้งสองต่างนุ่งผ้าขนหนูคนละผืน เนื่องจากเพิ่งเสร็จกิจรักไปไม่นาน ขจรนั่งอยู่บนขอบเตียง ส่วนสาลิกายืนอยู่

“พี่อินทร์รู้แล้วว่าเราเป็นชู้กัน มีคนเอาไปบอกแก ไอ้หน้าไหนวะที่มันปากหมา เสือกยุ่งเรื่องของชาวบ้านเสียจริง! กูรู้ว่ามันเป็นใคร กูจะเอามันให้ตายเลย” ขจรหัวฟัดหัวเหวี่ยงเป็นอย่างมาก

“ไม่ใช่นังรักหรือที่ไปบอก” สาลิกาถามอย่างมีอคติ เพราะดอกรักมักจะมองตรงมาด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ยอมเลี้ยงลูกสาวให้เป็นอย่างดี

“ไม่ใช่ นังรักมันบอกว่าไม่ใช่มัน แล้วเราจะทำยังไงกันดี บอกแม่ไปแล้วนะว่าจะหนีไปด้วยกัน”

สาลิกาเม้มปากครุ่นคิด แต่แล้วก็สะดุ้งน้อยๆ เมื่อคราวนี้เป็นโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่ส่งเสียงดังขึ้นมา ในที่สุดองค์อินทร์ก็โทร.มาหาจนได้ หลังจากที่อดกลั้นเอาไว้ ด้วยว่าจะมาจับให้ได้อย่างคาหนังคาเขา แต่กลับไม่พบทั้งสาลิกาและขจรทั้งสองบ้าน ในที่สุดเขาก็โทร.ตามเมียให้กลับมาพูดคุยด้วยว่าจะเอายังไงกันต่อไป

ขจรสะดุ้งตามและถามขึ้น

“ใครหรือ..”

“พี่อินทร์โทร.มา”

“สากลับไปเอาบัญชีธนาคาร สมุดรถ และรถกระบะออกมา เราจะหนีไปด้วยกัน” ขจรยังคิดถึงเงินเป็นหลัก เมื่อจะหนีไปด้วยกัน ก็ต้องมีทุนรอนในกระเป๋าก่อน

สาลิการู้อยู่เช่นกันว่าไม่มีเงินก็หนีไปไหนไม่ได้ไกล สุดท้ายก็พยักหน้ารับ แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นได้ เรื่องลูกสาวของตัวเองจะเอายังไง ไม่เอาไปด้วยจริงๆ หรือ

“แล้วลูกล่ะ จะเอายังไงกับลูกดี”

“ก็ทิ้งเอาไว้ให้พี่อินทร์เลี้ยงสิ” ขจรไม่คิดเอาเด็กไปถ่วงแข้งถ่วงขาของตัวเองหรอก แถมลูกแพร์ก็แค่สองขวบเอง ต้องมีคนเลี้ยงดูอยู่ตลอดเวลา เขาไม่เอาหรอก

“อืม.. ถ้าเกิดพี่อินทร์กลับไปทำงานที่ต่างประเทศล่ะ..” สาลิกายังเป็นห่วงลูกสาวอยู่บ้าง แม้ทุกวันนี้จะติดผู้ชายมากกว่าก็ตาม

“จริงสิ เอาอย่างนี้ดีกว่า..” ขจรยิ้มขณะประกายตาแฝงความโลภ อีกทั้งยังดึงสาลิกาที่นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวให้ลงมานั่งบนตักของเขาอีกด้วย

“อะไรหรือ..” สาลิกายังปล่อยให้องค์อินทร์รออยู่ที่ปลายสาย เสียงเรียกเข้ายังดังอยู่อย่างไม่ยอมหยุด ตอนนี้ความสนใจของสาลิกาอยู่ที่ขจรมากกว่า

“สาบอกเลิกกับพี่อินทร์ และเอาลูกมาเลี้ยง จากนั้นก็ขอเงินค่าเลี้ยงดูจากพี่อินทร์ทุกเดือน และขอบ้านกับที่ดินเอาไว้ให้ลูกด้วย ให้พี่อินทร์โอนที่ดินเป็นชื่อของสา”

สาลิกาเป็นเมียองค์อินทร์ตั้งแต่อายุยี่สิบเอ็ด ปัจจุบันอายุยี่สิบแปด องค์อินทร์เป็นคนนิสัยยังไงรู้อยู่แก่ใจ เป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง และไม่ใช่คนใจดำ บางทีถ้าพูดกันดีๆ อาจจะได้อย่างที่ขจรบอกก็ได้ หลังจากครุ่นคิดชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้ารับ

“ตกลง สาจะพูดกับพี่อินทร์”

“เขาจะรอตัวเองอยู่ที่นี่นะ” ขจรยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกไปถึงรูหู ในใจกระดี๊กระด๊า เพราะอาจจะได้เงินก้อนโตมาใช้ เขายังรอบิ๊กไบค์จากสาลิกาอยู่

“อืม..” สาลิกาพยักหน้าก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืน จากนั้นก็กดปุ่มรับสายขององค์อินทร์ สีหน้าและท่าทางแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันใด

องค์อินทร์ที่รอให้เมียรับสายอยู่ตัดสินใจเลือกทางหนึ่งแล้วเช่นกัน ทันทีที่เมียรับสาย เขาพูดออกไปเสียงปกติ ไม่ได้เกรี้ยวกราดอะไร

“อยู่ที่ไหน?”

“ออกมาซื้อของ”

“อยู่กับใคร?”

สาลิกาหันไปมองขจรที่เริ่มหยิบเสื้อผ้ามาแต่งตัว เมื่อหมดรักองค์อินทร์แล้ว ย่อมที่จะต้องตามติดขจรเป็นปลาหมึก แต่ก็โกหกออกไป

“อยู่คนเดียว”

“กลับมาบ้านเดี๋ยวนี้”

“พี่อินทร์.. ฉันมีอะไรจะคุยด้วย”

“มีเหมือนกัน”

“โอเค ฉันจะรีบกลับบ้าน”

สาลิกากลับไปยังหมู่บ้านด้วยรถมอเตอร์ไซค์ของขจร จึงต้องนำรถมอเตอร์ไซค์ไปจอดคืนที่บ้านของอังกาบก่อน เมื่ออังกาบกับดอกรักเห็นเข้า อังกาบก็พูดขึ้นมาในทันที

“ไอ้อินทร์กลับมาแล้ว”

“รู้แล้วแม่”

“แล้วตอนนี้ไอ้ขจรมันอยู่ที่ไหน” อังกาบยังไม่รู้ว่าสาลิกาได้เช่าห้องห้องหนึ่งเอาไว้ รู้แต่ว่าทั้งสองชอบพอกันจนสาลิกามอบเงินมอบทองให้ แต่ก็พอรู้แหละว่าทั้งสองมีอะไรกันแล้ว

“ห้องเช่าในเมืองแม่”

“อ๋อ.. ให้มันหลบอยู่ที่นั่นก็ดี ไอ้อินทร์มันบอกว่าจะฆ่ามัน!”

“ฉันจะเลิกกับพี่อินทร์ ฉันไปก่อนนะแม่”

ดอกรักที่ฟังอยู่ทั้งส่ายหน้าและถอนหายใจ พอเห็นมารดาเดินตามหลังสาลิกาไป เพื่อไปดูเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นที่บ้านหลังโน้น จึงเดินตามไปด้วยความอยากรู้เช่นกัน อีกทั้งรีบหมุนตัวไปหยิบข้าวของของหนูน้อยที่เตรียมเอาไว้เพื่อนำไปคืน

สาลิกาตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกกับองค์อินทร์แน่ แม้ความสุขสบายตรงหน้าก็ยังรั้งเอาไว้ไม่ได้ ทันทีที่เข้าไปในตัวบ้านและเห็นสามีตัวเป็นๆ ความลังเลปรากฏขึ้นมาในใจวูบหนึ่ง ความกลัวแทรกเข้ามาอีกเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าจะไปอยู่กับขจร

องค์อินทร์มีท่าทางสงบ แต่ภายใต้ความสงบเต็มไปด้วยความดุดันและเด็ดขาด เขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาเช่นกัน แต่เอาอกเอาใจผู้หญิงไม่เป็น และคำหวานไม่เคยมีออกมาให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ เขาถามออกไปทันทีที่เห็นสาลิกาปรากฏตัว ในมือของสาลิกามีของที่บอกว่าไปซื้ออีกด้วย

“จะเอายังไง..”

“เลิก พี่อินทร์ดีเกินไป”

“ดีเกินไป” องค์อินทร์ถึงกับเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยตัวเองออกมา เขารู้หรอกว่าระยะทางที่ห่างไกล ทำให้เมียนอกใจเขา

“ใช่ ฉันมีชู้ ฉันจะไปอยู่กับขจร แล้วก็ลูกแพร์.. ฉันจะเอาไปเลี้ยงนะ” สาลิกาทำตามแผนการที่ขจรบอก เพราะเงินทองเป็นของที่ต้องมี

“อยากไปก็ไป แต่ไม่ให้ลูกแพร์ไปด้วย พี่จะเลี้ยงเอง”

“พี่อินทร์จะเลี้ยงเองได้ยังไง จะไม่กลับไปทำงานที่แคนาดาแล้วหรือ..” สาลิกาถามกลับออกมาในทันใด การที่องค์อินทร์ไปอยู่ไกลๆ ย่อมที่จะดีกว่าอยู่ใกล้ๆ อย่างแน่นอน อีกอย่าง.. แล้วอย่างนี้จะขอให้ส่งค่าเลี้ยงดูกับโอนที่ดินเป็นชื่อของตัวเองได้ยังไงกัน

“ไม่ไปแล้ว จะกลับมาอยู่บ้านเลี้ยงลูก!”

“ฉัน..”

“อยากไปก็ไป ไปเลย ไปแล้วไม่ต้องกลับมา”

สาลิกาชะงักไปด้วยว่าถูกไล่อย่างไม่มีเยื่อใย ฉับพลันความโกรธก็พุ่งขึ้นมา กระทั่งท่าทางและน้ำเสียงก็แข็งกระด้างมากขึ้น

“ฉันจะเลี้ยงลูกเอง!”

“จะเลี้ยงลูกเอง.. ไปอยู่กับผัวใหม่ เอาไปเป็นภาระทำไม”

“พี่อินทร์! ฉันเป็นแม่นะ ฉันจะเลี้ยงลูกเอง”

“มีปัญญาหาเงินเลี้ยงลูกหรือ.. ทุกวันนี้ใครกันที่หาเงินเลี้ยงครอบครัว” องค์อินทร์สวนกลับท่าทางเด็ดขาด นี่คือสิ่งที่เขาตัดสินใจ เลิกกันไป ส่วนลูกสาวจะเลี้ยงเอง “ถ้าอยากจะไป.. ไปคนเดียว จะเลี้ยงลูกเอง”

“ฉันจะเอารถกระบะไปด้วย รถกระบะเป็นชื่อฉัน”

“ก็เอาไปสิ อยากได้ก็เอาไป”

สาลิกากระแทกส้นเท้าเดินเข้าห้องนอนแล้วคว้ากระเป๋าใบใหญ่มาเก็บเสื้อผ้าและข้าวของมีค่าต่างๆ อย่างรวดเร็ว ตอนนี้อยากไปจากที่นี่มาก แม้กระทั่งจะหยุดมองหน้าลูกสาวก็ไม่ทำ

องค์อินทร์มองเมียที่เคยรักกันขับรถกระบะจากไปด้วยสายตาเย็นชา ที่หน้าบ้านเพื่อนบ้านมามุ่งดูเหตุการณ์อยู่ ในนั้นมีอังกาบกับดอกรักอยู่ด้วย แต่แล้วอังกาบก็หลบฉากหนีไปอย่างไม่อยากที่จะมีเรื่องด้วย ส่วนดอกรักนั้นยังยืนอยู่ เนื่องจากจะเอาข้าวของของหนูน้อยมาคืนให้กับเขา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #2 tutue (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:49

    สังคมฟอนเฟะ มีชู้ไม่ละลาย.จะเอาของเค้าอีก

    #2
    0