หนี้ดอกรัก

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 คิดรวบหัวรวบหาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 266
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    21 ก.พ. 63

องค์อินทร์หันไปมองดอกรักที่เดินนำลูกสาวไปที่ประตูบ้าน จากนั้นก็หยิบรองเท้ามาใส่ให้เดินแทนที่จะอุ้ม เสียงพูดของดอกรักดังอย่างเจื้อยแจ้วมีชีวิตชีวาขณะหยิบลูกโป่งสีแดงใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกงขาสั้นแล้วเป่าจนลูกโป่งมีขนาดใหญ่ขึ้นมา

“นี่ลูกโป่ง.. เดี๋ยวเป่าให้”

“เย่..”

“มันอยู่ในขนมโก๋ แถมมา อ้าว.. จะไปไหน”

“นม..”

“อ้อๆ เดี๋ยวน้าไปหยิบมาให้”

พลับพลึงที่รอคำตอบจากองค์อินทร์อยู่ยิ่งมีสีหน้าบูดบึ้ง เพราะองค์อินทร์กำลังมองอยู่ที่ดอกรัก และมองดอกรักที่เดินเข้ามาหยิบขวดนมให้กับหนูน้อย

“พี่อินทร์จ้างฉันแทนเถอะ ฉันว่าง”

องค์อินทร์ดึงสายตากลับมาที่พลับพลึง และตอบอย่างไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยว่า จะจ้างพลับพลึงมาเลี้ยงลูกสาวแทนดอกรัก

“ตกลงกับรักไปแล้ว จะกลับคำพูดได้ยังไง”

“พี่อินทร์จ้างวันละเท่าไหร่?” พลับพลึงยังไม่ยอมแพ้ ถ้าอีกฝ่ายบอกจำนวนเงินมา ตนจะบอกให้ถูกลง เพื่อให้อีกฝ่ายเลือกตน

“วันละสองร้อย”

“ฉันเอาร้อยห้าสิบ!”

ดอกรักยังได้ยินบทสนทนาอยู่ เพราะยังยืนอยู่ที่บริเวณหน้าบ้าน เธอคิดอยู่ในใจว่าพลับพลึงนี่ใจกล้าและหน้าด้านมากที่พูดตัดราคาออกมาตรงๆ อย่างไม่เกรงใจกัน แต่คำตอบขององค์อินทร์ก็คือปฏิเสธอีกเช่นเคย

“จ้างรักดีกว่า ลูกแพร์ติดรัก”

ดอกรักได้คำตอบแล้วลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นก็เดินนำหนูน้อยออกไปด้วยความรื่นเริง หนึ่งโต หนึ่งเล็ก ต่างวิ่งแข่งกันไปข้างหน้าพร้อมเสียงหัวเราะสดใส

“มาเร็ว ใครวิ่งเร็วกว่า..”

“หนู.. หนู..”

“น้าต่างหาก..”

“คิก.. คิก..”

“ตีลูกโป่งไปโน่นแล้ว”

“กรี๊ด..”

“เวลาปวดฉี่ต้องบอกน้านะ!” ดอกรักไม่ได้ใส่ผ้าอ้อมให้ลูกแพร์ เพราะหลังจากที่ได้พูดกับองค์อินทร์ออกไป ก็ตัดสินใจถอดออกให้เลย ขณะที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งอยู่บนถนนกันอยู่นั้น พลันมีเสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้น ซึ่งคนที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาก็คือลูกชายของผู้ใหญ่เทอญที่ชื่อชาญ เขาแก่กว่าดอกรักสองปีและเพิ่งเรียนจบประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีนี้เอง ชาญจอดรถมอเตอร์ไซค์อยู่ข้างๆ แล้วถามขึ้น

“รัก.. พี่สากับพี่ขจรหนีตามกันไปหรือ”

“เปล่า!”

“อ้าว.. พี่ได้ยินว่าพี่อินทร์กลับมาเมื่อวาน”

“ใช่.. พี่อินทร์กลับมาเมื่อวาน พี่อินทร์กับพี่สาเลิกกันด้วยดี แล้วพี่สาก็ไปอยู่กับพี่ขจรที่อื่น” ดอกรักพูดแล้วหันไปอุ้มลูกแพร์เอาไว้ไม่ให้วิ่งหนีไปไหนจนเกิดอันตรายขึ้นมา

ชาญต้องตาต้องใจดอกรักนานแล้ว ลูกชายผู้ใหญ่เทอญคนนี้หน้าตาดูได้ และคิดเรื่องแต่งงานอยู่ แต่ยังไม่กล้าเอ่ยปากกับดอกรัก เนื่องจากฝ่ายสาวดูยังไม่มีใจให้

“พี่สาไม่ได้เอาลูกไปด้วย..” ชาญมองไปที่ลูกแพร์ราวกับจะถาม.. การแยกทางในครั้งนี้ ลูกแพร์อยู่กับพ่อ

“ไม่ได้เอาไป พี่อินทร์จะเลี้ยงเอง..” ดอกรักพูดแล้วหันไปมองหน้าหนูน้อยด้วยความสงสารที่ครอบครัวต้องมาแตกแยกด้วยน้ำมือพี่ชายของเธอ

“พี่ขจรทำแบบนั้น พี่อินทร์ไม่โกรธรักไปด้วยหรือ” ชาญสงสัยขึ้นมา

“ไม่โกรธ จ้างเลี้ยงลูกแพร์ด้วย”

“อืม..”

องค์อินทร์ที่ตามหลังออกมาหาทั้งสอง ส่วนพลับพลึงนั้นก็แยกกลับไปพร้อมกับความผิดหวัง เขากำลังมองดอกรักที่อุ้มลูกสาวคุยผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งคร่อมเบาะรถมอเตอร์ไซค์อยู่กลางถนน พอเห็นหน้าอย่างชัดเจนว่าเป็นใคร นั่นคือลูกชายของผู้ใหญ่เทอญ ความรู้สึกไม่ยินยอมที่จะถูกแย่งดอกรักไปปรากฏอยู่ในอก และเสียงในใจของเขาร้องเตือนขึ้นมาว่า.. ต้องหาทางรวบหัวรวบหางดอกรักแล้ว

-------

ไปลงอีบุ๊กที่เมพแล้วค่ะ ถ้าถูกใจเนื้อหา ก็ฝากโหลดหน่อยนะคะ

โปรโมชั่น 7 วัน 99 บาทค่ะ (ราคาปกติ 129 บาท) ประหยัดไป 30 บาทเชียวนาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น