นิยายรักสองเรา

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 อ่านนิยายด้วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    21 ต.ค. 61


ภูประพันธ์ มิเลอร์ หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกาเลิกคิ้ว เรือนร่างสูงใหญ่ที่มีผิวกายขาวยืนอยู่ในอาณาเขตบริเวณบ้านของตัวเอง ที่ตั้งติดอยู่กับอาณาเขตรีสอร์ตของวินธัย เมื่อเห็นเธอสะบัดหน้าหนีไปอย่างบึ้งตึง ล้มตัวลงนอนแล้วหันหลังให้ ดวงตาคู่คมประกายกล้าทอดมองไปที่บั้นท้ายหนั่นเนื้อ และปลีขาเรียวยาวที่โผล่พ้นขอบกางเกงยีนตัดขาเองแทน
“อะไร อย่าบอกว่าพักอยู่ที่รีสอร์ตนี้ด้วยนะ!” เธอบ่น สมาธิอ่านนิยายแตกกระเจิงเพราะหนุ่มรูปหล่อ หน้าออกฝรั่ง รูปร่างดี แต่ปากไม่ดี “สงสัยผู้หญิงกลับประเทศตัวเองไปแล้ว เห็นว่ายน้ำอยู่คนเดียว
แทนที่ภูประพันธ์จะเดินขึ้นบ้านไปอาบน้ำจืดและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เขาเข้าไปหาเธอ ได้ยินคำบ่นภาษาไทย แล้วเธอก็หันมามองเขาเมื่อรู้ว่ามีใครคนหนึ่งเข้ามายืนอยู่ใกล้ๆ
พรรัตนาลุกพรวดขึ้นมาเป็นนั่ง ปลายคางเชิดขึ้นขณะตามองตากัน เพราะเขายืน ส่วนเธอนั่ง
ชั่ววินาทีที่ไม่มีใครพูดอะไร ภูประพันธ์มองสีหน้าบึ้งๆ นั้นแล้วก็มองไปที่หนังสือนิยาย นิ้วโป้งของเธอยังคั่นอยู่ระหว่างหน้าหนังสือที่อ่านไปได้ห้าสิบกว่าหน้า เพราะเมื่อวานตอนเย็น ที่เขาเห็นเธอแสดงท่าทางทะนุถนอมหนังสือนิยายเล่มนี้นัก แถมทำท่าร้องไห้ที่มันเปรอะเปื้อน กิริยานั้นกำลังดูดเขาเข้าไปหาเธอ เพราะเขาคือผู้เขียน P.U.Writer ถูกแปลงมาจากภูประพันธ์
“อะไร!?” เธอถามเขาเป็นภาษาอังกฤษห้วนๆ จากนั่งอยู่ก็เปลี่ยนขึ้นมาเป็นยืนอย่างระวังตัว และถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างตั้งท่าเตรียมต่อสู้
พรรัตนาไม่เคยเกิดอาการสั่นกับผู้ชายคนไหน หล่อระดับเทพอย่างจีรศักดิ์ แถมให้โอบบ่าเมื่อวานก็ยังไม่มีอาการนี้ปรากฏ แต่กับคนตรงหน้า ใจเธอเต้นแรงผิดปกติ ท้องไส้ปั่นป่วน หายใจติดขัด ส่วนตาพยายามมองอยู่ที่ใบหน้า เพราะขืนมองลงมาที่แผงอกบึกบึน หน้าท้องปราศจากไขมันส่วนเกิน และกางเกงเซิร์ฟที่เปียกแนบกาย เขาอาจจะหาว่าเธอเป็นคนลามก ไหนว่าไม่ใช่สเป็ก ทำไมถึงได้มองด้วยสายตาสำรวจแบบนั้น
“อะไร!?” เธอถามด้วยภาษาอังกฤษอีก “มีอะไรกับฉัน!?”
“เพราะนิยายเล่มนั้น!” เขาพูดเป็นภาษาไทยขณะชี้นิ้วมาที่หนังสือ
“คุณอ่านนิยายด้วยหรือ?” เธอตาโต ประหลาดใจสองคำรบ
“ใช่ ฉันมีนิยายเล่มนั้น สภาพใหม่เอี่ยม ถ้าเธออยากได้ ฉันให้แทนเล่มเมื่อวานที่เปรอะ”
อารมณ์พาลของพรรัตนาหายไปกับสายลม เมื่อเขาเข้ามาดี ไม่ได้มาร้าย แถมอ่านนิยายของ P.U.Writer เหมือนเธอ ผู้ชายแท้ๆ ที่อ่านนิยายรักโรมานซ์ แถมพูดภาษาไทยได้อย่างชัดแจ๋วราวกับเป็นเจ้าของภาษา
“คุณอ่านนิยายของพี.ยู.ไรเตอร์จริงๆ หรือ” เธอสงสัย
“ใช่ ฉันอ่าน” เขาไม่บอกว่าตัวเองเป็นผู้เขียน “อ่านจบเล่มแล้ว”
“จริงหรือ?” เธอเริ่มยิ้ม เจอะคนอ่านนิยายเหมือนกันแล้ว “ฉันชอบนิยายของพี.ยู.ไรเตอร์ทุกเล่มเลย แล้วคุณชอบเล่มไหนมากที่สุดในบรรดาทั้งเจ็ดเล่มของเขา”
“เขา? ผู้ชายเขียนหรือ?” เพราะไม่เคยเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวออกไป มีคนรู้ว่าเป็นเขาเขียน ก็แค่บรรณาธิการสำนักพิมพ์ ผู้จ่ายเงินเข้ากระเป๋า และผู้มีอำนาจเซ็นสัญญารับนิยายไปตีพิมพ์
“ใช่ ผู้ชายเขียน” เธอกระซิบกระซาบตอบกลับมาอย่างภูมิใจ “ฉันรู้มาจากอินเทอร์เน็ต เข้าไปสมัครในเว็บไซต์ชมรมคนรักนิยายมาก็เลยได้รู้ว่าเขาเป็นผู้ชาย”
ความจริงเขาก็ไม่คิดที่จะปิดบังข้อมูลอะไร เพียงทว่าชอบอยู่เงียบๆ ไม่ชอบสังสรรค์ ไม่ชอบเป็นดาวเด่น แค่หนังสือของเขาขายได้เท่านั้นเป็นพอ
“จะไปเอาหนังสือมาให้” เขาพูดแล้วถอยหลัง
“ฟรีใช่ไหม?”
“ฟรี”
“อ้าว!” เสียงใสดังขึ้น เมื่อเขาไม่ได้เดินผ่านเธอไปเพื่อขึ้นบันไดของทางรีสอร์ตแล้วเดินไปยังที่พักของตน แต่เขากลับเดินไปที่บันไดส่วนตัวของบ้านที่ตั้งติดอยู่กับรีสอร์ตแทน
“เดี๋ยวสิ!” เธอส่งเสียงเรียก พอเขาหยุดยืนและหันกลับมามอง เธอก็พูดถามด้วยความสงสัย “คุณไม่ได้พักอยู่ที่รีสอร์ตนี้หรอกหรือ?”
“ฉันพักอยู่ที่นี่”
เธอมองเขาเดินไปแล้วก็ลดกายนั่งลงบนเก้าอี้ชายหาด พลางพูดกับตัวเองขณะรอยยิ้มสดใสปรากฏอยู่บนใบหน้า เพราะของฟรี เธอชอบอยู่แล้ว
“ขอให้สภาพหนังสือดีด้วยเถอะ”
และเมื่อเขาเดินกลับมาด้วยสภาพเดิม แผงอกกว้างเปล่าเปลือย กางเกงเซิร์ฟยังเปียกหมาดๆ และมือใหญ่ก็ยื่นหนังสือที่อยู่ในถุงพลาสติกใบหนึ่งมาให้
แค่เห็นสภาพหนังสือแล้ว พรรัตนาอยากจะกรี๊ดให้บ้านแตก กระดาษทุกหน้ายังติดกัน หน้าปกไม่ได้งอเลยสักนิด ไหนว่าอ่านจบแล้วไง ทำไมยังมีสภาพใหม่เหมือนเพิ่งหยิบออกมาจากร้าน
“คุณอ่านแล้วจริงๆ หรือ” เธอสงสัย และค่อยๆ แง้มดูเนื้อหาข้างในอย่างทะนุถนอม
“อ่านแล้ว” เขาถอยหลัง คิดว่าให้แล้วก็จะไปอาบน้ำแต่งตัว จากนั้นก็เริ่มเขียนนิยายเรื่องใหม่ชื่อ Summer Passionที่เขียนค้างเอาไว้ ซึ่งเป็นภาคต่อจากเล่มนี้
“ถามอะไรหน่อยสิ” เธอรั้งเขาเอาไว้ให้อยู่ก่อน เพราะอยากคุยเรื่องนิยายกับเขา
“อะไร?” เขาถาม
“คุณคิดว่าพี.ยู.ไรเตอร์เขียนนิยายเป็นยังไงบ้าง สนุกหรือเปล่า”
“แล้วเธอคิดว่ายังไง” เขาย้อนถาม เพราะอยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองเขียนนิยายเป็นยังไง
“สนุก ฉันชอบนิยายของเขาทุกเล่ม เล่มหนึ่งอ่านแล้วอ่านอีกตั้งหลายรอบ” ตาเธอเป็นประกายระยิบระยับขณะพูด
“แฟนนิยาย”
“ไม่ใช่แฟนนิยายธรรมดา ฉันเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเขาเลยนะ” เธอทั้งยิ้มและหัวเราะ ไม่เก็บอาการเพ้อคลั่งตัวละครในนิยายของเขา แถมจำได้ทุกรายละเอียด แม้แต่คำพูดของพระเอกที่พูดกับนางเอก
“แล้วรู้ไหม เขากำลังเขียนภาคต่อเล่มนี้อยู่” ภูประพันธ์อดบอกไม่ได้ ฟังคำพูดของเธอแล้ว เขารู้สึกเหมือนได้เติมเชื้อเพลิงใส่ถังจนเต็ม และพร้อมที่จะลุยงานใหม่ให้จบ
“รู้สิ ก็บอกอยู่ในคำนำ”
“จริง”
“เออนี่ นั่งก่อนสิ” เธอชี้ชวนให้เขาคุยกันก่อน
ภูประพันธ์หลุบตามองที่ว่างบนเก้าอี้ชายหาดที่เธอนั่งอยู่ ขาเรียวข้างหนึ่งงออยู่ อีกข้างเหยียบทราย แค่มองความเนียนของขาคู่นั้น เขาก็เกิดอาการกระอักกระอ่วนที่จะอยู่ใกล้
“ขอตัว ฉันต้องไปอาบน้ำ”
“เฮ้ เดี๋ยวสิ ฉันอยากจะบอก.. เฮ้” เธอตะโกนเรียกตามหลัง ตั้งใจเล่าเรื่องที่ขอให้ทางสำนักพิมพ์หวานรักซื้อลิขสิทธิ์ของ P.U.Weiter มาแปลเป็นภาษาไทย แต่ยังไม่ได้คำตอบจากสำนักพิมพ์กลับมาเลย
“อะไรกันผู้ชายคนนี้” เธอบ่น และก็หาคำตอบเองเหมือนทุกครั้ง “หรือว่าจะอายเราที่ผู้ชายอ่านนิยายรักโรมานซ์”
แล้วพรรัตนาก็หยิบของฟรีออกมาจากถุงพลาสติก ลูบๆ คลำๆ หน้าปกด้วยความดีใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และพูดกับตัวเองด้วยความคลั่งไคล้ผู้เขียนนิยายเรื่องนี้
“อยากได้ลายเซ็น”
เธอรู้ว่าเป็นไปได้ยาก ขั้นแรกต้องขอวีซ่าเข้าประเทศอเมริกา ติดตามด้วยว่าเขาแจกลายเซ็นที่ไหน ซึ่งสองปีที่เขาเขียนนิยายมา เธอไม่เคยเห็นข่าวเขาแจกลายเซ็นที่ไหน และก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่าหน้าตาเขาเป็นยังไง
“ได้แต่ฝัน เฮ้อ” เธอพึมพำแล้วเอนกายนอนลงอ่านนิยายต่อ มีความสุขกับการได้พักผ่อนแทนที่จะเปิดโน้ตบุ๊กและทำงาน
พรรัตนาไม่ได้มองตามหลังภูประพันธ์ไปจนเขาลับสายตา เธอจึงไม่เห็นว่าชายหนุ่มหยุดเดิน จากนั้นก็มองตรงมาที่เธอ ร่างสูงยืนอยู่หลังต้นไม้ในอาณาเขตที่ตั้งบ้านของตัวเอง ซึ่งที่ดินผืนนี้ เขาได้รับมรดกมาจากตาที่เสียไปแล้ว และเคยถูกเจ้าของรีสอร์ตข้างๆ ขอซื้อที่ดินต่ออยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ขาย เพราะมาอยู่ที่นี่แล้วเขาชอบความเงียบสงบ เสียงคลื่น แสงแดด น้ำทะเลใส และตอนนี้อาชีพของเขาก็คือนักเขียนนิยายโรมานซ์แทนอาชีพนักข่าวในตอนที่อยู่อเมริกา
เขามองเธอ ผู้หญิงท่าทางเฟอะฟะ พูดเก่ง ดูไม่กลัวคน แต่ขาสวย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนทำให้หัวใจของเขาพองโต ความสุขอัดแน่นอยู่ในอก ดีใจที่มีคนปลื้มผลงาน และบอกว่าเป็นแฟนนิยายพันธุ์แท้ของเขาต่อหน้าต่อตา
ภูประพันธ์ยืนมองเธอราวกับจะจดจำอยู่ชั่วอึดใจก็เดินออกไป หลังจากนั้นไม่นาน ความสงบสุขของพรรัตนาถูกรบกวนด้วยคนจากกองถ่ายทำหนัง เธอเห็นคนเหล่านั้นคุยกันเสียงดัง คุยเรื่องฉากที่จะถ่ายบริเวณชายหาด
“เลอโฉม” เธอพึมพำขณะมองหาดาราสาวแสนสวยที่ยังไม่เห็นเลยว่าตัวจริงสวยแค่ไหน แล้วเธอก็เริ่มรู้สึกหิวจนเก็บข้าวของต่างๆ จากนั้นก็ขึ้นไปยังสระว่ายน้ำก่อนที่จะเดินผ่านไปยังที่อื่น
เวลานั้น ผู้จัดการรีสอร์ตสั่งพนักงานให้จัดโต๊ะ ตกแต่งบริเวณสระว่ายน้ำและริมหาดให้เป็นงานบอล เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวของเกาะไข่มุก และเลี้ยงต้อนรับคณะกองถ่ายทำหนังเรื่องเกาะรัก
เธอมองแล้วนึกถึงแผนการที่จะพิสูจน์ว่าจีรศักดิ์เป็นเกย์จริงไหม จากนั้นก็พลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา เพราะแผนการนี้ เธอต้องเข้าร้านเสริมสวย ให้ช่างทำผมสระไดร์ผมยาวๆ ของเธอให้เรียบร้อยเสียหน่อย
“เที่ยงแล้วหรือ ไม่น่า.. ทำไมถึงหิว”
สิ้นเสียงใส เธอเดินต่อไปข้างหน้า ผ่านล็อบบีไปยังลานจอดรถ จากนั้นก็ขึ้นรถของตัวเองและขับออกไป เพื่อหาร้านเสริมสวยและหาอะไรกินให้อิ่ม
“จีของฉันไม่ใช่เกย์” เธอกล่าวกับตัวเองด้วยท่าทางมุ่งมั่น จากนั้นก็หาที่จอดรถ และเข้าไปในร้านเสริมสวยร้านหนึ่งพลางบอกช่างที่อยู่ในร้านพร้อมรอยยิ้ม
“สระไดร์ค่ะ”
“รอสักครู่นะคะ”
“ค่ะ” แต่ร่างเล็กยังไม่ทันนั่งรอช่างให้ทำผมลูกค้ารายอื่นเสร็จ เธอบอกแล้วหมุนตัวไปที่ประตู เนื่องจากเห็นร้านอาหารตั้งอยู่ไม่ไกล เดินไปก็ถึง “พี่ เดี๋ยวมานะ ขอไปกินข้าวก่อน”
“ค่ะ”
หนึ่งชั่วโมงกว่าผ่านไป พรรัตนาวกกลับเขามาในร้านเสริมสวยพร้อมถุงพลาสติกที่ใส่ขวดน้ำขนาดครึ่งลิตร ขนมปัง และขนมขบเคี้ยวที่ซื้อมาจากร้านค้าสะดวกซื้อ
“ขึ้นเตียงเลยค่ะ” ช่างทำผมเรียกเธอ ซึ่งโชคดีจริงๆ ที่ภายในร้านไม่มีลูกค้า จึงได้ทำผมเลยโดยที่ไม่ต้องรอลูกค้ารายอื่น
พรรัตนาขับรถกลับถึงรีสอร์ตในช่วงเวลาสี่โมงเย็น เธอยัดข้าวของที่ซื้อมาใส่กระเป๋าสะพายใบใหญ่ก่อนเดินผ่านล็อบบีเข้าไปข้างใน เนื่องจากตอนกลางคืนอาจจะหิว บางทีอาจจะลุกขึ้นมาแปลนิยาย เพราะกะเกณฑ์การทำงานของตัวเองไม่ได้ในเวลานี้
งานบอลเริ่มขึ้นจริงๆ ในตอนหนึ่งทุ่ม ทว่าประมาณห้าหรือหกโมงเย็น บรรดาแขกเหรื่อคงทยอยกันเข้างานแล้ว เวลานี้เธอต้องแปลงโฉมให้สวยสะดุดตาจีรศักดิ์ ซึ่งโชคดีจริงๆ ที่ถามเนาวนุชก่อนเดินทางมา ไม่อย่างนั้นคงไม่มีเสื้อผ้าใส่เป็นแน่ และเมื่อร่างเล็กปราดเปรียวเดินเข้าไปใกล้บริเวณสระว่ายน้ำ ความพร้อมของงานเกือบเต็มร้อย จะเหลือก็แค่แขกเหรื่อที่ได้รับเชิญมาร่วมงาน หนึ่งในนั้นมีเธออยู่ด้วย แม้จะเป็นกาฝาก แต่ก็รู้สึกดีใจ
“ยังไม่เห็นญาติยัยเนาเลย” เธอบ่นพลางกวาดสายตามองหา คิดว่าจะเข้าไปแนะนำตัวและกล่าวคำขอบคุณเสียหน่อย แต่ไม่รู้ว่าญาติของเนาวนุชคนไหน และไม่มีใครที่น่าจะเป็นเขา “เดี๋ยวก็คงเจอในงานมั้ง”
เท้าขยับเดินต่อไปจนถึงคฤหาสน์ จากนั้นก็สาวเท้าขึ้นไปตามบันไดด้วยท่าทางเริงร่า และพอปิดประตูห้อง เธอยิ้มอย่างไม่กลัวที่จะไปอ่อยดาราดังอย่างจีรศักดิ์ เนื่องจากไม่ได้อ่อยด้วยจิตเสน่หา แค่อยากรู้ให้แน่ชัดว่าเขาไม่ใช่เกย์ เธอจะได้เอาคำตอบนี้ไปเถียงเนาวนุชได้อย่างเต็มปาก
หลังจากอาบน้ำ ผมที่เพิ่งถูกสระไดร์มาหมาดๆ ถูกเก็บใต้หมวกอาบน้ำ ร่างเล็กออกมาสวมชั้นใน และเริ่มจัดการแต่งหน้าแปลงโฉมตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยชนิดที่ผู้ชายต้องมองตามหลัง ไม่เว้นแม้แต่จีรศักดิ์
“วันนี้ฉันจะกลายเป็นสาวเซ็กซี่”
เธอยิ้มและหัวเราะกับภาพสะท้อนของตัวเองที่อยู่ในกระจก หยิบจับเครื่องสำอางมาแต่งหน้าอย่างชำนาญ เพราะเธอเองก็มีช่วงเวลาที่รักสวยรักงามและเฉิดฉายอยู่ในวงสังคมเหมือนกัน จึงงัดประสบการณ์ที่ห่างไปเป็นปีแล้วมาใช้ ค่ำคืนนี้แหละ เธอจะต้องสวย
พอพรรัตนาวางลิปสติกชมพูอมส้มลง ร่างเล็กลุกขึ้นจากโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบเดรสสั้นสีดำแขนกุดเซ็กซี่ขึ้นสวม จากนั้นก็พรมน้ำหอม และดึงหมวกอาบน้ำออกจากศีรษะ ปล่อยผมให้ยาวสยายเคลียไหล่และหลัง ตามองตัวเองผ่านกระจกอย่างพึงพอใจ และเธอก็หันไปหยิบรองเท้าส้นแหลมสูงมาสวมใส่ จากนั้นก็พูดกับตัวเองอีกด้วยประกายตามุ่งมั่น ริมฝีปากยิ้มแย้ม
“เอาล่ะ ได้เวลาปฏิบัติการแล้ว”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #3 NongyingJaiman (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 14:31
    นางเอกของเราก็สืบต่อไปอย่าได้หยุดยั้ง55555
    #3
    0