นิยายรักสองเรา

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 เกาะไข่มุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    21 ต.ค. 61

ก่อนเดินทางไปยังเกาะไข่มุกหนึ่งวัน พรรัตนาเกาะรั้วรอลุงไปรษณีย์ที่ต้องมาส่งต้นฉบับนิยายแปลใหม่ให้เธอ

“โอ๊ย.. ขอให้มาถึงวันนี้ด้วยเถอะ”

ความกังวลพอกพูนขึ้น เธอไม่อยากให้ต้นฉบับใหม่ที่กำลังจะมาถึงมือนั้นโดนตีกลับ เพราะถ้าไม่มาในวันนี้ อีก 4-5 วันข้างหน้า เธอไม่อยู่บ้าน ซองเอกสารนั้นถูกส่งคืนสำนักพิมพ์เป็นแน่

และแล้วเสียงมอเตอร์ไซค์คุ้นหูก็ดังขึ้น สีหน้าเคร่งเครียดแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง เธอรีบเปิดรั้วบ้าน และออกไปถามลุงไปรษณีย์เสียงดัง

“ลุง! มีจดหมายถึงฉันไหม?”

“มี” แกตอบแล้วจอดมอเตอร์ไซค์ และหยิบซองเอกสารซองใหญ่ใบหนึ่งมาให้

“ขอบคุณ ดีที่มาวันนี้ พรุ่งนี้ฉันไม่อยู่บ้าน”

เมื่อลุงไปรษณีย์ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปต่อ เธอเห็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันกำลังกลับมาจากการขายผักในตลาด ร่างเล็กปราดเปรียวเดินเข้าไปหา และพูดทักพร้อมรอยยิ้ม

“พี่เจี๊ยบ.. ฉันจะไปเที่ยวทะเลสี่ห้าวัน ฝากบ้านเอาไว้หน่อยสิ”

“เที่ยวทะเล.. ที่ไหนหรือ” อีกฝ่ายถามกลับมาก่อนรับปาก

“ตราด”

“ขับรถไปเองหรือ”

“ใช่ เพื่อนให้บัตรที่พักฟรีมาสามคืน ไม่อย่างนั้นฉันไม่ไปหรอก ฝากบ้านเอาไว้หน่อยนะพี่” เธอยิ้มออดอ้อน

“ได้สิ จะดูให้”

“ขอบคุณมากพี่เจี๊ยบ ฉันจะซื้อของฝากมาฝาก”

“ไม่ต้องหรอก” อีกฝ่ายโบกมือ แต่แล้วก็ยิ้ม “แต่มีน้ำใจก็ดี”

พรรัตนาหัวเราะ เธอสนิทกับเพื่อนบ้านคนนี้ เพราะเห็นหน้ากันมาตั้งแต่ซื้อทาวน์เฮ้าส์ แล้วย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้พร้อมกัน

“ฉันไปพรุ่งนี้ ฝากบ้านด้วยนะพี่ จะสับคัทเอาท์ให้ไฟดับก่อนไป”

“พี่จะแวะไปดูให้”

“ขอบคุณค่ะ”

พอพรรัตนากลับเข้าไปข้างในบ้าน เธอเปิดซองเอกสาร ดึงกระดาษปึกใหญ่ออกมาดูว่าเป็นนิยายของใครที่เธอจะต้องแปลให้เสร็จภายในหนึ่งเดือนจำนวน 500 กว่าหน้า นั่นคือเป้าหมายของเธอทุกครั้งที่รับงานแปลมาทำ

ด้วยความคิดที่จะเอางานไปทำที่โน้นด้วย เธอยัดเอกสารกลับเข้าไปในซอง และวางลงบนเสื้อผ้าที่อยู่ในกระเป๋าเดินทางข้างๆ นิยายเล่มใหม่ของ P.U. Writer

“เอาล่ะ จี จีรศักดิ์”

ใบหน้าไร้สิวฝ้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แค่นึกถึงดวงหน้าหล่อเหลาของดาราหนุ่ม เธอก็มีอาการเคลิบเคลิ้มราวกับอยู่ในฝัน เพราะจะไปส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดอยู่ข้างๆ เขา


เช้าวันใหม่ พรรัตนาเช็กความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน เธอสับคัทเอาท์ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ จากนั้นก็ลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกมาใส่ท้ายรถ

“ไปแค่สี่วัน” เธอบอกตัวเอง ขณะครุ่นคิดว่าควรจะฝากกุญแจบ้านกับเพื่อนบ้านดีไหม สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะไม่ฝาก ไม่ใช่ว่าไม่ไว้วางใจ เพียงทว่าไม่น่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างในบ้าน ในเมื่อสับคัทเอาท์ตัดไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว และเธอก็มีโทรศัพท์มือถือ คงไม่มีใครโทรหาเธอด้วยเบอร์บ้านหรอก

“เอาล่ะ เดินทางดีกว่า”

ประตูรั้วบ้านแบบเหล็กถูกผลักให้เปิดออกกว้าง ไม่กี่นาทีต่อมา รถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว 10 ปี แต่ยังทนทาน ไม่เคยเกเร ไม่เคยชนก็แล่นออกมาจอดข้างนอก และพรรัตนาก็ลงมาปิดรั้วบ้านโดยที่ไม่ได้ใส่กุญแจล็อก เนื่องจากต้องการให้เพื่อนบ้านรดน้ำต้นไม้ให้

“พี่เจี๊ยบ! ฉันไปแล้ว ฝากดูแลบ้านด้วยนะ”

“เออ” อีกฝ่ายโผล่หน้าออกมาตอบ ขณะที่เธอเกาะรั้วบ้านบอกเสียงแจ้ว

“ขอบคุณมาก แล้วจะซื้อของมาฝาก”

“ขับรถดีๆ นะ”

“เออ.. พี่เจี๊ยบรดน้ำต้นไม้ให้มดด้วยนะ”

“ได้”

“ขอบคุณค่ะ”

พรรัตนาขึ้นรถแล้วขับออกไปด้วยความรู้สึกหมดกังวล แต่แล้วก็จอดรถที่หน้าหมู่บ้าน ลงไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมากิน เพราะต้องขับรถไปยังจังหวัดตราด ที่ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง เธอคงหิวตายระหว่างทางแน่กว่าจะไปถึงที่นั่น

เมื่อเสบียงพร้อม การเดินทางอย่างแท้จริงก็เริ่มขึ้น เธอขับรถเข้าสู่ถนนหลัก เดินทางคนเดียวอย่างไม่กลัวเจออันตราย เพราะใช้ชีวิตอยู่คนเดียวที่กรุงเทพฯ มาหลายปี เริ่มต้นด้วยการเข้ามาเรียนต่อมหาวิทยาลัย จากนั้นก็ทำงาน และปัจจุบันก็เป็นนักแปลไส้แห้งที่อาศัยอยู่ในทาวน์เฮ้าส์แถวรังสิต

“จี!”

เสียงใสดังขึ้น รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า แค่เธอนึกถึงใบหน้าของดาราหนุ่มรูปหล่อที่เห็นอยู่เสมอทางโทรทัศน์และนิตยสารก็รู้สึกกรี๊ดกร๊าด ปลาบปลื้ม เพราะหลงใหลในความหล่อเหลาและน่ารักของเขา

“ไม่ใช่เกย์ ไม่ใช่เกย์แน่ๆ”

เธอบอกตัวเองด้วยความรู้สึกไม่เชื่อคำพูดของเนาวนุช จากนั้นก็นึกถึงดาราสาวนามว่าเลอโฉมที่สวยจนใครๆ ต่างก็อิจฉา แม้แต่เธอก็ยังอิจฉาเลย

“ทะเล สายลม แสงแดด”

พรรัตนาคิดไปเรื่อยๆ ยิ่งคิดถึงเก้าอี้ชายหาด เครื่องดื่มเย็นๆ และนิยายเล่มใหม่ของนักเขียนคนโปรดที่เธอนำติดตัวมาด้วย แววตาก็ยิ่งสุกสกาว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

จู่ๆ เสียงหัวเราะคิกคักกับตัวเองก็ดังขึ้น วันนี้เธอมีความสุขจนยิ้มไม่หุบ แล้วก็ยื่นมือออกไปหยิบถุงข้าวเหนียวกับหมูปิ้งเข้าปาก เนื่องจากรู้สึกหิวแล้ว

พรรัตนาออกจากบ้านแปดโมงเช้า ถึงที่จังหวัดตราดก็เที่ยงกว่าๆ ก่อนที่เธอจะเดินทางออกจากบ้าน เธอค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเกาะไข่มุกทางอินเทอร์เน็ต และรู้ว่าสามารถนำรถข้ามไปได้

“รีสอร์ทตาเบบูญ่า”

เธอขับรถไปเรื่อยๆ ตามแผนที่ที่ปริ้นออกมาจากอินเทอร์เน็ต และเมื่อเห็นป้ายชื่อรีสอร์ทตาเบบูญ่า ริมฝีปากก็แย้มออกยิ้มก่อนหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปในอาณาเขตของรีสอร์ท

“ถึงแล้ว”

เธอจอดรถด้วยความรู้สึกโล่งอกระคนดีใจ พอเปิดประตูออกมายืนอยู่ด้านนอก กลิ่นไอทะเลโชยเตะปลายจมูกโด่งรั้น เสียงคลื่นแว่วมากระทบหู และแสงแดดอบอุ่นกระทบผิวกายจนรู้สึกชื่นใจ

พรรัตนามองทางเข้ารีสอร์ท จากนั้นก็หันไปหยิบกระเป๋าสะพาย กระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก และเดินเข้าไปหาพนักงานต้อนรับที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อยื่นบัตรงานบอลไปให้ดู

“สวัสดีค่ะ” เธอยิ้มทักพนักงานต้อนรับ ภายในลอบบี้เวลานั้นเต็มไปด้วยผู้คน เพราะกองถ่ายทำหนังเรื่องเกาะรัก เดินทางมาถึงแล้ว และเธอก็เห็นจีรศักดิ์ บริบูรณ์สงคราม ดาราหนุ่มที่เธอปลาบปลื้มนักหนา

จี จีรศักดิ์จริงๆ ด้วย

เธอส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดอยู่ในใจ มือไม้สั่นด้วยความรู้สึกตื่นเต้น อยากจะพุ่งเข้าไปกอดและหอมแก้มสักฟอด ถ้าไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะดีดเธอออกมา

“คุณได้รับเชิญมางานบอล” พนักงานสาวส่งเสียงถามเธอ

“ค่ะ ใช่ค่ะ” เธอหันมาตอบพร้อมรอยยิ้ม “ฉันมาแทนเนา เออ.. เนาวนุช ญาติเจ้าของรีสอร์ท”

“ค่ะ” พนักงานสาวขานรับอย่างรับรู้ ใบหน้าก็มีรอยยิ้มเมื่อเธอแจกแจงรายละเอียดออกมาราวกับกลัวว่าจะไม่เชื่อ

“คุณพักที่คฤหาสน์นะคะ”

พรรัตนามองบัตรงานบอลที่ถูกยื่นกลับมาโดยไม่มีกุญแจห้อง ไม่มีคูปองสำหรับอาหารเช้า หัวคิ้วเรียวก็เลิกขึ้นด้วยความฉงน และพูดถามออกไป

“เออ.. แล้วกุญแจห้องล่ะคะ แล้วยัยเนาก็บอกว่ามีอาหารเช้าให้กินฟรี”

“พักที่คฤหาสน์ของคุณวินธัย ไม่มีกุญแจห้องให้หรอกค่ะ ส่วนอาหารเช้าคุณลงมาทานฟรีได้ที่ห้องอาหารค่ะ”

“อ๋อค่ะ ขอบคุณค่ะ แล้วคฤหาสน์ไปทางไหนหรือคะ”

“ทางนี้ค่ะ” พนักงานสาวผายมือไปทางข้างใน “เดินออกไปทางสระว่ายน้ำแล้วเลี้ยวซ้าย เดินผ่านสวนไปอีกก็จะเห็นคฤหาสน์ของคุณวินธัยค่ะ”

“อ๋อ..” เธอพยักหน้าระรัว แต่ยังมีสีหน้าไม่แน่ใจ เนื่องจากจะให้เดินดุ่มๆ เข้าไปในคฤหาสน์ ก็กลัวถูกคนที่นั่นตะเพิดออกมา “พาฉันไปได้ไหมคะ ฉันไม่รู้ว่าได้พักห้องไหน เดี๋ยวเขาหาว่าฉันบุกรุก”

“ได้ค่ะ” อีกฝ่ายยิ้มแล้วก็เดินออกมา “ฉันจะพาคุณไปค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ อ้อ! เดี๋ยวก่อนนะคะ ขอฉันไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าในรถแป๊บ” ร่างเล็กปราดเปรียวพุ่งไปที่รถ เปิดหลังรถแล้วคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อม จากนั้นก็เดินกลับเข้ามาขณะที่ตามองจีรศักดิ์อยู่ตลอด

“ยัยเนาบอกว่าเขามาถ่ายทำหนังที่นี่” เธอชวนพนักงานที่ยืนรออยู่สนทนา

“ค่ะ” อีกฝ่ายตอบสีหน้ายิ้มแย้ม

“จีหล่อเนอะ เห็นด้วยกับฉันไหม ตัวจริงหล่อจัง” เธอยิ้มกรุ้มกริ่ม ตายังมองอยู่ที่ดาราหนุ่มอย่างรู้สึกชื่นชมในตัวเขา

“ค่ะ หล่อมาก ผิวขาว” อีกฝ่ายตอบกลับมา และยังไม่เดินไปไหน ทั้งสองเอาแต่ยืนมองดาราหนุ่มที่กำลังคุยอยู่กับคนในกองถ่ายทำหนังใหญ่ และผู้จัดการส่วนตัวของจีรศักดิ์

“ถ่ายรูป” พรรัตนาพูดแล้วรีบวางกระเป๋าเสื้อผ้า กระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก และเปิดกระเป๋าสะพายหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เพื่อเก็บภาพของดาราหนุ่ม

“เออ..” เธอหันไปมองคนที่ยืนอยู่ใกล้ พูดขึ้นยิ้มๆ พลางส่งสายตาออดอ้อน “ถ่ายรูปให้ฉันหน่อยสิ”

พนักงานรีสอร์ทรับโทรศัพท์มือถือที่ถูกยัดใส่มือมา ตามองสาวร่างเล็กปราดเปรียวพุ่งเข้าไปหาดาราหนุ่มด้วยท่าทางรื่นเริง

“จี..” พรรัตนาทอดเสียงหวาน ใบหน้ามีรอยยิ้ม “ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยนะคะ”

จีรศักดิ์งงไปชั่วครู่แล้วก็ยิ้ม เพราะคนตรงหน้าหน้าตาดี ท่าทางดูไม่มีพิษมีภัย แล้วเธอก็ขยับเข้ามาใกล้เขา และยิ้มไปทางพนักงานสาวที่ถือโทรศัพท์มือถือเตรียมเก็บรูปอยู่

ภาพแรกถูกเก็บเข้าเครื่อง ภาพที่สองมีมือของพรรัตนาเกาะแขนของเขา และภาพที่สาม เธอก็ขอให้เขาโอบไหล่เธอหน่อย

“ขอบคุณมากค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ต่อจากนั้นก็เข้าไปหาพนักงานรีสอร์ทที่ถ่ายรูปให้ เพื่อดูว่ารูปที่ถ่ายออกมาสวยไหม

เธอกล่าวคำขอบคุณตากล้องมือสมัครเล่น เมื่อเห็นภาพว่าสวยงามก็ยิ้มกว้าง จากนั้นก็ชวนไปยังคฤหาสน์ เพื่อนำข้าวของไปเก็บ และจะออกมาส่องจีรศักดิ์ของเธออีก

พรรัตนาเดินไปตามทาง เห็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่สีฟ้าอยู่ตรงหน้า มองเลยไปเป็นชายหาดขาวสะอาดตา คลื่นกำลังม้วนตัวเข้ามากระทบฝั่ง แล้วก็ต้องเดินตามคนนำทางเข้าไปหาผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังสั่งงานพนักงานให้ทำอะไรบางอย่างอยู่ริมสระว่ายน้ำ

“เดี๋ยวถามให้นะคะว่าคุณพักอยู่ห้องไหน” คนนำทางหันมาพูด

“ค่ะ” เธอตอบ

“คุณรักษ์คะ คุณคนนี้มีบัตรงานบอลมาด้วยค่ะ”

“ฉันมาแทนเนา นี่ค่ะ บัตรที่เนาให้มา” เธอพูดแทรกขณะหยิบการ์ดที่เนาวนุชให้มาจากกระเป๋าสะพายแล้วยื่นไปให้ผู้ชายที่ชื่อรักษ์ดู

บริรักษ์คือผู้จัดการรีสอร์ทของวินธัย แค่ฟังชื่อของเนาวนุชก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร จึงบอกคนที่นำทางหญิงสาวมาว่าให้พาไปยังห้องพักในคฤหาสน์ เพราะไม่ว่างที่จะพาไปเอง เนื่องจากกำลังเตรียมจัดงานบอลให้เจ้านายอยู่

“เธอพาไป ห้องพักของคุณคนนี้อยู่ชั้นสอง ทางด้านขวา”

“ค่ะ”

พรรัตนาเดินตามหลังคนนำทาง ครั้นเห็นตัวคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่ข้างรีสอร์ท ถัดออกมามีสระว่ายน้ำส่วนตัวที่ห้อมล้อมไปด้วยแมกไม้สีเขียว เสียงใสแฝงความตื่นเต้นของคนมองก็ดังขึ้น

“ว๊าว..”

“ทางนี้ค่ะ” คนนำทางพาเข้าไปข้างใน

“ยัยเนาบอกว่ามีถ่ายทำหนังที่นี่ด้วย จริงๆ หรือคะ” เธอกวาดสายตามองไปทั่วห้องโถง

“ค่ะ”

“ดีจัง”

และเมื่อประตูห้องทางด้านขวาที่อยู่ชั้น 2 เปิดออก รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าเนียน ภายในห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ชุดสุดหรู งดงาม เงียบสงบ และน้ำทะเลที่นี่ก็ใสแจ๋ว หาดทรายขาวสะอาด และที่สำคัญมีอาหารตาอย่างจีรศักดิ์ให้มอง

“ขอบคุณค่ะ” เธอขอบคุณคนนำทางอย่างไม่รู้สึกกระดากอายสักนิดที่ใช้สิทธิ์ของเนาวนุชมาท่องเที่ยว

“เชิญตามสบายค่ะ”

“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”

“ค่ะ”

เมื่อประตูห้องปิดลง ข้าวของถูกวางลงบนเตียง ร่างเล็กกระโดดโลดเต้นไปทั่วห้องด้วยความดีใจ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจัดการส่งรูปถ่ายเมื่อกี้ ไปให้เนาวนุชซึ่งกำลังอยู่ที่ฮ่องกงกับแฟนหนุ่มดู

ครู่เดียว เสียงข้อความเข้าดังขึ้น เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้ติดต่อสื่อสารกันได้โดยง่าย แค่อีกฝ่ายพิมพ์ข้อความแล้วกดปุ่มส่ง

เพิ่งไปถึง แกได้รูปมาได้ยังไง ไวปานวอก

ที่นี่สวยมาก แท้งกิ้วเพื่อน จีตัวจริงหล่อกว่าในโทรทัศน์อีก ฉันเข้าไปสีแล้ว เขาไม่ใช่เกย์ 

เว่อร์ๆ

พรรัตนามองรูปเพื่อนกับแฟนหนุ่มที่ส่งมาให้ดูแล้วหัวเราะ เธอพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างสนุกสนาน มีความสุข และก็เก็บเครื่องใส่กระเป๋าสะพายหลังจากเลิกคุยกัน ต่อจากนั้นก็ผลักหน้าต่างออก ลมทะเลโชยมา ทว่าตามองไม่เห็นหาดทรายขาว เพราะมีบ้านหลังหนึ่งตั้งขวางระหว่างคฤหาสน์หลังนี้กับหาดทรายอยู่

“อ้าว..” เธอร้องขึ้นอย่างเสียดายแล้วพลิกนาฬิกาข้อมือดูเวลา จากนั้นก็เดินกลับไปที่เตียง คว้าโน้ตบุ๊กออกมาเปิดเครื่องพลางพูดกับตัวเองไปด้วย “ทำงานสักหน่อยดีกว่า”

หลังจากรอดูว่ามีสัญญาณเน็ตให้ใช้ฟรีไหม พรรัตนายิ้มกว้าง จากนั้นก็เริ่มลงมือแปลงานเรื่องใหม่ที่เพิ่งได้มาเมื่อวานอย่างขะมักเขม้น เพราะถ้าไม่ขยัน เดี๋ยวไม่มีตังค์ใช้

สามชั่วโมงต่อมา เสียงโครกครากดังขึ้น ความหิวมาเยือนรบกวนสมาธิทำงาน ร่างเล็กเริ่มลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจก่อนตัดสินใจปิดโน้ตบุ๊กหลังจากแปลไปได้ 15 หน้า เพราะตอนนี้เธอหิวข้าว ต้องหาอะไรกิน หาซื้อเสบียงมาตุนเอาไว้ในยามดึก เนื่องจากที่นี่หาอะไรกินไม่สะดวกเหมือนที่บ้าน

เมื่อคว้ากระเป๋าสะพายแล้วออกจากห้อง เธอชะเง้อคอมองหาญาติของเนาวนุช บุคคลที่เป็นเจ้าของคฤหาสน์และรีสอร์ทแห่งนี้

“คนไหนญาติยัยเนา”

หลังจากกวาดสายตามองแล้ว ไม่เห็นว่ามีใครที่น่าจะใช่ ร่างเล็กก็เดินออกไป จุดมุ่งหมายคือร้านอาหารเพื่อหาอะไรกิน กับหาร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อขนมปังมาตุนเอาไว้เป็นเสบียงในยามดึก


ยามดวงตะวันใกล้ลาลับขอบฟ้า บรรดาบาร์เหล้าริมหาดเริ่มคึกคัก ร่างเล็กเลือกที่จะเดินไปตามหาดทรายเรื่อยๆ ด้วยเท้าเปล่า มากกว่าที่จะขับรถแล่นไปตามถนน

เสียงเพลงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เธอเห็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยดูมีความสุขกับการท่องเที่ยว ดวงหน้าเนียนปราศจากสิวฝ้าก็มีรอยยิ้ม จากนั้นก็เดินเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เลือกนั่งโต๊ะริมทะเล และรอให้บริกรนำเมนูมาเสิร์ฟ

เธอสั่งข้าวผัด ต้มยำทะเล และเบียร์เย็นๆ มาดื่มก่อนที่อาหารจะปรุงเสร็จ ขณะที่กำลังรอคอยอาหารจากแม่ครัวอยู่นั้น เธอเปิดกระเป๋าสะพายแล้วหยิบนิยายของ P.U.Writer ออกมาอ่าน และด้วยท่าทางที่อ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ ตาจ้องอยู่ที่ตัวอักษรเขม็ง ชายหญิงคู่หนึ่งที่ดูเหมือนชาวต่างชาติเดินเข้ามาในร้าน ผู้ชายมีรูปร่างสูงใหญ่ กล้ามแขนเป็นหมัดๆ และเขาก็มองมาทางเธอโดยเฉพาะดวงตาอยู่ที่หน้าปกนิยาย ส่วนฝ่ายหญิงเป็นสาวรูปร่างอรชร อกอวบอัด ผมสีน้ำตาลเข้ม และพูดภาษาอังกฤษกับเขา

“ช่างน่าเสียดาย คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน”

“ใช่ แย่จัง”

“ฉันไม่อยากกลับเลย อยากอยู่ต่ออีกสักอาทิตย์ แต่เวลาฮอลิเดย์ของฉันหมดแล้ว”

“ครั้งหน้ามาเมืองไทย ก็มาหาผมสิ”

“โอ้.. แน่นอนค่ะ คุณอย่าลืมฉันนะ”

“แน่นอน ผมไม่ลืมคุณแน่”

“บางทีคุณอาจจะเจอผู้หญิงคนใหม่เหมือนที่เจอฉัน”

สมาธิการอ่านนิยายของพรรัตนาแตกกระเจิง สายตาชำเลืองมองคนทั้งสองที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไป ผู้ชายนั่งหันหน้ามาทางเธอ ส่วนผู้หญิงนั่งหันหลังให้ ฟังแล้วก็คิดว่าผู้ชายอาศัยอยู่ในประเทศไทย เขาจะตอบผู้หญิงคนนั้นยังไง เมื่อกลับไปแล้ว ก็มองหาผู้หญิงคนใหม่ใช่ไหม

ขณะที่ลอบมองอยู่เพลินๆ ดวงตาคมกริบมีแววตำหนิของเขามองตรงมา ตาสบตา พรรัตนาสะดุ้ง และรีบหลบสายตาก่อนใช้หนังสือนิยายปิดใบหน้า

“อะไรว่ะ” เธอบ่นกับตัวเองโดยไม่ออกเสียง ใจเต้นเร็วด้วยความรู้สึกตกใจที่เหมือนเด็กถูกผู้ใหญ่จับได้ว่าทำความผิด แล้วก็ต้องปิดหนังสือนิยายวางบนโต๊ะ เมื่อบริกรนำอาหารร้อนๆ มาวางบนโต๊ะ

เธอยิ้มขอบคุณ จากนั้นก็เริ่มลงมือกินข้าวโดยไม่เหลือบแลสายตาไปข้างหน้า แต่หูฟังบทสนทนาของเขาอย่างตั้งใจ ชายหนุ่มรูปหล่อ หน้าตาออกฝรั่ง เรือนผมสีดำ และรูปร่างดี เขาหล่อเหลาจนเธออดรู้สึกชื่นชมไม่ได้

จริงสิ!

เธอร้องขึ้นอยู่ในใจ เพราะดันไปนึกถึงคำพูดที่เคยพูดกับเนาวนุช จำได้ว่าเคยบอกจะใช้กระบองตีหัวฝรั่งรูปหล่อที่อาศัยอยู่ในประเทศอเมริกาสักคน และด้วยความคิดนั้น ก็ทำให้รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าไร้สิวฝ้า ส่งผลให้คนที่มองอยู่โต๊ะถัดไปขมวดคิ้วเข้มๆ ของตัวเองด้วยความสงสัยว่าเธอยิ้มอะไร บ้าหรือเปล่า

“คุณ!”

คู่สนทนาเรียกเขาที่นั่งเงียบไปถึงสามครั้ง เพราะสมาธิดันไปจดจ่ออยู่กับผู้หญิงอีกคน แล้วดวงตาคู่คมเบนก็กลับมา ยิ้มให้คู่สนทนาที่กำลังพูดถึงผู้หญิงที่นั่งอยู่ทางด้านหลัง

“คุณมองผู้หญิงคนนั้น สนใจเธอหรือ ฉันหึงนะ”

เสียงพูดที่ไม่เบาเลยทำให้ช้อนที่อยู่ในมือของพรรัตนาหล่นกระทบจานเสียงดังเคล้ง เสียงไอค่อกแค่กดังขึ้นเมื่อข้าวผัดปูเกิดติดคอ แล้วเธอก็ใช้มือตบอกตัวเองก่อนหยิบแก้วเบียร์มาจ่อริมฝีปาก

ทั้งคู่หันมามองเธออีกครั้ง เขาเห็นเธอหยิบกระดาษทิชชูมาสั่งน้ำมูก เพราะข้าวตีขึ้นไปที่โพรงจมูก แล้วก็พูดกับคู่สนทนาด้วยท่วงท่าไม่คิดจะสนใจผู้ที่ถูกกล่าวถึง

“ไม่เลย ไม่ใช่สเป็คผม”

ทั้งสองกำลังนินทาเธอ ความโกรธแผ่ซ่านอยู่ในอก และพรรัตนาก็ระบายอารมณ์โกรธด้วยการตักน้ำต้มยำซด แกะกุ้ง แกะปู ท้ายที่สุดเธอก็ทำน้ำต้มยำหกใส่ปกนิยาย

“เฮ้ย!”

เสียงอุทานด้วยความตกใจดังอย่างผิดปกติ ทั้งคู่หันมามองเธออีกครั้งที่กำลังใช้กระดาษทิชชูเช็ดปกนิยายพลางบ่นกับตัวเองเป็นภาษาไทยด้วยท่าทางเหมือนจะร้องไห้

“ไม่นะ โอ๊ย..”

เขามองเธอเบะปาก ขมวดคิ้ว แล้วก็บ่นออกมาเป็นภาษาไทยอีกด้วยความโมโหตัวเองที่ซุ่มซ่ามทำหนังสือนิยายเปรอะเปื้อนน้ำต้มยำ

“นิยายเล่มใหม่ของฉัน บ้าที่สุด”

พรรัตนาแสดงท่าทางทะนุถนอมนิยายเล่มนั้น หลังจากเช็ดแล้วเช็ดอีก และมีท่าทางเหมือนอยากจะร้องไห้ มือน้อยๆ ก็ยกขึ้นโบกเรียกบริกร

“ช่วยห่อให้ได้ไหมคะ ฉันจะเอากลับไปกินที่พัก”

เมื่อบริกรยกจานอาหารแล้วเดินออกไป สายตาเกรี้ยวกราดของเธอตวัดมองเขาอย่างพาลๆ ที่คำนินทาของเขาส่งผลให้เธอเผลอทำนิยายเล่มใหม่ที่เพิ่งได้มาของนักเขียนคนโปรดเปรอะเปื้อน

“ไอ้บ้า!” เธอว่าเขาโดยไม่ออกเสียง แถมจงใจมองตาด้วยขณะพูด “คุณเองก็ไม่ใช่สเป็คของฉันเหมือนกัน”

เขาไม่ได้ยินเสียง แต่รู้ว่าเธอพูดอะไรจากการอ่านริมฝีปาก แล้วร่างเล็กก็ลุกขึ้นหลังจากจ่ายเงินกับรับถุงอาหาร และเดินออกจากร้านไปด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น