นิยายรักสองเรา

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 - ของฟรี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 459
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    8 ก.ย. 61

การทำงานเพลินจนไม่ดูเวล่ำเวลาส่งผลให้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มหลังจากส่งไฟล์นิยายที่เพิ่งแปลเสร็จไปให้สำนักพิมพ์หวานรักทางอีเมล์แปรเปลี่ยนเป็นตกใจ
“ตายโหง! แย่แล้ว”
คนที่อาศัยอยู่ในทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ขนาด 18 ตารางวาเพียงลำพังปราดไปที่บันได เพื่อขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และลงมาหยิบกระเป๋าสะพายที่ข้างในบรรจุไปด้วยข้าวของสำคัญ จากนั้นก็พุ่งตรงไปที่รถ เธอขับรถจากรังสิตเข้าสู่กรุงเทพฯ เพราะมีนัดกินข้าวกับเพื่อนสนิทที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวถนนลาดพร้าวในตอนเที่ยง
ขณะที่รถกำลังแล่นอยู่บนโทลเวย์ด้วยความเร็วที่ค่อนข้างสูง พรรัตนา ชัยศักดิ์ สะดุ้งเฮือกเมื่อโทรศัพท์มือถือส่งเสียงดังขึ้นมา
“โทรมาตามแล้ว โดนด่าแน่ๆ”
แค่นิ้วเรียวกดปุ่มรับสาย น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของเนาวนุชก็ดังขึ้นมาให้ได้ยิน เป็นไปตามที่เธอคิดอยู่เอาไว้อย่างสยอง
“แกอยู่ที่ไหน!?”
“ใกล้ถึงแล้ว ตอนนี้อยู่บนโทลเวย์”
“นี่แกไม่เคยคิดที่จะมาถึงให้ตรงเวลาบ้างเลยหรือ!” ปลายสายโวยวายกลับมา
“ใกล้แล้ว.. กำลังจะลงจากโทลเวย์แล้ว” เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างแหลม
“เออ นัดเจอแกทีไร สายตลอด” อีกฝ่ายกระแทกเสียงตอบกลับมา
“ขอโทษ”
“เป็นอย่างนี้ทุกที ถ้าครั้งหน้าแกมาสายอีก ฉันจะเลิกคบกับแก”
“เอาน่า.. อีกแป๊บ แป๊บเดียวเท่านั้น ฉันจะถึงแล้ว” เธอพยายามกล่อมเพื่อนรักให้หายโกรธ
“เออ”
“แล้วเจอกันนะ”
“เออ”
หลังจากตัดสัญญาณโทรศัพท์ พรรัตนาบ่นกับตัวเอง “สมควรแล้วที่จะโดนไอ้เนาโกรธ มันน่าเขกหัวตัวเองนัก ดันมัวแต่นั่งแปลนิยายจนลืมเวลานัดอีกแล้ว”

เมื่อร่างเล็กปราดเปรียวที่สวมกางเกงยีนส์ เสื้อยืด รองเท้าผ้าใบ และถือกระเป๋าสะพายใบใหญ่เดินเข้าไปในร้าน เห็นเนาวนุชที่สวมเดรสสีดำสั้น รองเท้าส้นสูง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง และถือกระเป๋าเข้ากันกับชุด เธอยิ้มแล้วเดินเข้าไปทักทาย
“ไง”
“ไม่ไง! แกมาสายครึ่งชั่วโมงกว่า!” เนาวนุชมองมาตาเขียว
“ขอโทษ ยังไม่ได้กินอะไรเลย หิวไส้จะขาด” เธอรีบเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนที่จะโดนบ่นไปมากกว่านี้
“ฉันจะเลิกนัดเจอแกแล้ว!”
“โกรธกันจริงๆ หรือ” เธอทำตาปริบๆ และเบะปากอย่างรู้สึกเสียใจ
“เออสิ!” ฝ่ายตรงข้ามยังกระแทกเสียงตอบกลับมา
“โอ๋.. นิ่งเตะๆ อย่างอน”
“ไม่ได้งอน แต่โกรธ”
“ขอโทษ”
“เฮ้อ” เนาวนุชถอนหายใจ โดนลูกอ้อนของเพื่อนเข้าไป อารมณ์เดือดๆ ก็ค่อยๆ ลดลง “เอานี่ เอาไป”
“อะไร!?”
“งานบอลที่เกาะไข่มุก”
“แล้วเอามาให้ฉันทำไม?”
“ฉันจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวฮ่องกงเอาไว้ก่อนที่บัตรจะมาถึงมือ ก็เลยเอามาให้แกนะสิ กินฟรี อยู่ฟรี เที่ยวฟรี” เนาวนุชส่งการ์ดใบหนึ่งไปให้
“ฟรีหรือ?” คนชอบของฟรีตาโต และหยิบการ์ดมาดู
“ใช่”
“แล้วงานบอลเกี่ยวกับอะไร?”
“ญาติห่างๆ ฉันเป็นเจ้าของงาน เขาเปิดคฤหาสน์ต้อนรับคณะถ่ายทำหนัง และโปรโมตการท่องเที่ยวของเกาะไข่มุก ฉันไปที่นั่นมาหลายครั้งแล้ว เลยไม่อยากไป”
“แล้วเกาะไข่มุกตั้งอยู่ที่ไหน?”
“ตราด”
“แกเอาไปให้คนอื่นเถอะ!” พรรัตนาเปลี่ยนใจในทันที
“อ้าว!” อีกฝ่ายร้องเสียงหลง “ของฟรีเชียวนะ ฟรี”
“ไม่เอา! ไกลไป”
“ไกลบ้าอะไร!” เนาวนุชโวยวาย “ขึ้นเครื่องบินแค่แป๊บเดียว ขับรถไปเองก็แค่สี่ห้าชั่วโมง แล้วดาราที่กำลังจะไปแสดงหนังที่เกาะไข่มุก แกรู้ไหมใคร”
“จะไปรู้หรือ” เธอแสดงท่าทางไม่สนใจ
“จี จีรศักดิ์!”
“จริงหรือ!?” พรรัตนาตาโต ในดวงตามีประกายวิบๆ วับๆ ด้วยความสนใจที่จะไปที่นั่นอีกครั้ง เพราะชื่อของดาราหนุ่มรูปหล่อที่กำลังโด่งดังเป็นพลุแตกอยู่ในเวลานี้
“จริงสิ” อีกฝ่ายพูดหน้าตาจริงจัง “จะหลอกแกไปทำไม แกลองไปหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็ได้นะ เขาแสดงหนังคู่กับเลอโฉม”
“แล้วเจอกันใกล้ประมาณไหน”
“ใกล้มาก กองถ่ายทำหนังเข้าพักที่รีสอร์ทของญาติฉัน แต่แกนอนในคฤหาสน์ของญาติฉันนะ สามคืน” เนาวนุชบอกให้รับรู้
“อ้าว.. ไม่ได้นอนที่รีสอร์ทหรือ” เธอสงสัย เพราะไม่ใช่ญาติจะไปนอนในคฤหาสน์ได้ยังไง
“เต็ม! แกเลยต้องนอนที่คฤหาสน์ของญาติฉันแทน”
“อ๋อ..”
“แล้วที่นั่นก็มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ฟรี แกขนโน้ตบุ๊กไปทำงานด้วยก็ได้นะ” 
“ว้าว.. เลิศ แต่ฟรีแน่นะ”
“เออ บอกว่าฟรีก็ฟรี ยกเว้นตั๋วเครื่องบิน ค่าน้ำมันรถ อาหารการกินตอนเช้าฟรี แต่ตอนเย็นแกหากินเอง”
“ไม่มีปัญหา ฉันไป”
“แกนี่ท่าจะบ้า” เนาวนุชส่ายหน้า และต่อว่าด้วยความหมั่นไส้ ขณะที่อีกฝ่ายยิ้มกว้างไม่ยอมหุบ “ให้ไปพักผ่อนดันไม่อยากไป พอบอกว่าไปเจอจี จีรศักด์เท่านั้น ดันตอบตกลง”
“แหม.. แกก็รู้ว่าฉันปลื้มจี” เธอหยิบการ์ดมาพลิกดูข้อความที่อยู่ข้างในหลังจากส่งคืนไปโดยที่ยังไม่ได้อ่านอะไรเลย จากนั้นก็เก็บไปยิ้มๆ
“ปลื้มไปเถอะ ใครๆ ก็ว่าเป็นเกย์”
“เกย์บ้าอะไร!” เธอเงยหน้ามาเถียงบูดบึ้ง จากนั้นก็บรรยายรูปลักษณ์ภายนอกของดาราหนุ่มออกมาว่าไม่น่าจะใช่เกย์ “กล้ามแขน แผงอก หน้าท้อง และเค้าโครงหน้าออกจะแมนสุดๆ”
“ไม่อยากเถียงแก แกไปพิสูจน์ที่เกาะเองก็แล้วกัน” อีกฝ่ายโบกมือ
“แน่นอน ฉันจะดูให้เห็นกับตาเลยว่าจีของฉันไม่ใช่เกย์ แล้วงานบอลจัดงานเลี้ยงประมาณไหน สบายๆ หรือหรูหราอลังการ ฉันจะได้เตรียมเสื้อผ้าใส่ให้ถูกกาลเทศะ”
“ไม่รู้”
“อ้าว.. แกให้บัตรฉันมา ก็น่าจะรู้สิว่าน่าจะแต่งตัวประมาณไหน เกิดฉันลากชุดราตรียาวสีแดงเข้างาน แล้วเขาแต่งตัวแบบสบายๆ กัน จะเกิดอะไรขึ้น”
“โอ๊ย.. ก็รู้กันแล้วว่าเป็นงานบอลต้อนรับคณะถ่ายทำหนังกับโปรโมตการท่องเที่ยวของเกาะ คงไม่มีใครใส่ชุดราตรีเข้างานหรอก แกเลือกเดรสสวยๆ สักสามสี่ตัวใส่กระเป๋าไปด้วยก็พอ”
“ขอบใจที่แนะนำ” เธอค้อนควักพลางพูดประชดระคนเกรงใจและสงสัย “แล้วญาติแกไม่ว่าหรือ.. ที่ให้บัตรฉันไปงานแทน”
“ไม่ว่า บอกไปแล้วว่าไม่ไป ให้เพื่อนไปแทน เออนี่” เนาวนุชพูดแล้วส่งถุงพลาสติกใบหนึ่งมาให้ “ฉันแวะไปทำธุระที่ห้างมา เดินผ่านร้านหนังสือแล้วเห็นนักเขียนสุดปลื้มของแกเพิ่งออกผลงานชิ้นใหม่ เลยซื้อมาฝาก”
แค่พรรัตนาเห็นว่าเป็นหนังสือของใครเท่านั้น เสียงกรี๊ดกร๊าดด้วยความดีใจก็ดังขึ้น เพราะเป็นหนังสือเล่มใหม่ชื่อ Autumn Lover ของ P.U.Writer ฉบับภาษาอังกฤษที่เพิ่งวางแผงขายทั่วอเมริกา
“กรี๊..ด ขอบใจมาก แกนี่เพื่อนเลิฟจริงๆ มีขายในเมืองไทยเร็วขึ้นนะเนี่ย ฉันคิดที่จะสั่งซื้ออยู่พอดี”
“มีเพื่อนดีอย่างฉัน วันหลังช่วยกรุณามาให้ตรงเวลานัดด้วย!” เนาวนุชไม่วายพูดจาเหน็บแนม
“เออ.. ครั้งหน้าจะมาก่อนแกเลย”
“ให้จริงเถอะ!”
“แน่นอน” แล้วจู่ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของพรรัตนาก็หายไป ขณะที่มือยังลูบๆ คลำๆ หน้าปกนิยายด้วยความปลาบปลื้มระคนดีใจที่ได้มาครอบครอง “น่าเสียดาย ทำไมไม่มีสำนักพิมพ์ไหนซื้อลิขสิทธิ์มาแปลเป็นภาษาไทยก็ไม่รู้” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น