รดีซ่านทรวง

ตอนที่ 52 : เล่ม 2 - ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,853
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 199 ครั้ง
    28 ส.ค. 61

ตอนที่ 2


อนงค์นางเปิดประตูห้องนอนเข้าไปเพื่อเรียกสามีลงไปกินข้าว ครั้นเห็นลูกน้อยนอนอยู่บนอกของผู้เป็นพ่อ ดวงหน้านวลเปื้อนรอยยิ้ม แล้วสองพ่อลูกก็หันมามองทางเธอ จากนั้นลูกน้อยก็ขยับเข้ามาหา

คุณแม่รอกินข้าวอยู่ค่ะ”

เมียรักอุ้มลูกสาวขึ้น เขาจึงยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วถอดผ้าขาวม้าออก ด้วยรู้ดีแก่ใจว่าใช้ผ้าขาวม้าปิดหน้าไปตลอดไม่ได้หรอก

กินข้าวก่อนอาบน้ำนะคะ”

ร่างสูงกำยำยืนขึ้น เวลานั้นหนูน้อยมองมาทางเขา พอเห็นหน้าเท่านั้นก็เริ่มเบะปากร้องไห้ออกมาเพราะสิ่งที่เห็นไม่ใช่ใบหน้าที่มีหนวดเคราของผู้เป็นพ่อ

ปัณณวัตรรู้สึกจนปัญญาเป็นครั้งแรก พอใช้ผ้าขาวม้าปิดใบหน้าอีกครั้ง ลูกน้อยก็ยังร้องไห้ไม่ยอมหยุดเพราะรู้ว่าใบหน้าใต้ผ้าขาวม้าไม่มีหนวด

โอ๋ๆ พ่อไงลูก”

เขามองอนงค์นางปลอบลูกน้อย แล้วเธอก็หันมายิ้มอ่อนๆ ให้เขาอย่างปลอบใจ

อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะพี่เขม”

ที่ไหนมีหนวดปลอมขายบ้าง” เขาถามหน้าตูม

ตลกแล้วค่ะ” เธอหัวเราะ

พี่ไม่ตลก พี่พูดจริง” ปัณณวัตรจะออกไปซื้อหนวดปลอมเดี๋ยวนี้ให้ได้ เขากำลังวุ่นวายใจมากๆ เขาจะทนไม่ไหวแล้ว

นางไม่รู้ค่ะว่าที่ไหนมีขาย ในห้างฯ อาจจะมี แต่ตอนนี้ฟ้ามืดแล้วนะคะ หกโมงกว่าแล้ว กว่าจะไป กว่าจะกลับ โอ๊ย! รถติดค่ะ แล้วพี่เขมก็ไม่ค่อยรู้จักทางด้วย” เธอร่ายเป็นชุดถึงเหตุผลที่เขาไม่ควรออกจากบ้านในยามนี้

ปัณณวัตรเถียงเมียไม่ออก จึงได้แต่ทอดถอนหายใจ แล้วดวงตาคู่คมก็มองไปทางลูกน้อยอย่างอ้อนๆ

ลูกจ๋า...พ่อปวดใจ


ตกดึก เจ้าของสวนผักต้องปล่อยให้เมียรักกล่อมลูกหลับก่อน จากนั้นถึงเข้าไปนอนด้วยได้ พออนงค์นางเห็นเขาก็ยิ้ม อีกทั้งลุกขึ้นมายืนและพูดด้วย

โอ๋ๆ”

พี่ไม่ใช่เด็ก”

นางพูดตอนไหนคะว่าพี่เขมเป็นเด็ก ลูกจำไม่ได้แต่เมียจำได้นะคะ”

อนงค์นางพูดไปหัวเราะไป คนถูกเมียอ้อนก็อารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย หลังจากล้มตัวลงนอน ร่างนุ่มนิ่มของเมียก็ขยับเข้ามาซุกสีข้าง ขณะที่อีกด้านหนึ่งมีร่างของลูกสาวที่กำลังนอนแผ่อ้าซ่าอยู่ใกล้ๆ

อย่าเครียดไปเลยค่ะ เดี๋ยวลูกก็เข้าหา”

เจอหน้าเป็นร้อง จะไม่ให้พี่เครียดได้ยังไง”

ลูกชอบคนเถื่อน ไม่ชอบเทพบุตร”

ไม่ตลกนะ”

เขาดึงเมียรักขึ้นมาจนเกยอยู่บนแผงอก ใบหน้าของอนงค์นางเต็มไปด้วยรอยยิ้มน่ามอง

นางรักพี่เขมค่ะ พี่เขมเป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดี พี่เขมดีที่สุดในสามโลก” เธอพูดไปยิ้มกว้างไปอยู่ตรงใบหน้าของเขา

ดีถึงขนาดนั้นเลยหรือ” คนถามมีสีหน้าอ่อนโยน

ดีมากๆ เลยค่ะ แถมหล่อด้วย” อนงค์นางยกมือลูบแก้มเสมือนยืนยันว่าหล่อเหลาจริงๆ

พี่จะไม่โกนหนวดอีกแล้ว” ปัณณวัตรรู้สึกเข็ดแล้วจริงๆ ครั้งนี้

อะไรกัน ตอนแรกพูดเหมือนว่าจะโกนบ่อยๆ นางจำได้นะคะ” อนงค์นางเท้าความถึงคำพูดเดิมแล้วหัวเราะ

ตอนแรกตั้งใจที่จะทำแบบนั้นเหมือนกัน ใครๆ จะได้ไม่ต้องมองพี่แบบแปลกๆ มีเมียและลูกน่ารักทั้งคู่ แต่พี่กลับเหมือนไอ้มหาโจร เลยทำให้พี่อยากโกนหนวด แต่โกนแล้วมีปัญหาแบบนี้ พี่ไม่เอาอีกแล้ว!” คนพูดตั้งใจที่จะไม่โกนหนวดแล้วจริงๆ

นางรักพี่เขมทั้งภาคเทพบุตรและภาคมหาโจรค่ะ”

เมียพี่ปากหวาน”

พูดให้ฟังคนเดียวแหละค่ะ”

ดีมาก”


กลางดึกคืนนั้น ขณะที่เมียนอนซุกอยู่ข้างหนึ่ง ลูกนอนอยู่อีกข้างหนึ่ง จู่ๆ เขาก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะลูกน้อยพลิกตัวขึ้นมานอนเกยอยู่บนอกอย่างเคยชิน แม่กับลูกนอนทับเขา แต่เขากลับมีสีหน้าผ่อนคลายอย่างมีความสุข แม้น้ำลายของลูกสาวจะหยดใส่แผงอก และก้นโด่งๆ อยู่ใกล้มือ

เช้าวันใหม่ อนงค์นางตื่นแล้วลุกขึ้นก่อน เธอตั้งใจปล่อยให้ลูกสาวอยู่กับพ่อเพื่อสร้างความคุ้นเคย พอปัณณวัตรตื่นขึ้นมาก็พบว่าเมียไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว และลูกน้อยที่นอนน้ำลายไหลยืดอยู่บนแผงอกของเขาก็ขยับตัว หนูน้อยพลิกใบหน้าไปมาอยู่หลายครั้งบนแผงอกเพื่อไล่ความงัวเงียแล้วจึงเงยหน้าขึ้น ตาประสานตา หัวใจของคนเป็นพ่อลุ้นระทึกเนื่องจากกลัวว่าลูกสาวจะร้องไห้ขึ้นมา

อัญชันมองคนใต้ร่างตาปริบๆ แล้วนิ้วน้อยๆ ก็ไปเขี่ยตุ่มไตเล็กๆ บนแผงอกของผู้เป็นพ่อ

หม่ำ...หม่ำ...”

ปัณณวัตรสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ กับถ้อยคำที่ลูกน้อยร้องหาขวดนม จากนั้นก็ยื่นแขนออกไปหยิบขวดนมที่อยู่เหนือศีรษะมาส่งให้

เอานี่”

อัญชันจับขวดนมแล้วยัดจุกนมเข้ามาในปากจิ้มลิ้ม ขณะดูดน้ำนมออกจากขวดอยู่นั้น หนูน้อยก็ยังคงนอนเกยอยู่บนแผงอกอบอุ่นของผู้เป็นพ่อต่อไป พาให้ผู้เป็นพ่อรู้สึกสงสัยอยู่ไม่น้อย

ลูกสาวของเขาจำเขาได้ไหม เมื่อกี้เห็นหน้ากันจังๆ แต่ก็ไม่ร้องไห้ออกมา นั่นหมายความว่าจำเขาได้แล้วใช่ไหม

หลังจากรอหนูน้อยอิ่มแปล้แล้วปล่อยจุกนมออกจากปาก มือน้อยๆ ของอัญชันก็ยื่นขวดนมเปล่ามาให้ ก่อนจะยันตัวขึ้นมาเป็นนั่ง

จำพ่อได้แล้วเหรอ”

เจ้าตัวลุกนั่งขณะที่แผงอกกำยำเต็มไปด้วยคราบน้ำลายและน้ำนม อัญชันก็ยิ้มร่าด้วยว่าอิ่มแล้วอารมณ์ดี หนูน้อยจำพ่อได้ไหม จำได้แล้ว ก็คนที่อยู่ตรงหน้านี้ไงคือพ่อของเธอ ตอเคราดำๆ ที่ขึ้นมาในเช้าวันนี้ทำให้หนูน้อยจำได้ ผู้ชายคนนี้เป็นพ่อของเธอ แม้ว่าตอเครานั้นจะเล็กมาก แต่ก็จำได้ว่าเป็นพ่อของตน


อนงค์นางกลั้นใจที่จะอยู่ชั้นล่างของบ้านไม่ขึ้นไปดูปฏิกิริยาของสองพ่อลูก และเมื่อมารดาลงมาเจอหน้า สองแม่ลูกเลยคุยกันเรื่องที่จะไปซื้อทองโดยมีน้ำอ้อยขอตามไปด้วยเพราะจะไปซื้อผักที่บำรุงน้ำนมมาปรุงอาหารให้สิริวรรณกิน

ปัณณวัตรได้ยินเสียงรถยนต์ครู่หนึ่งแล้วก็หายไป เขาจึงลุกขึ้นพร้อมกับอุ้มลูกน้อยเข้าสู่อ้อมแขนแล้วพาเดินออกนอกห้องนอนโดยที่หนูน้อยก็ไม่ได้ร้องไห้เลยสักนิด แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องหยุดยืนตรงโถงทางเดินแทนที่จะก้าวเท้าลงไปข้างล่าง เนื่องจากเขาอยากอาบน้ำแต่งตัวให้ลูกสาวและตัวเองก่อน

ไปอาบน้ำกัน”

เด็กสาวตัวน้อยถูกพาเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งเพื่อถอดเสื้อผ้าออก ร่างจ้ำม่ำถูกห่อด้วยผ้าขนหนู แล้วคนเป็นพ่อก็อุ้มขึ้นพร้อมกับหยิบแชมพูที่เป็นครีมอาบน้ำด้วยเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

แต่พออยู่ในกะละมังหนูน้อยก็อยู่ไม่สุข สองมือปัดป่ายและตีน้ำเล่น อีกทั้งยังส่ายหัวไปมาอย่างไม่ยอมให้คนเป็นพ่อสระผมให้ ถึงอย่างนั้นปัณณวัตรก็เป็นผู้ชายใจเย็นและมีน้ำอดน้ำทนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เขาจึงสระผมให้โดยคอยระมัดระวังไม่ให้ฟองแชมพูเข้าไปในตาของลูกสาวอย่างเบามือ

น้องอัญ!”

อัญชันถูกดุเมื่อพยายามลุกขึ้นมายืน สองมือน้อยๆ เกาะแขนเกาะขาของคนเป็นพ่อที่กำลังนั่งยองๆ ข้างกะละมังที่ตนนั่งอยู่

เอ้า...เป็นไง ล้มเลย!”

ปัณณวัตรดุลูกสาวที่ลื่นล้มลงจนก้นกระแทกกะละมัง คราแรกอัญชันก็หน้าเสีย แต่แล้วก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบคนเป็นพ่อ

ถูสบู่หน่อย”

พ่อพูดแล้วใช้สองมือหยาบกร้านฟอกสบู่ไปทั่วเนื้อตัวจ้ำม่ำของลูกสาวทุกซอกทุกมุม แล้วก็จับลูกน้อยยืนด้วยมือหนึ่งก่อนจะวักน้ำล้างตัวให้สะอาดสะอ้าน

เสร็จแล้ว น่ารักมาก”

อัญชันถูกอุ้มออกจากกะละมัง แล้วคนเป็นพ่อก็ใช้ปากและจมูกไซ้แก้มนุ่มนิ่มที่มีกลิ่นหอมกรุ่นอย่างมันเขี้ยว เขาดีใจเหลือเกินที่ลูกสาวจำได้

นาง...นาง...”

ปัณณวัตรเรียกเมียรักเพื่อให้หญิงสาวมาพาลูกสาวไปแต่งตัวแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านล่าง ภายในบ้านเงียบกริบราวกับไม่มีใครอยู่ ร่างสูงกำยำจึงเดินลงไปยังชั้นล่าง

นาง...นาง...”

ไม่มีเสียงตอบรับจากใครเลยสักคน ภายในบ้านเงียบกริบจริงๆ รถของแม่ยายก็ไม่อยู่ และเมื่อลองเดินเข้าไปในห้องครัวก็ไม่เห็นมีใครอยู่เหมือนกัน

หายไปไหนกันหมด”

เขาพึมพำพลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ในเมื่ออนงค์นางไม่อยู่ หน้าที่แต่งตัวให้ลูกสาวก็ต้องตกเป็นของเขา และเมื่อปล่อยร่างจ้ำม่ำของลูกสาวลงนอนบนผ้านวมในห้องนอน หนูน้อยรีบพลิกคว่ำก่อนจะหันไปหาขวดนมอีกขวดที่ยังมีน้ำนมอยู่

ปัณณวัตรทาแป้ง ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป แล้วก็คว้าเสื้อกล้ามสีชมพูสดกับกางเกงขาสั้นสีเขียวมาใส่ให้ลูกสาว หลังจากนั้นก็หยิบหวีมาหวีผมให้จนเรียบแปล้ เขามองผลงานของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ แต่แล้วก็รู้สึกลำบากนิดๆ เมื่ออยากอาบน้ำชำระล้างคราบน้ำลายกับคราบน้ำนมบนแผงอกแต่ก็ไม่มีใครอยู่ดูแลอัญชันสักคน

ชายหนุ่มตัดสินใจพาลูกสาวเข้าไปในห้องน้ำด้วย มือหนึ่งอุ้มลูกน้อย ส่วนอีกมือพยายามแปรงฟันกับล้างหน้า หลังจากวักน้ำล้างแผงอกลวกๆ เขาก็หาเสื้อยืดมาสวม จากนั้นก็เดินลงมายังชั้นล่างพร้อมกับขวดนมเปล่าสองขวดที่จำเป็นต้องล้างเพราะอีกไม่นานอัญชันคงร้องหาขวดนม

ขณะล้างขวดนมอยู่ในครัว ลูกสาวยืนเกาะขา มือน้อยๆ จับอยู่ที่หน้าแข้งแล้วก็ดึงขนหน้าแข้งของคนเป็นพ่อออกอย่างสนุกสนาน

โอ๊ย!”

คนเป็นพ่อสะดุ้งเฮือกด้วยความเจ็บ แต่ลูกสาวกลับส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังลั่นไปทั่วห้องครัว

แม่บอกว่าหนูชอบคนเถื่อน ชอบผู้ชายแบบพ่อนะลูก พ่อรักเดียวใจเดียว ซื่อสัตย์ และรักครอบครัวมาก”

หนูน้อยฟังไม่รู้เรื่อง หรืออีกนัยก็คือเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ประสา จึงกำลังสนุกสนานอยู่กับการดึงขนหน้าแข้งของผู้เป็นพ่อเท่านั้น

ปัณณวัตรทนเจ็บให้ลูกสาวดึงขนหน้าแข้งเล่นต่อไป หลังจากล้างขวดนมเสร็จ เขาก็เทนมพาสเจอร์ไรซ์ใส่ลงไปแล้วปิดฝา จากนั้นก็พาลูกน้อยออกมาที่ห้องนั่งเล่น

แม่นางไปไหน น่าจะบอกพ่อสักคำ”

คำว่า ‘แม่’ ทำให้อัญชันมองหาอนงค์นาง ตากลมโตแป๋วกวาดมองไปทั่ว แล้วพ่อกับลูกก็ออกไปยืนตรงถนนหน้าบ้าน เมื่อเห็นรถคันหนึ่งแล่นเข้ามา เสียงของปัณณวัตรก็ดังขึ้นด้วยความดีใจ

แม่นางมาแล้ว!”

อัญชันจ้องจนกระทั่งยาย มารดา และน้ำอ้อยลงมาจากรถ ใบหน้าของอนงค์นางเต็มไปด้วยรอยยิ้มเพราะลูกน้อยไม่ได้ร้องไห้โยเยราวอยู่กับคนแปลกหน้าอีกต่อไปแล้ว

ไปไหนมา” ปัณณวัตรถาม

ไปซื้อทองมาค่ะ”

ซื้อทำไม” เขาขมวดคิ้ว

รับขวัญหลานสิคะ”

อ๋อ...”

น้องอัญไม่ร้องแล้ว” แม่หันไปยิ้มให้ลูกสาวแล้วก็รับร่างจ้ำม่ำมาอุ้ม พอเห็นว่าพ่อแต่งตัวให้ลูกสาวยังไงก็ลอบส่ายหน้า

คนเป็นพ่อนี่ไม่ไหวเลยจริงๆ ลูกสาวออกจะน่ารัก ดันแต่งตัวให้ลูกแบบนี้เสียได้

พี่เขมคะ กางเกงสีชมพูก็มีนะคะ ทำไมถึงใส่สีเขียวให้ลูก”

คนถูกต่อว่าไม่พูดอะไร เขาหยิบอะไรได้ก็ใส่ให้แบบนั้นแหละ ถ้าอยากจะสวยๆ ก็ให้แม่แต่งตัวเพราะพ่อไม่ประณีตถึงขนาดนั้น ผิดกับอัญชันที่ไม่ว่าพ่อหรือแม่จะแต่งตัวให้แบบไหน หนูน้อยก็มีความสุขที่สุดตามประสาเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไร นอกจากกินอิ่ม นอนหลับ และเล่น

เมื่อเข้าไปในบ้าน อนงค์นางก็พาลูกสาวขึ้นไปยังชั้นบนเพราะอยากเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูสวยน่ารัก ปัณณวัตรเดินตามหลัง ปล่อยให้แม่ยายนั่งพักอยู่ในห้องนั่งเล่น และน้ำอ้อยนำกับข้าวที่ซื้อมาไปเก็บในครัว

พี่อาบน้ำนะ”

ค่ะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 199 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,872 ความคิดเห็น

  1. #4831 eross2 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 13:30

    อ่านในหนังสือก็หลายรอบ ยังตามมาอ่านในนี้อีก อ่านก็ทีก็ไม่เบื่อเลยค่ะ เพราะครอบครัวนี้น่ารักมากกกก เป็นนิยายที่เป็นธรรมชาติมากที่สุดค่ะ
    #4,831
    0
  2. #4830 pookpook502 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 23:09
    น่ารักจัง
    #4,830
    0
  3. #4829 koffeemilk (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 22:20
    หนูอัญชันน่ารัก
    #4,829
    0
  4. #3129 ann (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 07:50
    มีชื่อเราด้วย..ดีจัง
    #3,129
    0
  5. #3126 leknoi2520 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 21:43
    เย้ๆๆๆๆๆ ดีใจมากๆค่า ได้เป็นหนึ่งในผู้โชคดีด้วย
    #3,126
    0
  6. #3125 pornnipanisaidee (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 21:36
    ไม่ได้อ่ะ
    #3,125
    0