รดีซ่านทรวง

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,096
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 136 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

ตอนที่ 3


เสียงฝีเท้ากับเสียงพูดคุยและเสียงเพลงที่เริ่มดังขึ้นมา ทำให้ร่างที่นั่งเหม่อลอยอยู่ในห้องสะดุ้ง เธอรีบเก็บรูปลงไปในซอกหลืบของกระเป๋าสัมภาระ แล้วก็หยิบแป้งตลับขึ้นมาดูตัวเองผ่านกระจก สีหน้าซีดเซียวแบบนี้ ควรจะแต่งหน้ากลบร่องรอยแห่งความเจ็บช้ำใจสักหน่อย

ยิ้มสิ...ต้องยิ้ม

เธอบอกกับตัวเองอยู่ในใจ แต่ยิ้มไม่ออก ทั้งที่คนที่นี่ต่างมาแสดงความยินดีให้กับเธอและเขา ก็เธอกำลังจะแต่งงานโดยปราศจากความรัก เอาชีวิตทั้งชีวิตที่เหลือฝากเอาไว้กับเขา แล้วจู่ๆ ประตูห้องก็เปิดเข้ามา เมื่ออีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะเก้าโมง ผู้คนต่างทยอยกันขึ้นเรือน เพื่อจัดแจงสถานที่ให้เขากับเธอนั่ง จะได้ผูกข้อไม้ผูกข้อมือเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตคู่

เขาเดินเข้ามาคนเดียว ดวงตาคู่คมมองเธอที่เริ่มแต่งแต้มสีสันลงบนเปลือกตา แล้วก็เดินไปยังตู้ไม้สีน้ำตาลเข้มที่ใส่เสื้อผ้าริมห้อง อนงค์นางรู้ว่าเขาถอดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตกับเสื้อยืดออกเท่านั้น ใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เพราะเริ่มนึกถึงยามที่เขาจูบกอดและลูบคลำเรือนร่างของเธอ

ปัณณวัตรต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะถูกคนอื่นคะยั้นคะยอว่าให้แต่งตัวดีๆ หน่อย เขาจึงหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่อยู่ข้างในมาสวม หลังจากติดกระดุมเสื้อเรียบร้อย ก็สอดชายเสื้อรอบเอวเข้าไปในขอบกางเกงยีนส์สีซีดที่สวมอยู่ และแล้วก็มีเสียงเรียกดังขึ้นอยู่ที่หน้าห้อง เพราะจวนเจียนใกล้จะถึงฤกษ์งามยามดีแล้ว

เขม! ได้เวลาแล้ว เจ้าบ่าวเจ้าสาวออกมาได้แล้ว”

ร่างบางลุกขึ้นยืน เมื่อมองไปที่เขา ภายในอกพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ ใบหน้าของเธอต้องมีรอยยิ้มยินดี จึงเชิดหน้าขึ้น และพูดกับเขา

ฉันพร้อมแล้วค่ะ พร้อมที่จะทำหน้าที่เมียของคุณ”

ในน้ำเสียงของเธอยังแฝงความหวาดหวั่น คนฟังไม่พูดอะไร นอกจากมีแววตารับรู้ พอก้าวออกมาจากห้องด้วยกัน ปัณณวัตรถูกคนอื่นดึงไปคุยด้วย ขณะที่เธอก็พยายามทำตัวให้รื่นเริง ด้วยการยิ้มให้คนอื่นที่มองมาพร้อมรอยยิ้ม มีสีหน้ายินดีที่เขาและเธอแต่งงานกัน

นั่งลงเลย นั่งลงตรงนี้”

เธอนั่งลงตามเขา มีหมอนสองใบสีชมพูแปร๊ดที่เอาไว้รองแขนข้างหนึ่งตั้งอยู่ตรงหน้า ข้างๆ มีพานเงินใส่สายสิญจน์วางอยู่

เก้าโมงแล้ว เริ่มเลย ยาย...มาผูกคนแรกเลยยาย”

คนเฒ่าคนแก่ที่รู้จักกับเขาทยอยเข้ามาอยู่ตรงหน้า เมื่อเริ่มผูกสายสิญจน์ที่ข้อมือ คำอวยพรให้มีชีวิตคู่ที่ดี และคำหยอกเย้าต่างๆ ก็หลุดออกมาจากปาก

ขอให้มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมือง หนักเบาเอาสู้ และอภัยให้แก่กันและกันเมื่อเกิดเรื่อง”

อนงค์นางยิ้มขอบคุณจากใจจริง แม้ภายในอกจะทุกข์ระทมก็เถอะ พอมองไปเห็นเหมือนฝันที่กำลังมีสีหน้าขบเขี้ยวเคี้ยวฟันและแววตาวาวโรจน์จ้องมองมาที่เธอ เธอรู้สึกไม่สบายใจชอบกล

มีใครอีกไหม”

หลังจากที่หัวหน้าคนงานตะโกนถาม ไม่มีใครเข้ามาผูกข้อไม้ข้อมือให้อีกแล้ว ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอทำท่าจะลุกขึ้นยืน แต่มีเสียงห้ามไม่ให้ลุกขึ้นเสียก่อน

เดี๋ยวสิ! หอมแก้มเจ้าสาวหน่อย หอมเลย”

เธอมองไปที่ใบหน้าคร้ามหนวดทันที แววตาเปล่งประกายตกใจเล็กน้อย ขณะนั้นเสียงเชียร์ดังขึ้นอีกระงม ดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีคนร้องสมทบ

หอมเลย หอมแก้มเลย”

ใจของอนงค์นางเต้นเร็ว หายใจแรงและติดขัด แล้วก็เสสายตามองผู้คนที่กำลังมองมาทางเธอ ก่อนที่เขาจะทำตามคำเรียกร้องของทุกคน ด้วยการเอียงตัวเข้ามาหา พลางเอียงใบหน้ามาที่แก้ม แล้วริมฝีปากก็จรดลงบนแก้มนวลของเธอ

ไรเคราแข็งทิ่มผิวอ่อนนุ่มกับความละมุนของริมฝีปาก ความรู้สึกนี้เป็นประสบการณ์ใหม่ ที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นเร็ว ดวงหน้าร้อนวูบวาบ และมือไม้อ่อนราวกับถูกอีกฝ่ายสูบเรี่ยวแรงออกไปจากร่าง

เวลานั้นเสียงเฮดังขึ้นลั่นด้วยความพึงพอใจ แล้วคนข้างกายเธอก็ยันตัวลุกขึ้นยืน เขาเข้าไปคุยกับหัวหน้าคนงานที่รับหน้าที่เป็นพิธีกร

เก็บถั่วฝักยาวได้เท่าไหร่แล้ว”

ยังไม่ได้ชั่งเลย”

แล้วแตงกวาล่ะ วันนี้จะเก็บได้เท่าไหร่”

น่าจะได้สักหนึ่งตัน ส่วนมะเขือเปราะเยอะหน่อย คาดว่าประมาณสองตัน”

เขาเป็นเจ้าบ่าวที่ไม่ค่อยให้ความสนใจเจ้าสาวเลย แต่เธอไม่รู้สึกโกรธแม้แต่น้อย เพราะรู้แต่แรกแล้วว่าเขาไม่ได้รัก จะให้มาพูดจายิ้มแย้มและเอาใจใส่...คงเป็นไปไม่ได้

ปัณณวัตรไม่ได้ทิ้งหญิงสาว เขาหันกลับมามองเธอ และรอจนร่างบางลุกขึ้นยืน จากนั้นก็พาลงเรือนไปด้วยกัน เพื่อเริ่มงานเลี้ยง พร้อมๆ กับส่งผลผลิตที่เพิ่งเก็บมาขึ้นรถของแม่ค้าจากกรุงเทพฯ ที่มารับสินค้าถึงหน้าสวนไปด้วย

ตกดึก เพลงหยุดดังในช่วงเวลาสี่ทุ่ม เพราะกินเลี้ยงกันตั้งแต่หัววัน แต่ก็ยังมีบางคนนั่งดื่มกันยาวจนถึงตีหนึ่งตีสอง อนงค์นางนอนไม่หลับ ประสาทสัมผัสทั่วร่างของหญิงสาวตื่นตัว เพราะเขาจะเข้ามาในห้องตอนไหน และจะทำอะไรเธอหรือเปล่า ความหวาดหวั่นจึงแผ่ซ่านปกคลุมหัวใจ

และแล้วประตูห้องก็เปิดเข้ามา หัวใจของเธอเต้นเร็วระรัว ดวงตาเขม็งมองร่างสูงใหญ่กำยำที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ปัณณวัตรเมา กลิ่นแอลกอฮอล์โชยออกมาจากลมหายใจของเขา แต่เขายังควบคุมสติอยู่ พอปิดประตูห้อง ก็ถอดเสื้อเชิ้ตออกจากร่าง แต่ไม่ถอดกางเกงยีนส์ที่สวมอยู่ พอสองมือใหญ่ตลบชายมุ้งขึ้นก่อนจะสอดตัวเข้าไปข้างใน ร่างที่นอนอยู่ในมุ้งก่อนลุกขึ้นมาเป็นนั่งอัตโนมัติ

เขาไม่สนใจปฏิกิริยาหวาดผวาของเธอ หลังจากที่ล้มตัวลงนอน ก็พูดขึ้นมาลอยๆ พร้อมกับถอนหายใจแรงออกมา

ไม่อาบน้ำนะ”

ครู่หนึ่งหลังจากนั้น ภายในห้องนอนเงียบกริบเหมือนเดิม เธอยังนั่งเฉยๆ และมองไปที่เขา เขาเมาถึงขนาดนี้ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึก คงไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรเธอหรอก

เมื่อความแน่ใจค่อยๆ ก่อตัว มือบางจึงเอื้อมออกไปหยิบผ้าห่มที่ปลายเท้า แล้วคลี่ออกคลุมร่างกำยำ เพราะอากาศที่นี่ในยามค่ำคืนค่อนข้างเย็น จากนั้นเธอก็ค่อยๆ ล้มตัวลงนอน แน่อยู่แล้วว่านอนหันหลังให้อีกฝ่าย เปลือกตาปิดลง และหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ เพราะว่าเธอง่วงแล้ว เวลาปาเข้าไปตีสองแล้ว

เอก...อี้...เอ้ก...เอ้ก...

คนได้ยินเสียงไก่ขันรับอรุณขยับตัว เปลือกตาขยับเปิดจนดวงตามองอยู่ที่เพดานมุ้ง แล้วดวงตาก็ค่อยๆ มองไปทางด้านข้าง เห็นเขาหลับอยู่ จึงลุกขึ้นมาเป็นนั่ง จากนั้นก็พาตัวเองออกจากมุ้ง เพราะจะเริ่มทำหน้าที่เมียของเขา ก็ต้องลุกขึ้นมาหุงหาอาหารเตรียมเอาไว้

ปัณณวัตรตื่นแล้วเช่นกัน แต่ไม่ขยับตัวและลืมตา เพราะอยากรู้ว่าเธอจะทำอะไร จึงปล่อยตัวตามสบายสักวันหนึ่ง ตื่นสายสักหน่อยคงไม่เป็นไร

หญิงสาวจรดปลายเท้าเหยียบพื้นบ้านราวกับแมวย่อง แม้ขณะกำลังปิดประตู ก็ค่อยๆ หับเพื่อไม่ให้เกิดเสียง แล้วก็เข้าห้องน้ำ ก่อนจะเข้าไปในห้องครัว

พระมาบิณฑบาตหกโมงครึ่ง

เธอนึกแล้วหันไปมองนาฬิกา พร้อมกันนั้นก็เริ่มนึกว่า...ตักกับข้าวที่เพิ่งทำเสร็จ แล้วปั่นจักรยานออกไปใส่บาตรที่ถนนหน้าสวนดีไหม ไหนๆ ก็ไม่มีอะไรทำแล้ว การทำบุญด้วยการใส่บาตรอาจจะทำให้จิตใจของเธอผ่องใสมากขึ้น

อนงค์นางหันไปหาถุงพลาสติก พอเจอถุงร้อนใส่อาหารและหนังยางที่จะใช้รัดปากถุงก็หยิบออกมา ตอนนี้จิตใจของเธอสงบขึ้น แกร่งขึ้น เพราะผ่านงานแต่งงานมาแล้ว จึงควรที่จะก้าวเดินต่อไปมากกว่าที่จะถอยหลัง

ที่ริมถนนหน้าสวน กลุ่มเดิมที่มารอใส่บาตรพระยืนอยู่ ยายทักเธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและถามขึ้นถึงเขา

มาคนเดียวหรือ แล้วผัวเอ็งล่ะ”

หลับอยู่จ้ะยาย เมื่อคืนเมามาก”

เอ็งก็เลยต้องมาใส่บาตรคนเดียว”

ใช่จ้ะยาย”

ไอ้เขมมันเป็นคนดีนะ ขยันทำมาหากิน สวนที่เห็นกว้างๆ เนี่ย...เป็นของมันทั้งหมด มันมีความคิดสร้างสรรค์ ปลูกผักขาย ในสวนของมันมีสารพัดผัก และมันก็ให้คนงานของมันกินฟรี หลานชายยายเอามาที่บ้านทุกวัน ไม่ต้องไปซื้อให้เสียตังค์”

ค่ะ” เธอยิ้มรับ และฟังเรื่องราวของชายหนุ่มต่อไป

แล้วมันก็ไม่ใช่คนเจ้าชู้ ไม่เคยได้ยินเรื่องผู้หญิงเลย เอ็งได้ผัวดีนะ...ยายจะบอกให้”

เธอกับยายต้องหยุดสนทนาชั่วครู่ เมื่อพระสงฆ์เดินเข้ามาจนหยุดยืนอยู่ตรงหน้า หลังจากนั่งยองๆ รับศีลรับพร ก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งกำลังจะแล่นผ่าน คนขับคือเหมือนฝัน เด็กสาวสวมชุดนักเรียนมัธยมปลาย ใบหน้าและแววตาที่มองเธอมาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

ตอแหล!”

คนถูกด่าลอยๆ ตกใจ และเริ่มรู้สึกไม่ชอบใจเลยที่เด็กสาวคนนี้แสดงความก้าวร้าว ไม่เป็นมิตร ไม่รู้จักกาลเทศะ และอยากมีผัวจนตัวสั่นถึงขนาดนี้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 136 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,872 ความคิดเห็น

  1. #4841 pommys (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 21:43
    อิเด็ก เ ป ร ต
    #4,841
    0
  2. #4824 tonchaaui (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 22:04
    เอาเด็กนี่ไปทำปุ๋ยดีมั้ยนะ
    #4,824
    0
  3. #4255 Nannan-ja (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 22:31
    แหม๋ อิเด็กนี่แรดเนอะ
    #4,255
    0
  4. #1902 Kwanta Lorliam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 09:42
    เด็กแอบรักนิสัยแย่มาก
    #1,902
    0
  5. #1821 Disk Nara (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 09:22
    ชอบสามประโยคสุดท้ายมาก คิดแล้วต้องหัดพูดบ้างนะนาง ยัยนั่นจะได้หลาบจำ
    #1,821
    0
  6. #10 sansoan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:47
    สนุกมากๆๆ ค่า คุณโม มาอัพอีกนะค่า เป็นกำลังใจให้ ชอบ ๆ
    #10
    0
  7. #9 Pearendless (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:54
    ชอบสำนวนมากค่าาาา
    จะรออ่านนะคะ. ;))
    #9
    0
  8. #8 Tar (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:45
    นึกว่าวันนี้ไม่มาซะแล้ว ชอบมากค่ะสนุกมาก ติดตามต่อไปค่ะ
    #8
    0