มธุนารี (รีอัป)

ตอนที่ 4 : นารีผลแปลงร่างเป็นคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 85
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    31 พ.ค. 62



เขาสอบปากคำพนักงานโรงแรมที่เห็นผู้ตายเป็นคนสุดท้าย พยานบอกว่ามีผู้ชายคนหนึ่งสวมชุดดำมาด้วยกับผู้ตาย แต่จำหน้าไม่ได้ และเมื่อเปิดเทปบันทึกภาพของทางโรงแรมดูเหตุการณ์ก่อนที่เหยื่อจะเสียชีวิต น่าแปลกมาก ที่ร่างกายของผู้ตายขณะนั้นมีเนื้อหนังมังสา และไม่มีชายชุดดำเดินมาด้วยอย่างที่พยานบอก

จาดีสถอนหายใจด้วยความสงสัยว่าต้นเหตุของการเสียชีวิตคืออะไรกันแน่ ในเมื่อร่างกายของผู้ตายไม่มีบาดแผล ไม่มีคราบอสุจิ และในกล้องวงจรปิดของโรงแรมก็ไม่มีร่างของผู้ชายคนนั้นปรากฏอยู่ พรุ่งนี้เขาจึงต้องเดินทางไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อพบกับหมอนิติยาที่เป็นผู้ชันสูตรศพ

จาดีสพลิกตัวนอนตะแคง หยิบปืนใต้หมอนที่มีสายสิญจน์พันรอบด้ามปืนออกมามองด้วยความสงสัยระคนกังขาจริงๆ ว่า จะมีโอกาสได้ยิงอมนุษย์จริงหรือ และจะเป็นอมนุษย์แบบไหนกัน

นอนดีกว่า

สารวัตรหนุ่มเลิกคิดแล้วเก็บปืนใต้หมอนก่อนที่จะลุกขึ้นไปปิดไฟ และเดินกลับมาล้มตัวลงนอนบนฟูกอีกครั้ง

ใต้ความมืดที่เงียบสงัดในช่วงเวลาตีสาม แสงไฟสว่างวาบขึ้นที่โต๊ะวางโน้ตบุ๊ก ซากไม้แห้งที่มีรูปร่างเหมือนผู้หญิงขยับยืดแขนราวกับกำลังบิดขี้เกียจพร้อมกับส่งเสียงแอ๊ะขึ้นมา

พอนารีผลกะพริบตาหนึ่งที ร่างที่ยาวเลยฝ่ามือไปนิดเดียวก็ขยายออกจนมีรูปร่างเท่ามนุษย์ ผมของนางเป็นสีทองเหลืองอร่าม ดวงหน้างดงามราวกับเทพธิดา ผิวกายเปล่งปลั่ง และที่ศีรษะมีขั้วเหมือนผลไม้

นารีผลก้าวเดินปุ๊บ ร่างอรชรอ้อนแอ้นก็เอียงไปเอียงมา เพราะแข้งขาของนางยังอ่อนราวกับเด็กเพิ่งหัดเดิน อีกทั้งร่างกายของนางไม่มีกระดูกเหมือนคน

นารีผลกะพริบตาปรับภาพตรงหน้าที่มืดไปหมด ตั้งแต่หลุดจากต้นลงสู่ฝ่ามือของโยคีซานดีพ นางมีชีวิตแค่สองชั่วโมงของป่าหิมพานต์ แต่ก็ยังรับรู้ได้ว่าที่นี่แตกต่างจากที่นั่นสิ้นเชิง เพราะไม่มีแสงแดดอบอุ่น ไม่มีเสียงนกกระซิบกระซาบกัน และไม่มีกลิ่นหอมของมวลดอกไม้

ที่นี่ที่ไหน

นางถามตัวเองแล้วเดินเป๋ไปที่เตียงพลางเปิดปากหาว ทั้งที่หลับอยู่ตลอดเวลา และล้มตัวลงนอนเคียงข้างร่างสูงกำยำของใครคนหนึ่งที่นอนอยู่ก่อน

จาดีสพลิกตัวนอนตะแคงเมื่อกลิ่นหอมจรุงของอะไรบางอย่างโชยมาเตะจมูก แล้วขยับร่างเบียดเข้าไปหา พลางตวัดแขนกอด



เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในเช้าวันใหม่ ผู้ที่ต้องไปทำงานลืมตา แล้วจู่ๆ เปลือกตาของชายหนุ่มก็กะพริบปริบๆ เพราะเห็นเหมือนขั้วผลไม้อยู่ตรงหน้า จากนั้นก็หลุบสายตามองดวงหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา แพขนตางอนยาว จมูกโด่ง ริมฝีปากสีชมพูจิ้มลิ้ม และทรวงอกคู่อวบตูมเต่งที่อยู่ห่างจากแผงอกเขาไม่มาก

เฮ้ย!

ร่างสูงกำยำลุกพรวดขึ้นมาในท่านั่ง ระหว่างนั้นเขาก็พิจารณาผมสีทองยาวถึงเอว ดวงหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา และทรวดทรงองค์เอวของอีกฝ่ายอีกครั้ง

นารีผล!

จาดีสมั่นใจ เพราะขั้วที่อยู่บนศีรษะของอีกฝ่าย หลังจากที่หายตกใจ ร่างสูงกำยำก็ลุกขึ้นมายืนอยู่ที่ข้างเตียง ดวงตาสีอ่อนของเขาทอดมองอยู่ที่เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นน่าฟัด

เป็นไปไม่ได้!

เขาเถียงตัวเองอยู่ในใจอย่างสับสน เพราะยังไม่เชื่อเรื่องแปลกประหลาดแบบนี้ แล้วดวงตาของจาดีสก็มองไปที่โต๊ะตั้งโน้ตบุ๊ก

‘ไม่จริง! อยากจะบ้า’ เขายกมือลูบหน้าตัวเอง ครั้นไม่เห็นซากไม้แห้งที่ควรจะวางอยู่ตรงนั้น

จาดีสเถียงตัวเองแล้วมองไปที่เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นอีกครั้ง ยิ่งพิศใบหน้า ทรวงอกตูมเต่งที่ปลายยอดชูชัน ร่างทั้งร่างของชายหนุ่มร้อนผะผ่าว ใจเต้นเร็วขึ้น เพราะเขากำลังหลงเสน่ห์นางเหมือนนักสิทธิ์ คนธรรพ์ วิทยาธร และผู้วิเศษอื่นๆ ที่ตั้งใจรอเก็บผลนารีจากต้นมักกะลีผล

ไม่ได้การแล้ว

เขาลอบกลืนน้ำลายขณะเริ่มหายใจแรง และต้องหันหน้าไปทางอื่น เพราะภาพนั้นยั่วยวนให้เขาอยากจะกระโดดขึ้นเตียงไปฟัดอีกฝ่ายจริงๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น