มธุนารี (รีอัป)

ตอนที่ 2 : นารีผล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 พ.ค. 62


 “เชิญนั่ง” จาดีสพาอาคันตุกะเข้าไปในห้องนั่งเล่นแล้วผายมือไปที่โซฟาไม้เนื้อแข็ง “ลุงกินอะไรมาแล้วหรือยัง ในครัวมีขนมปังกับนมอยู่”

“พระอาทิตย์ตกดินแล้วฉันไม่กินอะไร” โยคีซานดีพเคร่งครัดเรื่องอาหารการกิน เพราะกลัวว่าจะมีแมลงเล็กๆ ปะปนอยู่ในอาหาร แม้แต่พืชผักที่ปลูกใต้ดินก็ไม่กิน

“น้ำสักแก้วไหม” เขายังถามอีก

“ไม่” โยคีซานดีพส่ายหน้า

“นั่งสิ”

จาดีสนั่งตาม หลังจากอาคันตุกะจากแดนไกลนั่งลงเรียบร้อยแล้ว อีกประเดี๋ยวเขาจะขึ้นไปอาบน้ำ เพราะพรุ่งนี้ต้องออกไปทำงานแต่เช้า

“ไหนๆ ลุงก็บอกผมว่าเพิ่งออกจากป่าหิมพานต์มา” เขาชวนคุยก่อนหาโอกาสถามว่าจะไปนอนที่ไหน

“ใช่แล้ว ฉันอยากไปที่นั่นสักครั้งก่อนสิ้นใจ”

“แล้วสถานที่แห่งนั้นเป็นยังไง เหมือนในหนังสือที่ผมอ่านหรือเปล่า”

“เหมือนหรือไม่นั้น ฉันไม่รู้ รู้แต่ว่าที่นั่นสวยงาม มีเทวดา วิทยาธร คนธรรพ์ นักสิทธิ์ ต้นมักกะลีผล และสัตว์วิเศษหลากหลายชนิดอาศัยอยู่” โยคีซานดีพร่ายยาว

“แล้วลุงไปที่นั่นได้ยังไง” เขาสงสัยข้อนี้จริงๆ

“ปรอท ฉันสำเร็จปรอทได้แล้วใส่ปากอม จากนั้นก็เหาะไป”

“เหาะ!?” จาดีสหัวเราะขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ

“ไม่เชื่ออย่างนั้นหรือ เอ้านี่...ฉันให้” โยคีซานดีพหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าย่ามสีเหลืองขมิ้นแล้วส่งให้

“อะไร” ดวงตาสีอ่อนมองซากไม้แห้งที่มีรูปร่างเหมือนผู้หญิง ขนาดยาวเลยฝ่ามืออีกฝ่ายนิดหน่อย

“นารีผล”

“ซากไม้นี่นะ นารีผล” เขาถามเสียงไม่เชื่อ

“ใช่แล้ว นี่คือนารีผล”

“แล้วเอามาทำอะไรได้” จาดีสไม่ชอบของฟรี โดยเฉพาะคนแปลกหน้าที่ยังไม่มั่นใจว่าเป็นลุง

“ใครๆ ก็อยากได้สิ่งนี้ เธอไม่อยากได้หรือ ตอนที่ฉันยื่นมือออกไปรับ มีวิทยาธร นักสิทธิ์ ครุฑ และคนธรรพ์ทั้งหลายต่างแย่งชิง”

“ไม่” เขาส่ายหน้าไปมา

“ต้นมักกะลีผลในป่าหิมพานต์ตอนนี้เหลือแค่ไม่กี่ต้นแล้ว อีกไม่นานอาจจะสูญหายไป เธอไม่อยากได้มันจริงๆ หรือ”

“เท่าที่ผมรู้นะ” จาดีสพูดขึ้น “ท้าวสักกเทวราชหรือพระอินทร์ทรงเสกขึ้นมาใช่ไหม ลุงก็ให้พระอินทร์เสกขึ้นมาใหม่สิ”

“เจ้านี่นะ” โยคีซานดีพส่ายหน้าที่อีกฝ่ายไม่เชื่อ

“คืนนี้ลุงจะนอนที่ไหนหรือ” สารวัตรหนุ่มสบโอกาสถาม

“ฉันแค่แวะทักทายเธอเท่านั้น แล้วจะเดินทางกลับเลย มองดูนารีผลนี้ดีๆ” ลุงยังเชิญชวนหลานชายให้รับนารีผลที่อยู่ในมือไปดูแล

“ไม่เอา” ร่างสูงกำยำลุกขึ้นจากโซฟาไม้

“ดูเถิด จงดู”

“เฮ้อ...บังคับจริง ก็ผมไม่อยากได้” จาดีสมองไปที่ซากไม้อย่างหงุดหงิด แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ เมื่อเห็นว่ามันขยับกระดุกกระดิก พลางร้องแอ๊ะขึ้นมา

“เฮ้ย! มันขยับได้”

“นารีผลนี้เพิ่งถูกเก็บมาได้สองชั่วโมง” ร่างผอมแกร็นลุกขึ้นยืนแล้วก็ดึงมือของหลานชายให้มารับสิ่งที่อยู่ในมือของตนไป

“ไม่!” เขาดึงแขนกลับ ยังไม่หายตกใจ

“นารีผลบอกกับฉันว่าอยากอยู่กับเธอ”

“ล้อเล่นนา” เขาไม่ขำ

“รับไปสิ” โยคีซานดีพยัดใส่มือใหญ่จนได้

“ผมบอกว่าไม่เอา” จาดีสร้องขึ้นอย่างตกใจ เพราะนารีผลยังขยับกระดุกกระดิกอยู่อย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับเรื่องที่เขาเจอเป็นวรรณกรรมแฟนตาซี

“ฉันให้เธอ คราวนี้เธอเชื่อแล้วหรือยังว่าฉันไม่ได้โกหก”

“ไม่เอา!” เขายืนตัวแข็งทื่อ ขณะแบมือที่มีซากไม้แห้งกลางฝ่ามือที่กำลังขยับกระดุกกระดิกราวกับเด็กแรกเกิด

“ฉันจะกลับอินเดียแล้ว”

“เดี๋ยวสิ! เดี๋ยว” ร่างสูงกำยำเดินตามร่างผอมแกร็นไปถึงลานหน้าบ้านที่เงียบสงัด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

77 ความคิดเห็น