นิยายแปล His Royal Highness, Wants a Divorce! 《太子殿下,求和离!》

ตอนที่ 4 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 520 ครั้ง
    22 ส.ค. 63

 040
   
     พวกเขาสองคนทะเลาะกัน แต่ถังซวี่ยังไม่ลืมประเด็นหลัก
  ถังซวี่: "หวางเย่, ได้โปรดออกไปเถิดพะยะค่ะ ท่านยังต้องแสดงตัวในพิธีนี้"
  
  เมิ่งโหย่ว: "......... "


  เขากำลังคิดว่า ก่อนอื่นก็เข้าพิธีแต่งงานก่อน ในอนาคตเมื่อมีโอกาสเหมาะสม ค่อยหย่าร้างกับองค์ชายแคว้นฉู่
  อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนนี้ชายแดนของแคว้นเยว่ถูกโจมตี แต่เหตุผลที่เขาไม่ได้ไปที่นั่นจนถึงตอนนี้ ก็เพื่อทำให้การแต่งงานที่ชั่วร้ายนี้จบลง
  
  "องค์รัชทายาทเสด็จ!"
  

.......

เยี่ยนเคอถูกฉุดดึงโดยซูอวี้ให้มายืนอยู่ที่ประตูตำหนัก ซูอวี้กระชากลากถูเยี่ยนเคอเข้ามา: " ไม่รู้ว่ารัชทายาทจะมาถึงเมื่อไหร่ ท่านรออยู่ตรงนี้, ได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่! "

  
  เยี่ยนเคอ: "............ "
  
  เมิ่งโหย่วเพิ่งเดินไปที่ลานหน้าตำหนักและยิ้มให้กับจักรพรรดิ: "ถ้าเสด็จพ่อบอกว่าจะมาดื่มอวยพรงานสมรสของลูกชายผู้นี้ ลูกชายคงจะไม่ปิดประตู "
  
  จักรพรรดิจ้องมองเมิ่งโหย่วและมองไปที่ซูอวี้ซึ่งยืนอยู่ที่ประตู แม้ว่าเขาจะโกรธ เขาก็ยังอยากไว้หน้าของเมิ่งโหย่ว
  "เจิ้นไว้หน้าเจ้าด้วยการถอนกำลังทหาร แต่เจ้ากลับทำเช่นนี้ รอให้งานมงคลเสร็จสิ้น เจิ้นจะชำระความในภายหลัง!"
  
  "เนื่องจากเขามีความกล้าหาญที่จะเข้าประตูตำหนักของข้า เขาน่าจะทนต่อการทรมานของข้าได้" เมิ่งโหย่วสวมใส่ชุดลำลองไม่ใช่แม้แต่ชุดพิธีการของเจ้าบ่าว
  
  เมิ่งโหย่วไม่อยากยอมรับ


  หัวใจของเขาไม่เคยรู้จักความรัก ชีวิตเขามีแต่การต่อสู้และสงคราม เขาต้องการที่จะขยายอาณาเขตของแคว้นเยว่


  ไม่ต้องพูดถึงว่า ... คู่สมรสของเขาเป็นบุรุษ!
  
  จักรพรรดิลดเสียงของเขาลงและอดทนต่อความโกรธ พิจารณาว่าโอรสที่แคว้นฉู่ส่งมาก็อยู่ด้วย ดังนั้นจึงไม่ดีที่จะโกรธ
  เขาพูดด้วยความขุ่นเคือง พยายามข่มไฟโทสะ: "ไปเชิญคนเข้ามา!"
  
  เมิ่งโหย่วยักไหล่ เมื่อเขาเดินออกไปนอกประตูร่างหนึ่งก็ถลามาหาเขา
  จากสัญชาตญาณของมนุษย์เขาเอื้อมมือจับไว้
  ดวงตาของเขามองคนที่อยู่ในอ้อมแขนในชุดสีแดง ชายผู้นี้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขาทันทีที่พวกเขาพบกัน?
  ยังมีศักดิ์ศรีอยู่หรือไม่? !
  
  จากนั้นดวงตาของเมิ่งโหย่วก็มองไปที่ใบหน้าที่มีแผลเป็นของเยี่ยนเคอ ใบหน้าเขายิ่งกระตุกอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น
  ไม่ต้องพูดถึงองค์ชายของแคว้นหนึ่ง กระทั่งข้ารับใช้ในตำหนักของเขาก็ไม่มีใครผอมขนาดนี้เลย!
  
  เมื่อคิดถึงภาพวาดขององค์ชายเยี่ยนเคอที่เสด็จพ่อมอบให้ เมิ่งโหย่วก็กลอกตาของเขาในใจ
  ความปรารถนาที่จะเอาชีวิตรอดของช่างผู้ประทินโฉมนั้นแข็งแกร่งมาก!
  การทาสีลิงน้อยตัวนี้เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก
  
  ไม่รู้ว่าก้อนหินถูกขว้างมาจากที่ใด มันกระทบด้านหลังศีรษะของเยี่ยนเคอโดยตรง
  
  ซูอวี้เตรียมการป้องกันและเตรียมพร้อมบุกตำหนักรัชทายาทแคว้นเยว่ทันที

เมิ่งโหย่วมองไปที่คนที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา
  เขากล่าวว่า: "พวกเจ้ามาช่วยนายของพวกเจ้าเป็นอันดับแรกก่อนเถอะ? มันไม่เหมาะที่จะอยู่ในท่าทางเช่นนี้ไม่ใช่รึ"
  
  ซูอวี้ผลักดาบครึ่งหนึ่งกลับเข้าฝักและพูดอย่างเย็นชา: "กระหม่อมขอถามองค์รัชทายาท นี่คือสิ่งที่ต้อนรับเราหรือ? การที่ต้องรอคอยที่ประตูตำหนักของพระองค์เป็นเวลานาน และทำไมตำหนักของพระองค์ไม่เปิดประตู? มันหมายความว่าอะไรที่องค์ชายของเราถูกโจมตีทันทีที่ประตูเปิด! "
  
  เมิ่งโหย่วเป็นคนเลือดร้อนโดยกำเนิดอยู่แล้ว เมื่อเห็นซูอวี้กระโดดโลดเต้นต่อหน้าเขาจึงถูกกระตุ้นความโกรธ เขาก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
  เขาคว้าคอเสื้อของซูอวี้
  "ไม่ต้องรีบร้อน, อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นดินแดนของข้า ถ้าเจ้าต้องการถามมันเป็นคำถามแรก หวังว่าแม่ทัพซูจะสามารถชี้แจงบาดแผลบนร่างกายขององค์ชายได้ และเหตุผลทุกข้อสำหรับรอยช้ำนั้น "
  
  คำพูดที่เข้มแข็งของเมิ่งโหย่ว ทำให้ซูอวี้พูดไม่ออก
  
  เขาจะบอกเมิ่งโหย่วได้อย่างไร?
  บอกว่าบาดแผลเกิดจากการที่เยี่ยนเคอวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลานไปตามถนนหรือ? ร่องรอยพวกนี้แสดงถึงความกลัวและหลีกหนีไปหาอิสระน่ะสิ
  นอกจากนี้ มีเพียงรอยบนมือที่เกิดจากเขา
  
  ซูอวี้: "ระยะทางไกลและถนนบนภูเขายากที่จะเดิน ร่างกายของเขาอ่อนแอ อุบัติเหตุบางอย่างเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
  
  "โอ้ งั้นหรือ?" เมิ่งโหย่วเห็นร่องรอยเหล่านั้นในช่วงเวลาที่เยี่ยนเค่อตกอยู่ในอ้อมแขนของเขา รวมถึง รอยบนข้อมือของเยี่ยนเคอ
  เขาดึงชายเสื้อของเยี่ยนเคอขึ้น
  
  บนข้อมือขาวของเยี่ยนเคอมีรอยแผลที่มีเกล็ดเลือดปรากฎต่อสายตาของทุกคน
  
  สิ่งที่เมิ่งโหย่วเห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง
  หลังจากดูรูปลักษณ์ทั้งหมดแล้ว หัวใจของเขาดั่งถูกกระทบ
  เมื่อมองร่องรอยเหล่านี้ เขาจะต้องถูกมัดไว้ตลอดการเดินทาง ดังนั้น เขาจึงไม่ต้องการพิธีสมรสนี้เช่นกัน
  
  น้ำเสียงของเมิ่งโหย่วไม่ดีนัก: "สิ่งนี้เกิดจากอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางด้วยหรือ?"
  
  ซูอวี้จ้องที่ข้อมือของเยี่ยนเคอ มือของเขาจับดาบแน่นโดยไม่พูดอะไร
  
  เมิ่งโหย่ว: "การที่เจ้าไม่พูด มันหมายถึงการยอมรับ"
  "จับตัวพวกเขาไว้!"
  
  เนื่องด้วยชายหนุ่มอยู่ในวงแขนของเขา เมิ่งโหย่วคิดว่าท่านี้ไม่เหมาะนัก จึงวางพาดร่างชายหนุ่มไว้บนไหล่
  
  เยี่ยนเคอเปล่งเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
  
  เยี่ยนเคอรู้สึกเหมือนเขาเป็นลูกโบว์ลิ่ง ขนาดอยู่ในอาการเจ็บปางตาย เขายังถูกโยนออกไป ไม่ว่าจะอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามแต่ มันล้วนทำร้ายเขา!
  
  เสียงเมิ่งโหย่วตะคอกอย่างเย็นชา: "เจ้าควรจะรู้ว่าเปิ่นหวางผู้นี้ใจกว้างนัก ถึงได้ปล่อยให้พวกเจ้าเข้ามา แต่เจ้ากลับไม่รู้สำนึก! จำความเมตตานี้ไว้จนถึงภายภาคหน้า จนกระทั่งข้าหย่ากับเขาค่อยมาเอาคืน"
  
  จักรพรรดิและถังซวี่เฝ้าดูอยู่ด้านหลัง
  
  จักรพรรดิเฝ้าดูคณะขบวนแคว้นฉู่ถูกคุมตัวไป ถ้าเขาไม่พูด มันก็ถือเป็นการยอมรับการกระทำของเมิ่งโหย่ว
  เขาต้องการหาโอกาส
  โอกาสที่จะตีลูกชายของเขาต่อหน้าคนภายนอกโดยไม่ทำให้เสียหน้า
  
  เมื่อได้ยินเมิ่งโหย่วพูดคำว่าหย่า เขายื่นมือออกมาเพื่อควานหาขลุ่ยหยกที่เอวของเขา แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะสัมผัสกับความว่างเปล่า
  ถังซวี่นำขลุ่ยออกมาด้านหน้าจักรพรรดิ "ทูลฝ่าบาท ขลุ่ยอยู่นี่แล้วพะยะค่ะ!"
  
  "อืม-" จักรพรรดิรู้สึกยินดียิ่งยามมองไปที่ถังซวี่
  นี่คือเหตุผลที่เขาเห็นคุณค่าของถังซวี่มากที่สุด! หัวใจของเขาราวกับได้รับรางวัล
  
  เมื่อเมิ่งโหย่ววางชายหนุ่มไว้บนเตียงสมรส จักรพรรดิก็ยืนอยู่ด้านหลังเขาแล้ว
  
  "เจ้าจะรับมันไปหรือให้เจิ้นถือไว้?" เมิ่งโหย่วหันกลับมา มองเห็นว่าพ่อของเขายืนถือขลุ่ยหยกอยู่ข้างหลัง นี่เป็นกลยุทธ์ปกติ และทุกครั้งที่เขายื่นมือออกไป จักรพรรดิจะใช้ขลุ่ยหยกตีฝ่ามือของเขา
  แต่ขลุ่ยหยกนีี่——ดูไม่คุ้นตา
  เมื่อดวงตาของเมิ่งโหย่วมองขลุ่ยหยกบนมือของจักรพรรดิหลายครั้ง เขาก็พบว่ามีตัวอักษร 'ซวี่' ขนาดเล็กปรากฎอยู่
  จากนั้นเขามองกลับไปที่ถังซวี่ที่กำลังยิ้ม
  คนที่เป่าขลุ่ยไม่ได้ กลับพกขลุ่ยติดตัว เขาเดาว่าคนผู้นี้คงรอโอกาสมานานแล้วกระมัง?
  
  เพียงแค่เอื้อมมือออกไป จักรพรรดิก็คว้ามือของเมิ่งโหย่วและใช้มือข้างเดียวฟาดขลุ่ยใส่มือเขาอย่างแรง
  
  ดวงตาของเมิ่งโหย่วไม่กระพริบ ราวกับว่าไม่ได้ถูกตีอยู่
  
  "เมิ่งโหย่ว, เจิ้นจะบอกเจ้าวันนี้! หากแคว้นฉู่ไม่ล่มสลาย เขาจะเป็นชายาเพียงคนเดียวของเจ้า! และเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้รับนางสนม" หลังจากตีเขาหลายสิบครั้งด้วยความโกรธ จากนั้น จักรพรรดิโยนขลุ่ยไปให้ถังซวี่ที่อยู่ด้านหลัง
  
  เมิ่งโหย่วถอนฝ่ามือออกมาแล้วเก็บมือลง
  "ลูกชายเข้าใจดีพะยะค่ะเสด็จพ่อ ตำหนักรัชทายาทดูแลคนผู้หนึ่งได้พะยะค่ะ"

จากนั้น เสียงของเมิ่งโหย่วก็เปลี่ยนไป: "แต่ว่า ถ้าเขาต้องการที่จะไป ข้าก็จะไม่รั้งไว้"
  
  "เจ้า——"
  
  เมิ่งโหย่วไม่ฟังคำพูดของจักรพรรดิ เขาเดินตรงไปที่โต๊ะแล้วกางภาพ: "ถ้าท่านพ่อถามข้าว่าทำไม นี่เป็นเหตุผล"
  
  จักรพรรดิพูดไม่ออก
  
  ท้ายที่สุดความแตกต่างระหว่างภาพบุคคลนี้และบุคคลที่แท้จริง อาจกล่าวได้ว่าแตกต่างกันคนละโลก
  
  -------
  
  เยี่ยนเคอตื่นขึ้นมา พบว่าที่นี่ล้อมรอบด้วยความมืด
  การดิ้นรนเพื่อลุกขึ้น ทำให้รับรู้ถึงร่างกายที่ปวดเมื่อย
  
  "มีใครอยู่บ้าง?"
  
  เมิ่งโหย่ว: “.........”
  
  เยี่ยนเคอลุกจากเตียง แล้วก็สงสัยว่าเจ้าซูอวี้คนงี่เง่าหายไปไหน?


  "มีใครอยู่บ้าง? มาจุดตะเกียงให้เหล่าจือสักหน่อยสิ?"
  
  เมิ่งโหย่ว: "......... "
  
  "ปวดหัว ปวดมือ ปวดตัวไปหมด! เหมือนถูกใครบางคนผลักลงบนเตียงแล้วทำมันร้อยแปดสิบครั้ง, โอ้ย——"
  
  เมิ่งโหย่วหมดความอดทน
  เมิ่งโหย่ว: "หุบปาก! เปิ่นหวางไม่ได้ทำอะไรเจ้า!"
  "ถ้าจะทำมันก็ไม่ยาก! แต่ร่างกายที่มีแต่กระดูกเช่นนี้ จะให้ข้าสัมผัส มือของข้ามิอาจกระทำ!"
  
  เยี่ยนเคอกลืนคำพูดลงคอและนอนลงบนเตียงอีกครั้ง
  หัวใจของผมพัง
  พี่ชายนายเยี่ยมไปเลย?
  ทำไมนายถึงเข้ามาในห้องของผม? ทำไมนายต้องตอบกลับ? ผมไม่ได้บอกว่านายเป็นคนกดผมกับเตียงแล้วทำมันนิ นายกังวลอะไรอยู่?
  
  เยี่ยนเคอสามารถรับรู้ได้ว่าบุคคลนี้เป็นใคร แต่เขาไม่แน่ใจและเขาถามว่า "พวกเรา——มาลองตอบรหัสลับกันหน่อยดีมั้ย?"
  
  "อะไร?"
  
  "ราชาเสือหรือเสือโคร่ง?"
  
  "......... "
  
  เยี่ยนเคอถอนหายใจ: "เหล่าจือดูเหมือนจะรู้ว่าเจ้าเป็นใคร"
  
  เมิ่งโหย่ว: “……”
  
  เยี่ยนเคอ: "มันมืดแล้วตอนนี้, พวกเรามา——"
  
  เมิ่งโหย่วเมื่อได้ยินอย่างนี้ใบหน้าของเขาก็ตื่นตระหนก เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เขาก็กระโดดออกทางหน้าต่างอย่างรวดเร็วดั่งสายลมฤดูร้อน พร้อมกับส่งเสียง: "เลิกคิดซะ เปิ่นหวางไม่มีทางทำกับเจ้า! มันเป็นไปไม่ได้ในชีวิตนี้! "
  
  "ไม่——, พี่ชายนายวิ่งเร็วเกินไปแล้ว! ดูท้องฟ้าที่มืดมิดนั่น, พวกเรามาหย่ากันอย่างสันติเถอะ!" การพลาดโอกาสนี้ เยี่ยนเคอรู้สึกเสียดายมาก

 

————————————————————————————

ผู้เขียนมีบางอย่างจะพูด:

เยี่ยนเค่อ :พี่ชาย เรามาหย่ากันมั้ย ?

เมิ่งโหย่ว :อย่าหวังว่าข้าจะเข้าห้องหอกับเจ้า ในชีวิตนี้, มันเป็นไปไม่ได้!

เวลาต่อมา---

เมิ่งโหย่ว :โอ้?ข้าได้ยินมาว่าเจ้าต้องการหย่า?

เยี่ยนเค่อ :โอ้—— ให้ข้าเข้าห้องหอ。ในชีวิตนี้, มันเป็นไปไม่ได้-- แล้วนั่นเจ้าจะทำอะไร?


   
   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 520 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

759 ความคิดเห็น

  1. #544 parnnygdb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 02:17
    รอน้องอัพเวลแล้วกลับมาตบอิแม่ทัพ!!!
    #544
    0
  2. #534 ทททททท (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 22:55

    แปลงงมาก เดี๋ยวเรา-นาย เดี๋ยวข้า-เจ้า ตกลงอยู่ยุคใหนคะ

    #534
    1
    • #534-1 mo-aloofness(จากตอนที่ 4)
      2 กรกฎาคม 2563 / 23:18
      ขอบคุณที่เม้นบอกนะคะ

      เราคิดว่า เยี่ยนเคอเขาตายจากยุคปัจจุบัน แล้วไปโผล่ยุคจีน

      คิดว่าน่าจะต้องใช้ศัพท์ปัจจุบันตอนที่คิดกับตัวเองอ่ะค่ะ
      #534-1
  3. #500 B-Bcream (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 12:38
    อย้าหั้ยต้อมรั้ยน้าอย๊านัาผึวน้อน้เกเงใมากยๆรเลยนันบอกก่อเยน
    #500
    1
    • #500-1 iamdevils(จากตอนที่ 4)
      30 มิถุนายน 2563 / 17:05
      เรานี่นั่งอ่านตั้งนาน5555//ชอบๆ
      #500-1
  4. #471 keambm-969 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 00:14
    อิซูอย่ามาร้ายเถอะ
    #471
    0
  5. #453 nnnida (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 18:49
    ซูอวี้คือสุดมาก ร้ายสุด
    #453
    0
  6. #273 Makkham (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 20:16
    ตบกับฉัยมั้ยย๊ะยัยเเม่ทัพเเหมกล้ามากนะอย่าให้น้องฉันลุกขึ้นมาได้นะจะเหยียบให้โงหัวไม่ขึ้นเลย//ฝนมีด
    #273
    0
  7. #160 hararinamilove (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 06:52

    เป็นเราเองที่สับสนชื่อเมือง

    #160
    0
  8. #5 mameflying (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 20:32

    สงสารน้อง

    #5
    0
  9. #3 waraporninsawang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 00:45

    ชักเกลียดซู่หยูทำให้น้องเจ็บ แปลดีมากๆเลยค่ะไหลลื่นดี

    #3
    1
    • #3-1 mo-aloofness(จากตอนที่ 4)
      19 มิถุนายน 2563 / 07:09
      ขอบคุณที่แวะมาบอกนะคะ ^^
      #3-1