{ My Hero Academia / Boku no Hero Academia } & Corpse Bride

ตอนที่ 7 : ผีเสื้อตัวที่5 : สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 623
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    4 พ.ค. 63

 

 

 

 

 

 

 

เด็กสาววัยมัธยมเดินถือกระเป๋าคอตกก้มหน้าตลอดบนทางเท้าเพื่อเดินกลับบ้าน แต่ด้วยอารมณ์เศร้าๆ นึกอยากผ่อนคลายจึงตัดสินใจแวะนั่งร้านคาเฟ่ระหว่างทาง เอมิลี่ผลักดันประตูกระจกหนาเข้าไปในร้าน มีคนนั่งอยู่ไม่มากจนวุ่นวายมันดูสงบพอที่จะให้เธอนั่งดื่มกินอะไร แล้วใช้ความคิดเกี่ยวกับเพื่อนสนิท เธอเลือกเข้าไปนั่งโต๊ะนึงที่ว่างอยู่ตรงริมหน้าต่าง เมื่อนั่งลงบนเก้าอี้ไม้อ่อนเล็กๆเรียบร้อย มีหญิงสาววัยรุ่นสวมผ้ากันเปื้อนโลโก้ร้านตรงเข้ามาหาเธอเพื่อถามว่าจะรับอะไรดี เอมิลี่เหลือบมองป้ายเมนูและตัดสินใจสั่ง2สิ่งไป

 

 

"ขอเป็นแพนเค้กเรดเวลเว็ท กับนมช็อกโกแลตเย็นค่ะ"

กล่าวจบพนักงามสาวขยับปลายปากกาในมือลงบนสมุดจดเล็กๆอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขอตัว ระหว่างรอสายตาก็มองออกไปนอกหน้าต่างมองสิ่งต่างๆแก้เบื่อ ผู้คนยังคงเดินกันปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เจ้ากรรมมีคนเดินผ่านแบบระยะประชิดกำแพงบานกระจก เมื่อเงยขึ้นกลับเป็นคนที่เธอไม่อยากเห็นหน้าสุดๆ

 

บาคุโก คัตซึกิ กับเพื่อนๆอีก2คน

  

เด็กหนุ่มผมสีฟางจ้องกลับมายังเธอไม่วางตา เอมิลี่สบัดหน้าหนีแทบจะทันที ให้เรือนผมสีน้ำเชื่อมเมเปิ้ลยาวบังหน้าเธอแทน ได้แต่ภาวนาให้อีกฝ่ายอย่ามาสนใจเธอ  

 

 

เอมิลี่ก้มหน้างุดไม่มองรอบๆ ก่อนจะต้องเงยหน้าเมื่อพนักงานสาวคนเดิมเดินมาพร้อมกับขนมเเละเครื่องดื่มที่เธอสั่ง พนังงานสาวค่อยวางลงกับโต๊ะตรงหน้าและขอตัวไป เด็กสาวมัธยมถอนหายใจปล่อยทุกอย่างไป ให้ทุกอย่างอยู่กับการกินก็พอ เธอคว้าส้อมเล็กๆข้างจานแพนเค้กสีแดงนวลก่อนจะจิ้มเอาคำเล็กๆเข้าปากไป ความหวานของขนมนั้นทำให้ผ่อนคลายขึ้นจนต้องหลับตาลิ้มรส แต่ก็ต้องชะงักเมื่อส้อมในมือถูกดึงออกไป เธอกลืนแพนเค้กลงทันทีพร้อมกับเปิดตามอง ปรากฏนักเรียนชายหัวสีฟางถือส้อมตักแพนเค้กคำโตเข้าปากไปและมองยิ้มสะใจมายังเธอ

 

 

"บาคุโก! นายนี่มัน!"

เธอขึ้นเสียงใส่คนตรงหน้าแต่ยังคงคุมให้เสียงเบาอยู่ หากตวาดดังมีหวังถูกคนในร้านมองแน่ คนผมฟางตัวปัญหาดึงส้อมออกมาจากปากและวางลงข้างจานแพนเค้ก ก่อนจะยื่นหน้าจ้องมายังเธอ

 

 

"ทำไมสนิทกับเจ้าเดกุนักห๊ะ แถมเรียกมันเหมือนกับฉันอีก"

เด็กหนุ่มแสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมาพร้อมกับคำถาม เธอเบ้ปากน้อยอยากจะตอกหน้าอีกฝ่ายสักทีที่บื้อ กะอิแค่นี้ไม่รู้ สุดท้ายก็หลุดปากตอกไป

 

 

"เพราะเราไร้อัตลักษณ์ และอยากเป็นฮีโร่เหมือนกัน ส่วนชื่อล่ะก็ เพราะฉันรู้มาว่านายแกล้งเขาทั้งที่เคยเป็นเพื่อนกัน ดังนั้นฉันจะแทนที่นายเอง!"

เด็กสาวตอกกลับเป็นชุดใส่หน้าคนหัวรุนแรงอย่างบาคุโก คัตซึกิ เธอล่ะรู้สึกซะใจจนเผลอยิ้มอย่างมีชัยขึ้นมา ถึงจะติดๆที่เธอยังโกหกต่อไปว่าไม่มีอัตลักษณ์ก็เถอะ แต่ที่ได้ตอกหน้าไอคนขี้ดูถูกคนอื่นนี่ดีใจมากๆเลย

 

 

"หึ! แทนไปเถอะฉันไม่สนไอขี้แพ้นั่นหรอก แล้วก็นะยัยเบื๊อก...."

บาคุโกเว้นคำพูดพร้อมกับอาการเลิ่กลั่กเห็นได้ชัด เธอเอียงคอสงสัยรอคำพูดที่ติดค้าง พยายามไม่สนใจกับคำเรียกยัยเบื๊อกนั่น ก็นะถ้าสนใจมีปาแพนเค้กใส่หน้าแน่

 

 

"เรียกฉันว่าคัตซึกิซะ!"

คำพูดห้วนๆต่อกลับมา เธอขมวดคิ้วเป็นปมมองชายผมฟางที่มีหน้าแดงๆขึ้นมา เป็นไข้? ไม่ทันได้หายสงสัยเจ้าตัวก็ลุกพรวดออกจากร้านไป

 

 

อะไรของมัน? มาฉกกินของคนอื่นแล้วโวยวายจากนั้นก็วิ่งออกไปเนี่ยนะ???

 

 

เอมิลี่คร้านจะสนใจนั่งกินขนมกับเครื่องดื่มต่อนึกเสียดายที่ไม่ได้ด่าว่าบาคุโกไปสักที ไม่ใช่ส่วนตัวหรอก แต่เพื่อมิโดริยะต่างหาก......

 

เมื่อนึกถึงเพื่อนสนิทผมเขียวความเครียดก็บุกเข้ามาอีกครั้ง คิดมากว่าอีกฝ่ายคงเกลียดเธอ และเสียใจมาก อยากจะตบปากตัวเองสักทีที่โกหกไป

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เวลาผ่านไปกว่าชั่วโมง จานแพนเค้กกับเครื่องดื่มหมดไปนานแล้ว แต่เอมิลี่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมยังคงเหม่อลอยคิดแต่เรื่อง มิโดริยะอยู่ แต่ก็สติก็ต้องกลับมาทันท่วงทีเมื่อรู้สึกถึงแรงระเบิดดังสนั่นไปทั่ว เธอมองออกไปยังหน้าต่างเห็นผู้คนยืนดูถนนเล็กนึง มีควันลอยออกมาแถมไฟที่ติดขึ้นบนตึกเห็นเด่นชัด มันใกล้จนรู้สึกถึงไอควัน เธอวางเงินลงบนโต๊ะ ยกกระเป๋าขึ้นมาเตรียมออกจากร้านและกลับบ้าน  

 

แต่ทว่า....ดันเห็นเพื่อนสนิทอย่างมิโดริยะเดินถือสมุดจดเดินตรงไปยังที่เกิดเหตุ

 

 

เดกุนี่นายจะเดินไปทำมายยย

 

 

เอมิลี่ร้องโหยหวนในใจก่อนจะเร่งความเร็ววิ่งออกมาจากร้านมาหาเพื่อนสนิท เห็นอีกทีก็ไปมุงดูกับคนแถวนั่นแล้ว เธอไม่รอช้าวิ่งเข้ามาด้านหลังเหลือบมองเข้าไปเป็นเหมือนก้อนเมือกยักษ์สีเขียวอาละวาดอยู่กลางไฟนั้น แถมได้ยินคนใกล้พูดอีกว่ามันจับตัวประกันด้วย เธอยืนฟังสถานการณ์เงียบๆไม่แม้แต่จะเรียกเพื่อนหัวเขียว เพราะยังคงสนใจสถานการณ์อยู่ ดูเหมือนจะติดนิสัยมิโดริยะเข้าซะแล้วสิ

 

 

"ว่าแต่วิลเลินตัวนั้น ที่ออลไมท์ไล่จับอยู่เมื่อกี้ไม่ใช่เหรอ?"

เสียงจาก1ในกลุ่มคนพูดขึ้น ตามด้วยคนอื่นๆที่ดูตกใจเป็นอย่างมาก ว่าเจอฮีโร่อันดับ1แถวนี้ ตามด้วยคำถามมากมายว่าเขาไปอยู่ไหน เธอได้แต่ยืนฟังไปอย่างนั้น แต่ดันสังเกตเห็นมิโดริกุมมือปิดปากพร้อมกับตัวที่สั่นเทา เธอจึงยื่นมือเข้าไปเพื่อจะจับไหล่เพื่อนหัวเขียว แต่ทว่ามือไม่ทันได้แตะ มิโดริยะกลับวิ่งฝ่าดงกลุ่มคนที่ยืนอยู่เข้าไปในเหตุการ์ณด้วยความเร็ว ทิ้งสมุดจดรอยไหม้ลงกับพื้น

 

 

"เดกุคุง! อย่าเข้าไปนะ!"

เธอตะโกนส่งไปพยายามยื่นมือคว้า แต่ไปไม่ถึงไม่แม้แต่มือ เสียงก็ส่งไปไม่ถึงเลยสักนิด มิโดริยะพุ่งตรงเข้าไปถึงวิลเลินก้อนเมือกนั่นและดึงออกจากตัวประกัน เธอมองตรงเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างตกใจ ตัวประกันที่ว่านั่นเป็น บาคุโก เด็กสาวยื่นขาสั่นมองตรงไปยังทั้งคู่ที่อยู่ในอันตราย เพื่อนสนิทที่คอยให้กำลังใจกันมาตลอด อีกคนนึงถึงจะทะเลาะกันแต่ก็คือเพื่อนร่วมห้อง นึกสมเพชตัวเองที่ทำไม่ได้เลยสักนิด มิโดริยะที่อยากจะเป็นฮีโร่ยังกล้าพุ่งเข้าไปช่วยบาคุโกเลย แต่ทำไมเธอต้องกลัว ทำได้แค่หยิบสมุดที่ตกอยู่ของเพื่อนใส่กระเป๋าตนรอให้ใครก็ได้เข้าไปช่วยทั้งคู่ออกมางั้นเหรอ  

 

 

ฉันอยากจะเป็นฮีโร่ไม่ใช่เหรอ ฮีโร่น่ะต้องเข้าไปช่วยสิ!!!!

 

 

สิ้นความคิดเธอกัดปากตัวเองจนเลือดซิบสกัดกั้นความกลัวทิ้งไปซะ และวิ่งพุ่งไปยังทั้งคู่ มีเสียงร้องห้ามของฮีโร่แถวนั้น แต่เธอไม่ฟังไม่สนใจ เข้ามายืนข้างๆมิโดริยะที่พยายามดึงก้อนเมือกจากตัวบาคุโกอยู่  

 

 

"เอลี่จัง!!!/ยัยเบื๊อก!!!"

ทั้งคู่ส่งเสียงร้องทักพร้อมกันมายังเธอที่เข้ามาช่วยดึงด้วย  

 

 

"จะให้ฉันมองพวกนายอยู่ในอันตรายงั้นเหรอ ล้อเล้นกันรึไง!"

เธอร้องไห้ออกมาทั้งที่ส่งยิ้มออกมาให้ทั้งคู่ แต่มีเหรอวิลเลินจะยอม เมือกสีเขียวกลับมารวมปกคลุมบนตัวบาคุโกอีกครั้ง เธอจึงยื่นมือไปยังดวงตาของมันส่งก้านเลื้อยดอกกุหลามผุดขึ้นจากฝ่ามือตรงไปทิ่มตาของมันอย่างจัง แต่ด้วยความร้อนบริเวณรอบๆและไฟต่างๆทำให้ออกมาได้เล็กน้อยเท่านั้น ทั้งบาคุโกและมิโดริยะจึงไม่เห็นว่าเธอทำอะไรลงไป รู้แค่จู่ๆเมือกสีเขียวนั่นจะเริ่มคลายตัวบาคุโกให้หายใจสะดวกขึ้น เธอล่ะเกลียดจริงๆที่สถานการ์ณนี้มีความร้อนกับไฟมากเกินไป อัตลักษณ์ของเธอจึงใช้ได้น้อยมาก  

 

 

"อย่ามาเกะกะ!"

วิลเลินเมือกยักษ์สีเขียวขบฟันคำรามร้องเสียงดัง ปรากฏเมือกขยายใหญ่เป็นลักษณ์ฝ่ามือขึ้นข้างบน มันพุ่งตรงมายังเธอและมิโดริยะอยู่

 

 

ตาย ตายแน่ๆ!

 

 

'หมับ!'

เธอหลับตารับฝ่ามือนั่น แต่เหมือนทุกอย่างจะหยุดนิ่งไป ฝุ่นลอยตลบขึ้นทันที เธอลืมตามองอีกครั้งปรากฏชายร่างใหญ่เรือนผมสีเหลืองสว่างทรงเด่นเป็นเอกลักษณ์ เขาคือออลไมท์ที่เข้ามารับฝ่ามือเมือกนั้นไว้ เธอแทบเข่าทรุดนึกโล่งใจและตกใจในคราเดียวกัน ฮีโร่อันดับ1หันมาคุยอะไรบางอย่างกับมิโดริยะ เหมือนเคยไปเจอกันมาอย่างนั้น แต่ไม่มีสติจะไปฟังคำพูดทุกคำแล้วนี่สิ!

 

 

สติไม่ทันเข้าที่ จู่ๆออลไมท์ก็ดึงมือบาคุโกจนทั้งร่างออกจากเมือกอย่างรวดเร็วเหมือนไม่มีอะไรยึดไว้ และใช้มือข้างเดียวกันนั้นรวบมือเธอกับมิโดริยะไว้ข้างหลัง

 

 

"ดีทรอยต์แสมช!!!!"

หมัดตรงอีกข้างนึงของฮีโร่อันดับ1พุ่งชกเข้าไปกลางตัวเมือกสีเขียวยักษ์จนลอยกระเด็นไปไกล แรงต่อยอันทรงพลังของฮีโร่อันดับ1สร้างแรงลมมหาศาลโดยรอบดั่งพายุขึ้นบนฟ้า ฮีโร่แถวนั้นต้องมาช่วยกันพลเมืองจากแรงลม ส่วนเธอ มิโดริยะและบาคุโกแทบปลิวไปแต่ยังดีที่ออลไมท์ยังจับมือไว้อยู่ เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากทั้งไฟลมแรงกระแทกต่างๆ จนเด็กมัธยมทั้ง3คนนอนสลบเหมือดกองลงกับพื้น ไม่นานนักเมฆสีเข้มก็ขึ้นบนท้องฟ้า ปล่อยเม็ดฝนตกลงมาดับไฟรอบๆจนหายไปจนสิ้น พลเมืองต่างส่งเสียงฮือฮากู่ร้องดีใจชื่นชม ที่มีฮีโร่เข้ามาช่วยไว้ เหมือนทั้งฝนทั้งฮีโร่อันดับ1นี้จะช่วยทุกอย่างไว้จริงๆ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

หลังจากนั้น วิลเลินก้อนเหลวเมือกสีเขียวที่กระจายไปทั่วก็ถูกเก็บกวาดโดยฮีโร่และก็ส่งมอบให้ตำรวจอย่างปลอดภัย  

 

 

"นี่เธอทั้งคู่น่ะ ทำอะไรเกินตัวจริงๆ อันตรายนะ อย่าไปเสี่ยงแบบนั้นอีกเข้าใจมั้ย!"

ส่วนเอมิลี่กับมิโดริยะก็ต้องมานั่งคุกเข่ารับคำดุตักเตือนจากฮีโร่เสียยกใหญ่ที่เข้าไปช่วยนั้น กลับกันบาคุโกที่ถูกจับเป็นตัวประกันในตอนแรกได้คำชื่นชมต่างๆแทน เอมิลี่หันไปมองบาคุโกเล็กน้อย แต่ก็ต้องหันกลับมายังมิโดริยะเหมือนเดิม ก็นะคนผมฟางเล่นมองด้วยสายตาที่เอิ่ม...อธิบายไม่ถูกมาน่ะสิ

 

 

เมื่อฮีโร่เริ่มกลับกันไปหลังจากดุทั้งคู่เสร็จรวมถึงบาคุโกที่เดินหายลับไปแล้ว เธอลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นเศษดินตามตัวรวมถึงกระเป๋าด้วย เธอมองไปยังเพื่อนผมเขียวข้างๆที่ยังก้มหน้าอยู่แต่ก็ยังแอบเหลือบมองมายังเธอ  

 

 

"นี่เดกุคุง อยากจะว่าอะไรก็ได้นะ ฉันผิดเองที่โกหกนาย ขอโทษด้วยจริงๆ หากเดกุคุงไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉันก็บอกได้นะ ไม่ต้องฝืน"

เอมิลี่ส่งยิ้มกว้างบางให้พร้อมกับดึงแก้มแก้มติดกระเล็กๆของมิโดริยะคุงและพูดคำขอโทษออกมา เป็นคำขอโทษที่ไม่มีน้ำตาเข้ามาเกี่ยวข้อง มีแค่การยอมรับและเข้าใจทุกสิ่ง เธอพร้อมจะรับผลทุกอย่าง จะไม่ร้องไห้

 

 

ให้อีกฝ่ายต้องหนักใจเด็ดขาด

 

 

"ไม่เป็นไร ผมเข้าใจเอลี่จัง เรายังเป็นเพื่อนด้วยกันเสมอ และขอโทษที่ผมพูดทำร้ายจิตใจด้วยนะ"

คำพูดง่ายๆเข้าใจความได้ไม่ยากจากเพื่อนที่เธอเคยโกหกมานานหลายปีมิโดริยะยื่นมือมาดึงแก้มของเธอเช่นกัน การดึงแก้มนี้เป็นการให้กำลังใจสำหรับทั้งคู่ตั้งแต่เด็กจนโตต่างฝ่ายต่างรู้กันแต่ส่วนใหญ่จะเป็นเธอที่ทำมากกว่า จู่ๆมิโดริยะก็ละมือออกพร้อมกับลนลานขอโทษที่จับแก้มไป เอมิลี่ส่ายหน้าไปมาเชิงไม่เป็นไรก่อนจะหยิบสมุดเล่มนึงในกระเป๋าขึ้นมา และยื่นส่งไปให้เพื่อนสนิทโอตาคุ

 

 

"นะ นี่มันสมุดผมนี่"

เมื่อรับสมุดมาดูก็รู้ว่านั่นของตน มิโดริยะกอดสมุดจดที่มีรอยไหม้อยู่แน่นพร้อมกับกล่าวขอบคุณเธอและเก็บสมุดลงกระเป๋าไป

 

 

"เดกุคุง กลับบ้านด้วยกันอีกนะวันนี้"

 

 

"ครับ!"

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เอมิลี่เดินคู่มากับเพื่อนผมเขียว พูดคุยเหมือนทุกวัน เหมือนวันนี้ไม่ได้แปลกอะไร ต่างจากทุกวันแค่ตอนกลับวันนี้มันท้องฟ้าส่งแสงสีเหลืองส้มจากดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆตกเนื่องด้วยเวลานี้เย็นมากแล้ว เพราะไปช่วยบาคุโกด้วยแหละ เวลากลับบ้านเลยนานขนาดนี้ นึกรู้ผิดที่ทำให้คนที่บ้านเป็นห่วงหน่อยๆแล้วสิ

 

 

"ยัยเบื๊อก เดกุ!"

เสียงตะโกนไล่หลังมา ทั้งคู่จึงหันไปมองเห็นบาคุโกที่วิ่งตรงดิ่งหน้าตั้งมา

 

 

"ฉันไม่ได้ขอให้พวกแกมาช่วยเลยสักนิด! ฉันน่ะเอาตัวรอดได้ พวกไร้อัตลักษณ์อย่ามาอวดดีไปหน่อยเลย! ไอพวกเฮงซวย!"

เพื่อนผมฟางพูดเป็นชุดๆใส่และกลับหลังหันเดินไปอย่างอารมณ์เสีย ปล่อยให้หญิงสาวกับเพื่อนชายถอนหายใจพร้อมกันซะอย่างนั้น ตามใจเลยพ่อคุณระเบิด

 

 

"งั้นฉันกลับบ้านก่อนนะ"

เอมิลี่ขอตัวแยกกลับบ้าน เพราะจากซอยตรงมุมนี้บ้านของเธอกับมิโดริยะก็อยู่กันคนละทางแล้ว มิโดริยะยกมือขึ้นโบกลาเช่นเดียวกับเธอ เด็กสาวก้าวไปตรงมุมกำลังจะเดินเลี้ยวเข้าไป

 

 

"ฉันมาแล้ว!"

 

 

"กรี๊ดดด!!!/เหวอ!!!"

เอมิลี่กรี๊ดออกมาสุดเสียงพร้อมกับเสียงร้องตกใจของมิโดริยะ เนื่องจากมีชายร่างใหญ่คนนึงพุ่งมาตัดหน้าเธอโผล่ออกมาให้ทั้งคู่เห็น เมื่อมองดูที่ใบหน้าแล้วก็เป็นออลไมท์ฮีโร่อันดับ1

 

 

"ออลไมท์ทำไมมาอยู่นี่ล่ะ! เมื่อกี้ยังให้สัมพาษณ์นักข่าวอยู่เลยนี่หนา"

มิโดริยะร้องตกใจพร้อมกับคำถามลนลานมากมายออกมา ต่างกับเธอทีืยืนช็อคนิ่งกับสิ่งตรงหน้าหากเดินเร็วไปอีกนิดมีหวังโดนพุ่งชนอัดกำแพงแน่

 

 

"ฮ้า ฮะๆ แค่ชิ่งหนีมาเรื่องกล้วยๆ เพราะฉันน่ะคือออลไมท์! พรวด!! แค่ก!!"

เสียงหัวเราะเป็นเอกลักษณ์ของชายร่างใหญ่ออลไมท์ จู่ๆก็มาสำลักเลือดพุ่งออกปากกลายร่างเป็นชายผอมแห้งซะอย่างนั้น ตามด้วยเสียงร้องตกใจอีกรอบของมิโดริยะ

 

 

เอมิลี่จะเป็นลมค่ะ!

 

 

"หนุ่มน้อยฉันมาเพื่อขอโทษ---อ้าว สาวน้อยเธอก็อยู่ด้วยเหรอ"

ชายร่างผอมแห้งปาดเลือดบนปากออก มองมายังมิโดริยะและก็เธอ เหมือนทั้งคู่จะเคยเจอกันมาก่อนซะอย่างนั้น และทำเหมือนเธอเป็นธาตุอากาศไปซะแล้ว  

 

 

"พอๆ! หยุดๆ เล่ามาให้หมดเลยนะคะคุณออลไมท์ เดกุคุงด้วย!"

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

หลังฟังทั้งคู่เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังก็พอเข้าใจได้ มิโดริยะเคยถูกไอเมือกนั่นโจมตีแต่ออลไมท์ช่วยไว้และจับกุมวิลเลินเมือกนั่น แต่มิโดริยะกลับทำมันตกมันเลยไปโจมตีบาคุโกล สาเหตุเพราะมิโดริยะอยากจะคุยกับออลไมท์เรื่องไร้อัตลักษณ์ เธออยากจะเป็นลมรอบ2ทันทีที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมด ออลไมท์ได้ถามว่าเธอเป็นใครและเกี่ยวข้องกับมิโดริยะและบาคุโกยังไง เธอจึงยอมเล่าทุกอย่างกลับไปเช่นกัน รวมถึงเรื่องที่โกหกว่าไร้อัตลักษณ์ด้วย

 

 

"สาวน้อยยามาโอกะรู้ไหม ฉันอยากจะขอบคุณหนุ่มน้อยเพื่อนเธอมากขนาดไหน"

 

 

"ไม่หรอกครับ!ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ"

 

 

"นี่หนุ่มน้อย สาวน้อย รู้ไหมท็อปฮีโร่ส่วนใหญ่น่ะสร้างตำนานตั้งแต่เป็นนักเรียน และทุกคนจะมีจุดร่วมอย่างนึงที่คล้ายกัน คือร่างกายที่ตอบสนองก่อนที่สมองจะคิด"

คำกล่าวของฮีโร่อันดับ1ตราตรึงในใจของนักเรียนทั้งคู่ จนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ หนักสุดที่มิโดริยะก้มหน้าลงสะอื้นเล็กๆ เอมิลี่อมยิ้มแก่ทั้งฮีโร่และเพื่อนสนิทรู้ดีว่าทั้ง2คงอยากคุยกัน

 

 

"คุณคงอยากพูดอะไรกับเดกุคุง งั้นหนูต้องขอตัวกลับบ้านก่อน เป็นเกียรติที่ได้พบคุณ ออลไมท์"

เธอค้อมตัวลงขอตัวเเละเดินไป แต่จู่ๆออลไมท์ในร่างผอมแห่งก็ดักเธอไว้และเข้ามากระซิบให้ได้ยินกันแค่2คน  

 

 

"นี่ๆฉันจะช่วยให้หนุ่มน้อยมีอัตลักษณ์เองอย่าบอกเขาล่ะ และก็นะ...."

คำพูดกระซิบน่าตกใจขาดระหว่างทางลง แต่ยังไม่น่าตกใจกับคำพูดหลังจนต้องวิ่งร้องไห้พร้อมกับดีใจไปตลอดทางกลับบ้าน

 

 

"สาวน้อย เธอก็เป็นฮีโร่ได้นะ"

ช่างเป็นคำพูดของชายผู้เป็นตัวแทนสัญลักษณ์แห่งสันติภาพสั้นๆที่กำลังใจมหาศาล  

 

 

ขอบคุณนะคะ ออลไมท์

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

_________________________________________________________________________

จบจ้าาา รุ้สึกตอนมันยาวจังง อย่าพึ่ง งงกับเนื้อเรื่องนะเพราะไรท์ก็งงไม่ต่างกัน ตอนนี้อวยบาคุโกนิดนึงเด้อออ ส่วนทำไมน้องเอมิลี่ใช้อัตลักษณ์แค่นิดเดียวเพราะไรท์จะปูให้นางมีจุดอ่อนคือความร้อน ไฟ ระเบิดทำนองงี้ ถามว่าทำไมต้องจุดอ่อนแบบนี้ ลองเอาดอกไม้กับผีเสื้อไปอยู่กลางไฟสิ(ประชด) และก็เพื่อไม่ใช้OPเกินไป จะให้โหดเกินไปเรื่องก็ไม่หนุกพอดี5555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #64 Jecelyn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 23:21
    เเงงงงงอิ่มเอมหัวใจมากค่ะ
    #64
    0
  2. #54 chattarikaiec (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 22:12

    แอบฟินตอนฉากคาเฟ่ นึกภาพออกเลยอะประเดนคือแบบ ฟืดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ถึงอิฉันจะเป็นสายนิยายมายฮีโร่แบบ ชxช สะส่วนใหญ่แต่ถ้าคู่ชxญแต่งได้ละมุ่นอิฉันก็ฟินนะค้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา อ้าาาาาาาาาาาาาเขิล


    https://image.dek-d.com/27/0842/0962/131294575



    ขอญาติแปะภาพ เชื่อว่าบรรยากาศตอนอีหมาบ้านบาคุโก(โดนบึ่มส่หน้า) แค่ก แค่ก เชื่อว่ามันได้เห็นมุมสวยๆของน้องแนนอนนนนนนน ฮือออออออ อิฉันละชิบบรรยากาศที่นางเอก/นายเอก อยู่ในร้านคาเฟ่หรือร้านกาแฟแล้วมาเจอกับพระเอกหลายแหลลลลลลล นุมนิ่มมากในฉากนั้น

    #54
    0
  3. วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 14:50
    เย้! ตอนยาว~~~
    #5
    1
    • #5-1 mniwrrs(จากตอนที่ 7)
      4 พฤษภาคม 2563 / 14:58
      เพลินไปหน่อยจ้า555
      #5-1