[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 7 : 6 ในวันที่ฝนตก (part 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,338 ครั้ง
    7 มี.ค. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

6 ในวันที่ฝนตก (part 1)

 

ใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามสะพรั่งเริ่มกลายเป็นสีน้ำตาลและโรยราออกจากต้น

หนึ่งปีนี้กำลังจะสิ้นสุดลง

หากไม่สวมเสื้อคลุมเอาไว้ เวลาออกจากบ้านเนื้อตัวจะพลันรู้สึกเย็นวาบขึ้นมา

 

......ท่านเทพธิดายังคงไม่ติดต่อมาเช่นเดิม

 

นี่ คงไม่ได้ลืมผมไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม!?

อีกสี่ปี ผมจะกลับไปได้จริง ๆ ใช่ไหม!?

 

ภายใต้ท้องฟ้าที่มีเมฆครึ้มกับถนนที่เรียงรายไปด้วยต้นไม้แห้ง ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาต่างห่อตัวก้มหน้าขณะปะทะเข้ากับไอเย็น อิทธิพลจากความเย็นยะเยือกที่ปกคลุมทั่วทั้งเมืองส่งผ่านมายังผม ช่วงนี้อารมณ์ของผมค่อนข้างจะมัวหมองไปเสียหน่อย

 

ชั่วโมงเรียน'ศาสตร์การใช้เวทมนตร์ระดับกลาง' มีเพียงนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเท่านั้นจึงจะเข้าเรียนได้ เพราะหากไม่มีพรสวรรค์ด้านพลังเวท เข้าไปเรียนก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรอยู่ดี

 

ชั่วโมงเรียนสำหรับระดับต้น แม้จะไม่มีพรสวรรค์ด้านพลังเวทก็ยังสามารถเข้าเรียนได้ เนื่องจากสอนเพียงเวทมนตร์ระดับมายากลเช่นการจุดดวงไฟขนาดเล็ก เปลี่ยนน้ำให้กลายเป็นน้ำดื่ม ซึ่งเป็นเวทมนตร์ที่พอจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวัน

 

หากขึ้นไปได้ถึงระดับกลาง ระดับความยากจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่ทิ้งฝุ่น เช่นการเผาท่อนซุง การสร้างลมพายุ หรือการเสกให้สิ่งต่าง ๆ กลายเป็นหิน เรียกได้ว่าอยู่ ๆ ก็ดูสมกับเป็นเวทมนตร์ขึ้นมา

 

ด้วยเหตุนี้ ปกติแล้วในคาบเรียนศาสตร์การใช้เวทมนตร์ระดับกลางจะมีนักเรียนไม่มาก เมื่อรวมกับทั้งโรงเรียนแล้วก็มีเพียงไม่ถึงยี่สิบคนเท่านั้น ดังนั้นจึงจัดการเรียนการสอนร่วมกับนักเรียนในระดับสูง ในหนึ่งปีจากเด็กเก้าสิบคน จะมีเพียงห้าคนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน

 

เจ้าเด็กแสบสามคน น่าเสียดายที่พรสวรรค์ด้านพลังเวทหยุดลงที่ระดับต้น หลังจากร้องไห้ฟูมฟายแล้วก็ลงเรียนในวิชาการเกษตรเชิงปฏิบัติ จากทั้งสามสิบคนที่เรียนห้องเดียวกับผม มีเพียงผมกับอัลเฟรดเท่านั้นที่ได้รับการคัดเลือก

 

มีข่าวลือมาว่าบางครั้งโรงเรียนสอนศาสตร์เวทจากเมืองหลวงจะส่งคนมาคอยสังเกตการณ์แล้วเข้าไปทาบทามนักเรียนที่มีพรสวรรค์ แต่ถึงแม้จะยังไม่เข้าตาผู้สังเกตการณ์เหล่านั้นก็ยังไปขอร้องให้อาจารย์ช่วยเขียนจดหมายแนะนำให้ได้

 

เนื่องจากคนที่มีคุณสมบัติพอจะเป็นนักเวทของทางการนั้นมีจำนวนไม่มาก ดังนั้นทางพระราชวังจึงกระตือรือร้นในการเสาะหารวบรวมกำลังพลเป็นอย่างยิ่ง นักเวทกลุ่มนี้จึงเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก คงให้ความรู้สึกว่าเมื่อเส้นทางนี้เปิดก็มีเพียงผู้ที่ได้รับเลือกเท่านั้นที่จะถูกจัดเข้าไปอยู่ในกลุ่มของขุนนางชั้นสูง

 

ในชั่วโมงเรียน ผมมักจะเลือกที่นั่งตรงกลางแถวที่สามเสมอเพราะเป็นจุดที่มองเห็นกระดานดำได้ง่ายที่สุด

 

ผมพยายามตั้งใจเรียนให้มากเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการติดตั้งกับดักจับสัตว์อสูรในหมู่บ้านให้ได้จำนวนมากขึ้น ถ้าสามารถติดตั้งกับดักได้จำนวนมาก อมนุษย์ที่จะเข้ามาโจมตีในหมู่บ้านก็คงมีจำนวนน้อยลงไปด้วย หากผมสามารถสกัดพวกอมนุษย์ได้สักระยะ ไม่สิ แค่คืนเดียวก็พอ โอกาสที่จะไปขอความช่วยเหลือจากกองกำลังอัศวินได้ทันก็มีมากขึ้น ผมรู้ทิศทางที่กองทัพสัตว์อสูรจะเข้ามาล่วงหน้าแล้ว ผมต้องติดตั้งกับดักบริเวณนั้นสองถึงสามชั้น ไม่สิ ต้องติดตั้งให้มากกว่าสี่ชั้น

 

......หากการเปิดฉากยังคงเหมือนในเกม ผมก็มีแต่จะพึ่งเจ้าพวกนี้เท่านั้น

ช่วยหน่อยนะ ขอให้ได้ผลทีเถอะ

 

อัลเฟรดมักจะนั่งอยู่ริมหน้าต่างด้านหลังสุดเสมอเพราะเป็นจุดอับที่สามารถหลบเลี่ยงสายตาอาจารย์เวลางีบหลับได้ยังไงล่ะ! นายจะไม่รับเงินจากคุณยายที่โบสถ์ฉันก็พอเข้าใจ แต่นายช่วยเลือกที่นั่งเรียนให้มันดี ๆ หน่อยได้ไหม หัดตั้งใจเรียนเสียบ้าง! วิชานี้จะเป็นประโยชน์กับนายในอนาคตเชียวนะ! นายจะได้ใช้มันหลังจากเดินทางออกจากหมู่บ้านนะ!

 

ทว่าーーวันนี้อัลเฟรดไม่ได้นั่งอยู่ตรงที่นั่งประจำ

 

แม้ปกติจะดูไม่ยินดียินร้ายแต่ก็ยอมเข้าเรียนตลอด

 

เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ

 

จะว่าไปวันนี้ท่าทางของอัลเฟรดก็ดูแปลกไปจากทุกที ขอบตาดำคล้ำทั้งยังเอาแต่หาวอยู่ตลอดเวลา ถึงจะทำหน้าตายเข้าใจอยากเหมือนเดิม แต่ดูอาการไม่ค่อยดีจริง ๆ วันก่อนตอนบังเอิญเจอกันที่หอสมุดก็บ่นว่าฝันร้าย หลังจากนึกหลาย ๆ เรื่องที่หอสมุด ผมก็ถอนหายใจออกมา

 

......เจ้านั่นก็ดูจะชอบอ่านหนังสือ ระยะนี้จึงบังเอิญเจอกันที่หอสมุดอยู่บ่อย ๆ

 

แต่ผมเองก็อยากไปยืมหนังสือ จะหาเรื่องไม่ไปก็ไม่ได้ แม้ว่าพอบังเอิญเจอกันผมจะเผ่นไปแอบหลังชั้นหนังสือเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าก็ตาม แต่ไม่รู้ทำไมถึงโดนเจอตัวตลอด อัลเฟรดเองก็ดูเหมือนจะชอบนิยายแนวสืบสวนกับแนวผจญภัยเช่นเดียวกับผม แล้วยังชอบพวกหนังสือประวัติศาสตร์ยุคโบราณด้วย เมื่อรู้ว่าเป็นคอหนังสือประเภทเดียวกัน จู่ ๆ ......โอกาสที่บังเอิญเจอกันก็บ่อยขึ้น และไม่รู้ทำไมพออัลเฟรดชวนคุยทีไร ผมต้องเผลอตอบกลับไปทุกที เมื่อได้คุยกันเรื่องหนังสือผมก็มักจะพูดไปเรื่อยจนลืมตัว พอรู้สึกตัวทีไรก็เป็นต้องหนีหายไปทุกครั้ง (ผมน่ะ) ว่าจะพยายามไม่คบค้าสมาคมด้วยแล้วเชียว ผมยิ่งปล่อยไก่ง่ายอยู่ด้วย! ถ้าถูกสงสัยขึ้นมามันจะเป็นเรื่องใหญ่

 

ดังนั้นหลายวันมานี้ก่อนเข้าหอสมุดผมจึงต้องสอดแนมให้แน่ใจว่าอัลเฟรดไม่ได้อยู่ที่นั่น เพื่อหลีกเลี่ยงการโป๊ะ ให้ตายเถอะ

 

ーーท้ายที่สุด

อัลเฟรดก็ไม่กลับมาจนเลิกเรียน

 

พวกลูกขุนนางของชั้นเรียนเวทระดับสูงที่ชอบเข้าไปหาเรื่องอัลเฟรดก็ไม่อยู่ด้วย สังหรณ์ใจไม่ดีเลย

 

ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปดูเมฆสีเทาตลอดทั้งวัน

 

 

ผมเดินทางไปกลับคฤหาสน์และโรงเรียนด้วยรถม้าของที่บ้านเลียน แถมมีคนขับรถให้ด้วย คนรวยจงเจริญ ส่วนอัลเฟรดกับเจ้าสามแสบปกติแล้วจะขึ้นรถม้าโดยสาร

 

ระหว่างทางกลับคฤหาสน์ ทั่วฟ้าก็พลันมืดครึ้ม ไม่นานฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาพร้อมด้วยเสียงฟ้าผ่า

 

ผมเอนตัวพิงที่ริมหน้าต่างของรถม้าขณะเหม่อมองทิวทัศน์ที่ถูกบดบังด้วยสายฝน

 

และーーーーーーฉับพลันก็นึกขึ้นมาได้

 

"อ้ากกกกกกกก!!"

 

ชูลิโอ้ คนขับรถที่คุมบังเหียนอยู่ตกใจสะดุ้งโหยง ผมเองก็เด้งตัวขึ้นมาเช่นกัน

 

"เฮือก!? ห...หัวใจจะวาย......น...นายน้อย? มีอะไรหรือขอรับ?"

 

น...นึกออกแล้ว......!!

 

เพราะมัวแต่กังวลกับเหตุการณ์ที่เลียนมีส่วนเกี่ยวข้องจนลืมเหตุการณ์นั้นไปเสียสนิท

 

ถ้าเหตุการณ์ที่เลียนไม่มีเอี่ยว ผมเองก็ทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นเลยไม่ได้ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์เหล่านั้นมากนัก และเพราะผมไม่ต้องออกโรงจึงไม่รู้ว่าแต่ละเหตุการณ์จะเกิดขึ้นช่วงเวลาไหนบ้าง แต่ว่า ถ้าเกิดว่า

 

ถ้าเกิดว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นวันนี้ล่ะ!!

 

แม้อัลเฟรดจะไม่ดูค่อยตั้งใจแต่ผลการเรียนก็ออกมาอยู่ระดับท๊อปเสมอ

ฉลาดหัวดีขนาดนี้แน่นอนว่าต้องเป็นที่หมายปองของบรรดาสาวน้อย

 

ต่อให้มนุษยสัมพันธ์ยอดแย่แค่ไหน ทำหน้าปลาตายไม่รู้สึกรู้สาขนาดไหน แต่แค่หน้าตาดีก็หักลบทุกอย่างได้แล้วหรือไง ระเบิดตัวตายไปซะ!

 

......แม้แต่ผมเองก็ยังคิดแบบนี้เลย คนอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ดังนั้นผู้ที่เป็นจุดสนใจอย่างอัลเฟรดจึงมักถูกพวกนักเรียนเวทระดับสูงเข้าไปหาเรื่องบ่อย ๆ แล้วก็มักจะถูกเรียกไปมีเรื่องชกต่อยกัน

 

และเรื่องก็ยิ่งเลวร้ายเมื่อแฟนสาวของนักเรียนเวทระดับสูงคนหนึ่งเกิดหลงเสน่ห์อัลเฟรดเข้า ความเดือดดาลจึงเพิ่มถึงขีดสุด ถ้าจำไม่ผิดเจ้านั่นชื่อーーดีล

ดีลได้ใช้เงินจ้างทหารรับจ้างให้ไปโจมตีอัลเฟรด

 

อัลเฟรดที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ไม่สามารถคุมพลังได้ เมื่อถูกหมายเอาชีวิตจึงระเบิดพลังออกมา

 

แม้จะล้มเจ้าพวกนั้นได้ ทว่าร่างกายก็เสียหายไปหลายส่วน

 

ท่ามกลางป่าทึบที่ไม่มีคนผ่านไปมา เขาทำได้เพียงแบกรับอาการบาดเจ็บโดยไม่อาจขยับไปไหนได้ ได้แต่รอให้พอจะมีกำลังลุกขึ้นเองในวันถัดไป เพียงลำพังーー

 

......เหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวอะไรกับผม

 

ดังนั้นผมสามารถทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วมุ่งตรงกลับคฤหาสน์ได้ทันที

 

ตอนนี้อัลเฟรดกำลังต่อยตีกับพวกดีลอยู่หรือเปล่านะ

......เห็นบอกว่าช่วงนี้อาการไม่ค่อยดี ระยะหลังมานี้ก็นอนไม่ค่อยหลับ

 

ผมทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง

ฝนที่ตกเป็นแนวเฉียงกระทบลงที่กระจกรถม้า

 

"......นายน้อยเลียน? เอ่อ......ก...เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?"

"......ชูลิโอ้"

"ข...ขอรับ นายน้อย?"

"......ข้าจะแวะกลางทางสักหน่อย มุ่งหน้าไปตามทางที่ข้าบอกที"

 

แค่ไปดูนิดเดียว

ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ

ผมแค่จะไปดูเหตุการณ์นี้ให้แน่ใจเท่านั้น จากนั้นจะตรงกลับคฤหาสน์ทันที

 

ถนนอันมืดมิดที่ไร้ผู้คนสัญจรทั้งสองข้างทาง แม้จะยังเป็นเวลากลางวันแต่ป่าไม้หนาทึบที่ทอดยาวก็ปกคลุมจนไร้ซึ่งแสง

 

หูแว่วเสียง ตึง จากที่ไกล ๆ

 

ตามด้วยเสียงหักโค่นของต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่า

 

ครู่ต่อมาก็เห็นเด็กหนุ่มสองคนสวมเสื้อผ้าราคาแพงที่ถูกเผาจนไหม้เกรียมไปหลายส่วนวิ่งหน้าตื่นออกมาจากป่าลึก ทั้งสองคนใบหน้าเปื้อนน้ำตา สภาพวิ่งหนีมาสุดฤทธิ์จนหกล้มหกคะเมนราวกับกำลังหนีบางสิ่ง

 

นั่นมันพวกระดับสูง ดีลกับเพื่อนสนิท

 

พวกเขาไม่สนใจรถม้าที่ผมนั่งอยู่ เอาแต่วิ่งหน้าตั้งตรงไปที่รถม้าที่จอดอยู่ข้างทาง

 

"น...นั่นมันอะไร นั่นมันอะไร......!? ป...ปีศาจ หมอนั่นมันปีศาจ!"

"ใช่ เจ้านั่น น่าประหลาด! พลังแบบนั้น......มันไม่ใช่คนแล้ว......!"

 

ผมได้ยินเสียงพึมพำอันสั่นเทาของทั้งสองคน ชูลิโอ้มองตามสองคนนั้นพลางใช้ความคิด

 

"ค...คงเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่เลยขอรับ? ถึงรีบร้อนกันขนาดนั้น......"

"......อืม ชูลิโอ้ จอดรถ"

"ข...ขอรับ"

 

ผมเปิดหน้าต่างออกเล็กน้อยและเงี่ยหูฟัง ได้ยินเพียงเสียงของสายฝน จับเสียงอื่นไม่ได้เลย

 

ーーไม่สิ

ท่ามกลางเสียงของสายฝน ผมได้ยินเสียงร้องโหยหวนของชายสองสามคน ผมหันหน้าไปทางที่มาของเสียงและชะโงกหน้าเพ่งพินิจออกไปนอกหน้าต่าง ท่ามกลางป่าอันมืดมิดผมเห็นร่างของคนกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามา

 

ชายร่างสูงใหญ่เลือดเปรอะเปื้อนเต็มตัว แขนขวาห้อยต่องแต่ง ที่สะโพก แขนและต้นขามีสายรัดอาวุธที่ทำจากหนังติดอยู่ ลักษณะเหมือนทหารรับจ้าง ทั้งหมดต่างเสียสติไม่ต่างจากพวกดีล

 

......เกิดอะไรขึ้นกันแน่

เกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างนั้นเหรอ

 

ผมไม่ได้เล่นเกมมาหลายปี เนื้อเรื่องบางตอนจึงหลงลืมไปบ้าง จะว่าไปตอนที่เล่นภารกิจนี้ ผมแพ้ไปรอบหนึ่งーー

 

แพ้......จริงสิ ผมเคยแพ้ไปครั้งหนึ่ง

และ

 

รีเซ็ตใหม่ทั้งหมด

 

ทว่าโลกนี้ไม่มีーーปุ่มรีเซ็ต ไม่มีนี่นา

ถ้าหากแพ้ นั่นก็หมายความว่าーー

 

ผมหน้าซีด

 

"......ชูลิโอ้!!"

"ข...ขอรับ! ม...มีอะไรหรือขอรับ?"

"รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวข้ากลับมา"

"เอ๊ะ? น...นายน้อย......!?"

ผมฝืนแสดงสีหน้าว่าไม่เป็นไรก่อนจะยิ้มอวดดีอย่างทุกที

 

"ไม่มีอะไร ข้าแค่จะไปดูสักหน่อย ชูลิโอ้รอที่นี่ เตรียมม้าให้พร้อมตลอดเวลา ฝากหน่อยล่ะ"

"ต...แต่ว่า......"

"วางใจเถอะ"

 

ผมรีบตัดบทชูลิโอ้ที่พยายามจะห้ามและคว้าเอาดาบที่ใช้สำหรับฝึกซ้อมเหน็บที่ข้างเอวก่อนรีบร้อนลงจากรถ ผมมุ่งหน้าไปตามทางที่พวกดีลหนีออกมา วิ่งตรงเข้าไปในป่าลึก

เร็วสิ

เร็วสิ

 

ขณะที่ยังเข้าไปไม่ถึงด้านในดี กลิ่นเหม็นไหม้และกลิ่นเหล็กก็พลันลอยปะทะจมูก ผมตัวสั่นเทิ้มแต่ก็ยังวิ่งต่อไป

 

ทำยังไงดี

ถ้าอัลเฟรดถูกซ้อมจนหมดสติーー

 

หลังจากผ่านแมกไม้ก็มาถึงพื้นที่ว่างใจกลางป่า

 

"......!?"

 

ผมหยุดฝีเท้า ต้มไม้หลายต้นถูกเผาไหม้และหักโค่น แม้แต่พื้นดินเองก็ไหม้ไปด้วย ถ้าฝนไม่ตกลงมา น่ากลัวว่าคงเกิดไฟป่าไปแล้ว

 

และーーทั่วทั้งพื้นที่ มีร่างของชายฉกรรจ์นอนหมดสติอยู่เป็นหย่อม ๆ

 

ประเมินจากสายตาน่าจะมีประมาณเจ็ดคน ร่างกายส่วนหนึ่งถูกเผาไหม้ บ้างก็มีเลือดไหลอาบท่วมตัว ที่มือของชายเหล่านั้นถือมีด ดาบและอุปกรณ์สำหรับต่อสู้ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นฝ่ายบุกโจมตี

 

ไม่มีผู้ใดยังยันอยู่ได้แม้แต่คนเดียว

 

ผมเอามือป้องปากโดยไม่รู้ตัว

แม้ว่าฝนจะยังตกอยู่ แต่ไอของกลิ่นคาวเลือดกลับลอยคลุ้งจนทำให้รู้สึกคลื่นเหียนอยากจะอาเจียน

 

จริงสิ อัลเฟรดล่ะ

อัลเฟรดปลอดภัยหรือเปล่า

ฝนตกหนักบดบังทัศนียภาพทำให้ผมมองเห็นไม่ชัด

 

"อะ!"

ที่โคนต้นไม้ต้นหนึ่งปรากฏร่างเด็กหนุ่มเอนตัวพิงต้นไม้อย่างไร้เรี่ยวแรง เส้นผมสีบลอนด์ที่เห็นจนชินชา ตอนนี้กลับยุ่งเหยิง นั่นคืออัลเฟรด

 

ผมรีบพาตัวเองไปที่โคนต้นไม้ต้นนั้น

 

"อัลเฟรด!"

สาหัสกว่าที่ผมคิด เสื้อผ้าขาดรุ่ย มีบาดแผลฉีกขาดและรอยพกช้ำเต็มตัว เนื่องจากก้มหน้าอยู่ผมจึงมองไม่เห็นสีหน้าของเขา

 

"อัลเฟรด!? นี่ แข็งใจไว้!"

 

หลังจากร้องเรียกอยู่หลายครั้ง ในที่สุดไหล่ของอัลเฟรดก็ขยับเบา ๆ และค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา แม้ว่ากำลังมองผมอยู่แต่แววตาคู่นั้นกลับว่างเปล่า

 

"อัลเฟรด! เป็นยังไงบ้างーーอุหวา"

 

ทันใดนั้นร่างของอัลเฟรดก็โงนเงนล้มลงมา ผมรีบร้อนยื่นมือออกไปประคองร่างนั้นเอาไว้ ร่างกายของอัลเฟรดร้อนจี๋

 

"เจ้าเป็นไข้นี่! นี่ ข้าจะพาเจ้าไปรถม้า จอดอยู่ใกล้ ๆ นี่เอง เดินไหวไหม? ลุกได้หรือเปล่า? นี่ ทำใจดี ๆ ไว้ อัลเฟรด"

 

ไม่ว่าผมจะร้องเรียกเท่าไรก็ไร้การตอบสนอง มีเพียงเสียงหอบใจหายแรง ๆ เท่านั้น ผมเลิกรอคำตอบจากเขา ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว ผมย่อตัวตรงหน้าอัลเฟรดแล้วจับเขาขึ้นหลัง มือทั้งสองข้างพาดลงบนไหล่ของผม ไอร้อนจากอัลเฟรดแผ่ลงที่แผ่นหลัง ผมสูดหายใจเฮือกใหญ่และลุกขึ้น

 

"ฮึบーーーอุ......น...หนัก......!"

 

เมื่อทำท่าจะหงายหลัง ผมก็พยายามใช้แรงทั้งหมดพยุงกลับมา ทว่าหนัก หนักจัง ถึงจะพอรู้มาบ้างว่าร่างของคนที่หมดสติจะหนักเป็นพิเศษก็เถอะ ตอนแบกปู่ที่เป็นลมล้มพับไปโรงพยาบาลก็หนักมากเหมือนกัน

 

ผมสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่นหลัง นี่ไม่ใช่อาการไข้ที่จะปล่อยทิ้งไว้ได้

 

"สถานพยาบาล......"

ต้องรีบพาไปสถานพยาบาล จริงสิ พาไปบ้านลุงหมอที่หมู่บ้านแล้วกัน ถึงจะเป็นตาลุงขี้หลงขี้ลืมแต่การวินิจฉัยไม่เคยพลาด เป็นหมอฝีมือดีที่คอยช่วยเหลือคนในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะอาการสาหัสจากบาดแผลหรือโรคก็สามารถรักษาหายได้ หลังจากจบการศึกษาจากเมืองหลวงก็กลับมารักษาให้คนในแถบชายแดน เป็นคุณลุงที่มีใจให้กับคนในพื้นที่ห่างไกล เป็นคนที่ดีคนหนึ่ง

อืม เอาตามนี้แหละ

ผมจัดท่าให้อัลเฟรดที่ทำทีจะล่วงจากหลังผมใหม่ ขณะย่างกรายกลับไปที่รถม้า

 

หลังจากออกมาจากป่า ผมก็ตะโกนเรียกไปทางรถม้า

 

"ชูลิโอ้!"

"เอ๋!"

 

ชูลิโอ้ตกใจจนสะดุ้ง เขามองสภาพรีบร้อนของผมอย่างพูดไม่ออกแล้วกุลีกุจอลงมาจากบังเหียน

 

"น...นายน้อยเลียนนนน! จริง ๆ เลย! ทำไมไปนานนักล่ะขอรับ!? ข้าน่ะ เป็นห่วงท่านมาก......กำลังคิดอยู่ว่าจะออกไปตามหาーーโอ้? ก...เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ เด็กบนหลังท่าน......"

 

"ฟู่ ช่าง มัน ก่อน เถอะ รีบ พา ขึ้น รถ เร็ว!"

 

ผมหายใจลำบากจนพูดดี ๆ ไม่ได้

 

"ข...ขอรับขอรับ! รับทราบขอรับ!"

 

หลังจากชูลิโอ้พยักหน้าเป็นพัลวันก็รีบเข้ามาช่วยพยุงร่างของอัลเฟรดขึ้นไปบนรถ สมกับเป็นผู้ใหญ่ พลังกายต่างจากผมลิบลับ

 

ระหว่างที่นอนอยู่บนรถม้า อัลเฟรดไม่ลืมตาขึ้นมาเลยสักครั้ง แม้จะเรียกชื่อเท่าไรก็ไม่ตอบ มีเพียงเสียงหอบหายใจเร็ว ๆ เท่านั้น ผมหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาก่อนจะหย่อนตัวลงข้าง ๆ อัลเฟรดแล้วบรรจงเช็ดน้ำฝนและเหงื่อออกจากใบหน้า อา รู้อย่างนี้พกยาฟื้นฟูมาด้วยก็ดี คราวหน้าจะติดตัวไว้ตลอดเลย

 

ชูลิโอ้หลังจากกลับไปที่บังเหียนก็ใช้มือปาดน้ำฝนออกจากหน้าก่อนจะหันกลับมา

 

"นายน้อย จะเอาอย่างไรต่อหรือขอรับ"

"......ไปที่บ้านลุงหมอ"

"บ้านท่านหมอหรือขอรับ"

"อืม รีบหน่อยล่ะ"

 

ชูลิโอ้มองผมอย่างมึนงงก่อนจะพยักหน้าหนึ่งที

 

"ขอรับ!"

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.338K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,644 ความคิดเห็น

  1. #1236 kanyaest (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 22:36
    แหนะoocอีกแล้วนะ
    #1,236
    0
  2. #911 Vzidter (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 13:09
    เค้าให้เธอมาเป็นนางเอกรึเปล่า
    #911
    0
  3. #906 MitsukiCarto (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 11:33
    คราวนี้ล่ะตกหลุมรักเข้าเต็มเปาแน่ๆอ่ะ~
    #906
    0
  4. #846 hongyok025 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 05:42
    ทุกคนรักนายน้อยยยย น้องดูเครียดเรื่องปกป้องเมือง น้องมีความคิดที่ดี

    ดูรอบครอบ
    #846
    0
  5. #819 Lormielis (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 13:47
    เส้นทางที่เธอก้าวเดิน ทะด้าาาา~
    #819
    0
  6. #690 ไมยะ จัง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 03:20
    ภรรยาชัดๆ
    #690
    0
  7. #625 Penkontalok (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:53

    ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยย

    #625
    0
  8. #568 After_TeaTime (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 16:00
    อัลเฟรดไม่น่าจะมาอ่านหนังสือนะ แหม ดูออกกกก55555
    #568
    0
  9. #535 pkch (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 12:52

    ความคิดของตัวเอกคือดาษดื่นหาได้ตามนิยายทั่วไปมาก ตามสเต็ป คีพคา. หลุดคา รักกับตัวเอก

    #535
    1
  10. #452 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:53
    สู้ไปด้วยกันนะ
    #452
    0
  11. #293 Silabun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:17
    เขาไม่ได้มาอ่านหนังสือเขามาหาหนูลูกกกก
    #293
    0
  12. #262 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:07
    แงงง แข็งใจไว้อย่าเป็นไรน้าาาา
    #262
    0
  13. #253 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:54
    โอ้ย ตื่นเต้น สนุกมากค่ะ!
    #253
    0
  14. #75 Blueheart (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 00:52
    ขอบคุณค่า
    #75
    0
  15. #67 Lalilulelo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 11:33

    สนุกมากให้ตายสิ รอนะคะ
    #67
    0
  16. #64 Ccpulse (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 07:21
    รอค่าาาา
    #64
    0
  17. #63 Klis (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 18:27
    สู้ๆๆๆ
    #63
    0
  18. #55 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 09:23
    น้องงง แข็งใจไว้!
    #55
    0
  19. #54 Bamdy_NK (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 01:33
    รอตอนต่อไปค่า ค้างงง
    #54
    0
  20. #53 papark (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 20:34
    อัลลลลล พลังระเบิดรึเปล่าาา
    #53
    0
  21. #52 trd_ka (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 20:33
    แงงงง อย่าเป็นไรนะๆ
    #52
    0
  22. #51 ลิสลา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 20:05
    ลุ้นนนนน
    #51
    0
  23. #50 Onausa3854 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 19:44
    อัลเฟรดเป็นอะไรเนี่ยยยย
    #50
    0