[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 35 : 27.5.1 ฝันสีขาวและแสงสีเงิน (อัลเฟรด's part) part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 441 ครั้ง
    19 เม.ย. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

27.5.1 ฝันสีขาวและแสงสีเงิน (อัลเฟรด’ s part) part 1

 

เลขตอนแฟนตาซีมาก ฮือTvT

---------------------------------

 

เป็นจริงอย่างที่คุณเชดเดอร์เคยพูดไว้ หลังจากเรียนจบ เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอรู้ตัวอีกทีฤดูร้อนก็มาถึงแล้ว แสงจากพระอาทิตย์แรงจนแผดเผาผิวหนัง

 

 

หลังจากเรียน จบข้าย้ายออกจากโบสถ์ที่เคยดูแลข้ามาแสนนานแล้วเริ่มใช้ชีวิตที่ฟาร์มคุณเชดเดอร์

 

แต่ถึงจะพูดแบบนั้น ทว่างานพิเศษและงานที่ข้าต้องทำไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง จึงไม่เป็นปัญหามากนัก

 

ถ้าให้พูดถึงสิ่งที่เปลี่ยนไป ก็คงเป็นงานที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนเวลาที่ข้าไม่ต้องเดินทางไปกลับโรงเรียน

 

หนึ่งในงานที่เพิ่มขึ้นคือการนำนมวัวที่เพิ่งรีดเสร็จกับสินค้าที่ทำจากนมจำพวกชีสขนใส่รถม้าแล้วนำไปส่งถึงที่หมายในตอนเช้าของวันธรรมดา

สถานที่ที่ต้องใช้รถม้าขนไปส่งมีทั้งบ้านที่สั่งนมจำนวนมาก ร้านค้าหรือครอบครัวชาวไร่ที่สั่งซื้ออยู่เป็นประจำ และแหล่งก่อสร้างต่าง ๆ

ส่วนตามครัวเรือนแต่ละหลัง เด็กที่ทำงานพิเศษจำนวนหนึ่งจะเวียนกันนำไปส่ง

 

ช่วงแรกข้าจะไปส่งนมกับคุณเชดเดอร์ แต่ประมาณสองอาทิตย์ให้หลัง เมื่อข้าเริ่มคุ้นชินกับงานและจดจำสถานที่ที่ต้องนำไปส่งได้แล้ว คุณเชดเดอร์ก็มอบหมายให้ข้าไปส่งนมในละแวกใกล้ ๆ ด้วยตัวเอง

 

ในบรรดาสถานที่ในละแวกใกล้เคียงนั้น มี ‘ครัวของคฤหาสน์เจ้าผู้ถือครองที่ดิน’ รวมอยู่ด้วย

 

คุณเชดเดอร์พูดพร้อมรอยยิ้มว่า ทำแบบนี้เจ้าเองก็คงทำอะไรได้ง่ายขึ้นด้วยใช่ไหมล่ะ พร้อมส่งรายการสถานที่ที่ข้าต้องไปส่งนมมาให้ ท่าทางเขาคงคิดเผื่องานพิเศษอีกงานหนึ่งของข้าด้วย

 

ทางด้านคุณเชดเดอร์ เขาจะไปเวียนส่งนมให้โรงงานท่อนซุง แปลงเกษตรที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านออกไปเล็กน้อย และในตัวเมือง

 

 

ขณะที่ข้ากำลังแบกถังนมใบใหญ่ที่ทำจากดีบุกไปยังห้องแช่เย็นด้านในของครัวก็ถูกหัวหน้าพ่อบ้านที่เป็นคนคุมรายการสินค้าในวันนี้เรียกตัวเอาไว้

 

หัวหน้าพ่อบ้านที่ทำงานให้ตระกูลโอเวนผู้นี้เป็นชายแก่ที่แม้จะมีรอยยิ้มประดับใบหน้าและท่าทางดูสุขุมอยู่ตลอดก็ตาม ทว่าการเคลื่อนไหวกลับไร้ช่องโหว่สวนทางกับวัยของเขา

รุ่นพี่จอมเข้มงวดที่ทำงานคุ้มกันด้วยกันก็ไม่รู้ทำไมจึงยอมก้มหัวให้เพียงแค่คุณลุงผู้นี้เท่านั้น

 

“ท่านฟลัม ลำบากท่านแล้ว ขออภัยที่มารบกวนเวลางาน แต่ท่านเลียนมีข้อความฝากมาถึงท่านขอรับ”

“ข้อความ”

“ขอรับ นายน้อยบอกว่าก่อนกลับให้ไปหาด้วยขอรับ”

หัวหน้าพ่อบ้านเผยยิ้มมีเลศนัย

“เข้าใจแล้ว ถ้าขนนมส่วนของวันนี้เสร็จเมื่อไร ข้าจะขึ้นไป”

“ขอรับ รบกวนด้วยขอรับ”

เมื่อหัวหน้าพ่อบ้านโค้งให้ด้วยท่วงท่าที่สมบูรณ์ทุกกระเบียดนิ้ว เขาก็เดินกลับไปหาหัวหน้าพ่อครัว

 

ทุกครั้งที่มาส่งนมที่คฤหาสน์ หากเลียนมีเรื่องหรืออยากติดต่อข้าก็มักจะฝากหัวหน้าพ่อบ้านมาแจ้งเช่นนี้เสมอ

 

แต่ยังไง นั่นก็เป็นถึงห้องนอนส่วนตัวของบุตรชายเจ้าผู้ถือครองที่ดิน

ข้าเคยถามหัวหน้าพ่อบ้านผู้นั้นไปครั้งหนึ่งว่า ถึงข้าจะเป็นผู้คุ้มกันข้างกาย แต่ให้ข้าเข้าออกห้องเขาง่าย ๆ เช่นนี้จะดีหรือ

แม้จะดีใจที่เลียนเชื่อใจข้า แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเชื่อใจข้าถึงขนาดนี้

 

หัวหน้าพ่อบ้านเพียงตอบคำถามซื่อ ๆ ของข้าว่า ‘เพราะท่านเลียนบอกว่าไม่เป็นไรขอรับ’ และเผยยิ้มเพียบพร้อมออกมา

 

ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไม่ได้ยิ้มด้วย

สายตาที่น่าขนลุกนั่นราวกับกำลังสกัดกั้นข้าว่า เข้าใจไว้เสียด้วย อย่าได้หลงคิดอะไรแปลก ๆ เชียว ข้ายังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันแม้เขาจะไม่ปริปากพูด

ถึงจะเป็นข้า ทว่าที่แผ่นหลังก็ยังมีเหงื่อเม็ดเย็นผลุดออกมา

 

ดังนั้น ข้าจึงยอมพยักหน้าแต่โดยดี

ในตอนนั้นข้าเริ่มเข้าใจคำพูดของรุ่นพี่ที่บอกว่า อย่าไปหาเรื่องพาตัวเองซวย ขึ้นมาบ้างเล็กน้อย

 

......อา เอาเถอะ

 

เนื้อหาที่ข้าถูกเรียกมาคุยในแต่ละครั้งจะแตกต่างกันออกไป

แม้โดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องงานในช่วงวันหยุด แต่บางครั้งบางคราวก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างให้ข้ายืมเล่มต่อของนิยายหรือนิตยสาร บางครั้งก็ฝากของให้ข้าเอากลับไปให้คุณเชดเดอร์กับพวกเด็ก ๆ

 

......ข้าเองก็มักเรียกเลียนมาด้วยเรื่องคล้าย ๆ กันอย่าง มีหนังสือที่จะคืน แวะมาหาหน่อยได้ไหม หรือวัวที่ฟาร์มเพิ่งออกลูกจะมาดูหรือไม่

 

โดยไม่ปริปากพูดในทำนองให้มาหาแล้วจัดการธุระให้เสร็จในคราเดียวเลยแม้แต่น้อย

 

――ทั้งข้าและเลียน

 

ด้วยเหตุนี้ ทุกครั้งที่มาส่งนมและถูกเรียกให้แวะไปหาที่ห้องก่อนจะกลับก็ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากจบการศึกษาเช่นกัน

 

 

 

หลังจากขนนมไปที่ห้องแช่เย็นภายในครัวเสร็จแล้ว ข้าก็ขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์และหยุดยืนที่หน้าห้องของเลียน จากนั้นก็เคาะประตูเบา ๆ สามที

 

เมื่อลองเงี่ยหูฟัง

ไร้เสียงตอบกลับ ทั้งยังไม่ได้ยินเสียงอะไรดังมาจากในห้องแม้แต่น้อย

 

ครั้งนี้ข้าลองเคาะประตูแรงขึ้นอีกสามครั้ง

 

ในที่สุดข้าก็ได้ยินเสียง หาว อย่างผ่อนคลายเล็กน้อยดังตอบมาจากในห้อง

 

แม้วันนี้จะเคาะเพียงหกทีก็ตื่นแล้ว แต่นาน ๆ ที ก็มีบ้างที่ข้าเคาะจนครบสิบสองทีแล้วอีกฝ่ายก็ยังไม่ตื่น

ในเวลาแบบนั้น ข้าสามารถถือวิสาสะเข้าห้องไปเองได้

อีกฝ่ายเคยบอกข้าว่าถ้าไม่มีเสียงตอบกลับแสดงว่ากำลังหลับสนิทอยู่ให้เข้ามาปลุกได้เลย

 

......ก็ใช่ว่าข้าจะไม่เข้าใจความกังวลของหัวหน้าพ่อบ้านคนนั้นเลยเสียทีเดียว

บางทีเขาก็ไม่ระวังตัวเกินไป

 

คราวนี้ข้าคงต้องบอกให้เลียนรู้ถึงจุดยืนของตัวเองและอันตรายบ้างเสียแล้ว

 

“......ใครน่ะ”

“ข้าเอง”

“อะ......เชิญเลย เข้ามาสิ”

 

เพราะได้รับอนุญาต ข้าจึงเปิดประตูแล้วก้าวเท้าเข้าไปภายในห้อง

 

ห้องนอนของเลียนยังเต็มไปด้วยของมากมายเหมือนเช่นเคย

ทั้งยัง――ไม่เหมือนห้องนอนของบุตรชายตระกูลขุนนางแม้แต่น้อย

 

ทุกครั้งที่เข้ามา ข้าจะเผลอคิดว่านี่คือหอสมุดหรือไง หรือบางทีก็รู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้ามาในห้องของนักวิจัยอย่างไรอย่างนั้น

 

ภายในห้องที่กว้างขวางเกินกว่าจะเรียกว่าห้องนอนมีหนังสือมากมายกองระเกะระกะ ทั้งหนังสือเวทมนตร์ หนังสือวิจัย หนังสือประวัติศาสตร์ พจนานุกรม และสารานุกรม บนโต๊ะขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่น่าจะเป็นโต๊ะทำงานยังมีหนังสือวางซ้อนกันจนกองเป็นภูเขา

 

ที่โซฟาและโต๊ะเตี้ยมีหนังสือ เครื่องเขียน เครื่องวัดขนาดรูปแบบต่าง ๆ รวมไปถึงกระดาษและกระดาษหนังแกะที่เขียนทั้งตัวอักษร ตาราง และแผนภาพเวทมนตร์วางกระจัดกระจาย

 

ถ้าชอบการเรียนถึงขนาดนี้ เข้าเรียนต่อที่สถาบันในเมืองหลวงก็ได้แท้ ๆ

ทว่าเลียน――กลับเลือกที่จะอยู่ที่หมู่บ้าน

 

แม้ข้าจะเคยถามเรื่องนี้กับเขาไปครั้งหนึ่ง อีกฝ่ายก็ตอบเพียงว่า เรื่องเรียนจะที่ไหนก็เรียนได้เหมือนกันนั่นแหละ

ก็จริงอย่างที่เลียนพูด

แต่ถึงอย่างนั้น――

 

เลียนกำลังทุ่มเทค้นคว้าอะไร ต้องการทำอะไรกันแน่ หรือกระทั่งพยายามจะทำอะไรนั้น......จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังไม่รู้แน่ชัด

 

พอข้าถามออกไปทีไร เลียนก็มักตอบข้าอย่างคลุมเครือโดยไม่ลืมเสริมคำพูดเกินจำเป็นที่ข้างท้ายว่า อา หลาย ๆ อย่างนั้นแหละ ข้ายังมีเรื่องที่อยากรู้อีกเป็นภูเขา ข้าไม่เหมือนเจ้าหรอกนะ

 

 

หลังจากหลบเลี่ยงจนหลุดพ้นจากบรรดาของที่กองอยู่ในห้องแล้ว ข้าก็เดินตัดผ่านชั้นกับฉากกั้นที่สูงจนเกือบถึงเพดานแล้วมุ่งหน้าเข้าไปในห้องชั้นใน

 

เพราะข้ามักถูกเรียกให้มาหาที่ห้องอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ข้าจึงจำตำแหน่งต่าง ๆ ภายในห้องได้อย่างดี

 

ด้านในนั้น เป็นห้องนอนของเลียน

 

ริมผนังของห้องมีเตียงขนาดใหญ่พร้อมม่านตั้งอยู่ เนื้อผ้าบาง ๆ ที่ถักทอด้วยผ้าสีเบจและสีเขียวอ่อน ๆ ถูกแขวนปกคลุมทั่วทั้งเตียง

แสงแดดที่ส่องลอดผ่านม่านจากช่องเล็ก ๆ ของหน้าต่างที่อยู่เหนือม่านของเตียงส่องกระทบลงบนที่นอนจนมองเห็นเป็นแสงประกายอ่อน ๆ

 

ร่างของเจ้าห้องลุกขึ้นนั่งพลางขยี้ตาข้างหนึ่ง

 

ข้าหยุดยืนที่ข้างเตียงแล้วเลิกผ้าม่านเนื้อบางไปด้านข้าง

 

เจ้าของห้องวางมือหลังจากขยี้ตาแล้วเงยหน้า เขาช้อนสายตาขึ้นมองข้า ดวงตาสีไอซ์บลูที่ดูงัวเงียคล้ายยังอยู่ในความฝันนั้นหรี่ลง――เขาเผยยิ้มนุ่มนิ่มออกมา

 

“อาลเฟรด”

 

น้ำเสียงอู้อี้เล็กน้อยขานชื่อข้า

 

เส้นผมสีเงินที่กระดกนั้นชี้โด่เด่ ชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ไม่รู้ว่าตัวใหญ่เกินไปหรือเป็นเลียนผอมเกินไปตกลงมาเผยหัวไหล่ข้างหนึ่ง

 

รอยยิ้มนุ่มนวลน่ารักนั่นเมื่อรวมกับผิวขาวที่โผล่พ้นจากชุดนอนมาให้เห็นบางส่วนกับท่าทางเกียจคร้านจากอาการงัวเงียช่างดู......มีเสน่ห์เย้ายวน

 

เมื่อเข้าไปใกล้ ๆ จมูกก็ได้กลิ่นหอมคล้ายดอกไม้ป่าจาง ๆ

 

ทว่าข้ารู้ดีว่าหากข้าพ่ายแพ้ให้กับสัญชาตญาณแล้วกดร่างนี้ลงล่ะก็ อีกฝ่ายคงโมโหจนหน้าแดงก่ำแล้วหวาดระแวงจนไม่ยิ้มให้ข้าเช่นนี้อีก ดังนั้นข้าจึงทำได้เพียงกดความรู้สึกหลาย ๆ อย่างฝังลงที่ก้นบึ้งของจิตใจ

 

“............อรุณสวัสดิ์ เลียน”

“......อรุณสวัสดิ์......อัล...เฟรด”

 

ข้าเข้าไปใกล้โดยระวังไม่ให้เลียนตกใจและจุมพิตลงที่กระหม่อมของเจ้าของเส้นผมสีเงิน

 

หากเป็นยามปกติเลียนจะขนตั้งแล้วโมโหใส่ข้าว่า ‘ทำบ้าอะไร เจ้าบ้า!’ ทว่าเลียนที่เพิ่งตื่น สมองครึ่งหนึ่งคล้ายยังไม่ทำงาน แม้ข้าจะถือวิสาสะจูบ อีกฝ่ายก็ไม่โกรธแม้แต่น้อย

 

นอกจากจะไม่โกรธแล้ว พอข้าสบตา สีหน้าที่ยังดูเหม่อลอยนั้นก็จะส่งยิ้มนุ่มนวลมาให้

 

แม้จะลูบหัว เขาก็ไม่มีท่าทีรังเกียจทั้งยังหรี่ตาลงอย่างรู้สึกสบาย และจบด้วยการทำท่าขอให้ข้าลูบแก้มเขาด้วย

 

จะว่าไปข้าก็เพิ่งนึกออก

เจ้าแมวขนสีเงินตัวนั้น ตอนตื่นนอนก็มักยอมให้ข้าสัมผัสอย่างว่าง่ายเช่นกัน มีเพียงตอนนั้นที่ข้าจะเล่นกับมันได้โดยไม่ถูกข่วน

ถึงนั่นจะเป็นเพราะกำลังสะลึมสะลือก็ตาม

และ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าขนเงินตัวไหน ก็มักงัวเงียอยู่นานทั้งคู่

 

เมื่อข้าใช้นิ้วลูบที่ใต้คาง แก้มอีกฝ่ายก็ขึ้นสีแดงระเรื่อและส่งเสียงครวญครางอย่างรู้สึกสบาย

ไม่รู้เพราะรู้สึกดีมากหรือเปล่า อีกฝ่ายเอียงคอให้ข้า เปิดเผยซอกคอขาวอย่างไร้การป้องกัน ดวงตาคู่นั้นค่อย ๆ ปิดลง

เลียนผ่อนแรงทั้งร่าง

 

นี่มัน......หรือว่า

 

หรือว่า...ข้าอาจจะไม่ได้คิดเอง......นี่เจ้ากำลังเชื้อเชิญข้าอยู่หรือ

 

ไม่สิ เดี๋ยวก่อน

คงไม่ใช่หรอก

 

ใจเย็น ๆ

อีกฝ่ายก็แค่ยังงัวเงียเท่านั้น

ตั้งสติไว้

 

อดทน ข้าอดทนได้

หากข้าแพ้ให้แรงกระตุ้นแม้เพียงวินาที ก็ไม่มีโอกาสต่อไปแล้ว

 

ข้ากดหลาย ๆ สิ่งที่กำลังจะออกมาเผยโฉมอีกครั้งและปิดฝาจนแน่นสนิท

 

เมื่อข้านั่งลงที่ขอบเตียง แรงสะเทือนก็ทำให้เจ้าของเส้นผมสีเงินโงนเงน

พอข้ายื่นแขนออกไปหมายประคองร่างที่ทำท่าจะหงายไปด้านหลัง มือขาวนวลของอีกฝ่ายก็กำแขนเสื้อข้าเบา ๆ เพื่อพยุงร่างตัวเอง

 

“......เรื่องวันเสาร์นี้น่ะ”

 

ดูเหมือนที่เลียนเรียกข้ามาวันนี้คงเป็นเพราะเรื่องงานในวันเสาร์

 

“ทางตะวันตกของหมู่บ้าน......ที่......ทางขึ้นเขา......มีคนเจอหมีกรงเล็บเลือด......สองตัว......”

“หมีกรงเล็บเลือด? น่าแปลก”

 

สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายหมี ขนาดตัวใหญ่เท่าชายสองคน

กรงเล็บของมันมีขนาดใหญ่กว่าหมีทั่วถึงสามเท่าและมีสีแดงคล้ายถูกย้อมด้วยโลหิต

ดวงตาของมันเป็นสีแดงฉาน ที่หน้าผากมีส่วนเนื้อที่เกินมาสองก้อน

ในสารานุกรมสัตว์อสูรเขียนเอาไว้ว่าเพราะรูปร่างที่น่ากลัว มันจึงคอยเล็งหาช่องว่างในการโจมตีจากความหวาดกลัวของเหยื่อ ซึ่งภายนอกที่ดูชั่วร้ายของสัตว์อสูรตัวนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้คนเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง

 

เพียงแต่แม้ภายนอกจะดูชั่วร้าย แต่ที่จริงกลับเป็นสัตว์อสูรที่มีความระแวดระวังตัวสูง ปกติแล้วจะอยู่บนเขาคอยล่าสัตว์ป่าและสัตว์อสูรขนาดเล็กกินเป็นอาหาร ไม่ใช่สัตว์อสูรที่มุ่งโจมตีที่อยู่อาศัยของมนุษย์

 

“......มีคำร้องมาจากชาวบ้านว่า......ทุกคนหวาดกลัวให้ช่วยจัดการที......วันเสาร์มะรืนนี้......ข้าจะไป......ตอนประมาณแปดโมง......มารอที่คฤหาสน์......ด้วย”

“เข้าใจแล้ว”

“ฝากด้วยนะ......มันอันตราย......เตรียมตัวมา......ให้ดี ทางข้าก็จะเตรียมพร้อมเหมือนกัน แต่เจ้าพกยารักษามาเยอะ ๆ ด้วยล่ะ......แล้วก็ วันนี้กับพรุ่งนี้รีบ ๆ นอน......แล้วเตรียมของ......ระวังอย่าให้เป็นหวัด......อา มี......เชือกหรือเปล่านะ......จริงสิ ใช้พวกอุปกรณ์แคมป์ปิ้ง......”

 

เลียนเริ่มพูดพึมพำตามประสาคนขี้เป็นห่วงแม้จะยังคงสะลึมสะลือจนข้าเกือบหลุดขำออกมา

 

“อา ข้ารู้แล้ว ต้องค้างแรมด้วยหรือ”

“ไม่รู้สิ......ขึ้นอยู่กับ......สถานการณ์......ล่ะมั้ง”

“รับทราบ ถ้าอย่างนั้นข้าจะบอกคุณเชดเดอร์ไว้ก่อนว่าอาจต้องค้างด้วย”

“อืม......”

เลียนพยักหน้าหงึก ๆ

 

เมื่อข้าผ่อนแรงที่ประคองร่างอีกฝ่ายไว้ ร่างกายที่ไม่ได้เกร็งแรงแม้แต่น้อยก็หงายหลังล้มลงไปนอน

เส้นผมสีเงินแผ่สยายไปบนผ้าปูที่นอนสีเขียวค่อนไปทางขาว

 

เมื่อเส้นผมนั้นรับกับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าก็สะท้อนแสงอ่อน ๆ ออกมาเช่นกัน

 

ทั้งที่สีผมและดวงตาแบบเดียวกันของคุณผู้หญิงให้ความรู้สึกเย็นชาแท้ ๆ แต่เลียนกลับ――มีแต่ความอ่อนโยนและเป็นสีที่อบอุ่น

 

พอข้าจัดแจงท่านอนให้ศีรษะอยู่ตรงหมอนดี ๆ อีกฝ่ายก็ผ่อนแรงและปล่อยให้ข้าจัดการทุกอย่าง

ลำคอขาวที่ไร้การป้องกันปรากฏตรงหน้าของข้า แรงกระตุ้นบางอย่างเข้าโจมตีแต่ข้าก็พยายามอดกลั้นมันไว้สุดชีวิต

 

ไม่สิ เดี๋ยวก่อน

ถ้าแค่เล็กน้อยล่ะก็ อาจไม่เป็นไรก็ได้

ได้ใช่หรือเปล่า

ได้สินะ

ก็เพราะเจ้าไม่กันท่าข้าเลยนี่นา

 

ไม่ใช่ว่าเจ้ากำลังจะบอกข้าว่าข้าสามารถสัมผัสเจ้าได้เล็กน้อยหรอกหรือ

ไม่สิ เป็นเช่นนั้นแน่ ข้าคิดแบบนั้น

เพราะถึงข้าจะเข้าใกล้เจ้าขนาดนี้ สัมผัสเจ้าขนาดนี้ เจ้าก็ยังดูผ่อนคลายอยู่เลยนี่นา

ข้าเชื่อว่าข้าไม่ได้คิดไปเอง

 

เมื่อข้าวางศอกที่ข้างใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วขึ้นคร่อมพลางลอบมองร่างนั้นจากตำแหน่งที่สูงกว่า ดวงตาของอีกฝ่าย――ก็ปิดลงไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ดวงตาที่เหม่อลอยนั้นช้อนสายตาขึ้นมองข้า

 

จะว่าไป ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องจะบอกอีกฝ่ายเช่นกัน

 

“......เลียน เจ้าสามคนอยากเจอเจ้าอีกนะ พวกนั้นฝากข้ามาถามเจ้าว่าจะมาหาได้อีกเมื่อไร”

“งั้นหรือ......”

เลียนดูลำบากใจเล็กน้อย แต่บางส่วนนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ

 

ระยะนี้เจ้าเด็กสามคนเริ่มคุ้นชินกับคุณเชดเดอร์และการใช้ชีวิตในฟาร์มแล้ว

พร้อมกันนั้น จำนวนครั้งที่เลียนจะแวะมาเยี่ยมพวกเด็ก ๆ ก็เริ่มลดน้อยลงไปด้วย

 

เวลานอนกลางวันร่วมกับเด็กสามคนอย่างที่เคยทำเป็นประจำที่โบสถ์ ตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว

 

ได้ยินว่าเลียนตั้งใจจะค่อย ๆ ลดจำนวนครั้งที่มาเยี่ยมเด็ก ๆ ลงเรื่อย ๆ

 

เจ้าตัวเคยบอกกับเจ้าเช่นนั้น

 

เพื่อให้เด็กสามคนนั้นคุ้นเคยกับคุณเชดเดอร์ได้เร็ว ๆ

เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าสถานที่ที่จะกลับไปไม่ใช่ที่โบสถ์ แต่เป็นที่ฟาร์มปศุสัตว์

เพื่อเปลี่ยนให้ที่พึ่งแรกในจิตใจของเด็ก ๆ ไม่ใช่มาเรียหรือเลียน แต่เป็นสามีภรรยาเชดเดอร์

 

แผนการของเลียนสำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี ตอนนี้บ้านที่เด็กสามคนจะ ‘กลับ’ ไม่ใช่ที่โบสถ์ แต่เป็นฟาร์มปศุสัตว์ คนที่เด็ก ๆ จะเข้าไปเกาะยามเมื่อร้องไห้ ไม่ใช่มาเรียหรือเลียน แต่เป็นสามีภรรยาเชดเดอร์

 

แต่ถึงอย่างนั้น บางครั้งบางคราวพวกเขาก็จะอยากเจอเลียนที่เปรียบเหมือนพ่อแม่อีกคนหนึ่งไปแล้วก็ขึ้นมาเช่นกัน

 

พอถึงตอนนั้นทีไร พวกเด็ก ๆ ก็จะเบะปากร้องไห้แล้วขอให้ข้าพาเลียนมาหา

 

“......ถ้าอย่างนั้น......วันนี้......ไม่ได้สิ พรุ่งนี้ตอนบ่ายข้าจะแวะไป......ฝากบอกพวกเขาด้วย”

“อา พรุ่งนี้ตอนบ่ายนะ ข้าจะบอกให้”

 

เลียนตอบ อืม แล้วพยักหน้าพร้อมยิ้มออกมา

 

“......ขอบคุณที่มาหานะ อัลเฟรด......ข้าหมดธุระแล้วล่ะ”

“งั้นหรือ”

 

พอข้าฝังหน้าลงที่ซอกคอราวกับจะโอบกอด อีกฝ่ายก็หดตัวคล้ายรู้สึกจักจี้

แขนอบอุ่นนั้นโอบรอบแผ่นหลังของข้าอย่างประหม่า ข้าดีใจ――――จนทำตัวไม่ถูก

 

“......วันนี้ก็ยุ่งหรือ”

“ไม่หรอก วันนี้เหลือส่งนมอีกสองที่ก็จะกลับฟาร์ม”

“งั้นหรือ......พยายามเข้านะ”

“อา เจ้าล่ะ จะไปโบสถ์หรือ”

“......หลังสั่งอุปกรณ์ในเมือง......ตอนบ่าย......จะแวะไปที่โบสถ์”

“งั้นหรือ”

แม้จะเรียนจบแล้ว แต่เลียนก็ยังเข้า ๆ ออก ๆ ที่โบสถ์อยู่เหมือนเดิม

เลียนบอกข้าว่า ช่วงนี้มีเด็กเพิ่มขึ้นมาก มาเรียคงลำบากน่าดู จึงจะไปช่วยเท่าที่ช่วยได้

 

“......ถ้าข้าว่างเมื่อไร ก็จะไปช่วยที่โบสถ์ด้วยนะ”

แขนที่แผ่นหลังขยับเล็กน้อยก่อนที่เจ้าของเส้นผมสีเงินในอ้อมแขนข้าจะพยักหน้า

“......อืม”

ข้าได้ยินน้ำเสียงดีใจแฝงในเสียงพึมพำที่แผ่วเบา

 

ข้าปรารถนาเลียนมาก ต้องการเสียจน――ทุกครั้งที่ข้าถูกเรียกมา จะมีแรงบางอย่างกระตุ้นให้ข้าอยากพาเลียนออกไปจากที่นี่และกลับไปกับข้า――ข้ายอมจำนน

ให้กับอ้อมแขนอบอุ่นคู่นี้

ข้าต้องการเขาจนไม่อาจต้านทานได้

 

ไม่มีทางไหนที่ข้าจะพาเจ้าไปจากที่นี่――และทำให้เจ้าเป็นของข้าเพียงผู้เดียวเลยหรือ

 

แม้การลักพาตัวเลียนหนีจะเป็นเรื่องง่าย แต่ก็อาจถูกตามล่า ทั้งเรื่องต่อจากนั้นคงจัดการไม่ได้ง่าย ๆ

ถึงข้าจะมั่นใจว่าข้าสามารถหนีออกจากหมู่บ้าน――และออกจากอาณาจักรเล็ก ๆ แห่งนี้ได้ก็ตาม......แต่เลียนคงต้องเสียน้ำตาเป็นแน่

ข้าทำไม่ลง

 

จะว่าไป ก่อนหน้านี้เลียนเคยพูดว่ามีบ้านร้างเล็ก ๆ น่าอยู่ตั้งอยู่ที่ริมทะเลสาบทางตะวันตกของหมู่บ้าน สักวันเขาอยากไปอาศัยอยู่ที่นั่น

ถ้าเช่นนั้น หากข้าซื้อบ้านหลังนั้นได้ล่ะก็ เลียนจะยอมไปอยู่กับข้าหรือเปล่า

ถ้าเป็นที่นั่น เราคงได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

 

อา จริงสิ ตอนที่ข้าออกเดินทาง ถ้าข้าพาเลียนไปด้วยและไม่หวนกลับมาที่หมู่บ้านนี้อีกล่ะ

ไม่สิ เดี๋ยวก่อน

แบบนั้นไม่ได้ ทำแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากการลักพาตัว เลียนคงร้องไห้แน่......อา แต่เก็บเอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายแล้วกัน

 

หลังจากนั้น――

 

 

ข้าได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมออย่างแผ่วเบา

 

เมื่อข้าลอบมองใบหน้าอีกฝ่ายพลางในหัวก็คิดว่าพลาดจนได้――เลียนก็กำลังหลับปุ้ยและหายใจอย่างสม่ำเสมอ

 

ใบหน้ายามหลับนั้นผ่อนคลาย บริสุทธิ์ราวกับเด็กแรกเกิด

 

ข้าถอนหายใจอย่างแผ่วเบา

 

เอาเถอะ ยังพอมีเวลา

ข้าจะค่อย ๆ คิดแล้วกัน

 

จนกว่าจะถึงตอนนั้น เพียงสร้างพันธสัญญาอย่างเช่นตอนนี้――และผูกติดเอาไว้ ไม่ให้เขาโบยบินจากไปก็พอ

แบบนี้แหละ

 

......เวลาแบบนี้ ข้าเริ่มคิดว่าคำพูดของหญิงสาวนักทำนายผู้นั้นก็ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ไปเสียทีเดียว

 

เพราะนางบอกข้าว่า ดาวดวงนี้จะโคจรรอบตัวข้า คิดถึงข้า และส่องสว่างเส้นทางของข้า

 

เช่นนั้น ดาวดวงนี้ก็เป็นข้า

ดวงดาวของข้า

 

ของข้าเท่านั้น

 

ดังนั้น ข้าจะไม่ยกให้ใคร......แม้แต่ท่านเทพธิดา ข้าก็จะไม่คืนให้

 

 

“......ราตรีสวัสดิ์ เลียน”

 

ข้าโน้มริมฝีปากจุมพิตอย่างแผ่วเบาโดยระวังไม่ให้เลียนตื่น ข้าข่มความรู้สึกอาลัยอาวรณ์และไม่อยากจะจากไป หลังจากดึงผ้าห่มมาคลุมให้เลียนจนถึงไหล่ ข้าก็ออกจากห้องโดยไม่ลืมระวังไม่ให้เกิดเสียงฝีเท้า

 

อา อยากสัมผัสมากกว่านี้

อยากสัมผัสให้มากและตรวจดูให้แน่ใจ

ว่าเจ้ายังคงอยู่ข้างกายข้า

 

ข้าลองถามเลียนดูดีหรือไม่ว่าขอสัมผัสเขาเหมือนกับคืนนั้นได้หรือเปล่า

นั่นสินะ ข้าจะลองถามดู

 

......ในตอนที่เลียนกำลังอารมณ์ดี

 

 

***

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 441 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,644 ความคิดเห็น

  1. #1575 hongyok025 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 01:10
    แผนสูงงง ไม่พอร้ายนัก น่ากลัวด้วย
    #1,575
    0
  2. #1543 สไนท์เปอร์ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 01:58
    มาถึงตอนนี้แล้วเหมือนนับเวลารอระเบิดเลย หวังว่าอะไรๆจะผ่านไปด้วยดีนะT_T
    #1,543
    0
  3. #1253 kanyaest (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 12:50
    เรื่องนี้มันคือเครื่องทรมานใจดีๆนี่เองเหมือนระเบิดเวลานับถอยหลังยิ่งอ่านโทนเรื่องยิ่งหม่นขึ้นเรื่อยๆ ฮือออออ ไม่อยากนึกถึงตอนที่ดรามว่าเลย แค่นี้ก็เหมือนใจจะขาดแล้ว
    #1,253
    0
  4. #1242 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 18:40
    นับเวลารอมาม่าระเบิดเลยทีเดียวต้องรอดนะน้องห้ามตายหรือโดนเทพธิดาพาตัวไปเด็ดขาด
    #1,242
    0
  5. #1207 เก้าอี้น้อย (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 16:31
    ฮึบไว้อัล ฮึบไว้
    #1,207
    0
  6. #1206 JADEMERIT (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 13:02

    จะร้องไห้ รู้สึกได้ถึงกลิ่นมาม่าอันหอมหวาน(TT)

    #1,206
    0
  7. #1205 แมวหิวนิยาย (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 21:11
    อ่านแล้วละมุน อัลอดทนได้ดีมากลูก อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น!
    #1,205
    0
  8. #1203 Sk999 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 20:31
    นุ่มฟู อ่าาาาา
    #1,203
    0
  9. #1196 dream4try (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 12:21
    อัล:อยากฟัดแมว
    #1,196
    0
  10. #1194 [°|Tanwa...|°] (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 09:13

    จิกไม่พอเอาหมอนอุดปากตัวเองเเล้ว ทำไมตอนนี้มันนู่มมม

    #1,194
    0
  11. #1193 MimiminMi (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 08:56
    คือในสายตาอัลอัล เลียนคือแมวน้อยย
    #1,193
    0
  12. #1192 เดี๋ยวช่วยพายนะฮะ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 08:46
    ฝันสีขาวนึกว่าฝันเป--
    #1,192
    0
  13. #1191 orart2 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 08:37
    ถ้าได้ออกเดินทางด้วยกันคิดว่าน้อนคงไม่รอด
    #1,191
    0
  14. #1190 Waribam (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 07:57
    หวานอรุ่มม
    #1,190
    0
  15. #1189 -69-Natsuki (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 03:35
    เห็นเลขตอนแล้วแบบ

    มี.5แล้วยังมี.1อีก...
    มันจะถึงตอนที่28ไหมนะ 😅😅😅
    #1,189
    0
  16. #1188 JettaphonTKR (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 02:43
    หลงเขาหัวปักหัวปำจริงๆเลยนะอัล
    #1,188
    0
  17. #1187 Ccpulse (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 02:33
    อีก2ปีต้องแบบ...อรุ่ม🌚🌝
    #1,187
    0
  18. #1186 05072536pote (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 02:31

    รออ่านนะค่ะ
    #1,186
    0
  19. #1185 NON-SHUGAR (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:50
    อัลหาทางรวบหัวรวบหาง ส่วนเลียนก็หลับปุ๋ยสบายเลย
    #1,185
    0
  20. #1184 มิโกะ ซากุระ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:47
    ร้ายกาจ...
    #1,184
    0
  21. #1183 ทาสแมวอยากIsekai (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:43
    เจ้าข้าเอย~ มีผู้ร้ายวายแผนจะลักพาตัวคนละ 555 อีกอย่างนี้คนเด้อไม่ใช่แมว ใจเย็นๆนะ ในหลายๆเรื่อง 555
    #1,183
    0
  22. #1181 pamalist (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:30
    คุณตำรวจค่ะ มีคนกำลังวางแผนล่อลวงผู้อื่นค่ะ ร้ายกาจมากเลย
    #1,181
    0
  23. #1180 Satu_etipiso (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:22
    ใจเยนนนนพ่อหนุ่ม
    #1,180
    0
  24. #1179 10326 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:11
    อัลเฟรดอดทนนนนนนนน สู้ๆนะ อีกไม่นานเลียนก็จะเป็นของนาย! เชื่อสิ ตอนนี้อดทนไว้ก่อนนะอัลเฟรด!!!!
    #1,179
    0
  25. #1178 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:08

    อัลลูกทนไม่ได้ก็ไม่ต้องทนลูกกกก อ้ากกกกก
    #1,178
    0